เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180 - ป้ายสีให้คนอื่นรับเคราะห์

บทที่ 180 - ป้ายสีให้คนอื่นรับเคราะห์

บทที่ 180 - ป้ายสีให้คนอื่นรับเคราะห์


บทที่ 180 - ป้ายสีให้คนอื่นรับเคราะห์

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ปทุมชำระใจนับเป็นของวิเศษระดับสาม สามารถช่วยคุ้มครองจิตใจให้ผ่องใสและต้านทานการรุกรานของจิตมารในยามที่ผู้ฝึกตนกำลังทะลวงด่าน เป็นของหายากยิ่งในโลกภายนอก

คนโง่เท่านั้นที่จะยอมยกของวิเศษที่ได้มาอยู่ในมือแล้วให้คนอื่น

สวีชุนเหนียงไม่พูดพร่ำทำเพลง ร่างกายถอยร่นไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ได้เม็ดบัวมาหนึ่งในเก้าเม็ดก็นับว่าเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่แล้ว จำเป็นต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

กู่เล่อเทียนเห็นดังนั้น หางตาก็เหลือบมองไปทางอื่นแวบหนึ่ง ภายในถ้ำหินปูนเวลานี้เกิดการตะลุมบอนกันวุ่นวายไปหมด

เขาคิดคำนวณเพียงครู่เดียว ก็ตัดสินใจติดตามผู้ฝึกตนหญิงนางนั้นออกจากถ้ำไปทันที ปทุมชำระใจเม็ดนี้ เขาจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด

สวีชุนเหนียงออกจากถ้ำหินปูนแล้ว ก็ใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยานไปข้างหน้า แต่น่าเสียดายที่ภายในถ้ำมีทางเดินแคบยาวคดเคี้ยวมากมาย ทำให้ออกท่วงท่าได้ไม่เต็มที่ ระยะห่างจึงถูกร่นเข้ามาเรื่อยๆ

จนกระทั่งนางออกมาจากถ้ำ ก็ถูกคนที่ตามมาด้านหลังไล่กวดทันจนได้

เมื่อเห็นว่าผู้ฝึกตนหญิงยังคิดจะหนี กู่เล่อเทียนก็พลิกฝ่ามือเรียกอาวุธวิญญาณรูปร่างคล้ายโคมไฟโบราณสีเขียวออกมา กระตุ้นให้เกิดแสงสีเขียวเรืองรองสายหนึ่ง ส่องตรงไปยังผู้ฝึกตนหญิงเบื้องหน้า

โคมหยกเขียวนี้เป็นอาวุธวิญญาณระดับสอง อานุภาพร้ายแรงน่าตื่นตะลึง เป็นของวิเศษที่อาจารย์มอบให้เขาก่อนจะเข้ามาในแดนเสี่ยวเจ๋อ

เมื่อครู่นี้ตอนที่สู้กับมังกรวารี เขาก็อาศัยของสิ่งนี้เผาร่างมังกรจนเกิดบาดแผลหลายแห่ง

สวีชุนเหนียงหนังตากระตุก สัมผัสได้ถึงอันตรายใหญ่หลวง ไม่กล้ารับการโจมตีนี้ตรงๆ จึงพลิกตัวหลบหลีก

แสงสีเขียวเรืองรองนั้นตกกระทบลงบนจุดที่นางเคยยืนอยู่ เผาผลาญดินหินบริเวณนั้นจนกลายเป็นเถ้าถ่านลึกลงไปหลายนิ้วในพริบตา

สวีชุนเหนียงลอบตระหนกในใจ อาวุธวิญญาณรูปโคมไฟโบราณนั่น เกรงว่าอานุภาพคงเกินขอบเขตของอาวุธวิญญาณระดับหนึ่งไปแล้ว

กู่เล่อเทียนเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น ในขณะที่กำลังจะโจมตีซ้ำ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวผิดปกติมาจากทางถ้ำ

ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน ได้ยินเพียงเสียงระเบิดตูมใหญ่ ปากถ้ำระเบิดออก ร่างเงาหลายสายพุ่งหนีตายออกมาจากข้างใน

หลังจากคนกลุ่มนี้หนีออกมา ก็มีคนอีกหลายกลุ่มตามออกมา ส่วนหนึ่งรีบจากไปทันทีโดยไม่ลังเล แต่คนส่วนใหญ่กลับรั้งรออยู่ จับจ้องไปที่ปากถ้ำเขม็ง เหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง

ศิษย์กลุ่มสุดท้ายที่ออกมา บนใบหน้ายังฉายแววหวาดผวา เหมือนได้เห็นภาพที่เหลือเชื่อบางอย่าง

"มังกรวารีคลั่งแล้ว มันกินคนด้วย!"

"กลืนทั้งคนทั้งปทุมชำระใจลงไปพร้อมกันเลย น่ากลัวเกินไปแล้ว"

"เป็นเพราะพวกเรามัวแต่แย่งชิงปทุมชำระใจกันเอง จนเปิดช่องว่างให้พวกมัน ไม่งั้นหากเรารวมพลังกัน มีหรือจะแพ้สัตว์อสูรแค่สองตัว"

"เม็ดบัวมีทั้งหมดเก้าเม็ด สุดท้ายไม่ได้มาสักเท่าไหร่ กลับมีศิษย์ร่วมสำนักต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ตั้งหลายคน"

ศิษย์พี่หญิงจินแห่งยอดเขากระบี่นิลก็มีสีหน้าย่ำแย่เช่นกัน ตอนนั้นอีกนิดเดียวนางก็จะถูกมังกรวารีกลืนลงท้องทั้งเป็นแล้ว ยังดีที่นางไหวตัวทัน ยอมทิ้งเม็ดบัวที่ได้มา ถึงรอดตายมาได้

สวีชุนเหนียงฟังคำพูดของคนรอบข้างก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

หลังจากนางออกจากถ้ำ มังกรวารีก็เริ่มแย่งชิงปทุมชำระใจคืน ต่อหน้าสัตว์อสูรระดับสร้างรากฐาน เหล่าผู้ฝึกตนที่ต่างคนต่างสู้ย่อมไม่ใช่คู่มือ จึงถูกชิงเม็ดบัวไป

คนที่ไม่ยอมตัดใจทิ้งเม็ดบัว ก็ถูกมังกรวารีกลืนลงท้องไปตรงๆ

เมื่อนึกถึงคนกลุ่มแรกที่หนีออกไป นางก็พอจะเดาได้ คนพวกนั้นน่าจะได้ปทุมชำระใจมาแล้วเห็นท่าไม่ดี จึงอาศัยช่วงชุลมุนหนีออกจากถ้ำไปก่อน

ในบรรดาคนที่ยังอยู่ตรงนี้ ผู้ที่มีปทุมชำระใจอยู่ในครอบครอง คงเหลือแค่นางเพียงคนเดียว

หากให้คนพวกนี้รู้ความจริงเข้า เกรงว่าเม็ดบัวเม็ดนี้ของนางก็คงรักษาไว้ไม่ได้

ความคิดในหัวของสวีชุนเหนียงหมุนเร็วรี่ นางเงยหน้ามองกู่เล่อเทียนแล้วเอ่ยเสียงดัง "ศิษย์พี่กู่ ในเมื่อท่านได้ปทุมชำระใจไปแล้ว ไยต้องบีบคั้นกันอีก จะไม่เห็นแก่ความเป็นศิษย์ร่วมสำนัก กะจะฆ่าแกงให้ตายกันไปข้างเลยหรือ"

คำพูดของนางดึงดูดความสนใจของทุกคนในทันที สายตาที่คนอื่นๆ (ยกเว้นคนจากยอดเขาโอสถ) มองกู่เล่อเทียนเปลี่ยนไปเป็นสายตาที่มีความหมายแอบแฝงทันที

กู่เล่อเทียนทั้งโกรธทั้งร้อนรน โกรธจนหัวเราะออกมา "เม็ดบัวปทุมชำระใจอยู่กับเจ้ามาตลอดไม่ใช่หรือไง จะมาอยู่ที่ข้าได้ยังไง"

สวีชุนเหนียงแสร้งทำสีหน้าตกใจ "ศิษย์พี่กู่ ท่านพูดอะไรเช่นนั้น เมื่อครู่ไม่ใช่ท่านหรอกหรือที่ข่มขู่ข้าว่า ให้ส่งเม็ดบัวมาแล้วจะไว้ชีวิต ข้ายอมรับว่าตอนแรกข้าไม่ยินยอม แต่พอถูกท่านไล่ตามทัน เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ นี้ไว้ ข้าก็ได้มอบเม็ดบัวให้ท่านไปแล้วนี่นา"

ทุกคนเห็นฉากนี้แล้ว มีหรือจะไม่เข้าใจ ชัดเจนว่ากู่เล่อเทียนแย่งชิงเม็ดบัวไปแล้ว แต่ยังพยายามแกล้งทำเป็นว่าตัวเองไม่มีของ เพื่อหลอกลวงพวกเขา

ศิษย์พี่หญิงถังแห่งยอดเขาพันกลแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "กู่เล่อเทียน เจ้าจะมาแกล้งไขสืออะไรตรงนี้ ใครๆ เขาก็รู้ว่าเจ้าน่ะเล่ห์เหลี่ยมเยอะที่สุด เลิกพล่ามไร้สาระแล้วรับมือซะ!"

พูดจบ นางก็ถือจานค่ายกล ขับเคลื่อนธงค่ายกลพุ่งเข้าใส่กู่เล่อเทียน

หลายคนก็เริ่มขับเคลื่อนอาวุธวิญญาณ ทุบตีใส่กู่เล่อเทียนเช่นกัน

พวกเขาอัดอั้นตันใจด้วยความโกรธแค้นมานานแล้ว มีอคติกับหมอนี่เป็นทุนเดิม พอรู้ว่าปทุมชำระใจอยู่ในมือเขา การลงมือจึงไม่มีความปรานีแม้แต่น้อย

กู่เล่อเทียนหน้าเปลี่ยนสี "ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่าน อย่าไปฟังนางพูดเหลวไหล ปทุมชำระใจอยู่กับนาง ข้าไม่ได้โกหกพวกท่านนะ!"

ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมา มีเพียงการโจมตีจากอาวุธวิญญาณนานาชนิด

ต่อให้เขามีของวิเศษระดับสูงอยู่ในมือ แต่ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่อาจรับมือการโจมตีรอบทิศทางไหว

ศิษย์พี่หญิงจินแห่งยอดเขากระบี่นิลไม่ได้ผลีผลามลงมือ แต่มองสวีชุนเหนียงด้วยสายตาครุ่นคิด

ศิษย์หญิงคนนี้หน้าตาไม่คุ้น ไม่รู้ว่าเป็นศิษย์ยอดเขาไหน

แม้ปากนางจะบอกว่าปทุมชำระใจถูกกู่เล่อเทียนแย่งไปแล้ว แต่เรื่องทั้งหมดนี้อาจจะเป็นละครฉากหนึ่งที่นางสร้างขึ้นมาเองก็ได้ ความจริงเป็นเช่นไร มีเพียงศิษย์หญิงคนนี้กับกู่เล่อเทียนสองคนเท่านั้นที่รู้

เช่นเดียวกับศิษย์พี่หญิงจิน อีกหลายคนที่มีความคิดตรงกัน พวกเขายังไม่รีบร้อนลงมือกับกู่เล่อเทียน แต่ใช้สายตาสำรวจมองไปมาระหว่างสองคนนี้ เหมือนต้องการแยกแยะว่าใครพูดจริงใครพูดเท็จ

ปฏิกิริยาของทุกคน สวีชุนเหนียงเก็บรายละเอียดไว้ในสายตาทั้งหมด ขอเพียงคนส่วนใหญ่เชื่อคำพูดของนางก็พอแล้ว

อาศัยจังหวะที่คนอื่นๆ กำลังรุมกินโต๊ะกู่เล่อเทียน นางก็ค่อยๆ ถอยร่นไปด้านหลัง แล้วใช้วิชาหลบหนีจากไปอย่างเงียบเชียบ

มีคนตาดีไม่กี่คนที่คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของนางอยู่ตลอด เห็นดังนั้นก็ไม่กระโตกกระตาก แอบสะกดรอยตามไปเงียบๆ

กู่เล่อเทียนที่อยู่กลางวงล้อม ได้รับความช่วยเหลือจากศิษย์ยอดเขาโอสถจนพอจะได้หายใจหายคอ กำลังจะหันมาเผชิญหน้ากับสวีชุนเหนียง แต่พอกวาดตามองไปกลับไม่เห็นเงาของผู้ฝึกตนหญิงนางนั้นแล้ว เขาโกรธจนแทบกระอักเลือด

เขาถูกคนรุมยำอยู่ที่นี่ แต่นังผู้หญิงคนนั้นกลับฉวยโอกาสหนีไปดื้อๆ!

กู่เล่อเทียนโกรธจัดจนปากพล่อยด่ากราด "ไอ้พวกสวะ คนที่เอาปทุมชำระใจไปจริงๆ หนีไปแล้ว พวกเจ้าไม่ไปตามล่านาง แต่กลับมารุมตีข้าเนี่ยนะ!"

สิ้นเสียงลง คนอื่นๆ กลับยิ่งลงมือหนักกว่าเดิม

เป็นเพราะภาพลักษณ์จอมวางแผนของกู่เล่อเทียนฝังรากลึกในใจผู้คนไปแล้ว คนเหล่านี้ปักใจเชื่อว่าเม็ดบัวอยู่ที่เขา ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็เป็นแค่การแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

ศิษย์ยอดเขาหลักและยอดเขาสร้างศาสตรายืนอยู่ด้านข้าง ทำหูทวนลมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือของกู่เล่อเทียน

พวกเขาก็มีน้ำโหกับหมอนี่ไม่น้อย อุตส่าห์ถ่อมาตั้งไกลเพราะข่าวปทุมชำระใจ ผลสุดท้ายไม่ได้อะไรติดมือ แถมศิษย์น้องยังต้องมาตายไปตั้งหลายคน

ถ้ารู้แบบนี้ สู้ทิ้งยอดเขาโอสถแล้วลุยเดี่ยวเองยังจะดีซะกว่า

กู่เล่อเทียนตกอยู่ในนรกทั้งเป็น ซึ่งสวีชุนเหนียงที่เป็นต้นเหตุหาได้รู้สึกกดดันใดๆ ไม่

เขาลงมือก็ใช้อาวุธวิญญาณระดับสองที่มีอานุภาพร้ายแรง ไม่ได้คำนึงถึงชีวิตของนางเลยสักนิด ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจเหมือนกัน

หลังจากหนีห่างออกมาจากภูเขาแล้ว สวีชุนเหนียงกำลังเตรียมตัวจะมุ่งหน้าไปยังภูเขาศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวจากด้านหลัง

นางขมวดคิ้วเล็กน้อย คงมีคนสงสัยว่าเม็ดบัวยังอยู่ที่นาง จึงตามมา

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 180 - ป้ายสีให้คนอื่นรับเคราะห์

คัดลอกลิงก์แล้ว