- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเบื้องหลัง ย้อนวัยมาเป็นซุปตาร์เบอร์หนึ่ง
- บทที่ 20 เทพเจ้าแห่งการดวลเหล้าสำแดงเดชในงานเลี้ยงปิดกล้อง
บทที่ 20 เทพเจ้าแห่งการดวลเหล้าสำแดงเดชในงานเลี้ยงปิดกล้อง
บทที่ 20 เทพเจ้าแห่งการดวลเหล้าสำแดงเดชในงานเลี้ยงปิดกล้อง
บทที่ 20 เทพเจ้าแห่งการดวลเหล้าสำแดงเดชในงานเลี้ยงปิดกล้อง
บนที่สูงยามฤดูใบไม้ร่วง พระอาทิตย์กำลังตกดิน
หยางหรงและชุยเผิงมองตากันแล้วยิ้มออกมา ทั้งสองคนในอดีตเคยมีเรื่องคาใจ (เกิงเกิงอวี๋ไหว) แต่ต่อจากนี้ไปชั่วชีวิต พวกเขาคือ "เกิงเกิงอวี๋ไหว" (คู่กันตลอดไป)
"โอเค ผ่าน"
หลังจอมอนิเตอร์ หลิวจวิ้นเจี๋ยตะโกนสั่งคัท นักแสดงทั้งสองที่กำลังอินกับบทถึงเพิ่งได้สติ เว่ยหยางที่เป็น "ศัตรูหัวใจ" ในเรื่องปรบมือคนแรก
"เล่นดีมากครับ ผมซึ้งจนน้ำตาจะไหล"
เดิมทีหยางหรงยังน้ำตาซึมเพราะอินกับบทเมื่อกี้ แต่พอเห็น "ลู่ซิงเหอ" ดีใจออกนอกหน้าขนาดนี้ ก็เริ่มจะกลั้นขำไม่อยู่
"นายดูจะทำใจได้เร็วนะ"
เว่ยหยางทำหน้างง "แล้วจะให้ทำไงครับ ให้ผมไปต่อยพี่เผิงเหรอ"
หยางหรงพูดไม่ออก แต่เธอก็รู้ว่าที่เว่ยหยางดีใจไม่ใช่เพราะพระนางในเรื่องได้ลงเอยกัน แต่เป็นเพราะถ่ายฉากนี้จบ "With You" ก็ปิดกล้องอย่างเป็นทางการแล้ว
"สุขสันต์วันปิดกล้อง!"
ปัง!
พลุกระดาษหลายอันถูกบิดออก กระดาษสีร่วงหล่นใส่พระนางและผู้กำกับ เว่ยหยางยังพาคนไปจุดพลุและประทัดอีกชุดใหญ่
ปี 2007 การควบคุมเรื่องจุดพลุประทัดในเซี่ยงไฮ้ยังไม่เข้มงวด ยิ่งเขตฉงหมิงอยู่นอกวงแหวนยิ่งไม่มีใครสนใจ
"จองร้านอาหารไว้แล้วนะ งานเลี้ยงปิดกล้องเริ่มทุ่มตรง มากันให้ครบนะทุกคน"
โปรดิวเซอร์ซุนเหว่ยตะโกนบอก เรียกเสียงเฮจากทุกคน คนที่เสร็จงานแล้วก็ชักชวนกันไปที่ร้านอาหาร ส่วนที่เหลือก็ช่วยกันเก็บอุปกรณ์และทำความสะอาด
เว่ยหยางอยู่คุมงาน ซุนเหว่ยเดินเข้ามาหาก่อนจะไป แอบยัดบัตรธนาคารใบหนึ่งใส่มือเขา
เว่ยหยางเก็บใส่กระเป๋ากางเกงอย่างแนบเนียน แล้วส่งสายตาเป็นคำถามไปที่ซุนเหว่ย อีกฝ่ายกระซิบเสียงเบา
"งบเหลืออยู่นิดหน่อย กับเงินที่ข้างล่างเซ่นไหว้มา ฉันช่วยขอส่วนของนายมาให้ รหัสเลขศูนย์หกตัว"
เว่ยหยางเข้าใจทันที เรื่องแบบนี้เป็นธรรมเนียมปกติ การถ่ายทำย่อมมีงบเกินบ้างเหลือกินบ้าง
กรณีงบเกินไม่พูดถึง แต่ถ้างบเหลือ ส่วนใหญ่จะส่งเงินก้อนใหญ่คืนบริษัท ส่วนเศษๆ ก็เอามาจัดการนิดหน่อย เพื่อให้ปิดบัญชีง่ายและทุกคนก็ได้ค่าขนมติดไม้ติดมือ
ส่วนเงินที่ข้างล่างเซ่นไหว้มา ส่วนใหญ่มาจากฝ่ายเสบียงหรือแผนกที่สามารถหาเศษหาเลยได้
ถ้าไม่มีเส้นใหญ่หนุนหลัง ปกติก็ต้องรู้จักทำตัวให้เป็นงาน ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ ต้องแบ่งให้บ้าง ส่วนจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับนิสัยส่วนตัวและปริมาณน้ำมันที่ตักตวงได้
อย่างซุนเหว่ยที่เป็นโปรดิวเซอร์ ต้องดูบัญชีทุกวัน เว่ยหยางเองก็ผ่านตาบิลค่าใช้จ่ายไม่น้อย พอจะคำนวณคร่าวๆ ได้ ถ้าให้น้อยเกินไปก็เท่ากับล่วงเกินกัน
เรื่องพวกนี้เบื้องบนไม่ใช่ไม่รู้ เซี่ยชงรู้แน่ๆ ประธานเจิ้งก็น่าจะพอรู้
น้ำใสเกินไปไร้ปลา!
สำหรับพวกเขา ขอแค่พนักงานทำงานออกมาดี ลูกน้องแบ่งเศษเงินกันนิดหน่อยไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่ข้อแม้คืออย่ากินมูมมามเกินไป แค่ซดน้ำแกงแทะกระดูกพอไหว แต่ถ้าจะกินเนื้อคำโต นั่นเท่ากับรนหาที่ตาย
ความจริงเว่ยหยางไม่อยากรับเงินก้อนนี้ ไม่ใช่เพราะซื่อสัตย์สุจริต แต่ไม่อยากให้เซี่ยชงและประธานเจิ้งมองไม่ดี แต่ซุนเหว่ยอุตส่าห์ช่วยขอมาให้ ถ้าเขาไม่รับก็เท่ากับหักหน้าซุนเหว่ย
"ขอบคุณครับพี่ซุน"
"พี่น้องกันไม่ต้องพูดเรื่องนี้"
ซุนเหว่ยเห็นเว่ยหยางรับไปก็ยิ้มแก้มปริ นอกจากเขาจะสนิทกับเว่ยหยางแล้ว
ที่สำคัญคือ ซุนเหว่ยรู้ว่าเว่ยหยางเป็นคนโปรดของประธานเจิ้ง แม้แต่เซี่ยชงก็ยังชื่นชม แถมเว่ยหยางยังเห็นบัญชีผ่านตาบ่อยๆ แม้จะไม่รู้ยอดรวมทั้งหมด แต่เพื่อความปลอดภัย ก็ต้องเอาเงินปิดปากไว้ก่อน
...
งานเลี้ยงปิดกล้องตอนค่ำ ประธานเจิ้งและเซี่ยชงก็มาร่วมงานด้วย ยังไงนี่ก็เป็นโปรเจกต์แรกของบริษัท ผู้บริหารย่อมให้ความสำคัญ
เว่ยหยางนั่งโต๊ะเดียวกับพวกเขา ไม่ต้องคอยรินชาเติมเหล้า แต่หน้าที่หลักคือช่วยกันเหล้าแทนประธานเจิ้งและเซี่ยชง
ล้อเล่นน่า บอสใหญ่สองคนมาถึงที่ นักแสดงและทีมงานจะไม่เข้ามาเสนอหน้ามาชนแก้วได้ยังไง
คนทั่วไปแค่จิบๆ พอเป็นพิธีก็ผ่านไปได้ แต่ก็มีหัวหน้าแผนกและนักแสดงหลักหลายคนที่ถือว่ามีความดีความชอบในกองถ่าย จะไม่ดื่มด้วยสักแก้วก็ดูจะแล้งน้ำใจเกินไป
ประธานเจิ้งยังพอไหว ถือเป็นเสือสมิงในสนามเหล้า พอถูไถไปได้ แต่เซี่ยชงนี่สิอาการหนัก ได้ยินว่าดื่มเบียร์สองขวดก็อ้วกแล้ว เลยต้องให้เว่ยหยางช่วย
"พี่หลวี่ ประธานเซี่ยกินยาแก้อักเสบมา ดื่มไม่ได้ เอาเป็นว่าพี่น้องเราดื่มกันสักแก้ว"
"พี่หลิว ขอบคุณที่พี่ช่วยดูแลมาตลอด ประธานเซี่ยดื่มไม่ไหว แต่ใจถึงกันก็พอ ผมดื่มเป็นเพื่อนพี่เอง"
"ฮ่าๆ พี่ฟู่ ประธานเจิ้งเพิ่งซัดไปหลายแก้ว ให้แกพักหน่อย ผมดื่มกับพี่เอง แก้วนี้ผมเทหมดหน้าตัก"
"..."
แก้วในร้านอาหารขนาดประมาณหนึ่งตำลึง (50 มล.) ดื่มกันแบบแก้วต่อแก้ว ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เหล้าเทียนจือหลาน ดีกรี 52 หมดไปสองขวด เว่ยหยางยังสีหน้าปกติ แค่เสียงดังขึ้นนิดหน่อย
คนที่มาชนแก้วต่างพากันอึ้ง พระเจ้าช่วย นี่มันคอเหล้าหรือคอกระบือ ดื่มเหล้าเหมือนดื่มน้ำเลยเหรอ?
ประธานเจิ้งเห็นดังนั้นก็หัวเราะร่า ตบไหล่เว่ยหยางอย่างภาคภูมิใจ
"เสี่ยวเว่ยคือคนที่คอแข็งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา ฉันเห็นกับตาว่าเขาซดเรมี่ มาร์ตินไปหลายขวด เดินยังไม่เซเลย"
เว่ยหยางไม่ค่อยดื่มในกองถ่าย ต่อให้มีปาร์ตี้ คนอื่นก็ไม่กล้ามอมเหล้าเขา ส่วนใหญ่รู้แค่ว่าเขาคอแข็ง แต่ไม่นึกว่าจะแข็งโป๊กขนาดนี้
"จุดพีคของนายคือเท่าไหร่"
"ไก่อ่อน" อย่างเซี่ยชงอดสงสัยไม่ได้ เว่ยหยางตอบแบบกั๊กๆ "ไม่เคยลองของจริงครับ แต่น่าจะประมาณ 4-5 ชั่ง (2-2.5 ลิตร)"
ถึงระดับนั้น ต่อให้ไม่เมา ก็คงจุกน้ำตาย คนที่นั่งดื่มด้วยกันคงร่วงไปหมดแล้ว
เว่ยหยางไม่ได้มีรสนิยมชอบทรมานตัวเอง ไม่จำเป็นต้องดื่มจนอ้วกเพื่อหาจุดลิมิต
หลังจากกันท่าคนที่มาชนแก้วประธานเจิ้งกับเซี่ยชงไปได้ เว่ยหยางกินกับข้าวไปสองสามคำ ก็ไม่ได้นั่งเฉย ถือขวดเทียนจือหลานเดินไปชนแก้วเองบ้าง
เริ่มจากบอสใหญ่ทั้งสองเจิ้งและเซี่ย ต้องแสดงความเคารพ
ผู้กำกับหลิวจวิ้นเจี๋ย ที่คอยดูแลเขามาตลอด ต้องจัดไปสองแก้ว
ซุนเหว่ยก็ดีกับเขามาก ไม่ดื่มไม่ได้
อาจารย์ฟ่านหมิงคอยชี้แนะ ต้องดื่มขอบคุณ
หัวหน้าแผนกต่างๆ ล้วนเป็นคอนเนกชั่น ต้องเวียนให้ครบ
นักแสดงหลักทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง ดื่มอำลาและอวยพรกันสักแก้ว
...
คนที่คอยจับตาดูเว่ยหยางอยู่ถึงกับหนังหัวชา รอบนี้รวมๆ แล้วน่าจะกดไปอีกชั่งครึ่ง (750 มล.)
แม้เว่ยหยางจะหน้าแดงขึ้นมาบ้าง แต่กิริยายังสำรวม แววตายังใสแจ๋ว ร่างกายไม่มีโอนเอนแม้แต่น้อย
ทุกคนยอมใจแล้ว!
ใครๆ ก็เคยได้ยินตำนานคอทองแดง ดื่มได้เป็นสิบชั่ง พันแก้วไม่เมา แม้เว่ยหยางจะยังไม่ถึงขั้นเวอร์วังขนาดนั้น แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็เป็นของจริงไม่อิงนิยาย
แต่เว่ยหยางก็เป็นคน ไม่ใช่เทพเจ้า ถึงจะไม่ร่วง แต่ดื่มน้ำลงไปหลายชั่ง ก็ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำไปปล่อยน้ำออกบ้าง
พอออกจากห้องน้ำ ก็เจอหยางหรงที่เดินตามมาเตือนด้วยความเป็นห่วง
"ต่อให้นายคอแข็ง ก็ไม่ควรดื่มขนาดนี้ มันทำลายสุขภาพ เดี๋ยวฉันจะให้ครัวทำโจ๊กมาให้รองท้องหน่อย"
"ไม่ต้องหรอก ดื่มครบทุกคนแล้ว ไม่ดื่มเพิ่มแล้ว บนโต๊ะมีซุปอยู่"
เว่ยหยางไม่ใช่คนไม่รู้ดีรู้ชั่ว เขารู้ว่าเหล้าไม่ดีต่อสุขภาพ ถ้าถึงลิมิตเขาจะไม่ฝืนเด็ดขาด ชาติที่แล้วเขาตรวจสุขภาพทุกปี เน้นตรวจตับ กระเพาะ หลอดอาหาร
การดื่มเหล้าเป็นแค่เครื่องมือเข้าสังคมของเขา เขาไม่ได้ติดเหล้า นอกจากวงเหล้า ปกติแทบไม่แตะ
ตอนนี้เป็นช่วงไต่เต้า เลยต้องจำใจฝืนทำเพื่อสร้างผลงาน รอให้มีตำแหน่งใหญ่โต ไม่อยากดื่มก็ไม่มีใครกล้าบังคับ
อุตส่าห์ดวงเฮงได้เกิดใหม่ เว่ยหยางรักชีวิตตัวเองจะตาย...
"นายรู้ลิมิตตัวเองก็ดี นายยังหนุ่ม อย่าใจร้อนเกินไป"
หยางหรงเตือนอีกสองสามประโยค เว่ยหยางพยักหน้ารับคำ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่คนที่หวังดีกับเขา เขาจะไม่เถียงกลับเด็ดขาด
พอกลับมาที่โต๊ะอาหาร เว่ยหยางก็ไม่ได้เดินไปชนแก้วกับใครอีก แค่ดื่มรวมพร้อมกันตอนจบงานอีกสองแก้ว
...
"มองดูเกือกม้าเหล็กกล้า ย่ำไปทั่วภูผาธาราหมื่นลี้ ฉันยืนอยู่บนยอดคลื่น พลิกหมุนตะวันและจันทรา..."
ในห้องคาราโอเกะ ประธานเจิ้งโอบเอวเสิ่นเถียนเถียน แหกปากร้องเพลงสุดเสียง แม้เสียงจะเหมือนเป็ดโดนเชือด แต่ก็ยังได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว
กินเลี้ยงเสร็จ ประธานเจิ้งผู้รักความครื้นเครงก็เสนอให้ไปต่อ เรียกระดมพลมาแหกปากร้องเพลง
แกกอดสาวร้องเพลงอย่างเมามัน ส่วนเว่ยหยาง เซี่ยชง และผู้กำกับหลิว นั่งปรบมือเชียร์พลางคุยเรื่องงาน
แม้จะคออ่อน แต่ความเป็นมืออาชีพของเซี่ยชงนั้นไร้ที่ติ เขาหาผู้ซื้อที่มีศักยภาพสำหรับ "With You" ไว้แล้ว
"หูหนานทีวีค่อนข้างสนใจ ฐานคนดูของพวกเขาเป็นวัยรุ่น ชอบแนวนี้ ส่วนเซี่ยงไฮ้ทีวี ผมก็ให้คนติดต่อไว้แล้ว แม้จะยังไม่ตอบตกลง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ"
เซี่ยชงเล่าถึงสองช่องหลักที่สนใจ ตลาดละครตอนนี้ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว การจะเอาละครขึ้นฉายช่องดาวเทียมไม่ได้ยากเหมือนยุคหลัง
แต่ถ้าไม่ใช่โปรเจกต์ฟอร์มยักษ์ ละครทั่วไปโอกาสได้ฉายรอบแรกบนช่องดาวเทียมเลยมีน้อย เซี่ยชงมีความตั้งใจชัดเจน
"หาช่องท้องถิ่นลองฉายดูก่อนเก็บกระแสและเรตติ้ง แล้วค่อยพิจารณาเรื่องขึ้นดาวเทียม"
นี่เป็นสูตรสำเร็จของละครยุคนั้น
อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย ช่องท้องถิ่นครอบคลุมพื้นที่จำกัด การฉายล่วงหน้าจึงไม่ทำให้เนื้อหาหลุดรอดไปมากนัก ถือเป็นการชั่งน้ำหนักดูคุณภาพของละคร
ถ้าเรตติ้งและกระแสตอบรับดี ช่องดาวเทียมก็จะยอมซื้อ แถมผู้ผลิตยังโก่งราคาได้
ละครฮิตหลายเรื่องก็ผ่านเส้นทางนี้มาทั้งนั้น จนกระทั่งยุคแพลตฟอร์มออนไลน์รุ่งเรือง
ละครถ้าไม่ขึ้นดาวเทียม ก็ลงเว็บ บทบาทของช่องท้องถิ่นลดลงฮวบฮาบ วิธีการนี้ถึงค่อยๆ หายไป
ด้วยคอนเนกชั่นของเซี่ยชง การขึ้นดาวเทียมเลยอาจจะยาก แต่หาช่องท้องถิ่นลองฉายน่ะเรื่องหมูๆ
"ถ้าตัดต่อราบรื่น ปลายปีนี้น่าจะได้ลองฉาย"
"With You" จำนวนตอนน้อย ถ่ายทำตามลำดับเรื่อง การตัดต่อไม่ซับซ้อน เวลาเหลือเฟือ
"มาครับ ประธานเซี่ย ผู้กำกับหลิว ขอให้เรตติ้งถล่มทลาย"
เว่ยหยางยกเบียร์ในมือขึ้น หลิวจวิ้นเจี๋ยและเซี่ยชงก็ชนแก้วด้วย
ไม่ว่าจะมองในมุมไหน ผลประโยชน์ของทั้งสามคนในเรื่องนี้ตรงกันเป๊ะ ยิ่ง "With You" ดังเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งได้ประโยชน์มากเท่านั้น...
[จบแล้ว]