- หน้าแรก
- วิถีเซียนคนยาก พลิกชะตาด้วยมานะตน
- บทที่ 340 - แยกทาง
บทที่ 340 - แยกทาง
บทที่ 340 - แยกทาง
บทที่ 340 - แยกทาง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
สวีชุนเหนียงมีสีหน้าเรียบเฉย หลังจากผ่านเรื่องราวมามากมายขนาดนี้ การทำภารกิจให้สำเร็จกลับกลายเป็นเรื่องสำคัญน้อยที่สุดไปแล้ว
อีกอย่าง... นางเหลือบตามองจูเก๋ออวิ๋นแวบหนึ่ง
"ศิษย์พี่ที่เป็นผู้นำทีมยังไม่กังวล ข้าจะมีอะไรให้ต้องกังวลเล่า"
หากภารกิจไม่สำเร็จ พวกเขาทั้งสี่คนย่อมได้รับผลกระทบ แต่เขาในฐานะศิษย์พี่ผู้นำทีม ผลกระทบที่ได้รับย่อมมีแต่จะมากกว่าไม่มีทางน้อยกว่า
จูเก๋ออวิ๋นอดไม่ได้ที่จะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ความจริงเขาได้แอบหาโอกาสไปภูเขาเฟิงคู และสังหารสัตว์อสูรกลืนปราณมาแล้ว
อย่างไรเสียศิษย์น้องทั้งหลายก็เสียเวลาเพราะเขา จะให้พวกเขาพลอยเดือดร้อนภารกิจล้มเหลวไปด้วยไม่ได้
ที่พูดไปเมื่อครู่ ก็แค่หยั่งเชิงดูปฏิกิริยาของศิษย์น้องสวีเท่านั้น
จูเก๋ออวิ๋นไม่เล่นลิ้นอีกต่อไป หยิบกล่องหยกใบหนึ่งออกมาเปิด พลังปราณอันน่าตื่นตะลึงแผ่ออกมาจากข้างใน
"มุกกลืนปราณ!"
ทุกคนจำที่มาของมุกสีขาวในกล่องหยกได้ในทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนยินดี
มุกกลืนปราณคือตันเถียนของสัตว์อสูรกลืนปราณ มีของสิ่งนี้อยู่ ภารกิจครั้งนี้ก็นับว่าสำเร็จแล้ว
จูเก๋ออวิ๋นเก็บมุกกลืนปราณ "ทีนี้พวกเจ้าคงวางใจได้แล้วสินะ?"
ฮั่วชุนเยี่ยนดีใจได้ครู่หนึ่ง ก็เริ่มลังเล
"แต่ว่าสัตว์อสูรกลืนปราณตัวนี้ศิษย์พี่เป็นคนฆ่า พวกเราไม่ได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้ เอามาส่งภารกิจแบบนี้ จะไม่ผิดกฎหรือ..."
"ไม่เป็นไร"
ในเมื่อจูเก๋ออวิ๋นหยิบของสิ่งนี้ออกมา ย่อมพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ไว้แล้ว
"สิ่งที่เรียกว่าภารกิจชี้นำ โดยเนื้อแท้แล้วก็คือการฝึกฝนของเด็กใหม่ ความก้าวหน้าของพวกเจ้าในระหว่างการฝึกฝนต่างหากที่สำคัญที่สุด ข้าในฐานะผู้นำทีม การช่วยเหลือพวกเจ้าทำภารกิจให้สำเร็จถือเป็นเรื่องที่พึงกระทำ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็คลายความกังวลและความไม่สบายใจ ติดตามจูเก๋ออวิ๋นเหาะกระบี่มุ่งหน้าสู่สำนัก
หลังจากที่พวกเขจากไป ภายในห้องลับใต้ดินแห่งหนึ่งของจวนเจ้าเมือง
ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำในชุดคลุมดำลืมตาขึ้น มองไปที่คนข้างกาย น้ำเสียงเจือความไม่พอใจ
"ปล่อยมดปลวกพวกนั้นไปแบบนี้รึ? นอกจากผู้ฝึกตนหญิงสองคนที่ติดวิญญาณมารแล้ว คนอื่นฆ่าทิ้งให้หมดก็ได้นี่นา"
ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำที่นั่งตรงข้ามกับเขามีใบหน้าสงบเยือกเย็น เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ริมฝีปากก็ยกยิ้มขึ้น เขาคือ 'อู๋เซี่ยงจื่อ' ศิษย์เอกของนักพรตฮุ่นหยวนนั่นเอง
"เจ้าก็บอกเองว่าเป็นแค่มดปลวก อยากฆ่าเมื่อไหร่ก็ฆ่าได้ แล้วจะทำเรื่องให้ยุ่งยากแหวกหญ้าให้งูตื่นทำไม เหลือคนไว้บ้าง จะได้ช่วยให้วิญญาณมารแฝงตัวได้ง่ายขึ้น ไม่ให้สำนักเสวียวยาวสงสัย"
ผู้ฝึกตนชุดดำแม้จะยังไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
"เจ้าอุตส่าห์มาหาถึงที่ คงไม่ได้มาเพื่อเรื่องเล็กน้อยแค่นี้กระมัง?"
"ย่อมไม่ใช่ ข้าแค่สงสัยว่าวิธีของเจ้าจะได้ผลจริงหรือไม่ อย่ามาเกิดปัญหาตอนช่วงเวลาสำคัญก็แล้วกัน"
มุมปากของอู๋เซี่ยงจื่อประดับรอยยิ้ม ในแววตาที่สงบเยือกเย็นปรากฏไอสังหารวูบหนึ่ง แล้วจางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
ผู้ฝึกตนชุดดำหน้าขรึมลง "เจ้ากำลังสงสัยข้า? ผู้ฝึกตนหญิงที่ชื่อซ่างกวนเสวี่ยก่อนหน้านี้ ยังไม่พอพิสูจน์ความสามารถของข้าอีกหรือ?"
"ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าเชื่อว่านางถูกวิญญาณมารควบคุมโดยสมบูรณ์แล้ว ที่ข้าหมายถึงคืออีกคนต่างหาก ว่าไปแล้วตั้งแต่นางถูกฝังวิญญาณมาร จนถึงตอนนี้ก็เจ็ดเดือนเต็มแล้วนะ"
อู๋เซี่ยงจื่อยังคงยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน เพียงแต่ตอนพูดถึงเจ็ดเดือน เขาเน้นเสียงหนักขึ้น
บนใบหน้าของผู้ฝึกตนชุดดำฉายแววอับอายระคนโกรธ เขาเคยคุยโวไว้ว่าผู้ที่ถูกวิญญาณมารเข้าสิง เพียงแค่สามถึงห้าเดือน ก็จะหายสาบสูญไปจากโลกใบนี้อย่างเงียบเชียบ
แต่ซ่างกวนเสวี่ยยื้อมาได้ถึงสองปีถึงถูกควบคุม ซ้ำผู้ฝึกตนหญิงคนนั้นยังทนมาได้ถึงเจ็ดเดือนแล้ว ช่างเหนือความคาดหมายของเขาจริงๆ
เขาขมวดคิ้ว "บางทีนางอาจมีดวงจิตแข็งแกร่ง จิตใจแน่วแน่ จึงใช้เวลานานกว่าปกติ ผู้ฝึกตนหญิงคนนั้นแม้ระดับพลังจะไม่โดดเด่น แต่ก็เป็นคนที่มีชื่อบนทำเนียบชิงอวิ๋น"
ในแววตาของอู๋เซี่ยงจื่อฉายแววเข้าใจ
"ถ้าอย่างนั้น ก็พอฟังขึ้น แต่ช่วงนี้ความเร็วในการสร้างวิญญาณมารของเจ้าดูเหมือนจะช้าลงมาก เจออุปสรรคอะไรรึเปล่า?"
"อืม จิตสัมผัสถูกใช้ไปมาก ข้าต้องการของที่ช่วยฟื้นฟูจิตสัมผัสเพิ่ม"
ผู้ฝึกตนชุดดำลังเลเล็กน้อย ก่อนจะยื่นข้อเรียกร้อง
"เรื่องเล็กน้อย ข้าจะให้คนเอาของที่เจ้าต้องการมาส่งให้ หึหึ อย่างไรเสียเราก็ยังมีเวลา ค่อยๆ เล่นกับพวกมันไป"
อู๋เซี่ยงจื่อหัวเราะสดใส ก้าวเดินออกจากห้องหิน
มองแผ่นหลังที่หายลับไปของอีกฝ่าย ผู้ฝึกตนชุดดำค่อยๆ ยกมุมปากขึ้น แววตาฉายความมืดมน เมื่อประตูห้องหินปิดลง ความเงียบสงัดก็กลับคืนมาอีกครั้ง
เมื่อบทสนทนาของทั้งสองจบลง กลุ่มของสวีชุนเหนียงทั้งหกคนก็บินห่างจากเมืองฮุ่นหยวนออกไปเรื่อยๆ
หลังจากมั่นใจว่าระยะทางไกลพอแล้ว จูเก๋ออวิ๋นที่ขึงเครียดมาตลอดก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก หยิบยันต์สื่อสารสีม่วงออกมา ส่งกระแสจิตเข้าไป
ไม่นานยันต์สื่อสารก็สั่นไหวตอบรับ
จูเก๋ออวิ๋นกระตือรือร้นขึ้นมาทันที นำทุกคนเปลี่ยนเส้นทางมุ่งไปอีกทิศทางหนึ่ง
คนอื่นๆ สบตากัน ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องอ้อมเส้นทาง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก ได้แต่ติดตามไปอย่างว่านอนสอนง่าย
บินไปได้ราวครึ่งชั่วยาม จูเก๋ออวิ๋นก็นำทุกคนร่อนลงในป่าทึบแห่งหนึ่ง
คนในป่าสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหว จึงปรากฏกายออกมา
เมื่อเห็นผู้มาเยือน จ้าวสิงซานตะลึงงันไปครู่หนึ่ง แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา รีบก้าวเข้าไปทำความเคารพอย่างตื่นเต้น
"คารวะผู้อาวุโสจาง ผู้อาวุโสโม่!"
คนอื่นๆ ได้สติ ก็รีบประสานมือคารวะกันถ้วนหน้า
ส่วนศิษย์ที่อยู่ข้างกายผู้อาวุโสทั้งสอง ซึ่งเป็นระดับสร้างรากฐานเหมือนกัน พวกเขาจึงไม่ได้ทำความเคารพเป็นพิเศษ
จางรั่วซวีโบกมือ ยิ้มกล่าว "ไม่ต้องมากพิธี"
ในแววตาของจ้าวสิงซานยังมีความสงสัย เหตุใดผู้อาวุโสในสำนักถึงสองท่านจึงมาปรากฏตัวที่นี่ คงไม่ได้มารับพวกเขาหรอกนะ?
คนอื่นก็สงสัยเช่นกัน มีเพียงจูเก๋ออวิ๋นและซ่างกวนเสวี่ยที่มีสีหน้าเรียบเฉย คล้ายรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว
จูเก๋ออวิ๋นส่งเสียงทางจิตคุยกับจางรั่วซวี จากนั้นก็ส่งกล่องหยกที่มีมุกกลืนปราณให้ซ่างกวนเสวี่ย แล้วหันไปมองเหล่าศิษย์น้อง
"ข้ายังมีธุระอื่นต้องทำ พวกเจ้าติดตามศิษย์น้องซ่างกวนกลับไปรายงานตัวที่สำนัก ศิษย์น้องสวีอยู่ต่อ ไปกับข้า"
ซ่างกวนเสวี่ยรับกล่องหยกไป พลันชะงักเมื่อได้ยินคำสั่ง
นางไม่มีข้อโต้แย้งกับการจัดแจงของจูเก๋ออวิ๋น การฝึกฝนครั้งนี้นางพาเพื่อนร่วมสำนักออกมาแล้วตายกันหมด
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือความรู้สึก นางจำเป็นต้องกลับไปให้คำอธิบายกับสำนัก
แต่สวีชุนเหนียง ทำไมถึงไม่กลับสำนักไปพร้อมนาง? ทั้งที่นางถูกวิญญาณมารเข้าสิง เป็นตัวอันตรายอย่างยิ่ง...
ส่วนเรื่องที่ศิษย์พี่จูเก๋อจะไปทำนั้นสำคัญมาก ไม่อาจให้มีความผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น
ซ่างกวนเสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย "ศิษย์พี่ ให้ศิษย์น้องสวีกลับสำนักไปพร้อมข้าไม่ดีกว่าหรือ?"
"ไม่ต้อง ให้นางไปกับข้าก็พอ"
"แต่ว่า นาง..."
ขณะที่นางกำลังลังเลว่าจะพูดเรื่องวิญญาณมารออกมาดีหรือไม่ จู่ๆ ก็ถูกขัดจังหวะ
"ศิษย์น้องซ่างกวน เจ้าควรไปได้แล้ว จำภารกิจของเจ้าไว้ให้ดี"
สีหน้าของจูเก๋ออวิ๋นเรียบเฉย อ่านอารมณ์ไม่ออก
"ข้าเข้าใจแล้ว"
ซ่างกวนเสวี่ยไม่ได้พูดอะไรอีก นำฮั่วชุนเยี่ยนและอีกสองคนมุ่งหน้ากลับสำนัก
ส่วนเรื่องที่จูเก๋ออวิ๋นยืนกรานจะพาสวีชุนเหนียงไปด้วยนั้น ผู้อาวุโสโม่ทำท่าทางไม่ยี่หระ บนใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มเกียจคร้าน
เด็กหนุ่มหน้ากลมข้างกายเขา ขยิบตาให้สวีชุนเหนียงอย่างทะเล้น ท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่อง
[จบแล้ว]