- หน้าแรก
- โดนไล่ออกจากบริษัทไม่ทันไร ข้อมูลลับของฉันก็อัปเดตใหม่ทุกวัน
- บทที่ 30 ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์
บทที่ 30 ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์
บทที่ 30 ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์
บทที่ 30 ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์
หลังจากเฉินซู่มาถึงได้ไม่นาน
เจ้าหน้าที่จากสวนสัตว์เป่ยไห่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็รีบตามมาสมทบ
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตะโกนเรียกแพนด้ายักษ์ที่กำลังก้มหน้าก้มตาแทะข้าวโพดอยู่ในเล้าหมูว่า "เจ้าอ้วน~"
แพนด้าเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง แล้วก็ก้มหน้าแทะข้าวโพดต่อ
เจ้าหน้าที่คนนี้คือพี่เลี้ยงแพนด้าประจำสวนสัตว์เป่ยไห่
มีหน้าที่รับผิดชอบให้อาหารแพนด้าโดยเฉพาะ
เมื่อเห็นว่าแพนด้าเมินใส่
เขาจึงหยิบหน่อไม้สดๆ ออกมาจากกระเป๋าด้านหลังสองสามหน่อ
"เจ้าอ้วน~ ดูซิว่านี่อะไร?"
คราวนี้แพนด้าในเล้าหมูถึงกับหูผึ่ง
มันปีนข้ามรั้วกั้นเล้าหมู แล้วเดินต้วมเตี้ยมตรงมาหาพี่เลี้ยง
พี่เลี้ยงใช้หน่อไม้เพียงไม่กี่หน่อ ก็สามารถล่อแพนด้าให้เดินเข้ากรงเหล็กได้อย่างง่ายดาย
หลังจากอัญเชิญแพนด้าขึ้นรถอย่างสมเกียรติ
ผู้อำนวยการสวนสัตว์เป่ยไห่ก็เอาแต่ขอโทษขอโพยชาวบ้านหมู่บ้านฮวาลดงเป็นการใหญ่
เขาเองก็เหงื่อแตกพลั่กด้วยความโล่งอก โชคดีที่ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น
ขืนมีอุบัติเหตุอะไรขึ้นมา เก้าอี้ตำแหน่งของเขาคงปลิวแน่...
ทางสวนสัตว์เป่ยไห่ยังได้ชดใช้ค่าเสียหายให้นายเจิงด้วย
ทั้งค่าหมูที่ตาย และค่าข้าวโพดกับฟักทองที่แพนด้ากินไป โดยจ่ายให้ตามราคาตลาด
เรื่องราววุ่นวายของแพนด้าจึงจบลงด้วยดี
เมื่อเห็นแพนด้าถูกพาตัวกลับไป เฉินซู่ก็ขับรถออกมา
เดิมทีเขาตั้งใจจะมาหาเงินรางวัล
แต่พอมาถึงก็เห็นชาวบ้านหมู่บ้านฮวาลดงแห่กันมาทั้งหมู่บ้าน แถมยังแจ้งตำรวจกันเรียบร้อยแล้ว
เขาเองก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองเป็นสายแรกที่โทรแจ้งหรือเปล่า...
เฉินซู่ขับรถของเย่เซิงไปที่ร้านล้างรถ จัดการล้างทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายในจนเอี่ยมอ่อง
เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนไปหมู่บ้านเก๋อซาน ต้องลุยถนนภูเขามาช่วงหนึ่ง
รถเบนซ์เลยมีฝุ่นเกาะหนาเตอะ
ล้างรถเสร็จ เขาก็แวะเติมน้ำมันจนเต็มถัง
จากนั้นถึงขับไปคืนที่บริษัทของเย่เซิง...
ภายในห้องทำงานของเย่เซิง
เย่เซิงกำลังคุยโทรศัพท์ "ประธานจาง เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอครับว่าเคลียร์ยอดรายสัปดาห์ ทำไมจู่ๆ ฝ่ายการเงินของคุณถึงแจ้งฝ่ายการเงินเราว่าจะต้องจ่ายเงินก่อนส่งของล่ะครับ?"
เสียงหัวเราะดังมาจากปลายสาย "ประธานเย่ คืออย่างนี้นะครับ ช่วงนี้บริษัทเรามีการปรับเปลี่ยนแผนงานครั้งใหญ่ ตอนนี้คู่ค้าทุกเจ้าต้องจ่ายเงินก่อนเราถึงจะส่งของให้ ช่วงนี้สถานะการเงินของบริษัทเราตึงมือมากจริงๆ ต้องขออภัยและรบกวนช่วยอนุเคราะห์ด้วยนะครับ"
..."ประธานหวัง ล็อตนั้นได้รับของหรือยังครับ? เอ่อ คืออย่างนี้ครับ ล็อตนี้เราตกลงกันว่าจะเคลียร์ยอดก่อนเทศกาลตวนอู่ไม่ใช่เหรอครับ? นี่เทศกาลก็กำลังจะผ่านไปแล้ว..."
...ตลอดทั้งเช้า เย่เซิงวุ่นอยู่กับการโทรศัพท์หาคู่ค้า
ไม่รู้ทำไมช่วงสองสามวันนี้ จู่ๆ คู่ค้าที่เคยร่วมมือกันดีๆ ก็พากันเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระเงิน
ซัพพลายเออร์ที่เคยให้เครดิตส่งของก่อนเก็บเงินทีหลัง ตอนนี้กลับเรียกร้องให้จ่ายเงินก่อนส่งของกันหมด
ส่วนคู่ค้าที่รับของจากบริษัทไป ก็พากันบ่ายเบี่ยงเลื่อนการชำระเงินออกไปเรื่อยๆ
บริษัทของเย่เซิงเป็นเพียงบริษัทเล็กๆ ทำธุรกิจย่อมๆ
กระแสเงินสดก็ไม่ได้มากมายอะไร พอเจอสถานการณ์แบบนี้เข้า ก็เล่นเอาไปไม่เป็นเหมือนกัน
ตอนที่เฉินซู่เดินเข้ามาในห้องทำงาน เย่เซิงเพิ่งวางสายพอดี
เมื่อเห็นใบหน้ากลุ้มอกกลุ้มใจของเย่เซิง เขาจึงอดถามไม่ได้ "เป็นอะไรวะ? ทำไมทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้น?"
เย่เซิงสบถอย่างหัวเสีย "ไม่รู้พวกซัพพลายเออร์มันกินยาผิดขวดมารึไง ต่อไปจะสั่งของแม่งให้จ่ายเงินก่อนส่งของ ใครเขาทำธุรกิจกันแบบนี้วะ..."
ได้ยินดังนั้น เฉินซู่ก็พอจะเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ
"ขาดสภาพคล่องเหรอ?"
"ยังพอถูไถไปได้อีกพักนึง" เย่เซิงตอบตามตรง
"ถ้าเงินขาดมือเมื่อไหร่ก็บอกนะ รอข้าขายลูกท้อล็อตนี้เสร็จ น่าจะได้กำไรมาพอสมควร"
"หือ? เอ็งซื้อลูกท้อมาเท่าไหร่กัน?"
"ทุนมีจำกัด ก็เลยซื้อมาแค่แสนชั่ง"
เย่เซิงพยักหน้า แล้วเหมือนจะเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ "เท่าไหร่นะ? แสนชั่ง? เอ็งล้อข้าเล่นรึเปล่า?"
"หน้าข้าดูเหมือนล้อเล่นเหรอ?" เฉินซู่ทำหน้าเอือมระอา
เย่เซิงมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ "ไม่จริงน่า เอ็งไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ? เอ็งไปขายไตมาเหรอ?"
...ในขณะที่เฉินซู่กับเย่เซิงกำลังคุยสัพเพเหระกันอยู่นั้น
ห้องทำงานผู้จัดการทั่วไป เทียนเซิ่งกรุ๊ป
"ประธานหลิวครับ ทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว" เกาจื่อหลงเริ่มรายงานความคืบหน้า
หลิวเทียนชวนพยักหน้า "อย่าเพิ่งบีบหนักเกินไปในทีเดียว ค่อยๆ นวดไปเรื่อยๆ ฉันไม่ได้ต้องการแค่ให้เย่เซิงล้มละลาย แต่ฉันต้องการให้มันเป็นหนี้หัวโตด้วย"
"รับทราบครับ"
"เสี่ยวเกา ปกตินายสนิทกับอาหรง เตือนมันหน่อยว่าช่วงนี้ให้เก็บเนื้อเก็บตัว เก็บไอ้นั่นในกางเกงให้มิดชิด อย่าให้จมูกหมาๆ ของเฉินซู่มันได้กลิ่นอะไรเข้า" หลิวเทียนชวนพูดขึ้นมาทันที
เขารู้นิสัยหลานชายตัวเองดีที่สุด
ตระกูลหลิวของพวกเขามีจุดอ่อนทางพันธุกรรมเรื่องผู้หญิง และมันมาถึงจุดพีคที่สุดที่รุ่นหลานคนนี้นี่แหละ
ตัวเขาเองอย่างน้อยยังรู้จักยับยั้งชั่งใจ แต่หลานชายตัวดีนี่ใช้ท่อนล่างนำทางสมองโดยสมบูรณ์ เห็นผู้หญิงสวยๆ เป็นไม่ได้
ความกังวลของหลิวเทียนชวนไม่ได้ไร้เหตุผล
ช่วงนี้นอกจากจะยุ่งกับการหาเงินแล้ว เฉินซู่ยังคอยรวบรวมหลักฐานความฉาวของทั้งสองคนนี้อยู่เรื่อยๆ เตรียมจะเล่นงานให้ตายคาที่ในจังหวะสำคัญ
ถ้าหลิวเทียนชวนรู้ว่าวีรกรรมเรื่องผู้หญิงของหลานชายตัวเอง ตอนนี้ถูกเผยแพร่ไปทั่วในกลุ่มลับระดับประเทศแล้ว เขาคงได้กระอักเลือดแน่...
หลังจากออกจากบริษัทเย่เซิง เฉินซู่นั่งแท็กซี่ตรงกลับบ้าน
บนรถ เขาได้รับโทรศัพท์จากสวนสัตว์เป่ยไห่
ใจความสำคัญคือ ให้เฉินซู่หาเวลาว่างเข้าไปรับเงินรางวัลนำจับแพนด้าที่สวนสัตว์เป่ยไห่
"เฮ้ย ส้มหล่นเฉยเลย"
ตอนแรกเขาคิดว่าเงินรางวัลน่าจะเสร็จนายเจิงคนนั้นไปแล้ว
เพราะยังไงซะ อีกฝ่ายก็เป็นคนโทรแจ้งตำรวจก่อน
กลายเป็นว่า เงินรางวัลนี้เป็นเงินส่วนตัวที่ผู้อำนวยการสวนสัตว์เป่ยไห่ตั้งขึ้น และเฉินซู่ก็ดันเป็นคนแรกที่โทรเข้าเบอร์ส่วนตัวของเขาพอดี
เงินสามพันหยวนเลยตกเป็นของเฉินซู่แบบงงๆ
ชีวิตนี่มันเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์จริงๆ...
รับเงินเข้ากระเป๋าอย่างสบายใจ
เฉินซู่ตัดสินใจว่าจะจัดมื้อใหญ่ให้ตัวเองสักหน่อยเย็นนี้
ขณะกำลังเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต เขาเห็น 'อาหมิง' ลูกชายเจ้าของร้าน นั่งยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งอยู่ที่เคาน์เตอร์คิดเงิน
"เปย์สาวสตรีมเมอร์อีกแล้วเหรอ?" เฉินซู่แซว
"พี่เฉิน อย่าล้อผมเล่นสิ ผมเลิกเปย์ไปนานแล้ว" อาหมิงเกาหัวแก้เขิน
"แล้วเมื่อกี้ดูอะไรอยู่ ยิ้มกริ่มเชียว?"
"อ๋อ นี่สตรีมเมอร์สายประเมินของเก่าที่ผมเพิ่งเจอ สนุกมากพี่ บันเทิงสุดๆ เมื่อกี้ผมดูคลิปตัดต่อล้อเลียนของแฟนคลับอยู่"
"สตรีมเมอร์ประเมินของเก่าเหรอ?" เฉินซู่เริ่มสนใจขึ้นมา
ที่บ้านเขายังมีถุงเหรียญมูลค่ากว่าล้านหยวนวางทิ้งไว้อยู่ไม่ใช่เหรอ?
ติดตรงที่เขาดูไม่ออกว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม
"ใช่พี่ สตรีมเมอร์คนนี้ตอนนี้ดังระเบิดเลย ยกให้เป็นเบอร์หนึ่งของวงการประเมินของเก่าในประเทศ โดยเฉพาะเรื่องเหรียญกษาปณ์นี่เซียนมาก..."
อาหมิงเริ่มฝอยน้ำลายแตกฟอง
"พี่เฉิน ดูนี่ดิ" อาหมิงเปิดคลิปให้เฉินซู่ดู
"ไม่มีใครสนับสนุนปณิธานอันสูงส่งของข้า~"
จบบท