- หน้าแรก
- โดนไล่ออกจากบริษัทไม่ทันไร ข้อมูลลับของฉันก็อัปเดตใหม่ทุกวัน
- บทที่ 10 พร้อมหน้าพร้อมตา
บทที่ 10 พร้อมหน้าพร้อมตา
บทที่ 10 พร้อมหน้าพร้อมตา
บทที่ 10 พร้อมหน้าพร้อมตา
"วางใจเถอะครับ ผมจะทำตามคำขอของพวกคุณอย่างเต็มที่แน่นอน"
"งั้นก็ขอบคุณมากนะคะคุณตำรวจ คุณนี่เป็นข้าราชการน้ำดีที่รับใช้ประชาชนจริงๆ"
ชุ่ยจินฮวาไม่สังเกตถึงความผิดปกติในน้ำเสียงของเหอโหย่วเหวินเลยแม้แต่น้อย... หลังจากเหอโหย่วเหวินและเย่เซิงกลับไปแล้ว
ครอบครัวชายชราหวังก็เปิดประชุมย่อยกันในห้องผู้ป่วยอีกครั้ง
"ลูกพ่อ ตำรวจคนนั้นคงไม่ใช่คนรู้จักของไอ้เด็กนั่นหรอกนะ? ตำรวจคนอื่นเขามากันแค่ครั้งเดียว แต่หมอนี่มาสองรอบแล้วในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน"
"พ่อ ไม่ต้องห่วงหรอก เมื่อสองสามวันก่อนผมเห็นในหนังสือพิมพ์เมเปิ้ลซิตี้เดลี่ไอ้เฉินซู่นั่นโดนเทียนเซิ่งกรุ๊ปไล่ออก แถมยังโดนแบล็กลิสต์ทั่วทั้งวงการ ถ้ามันมีเส้นสายเป็นตำรวจจริง มันคงไม่ตกอยู่ในสภาพนี้หรอก เราหลอกเงินมันได้สบายใจหายห่วง"
"ใช่ๆๆ โชคดีนะที่ลูกชายเราชอบอ่านหนังสือพิมพ์ ที่เราให้พี่สาวแกออกจากโรงเรียนเพื่อส่งแกเรียนคนเดียวนี่คิดถูกจริงๆ" ชุ่ยจินฮวาเสริมขึ้นมาจากด้านข้าง
ชายชราหวังพยักหน้าเห็นด้วย แล้วถอนหายใจออกมา
"พ่อแค่เสียดาย ไม่รู้ว่ามันมีเพื่อนรวยขับเบนซ์ขนาดนี้ ถ้ารู้ก่อน พ่อคงเรียกค่าเสียหายเยอะกว่านี้แล้ว"
"ไม่ต้องห่วง เราต้องรีดไถไอ้เศรษฐีใหม่นั่นให้หมดตัวแน่ เมื่อกี้มันเพิ่งทุ่มผมลงพื้นไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวผมแกล้งปวดหัวตัวร้อนสักหน่อยก็สมเหตุสมผลแล้ว"
"แต่เมื่อกี้ไอ้เด็กนั่นมันอัดเสียงไว้นะ"
"ผมศึกษามาดีแล้ว การที่ผมพูดยั่วยุมัน อย่างมากก็โดนข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ โดนกักขังไม่กี่วัน ครอบครัวเราไม่มีใครจะสอบราชการอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวเรื่องตรวจสอบประวัติอาชญากรรม สบายมาก แต่มันทำร้ายร่างกายผมจนได้รับบาดเจ็บ นี่มันคดีอาญาชัดๆ ผมไม่กลัวว่ามันจะไม่ยอมจ่ายหรอก"
ชายชราหวังและชุ่ยจินฮวาพยักหน้าหงึกหงักเมื่อได้ฟังการวิเคราะห์อย่างมีหลักการของลูกชาย
ถึงพวกเขาจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็รู้สึกว่าลูกชายเก่งมาก
บ้านและรถที่พวกเขามีทุกวันนี้ ก็ได้มาจากแผนการของลูกชายทั้งนั้น
ทั้งสองผัวเมียมีหน้าที่แค่ช่วยโวยวายและรับบทเหยื่อผู้ถูกกระทำ
ไม่กลัวโจรโหด แต่กลัวโจรมีความรู้จริงๆ... เฟิงเหวินจวินเพิ่งกลับมาถึงร้าน ก็ได้รับโทรศัพท์จากจงจื่อเฉิง
"ฮัลโหลครับ? คุณยายบอกว่าพี่มีธุระด่วนจะคุยกับผม มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
"คุณคือน้องจงจื่อเฉิงใช่ไหม?"
"ใช่ครับ"
"น้องจง คืออย่างนี้นะ จริงๆ แล้วพี่เป็นรุ่นพี่สถาบันเดียวกับเรา พี่ก็จบจาก ม.เฟิงเหมือนกัน"
ปลายสาย จงจื่อเฉิงเริ่มสนใจขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าเป็นศิษย์เก่าสถาบันเดียวกัน
"รุ่นพี่มีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ?"
"คือพี่ได้ยินมาว่าเมื่อวานตอนบ่ายเราไปนั่งสเกตช์ภาพที่วนอุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำ แล้วก็ได้ถ่ายคลิปวิดีโอไว้ด้วย พอดีรูมเมทพี่เจอปัญหา โดนครอบครัวสิบแปดมงกุฎใส่ร้าย พี่เลยอยากรบกวนเราช่วยเช็กดูหน่อยว่า ในคลิปมีภาพคนแก่ตกน้ำช่วงเวลาประมาณสี่โมงครึ่งของเมื่อวานบ้างไหม"
จงจื่อเฉิงยังไม่เคยสัมผัสสังคมภายนอก แววตาของเขายังเต็มไปด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์ของวัยหนุ่มสาว
และความรู้สึกรักความยุติธรรมก็เปี่ยมล้น
"ได้ครับ เดี๋ยวผมเช็กให้นะ"
สักพัก เสียงของจงจื่อเฉิงก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
"มีครับ! มีภาพคนแก่ตกน้ำจริงๆ แล้วก็มีคนกระโดดลงไปช่วยด้วย"
ได้ยินดังนั้น หัวใจที่เต้นรัวของเฟิงเหวินจวินก็สงบลงในที่สุด
"จะสะดวกไหม ถ้าพี่รบกวนเราส่งคลิปนั้นมาให้พี่หน่อย?"
"ได้เลยครับพี่ แอดวีแชทกันก่อนนะครับ"
...หลังจากได้รับคลิปวิดีโอ เฟิงเหวินจวินก็โอนเงิน 2,000 หยวนให้จงจื่อเฉิงทันที
"น้องชาย คลิปนี้ช่วยชีวิตเพื่อนพี่ได้มากจริงๆ รับเงิน 2,000 นี่ไว้นะ ถ้าวันหน้ามีปัญหาอะไร มาหาพี่ได้เลย เดี๋ยวจัดการเรื่องนี้เสร็จ พี่จะไปขอบคุณเราด้วยตัวเองอีกที"
เขาส่งต่อคลิปวิดีโอลงในกลุ่มแชทหอพัก
เย่เซิง: "สุดยอดเลยเสี่ยวเหวินจื่อ! ไปหาคลิปนี้มาจากไหนวะ? (คารวะ)"
เหอโหย่วเหวิน: (ชูนิ้วโป้ง)
เฟิงเหวินจวิน: "แค่นี้น่าจะช่วยซู่เอ๋อร์ออกมาได้แล้วใช่ไหม?"
เหอโหย่วเหวิน: "ยิ่งกว่าพออีก ประเด็นสำคัญตอนนี้คือต้องส่งไอ้ครอบครัวนรกนั่นเข้าคุกให้หมด แม่งเอ๊ย"
...ช่วงพลบค่ำ เวลาอาหารเย็น
หวังติ้งซานเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีออกมาจากประตูโรงพยาบาล เตรียมจะหาร้านอาหารแถวนั้นกินข้าว
ทันทีที่เดินเลี้ยวตรงมุมตึก ชายฉกรรจ์สามคนก็เอาถุงกระสอบคลุมหัวเขา แล้วลากตัวเข้าไปในตรอกข้างๆ
"เชี่ย! พวกแกเป็นใคร?! โอ๊ย~"
"อ้าก~"
..."เจ็บ! เจ็บแล้ว! อย่าตี! ไว้ชีวิตด้วยพี่ชาย! ถ้าตีอีกผมตายแน่!"
ทั้งสามคนลงมืออย่างรู้จังหวะจะโคน ไม่ถึงตายแต่เจ็บหนัก
ก่อนจะจบงาน หนึ่งในนั้นก็ยกถังใส่น้ำอะไรบางอย่างมา
กลิ่นมันค่อนข้างรุนแรงตลบอบอวล
พวกเขาสาดมันใส่ตัวหวังติ้งซานจนชุ่มโชก
การรุมประชาทัณฑ์ที่กินเวลากว่าครึ่งชั่วโมงก็จบลงในที่สุด
คืนนั้น ที่ร้านของเฟิงเหวินจวิน
สี่หนุ่มรูมเมทจากหอพักของเฉินซู่กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
"ชนแก้ว"
"ไอ้พวกขยะสังคม... คอยดูพรุ่งนี้ข้าจะจัดการพวกมันยังไง"
"จะว่าไปนะซู่เอ๋อร์ ช่วงนี้ดวงเอ็งมันกุดรึไงวะ? ทำไมมีแต่คนจ้องจะเล่นงานเอ็งจัง?"
เฉินซู่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
ใครจะไปรู้ว่าแค่ทำความดีช่วยคน จะนำมาซึ่งเรื่องซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้
ครั้งนี้ทั้งสี่คนดื่มกันอย่างยับยั้งชั่งใจ ไม่ได้ดื่มมากนัก
วงเหล้าเลิกกันก่อนสี่ทุ่มครึ่ง
เฉินซู่กลับถึงบ้าน อาบน้ำอาบท่า แล้วโยนเสื้อผ้าสกปรกเข้าเครื่องซักผ้า
ถึงตอนนี้ เวลาก็ล่วงเลยเข้าใกล้วันใหม่
เขานั่งลงบนโซฟา แล้วเพ่งสมาธิ
หน้าจอแสงของระบบข่าวกรองปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง
หลังจากตัวเลขนับถอยหลังการรีเฟรชสิ้นสุดลง ข้อความแจ้งเตือนข่าวกรองก็เด้งขึ้นมา
【ข่าวกรองวันนี้ได้รับการรีเฟรชแล้ว โฮสต์ต้องการรับทันทีหรือไม่?】
กดรับ
【ข่าวกรองวันนี้ (ระดับ D): เทศกาลตวนอู่ (เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง) กำลังจะมาถึง ห้องไลฟ์สดของอินฟลูเอนเซอร์ 'พี่เสี่ยวหม่า' จะจัดไลฟ์ขายบ๊ะจ่างเมนูพิเศษต้อนรับเทศกาลในคืนพรุ่งนี้เวลา 20:00 น. บ๊ะจ่างที่ขายในรอบนี้จำกัดการซื้อบัญชีละสิบลูก รายการส่วนผสมและวันที่ผลิตของสินค้าถูกปลอมแปลง เป็นสินค้าลอกเลียนแบบและไม่ได้มาตรฐาน ในเวลานั้น ยอดเงินชดเชยจะเป็นสิบเท่าของราคาสินค้า】
เมื่อเห็นช่องทางทำเงินอีกครั้ง ดวงตาของเฉินซู่ก็ลุกวาว
ถ้ามีข่าวกรองที่ง่ายและปลอดภัยแบบนี้ทุกวันก็คงดี
เขาเริ่มนอนแผ่บนเตียง จินตนาการถึงชีวิตที่สดใสในอนาคต
คิดไปคิดมา เขาก็ผล็อยหลับไป
หลับสนิทตลอดคืนไร้ฝันรบกวน... วันรุ่งขึ้น ทันทีที่เริ่มเวลาทำการ
เหอโหย่วเหวินนำทีมตำรวจบุกไปที่โรงพยาบาลเพื่อจับกุมครอบครัวชายชราหวังด้วยตัวเอง
ภายในห้องผู้ป่วย
"หวังโหย่วเต๋อ, หวังติ้งซาน, ชุ่ยจินฮวาพวกคุณสามคนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีแจ้งความเท็จ กรรโชกทรัพย์ และฉ้อโกง ขอจับกุมตัวพวกคุณตามกฎหมาย"
ชายชราหวังมีชื่อจริงว่า หวังโหย่วเต๋อ (ผู้มีคุณธรรม)
ตอนที่เหอโหย่วเหวินเห็นชื่อนี้ครั้งแรก เขาถึงกับต้องแค่นหัวเราะออกมา
ช่างเป็นชื่อที่ขัดกับสันดานจริงๆ
"คุณตำรวจ เข้าใจผิดแล้วมั้งครับ ครอบครัวเราเป็นพลเมืองดี เคารพกฎหมายกันทุกคนนะ" ชายชราหวังพูดด้วยสีหน้าใสซื่อ
"จะเป็นพลเมืองดีหรือไม่ ให้ผู้พิพากษาเป็นคนตัดสิน ใส่กุญแจมือ แล้วลากตัวไป"
ทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งกำลังจะใส่กุญแจมือชุ่ยจินฮวา...
...เธอก็ทิ้งตัวลงไปนอนกลิ้งกับพื้นทันที
"โอ๊ย! ช่วยด้วย! ตำรวจทำร้ายประชาชน! ฆ่าคนตายแล้ว!"
ชายชราหวังเองก็เริ่มเปิดการแสดงบนเตียงผู้ป่วยเช่นกัน
"โอ๊ย หน้ามืด! หมอ! หมออยู่ไหน! ผมหายใจไม่ออก!"
ในขณะที่หวังติ้งซานกำลังเตรียมจะเล่นละครตาม เหอโหย่วเหวินที่ไวกว่าก็จัดการล็อกกุญแจมือเขาทันที
กลุ่มตำรวจยืนดูสองผัวเมียเฒ่าสารเลวลงไปดิ้นพราดๆ กับพื้น
ด้วยสายตาเรียบเฉย
หลังจากโวยวายไปได้สักพัก ทั้งสองคนก็เริ่มเหนื่อยและเตรียมจะพักหายใจ
ในจังหวะที่หยุดชะงักนั่นเอง ตำรวจสองนายที่ยืนคุมเชิงอยู่ก็รีบพุ่งเข้าไปใส่กุญแจมือทันที
ทั้งสามคนถูกคุมตัวเดินเรียงแถวออกไปอย่างเป็นระเบียบ
ครอบครัวเดียวกัน ไปด้วยกันให้หมด พร้อมหน้าพร้อมตา
จบบท