- หน้าแรก
- ฟุตบอล กองกลางระดับพระเจ้า ฮาแลนด์ตะลึงงัน
- บทที่ 81 ศึกยูโรเปิดฉาก! ฮาแลนด์ตบเท้าติดทีมชาติ!
บทที่ 81 ศึกยูโรเปิดฉาก! ฮาแลนด์ตบเท้าติดทีมชาติ!
บทที่ 81 ศึกยูโรเปิดฉาก! ฮาแลนด์ตบเท้าติดทีมชาติ!
บทที่ 81 ศึกยูโรเปิดฉาก! ฮาแลนด์ตบเท้าติดทีมชาติ!
หลังจบเกม เวสเปอร์ไม่ได้อยู่ฉลองชัยกับเพื่อนร่วมทีม เขารีบกลับเข้าห้องแต่งตัวเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายทันที
สิบนาทีต่อมา
หลังจากเก็บข้าวของเสร็จสรรพ เวสเปอร์ก็รีบบึ่งออกจากสนามวิลลาพาร์ก
เขาเรียกแท็กซี่ตรงดิ่งไปยังสนามบิน
สาเหตุที่เวสเปอร์ต้องรีบร้อนขนาดนี้ เพราะเขาต้องเดินทางไปนอร์เวย์ให้เร็วที่สุด
อีก 2 วันข้างหน้า นอร์เวย์มีคิวฟาดแข้งกับ สเปน ในนัดเปิดสนามของ ศึกยูโร รอบคัดเลือก
เดิมที เวสเปอร์ควรจะไปรายงานตัวกับทีมชาติจั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่สโมสรแอสตันวิลลาไม่ยอมปล่อยตัว
พวกเขายืนกรานให้เวสเปอร์ลงเล่นในเกมเอฟเอคัพนัดสำคัญนี้ก่อน ถึงจะยอมปล่อยตัวเขาออกจากทีม
เวสเปอร์เองก็พูดอะไรไม่ได้มาก
เพราะทั้งสองฝั่งต่างก็สำคัญกับเขาไม่แพ้กัน
ในระหว่างที่เวสเปอร์กำลังเดินทางไปสนามบิน งานแถลงข่าวหลังเกม แอสตันวิลลา พบ ไบรท์ตัน ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ดีน สมิธ ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว โดยยังคงยกย่องฟอร์มการเล่นของเวสเปอร์อย่างออกนอกหน้า
“เหตุผลหลักที่แอสตันวิลลาเอาชนะไบรท์ตันในบ้านได้ ก็คือเวสเปอร์”
“เขาฉีกแนวรับไบรท์ตันเป็นชิ้น ๆ ด้วยลูกจ่ายเพียง 3 ครั้ง”
“ผมพูดไปหลายรอบแล้ว ว่าเวสเปอร์คือนักเตะพรสวรรค์สูงที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา!”
“ช่วงนี้มีหลายสโมสรจากทั้งพรีเมียร์ลีกและลีกอื่น ๆ ติดต่อผู้อำนวยการกีฬาของเราเข้ามาเพื่อสอบถามค่าตัวของเวสเปอร์ แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ... เวสเปอร์คือสมบัติล้ำค่าที่สุดของสโมสร! เขาคือแกนหลักในการสร้างทีมสู่อนาคตของเรา!”
จากนั้น
คริส ฮิวจ์ตัน กุนซือไบรท์ตัน ก็ให้สัมภาษณ์เช่นกัน
ในฐานะผู้แพ้
อารมณ์ของฮิวจ์ตันในงานแถลงข่าวดูไม่ดีนัก
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง “ฟอร์มของทีมในครึ่งแรกสมบูรณ์แบบ เราคุมเกมได้หมด แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากผู้เล่นเบอร์ 33 ของพวกเขาลงสนาม”
“ยากจะเชื่อจริง ๆ ว่าเขาอายุแค่ 17 ปี!”
พูดจบ ฮิวจ์ตันก็ส่ายหัวด้วยความจนปัญญา
หลังจบเกม
สื่ออังกฤษจำนวนมากต่างพากันโหมกระแสยกย่องเวสเปอร์และแอสตันวิลลาอย่างบ้าคลั่ง
เดลี เมล: “สิงห์ผงาดจากแชมเปียนชิป เขี่ย นกนางนวล ร่วง! แอสตันวิลลาทะลุรอบรองฯ เอฟเอคัพสำเร็จ! เป็นทีมจากลีกรองเพียงหนึ่งเดียวในรอบ 4 ทีมสุดท้าย!”
เดอะ ไทมส์: “หนุ่มน้อยมหัศจรรย์ลูกครึ่งนอร์เวย์-จีน สวมบทฮีโร่อีกครั้ง! 2 แอสซิสต์ใน 10 นาที! พาวิลลาเด็ดปีกนกนางนวล!”
สกาย สปอร์ต: “เวสเปอร์พิสูจน์ฝีเท้ากับทีมระดับพรีเมียร์ลีก! 2 แอสซิสต์ส่งให้เขาเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในชัยชนะครั้งนี้!”
...
ในเว็บบอร์ดแฟนบอล
แฟนคลับแอสตันวิลลาจำนวนมหาศาลต่างพากันอวยยศเวสเปอร์กันยกใหญ่!
“ไม่มีอะไรจะพูด! เวสเปอร์ของจริงว่ะ!! เกิดมาไม่เคยเจอนักเตะที่มหัศจรรย์ขนาดนี้! ต่อให้เมสซีหรือโรนัลโด้มาก็ต้องหลบ!”
“ใครจะไปเชื่อ! นักเตะแบบนี้อายุแค่ 17 เองนะ!”
“เวสเปอร์แม่งเถื่อนจัด! จ่ายบอลแม่นราวจับวาง ถ้าฟอร์มยังเป็นแบบนี้ อีกไม่นานทีมยักษ์ใหญ่คงแย่งกันหัวแตก!”
“โธ่เอ๊ย! ถ้าเวสเปอร์เป็นนักเตะจีน ทีมชาติเราคงได้ไปบอลโลกจริง ๆ สักที!”
วันรุ่งขึ้น
นอร์เวย์, กรุงออสโล
สนามกีฬาศูนย์กีฬานอร์เวย์
ทีมชาตินอร์เวย์ลงฝึกซ้อมมื้อสุดท้าย
หลังจบการซ้อมวันนี้ ขุนพลไวกิ้งจะบินลัดฟ้ามุ่งหน้าสู่คาบสมุทรไอบีเรียทันที
แปดโมงเช้า หลังจากเวสเปอร์ตื่นนอนและทำธุระส่วนตัวเสร็จ เขาก็รีบตรงไปที่สนามซ้อม
ตามตารางที่ ลาร์ส ลาเกอร์บัค วางไว้ การซ้อมเช้าจะเริ่มตอน 9.30 น.
แต่ทว่า!
เวสเปอร์มาถึงสนามซ้อมก่อนเวลาชั่วโมงกว่า
เมื่อเวสเปอร์ก้าวเท้าเข้าสู่สนามซ้อม เขาเห็นนักเตะร่างยักษ์คนหนึ่งกำลังซ้อมยิงจุดโทษอยู่
นักเตะคนนี้ไม่เพียงแต่ตัวสูงใหญ่ แต่ยังมีผมสีทองยาวสลวยเป็นเอกลักษณ์
แม้จะเห็นแค่แผ่นหลัง เวสเปอร์ก็จำเขาได้ทันที!
“ฮาแลนด์!”
เวสเปอร์ตะโกนเรียกไปทางสนามซ้อม
เจ้ายักษ์ใหญ่หยุดท่ายิงทันที แล้วหันขวับมามองเวสเปอร์
“เวสเปอร์!”
“ไม่นึกเลยว่านายก็จะมาสนามซ้อมเช้าขนาดนี้”
ฮาแลนด์เดินเข้ามาหาเวสเปอร์ช้า ๆ
แม้ฮาแลนด์จะยังไม่เคยเจอตัวจริงของเวสเปอร์มาก่อน แต่เขาได้ดูเกมอุ่นเครื่องระหว่างนอร์เวย์กับเดนมาร์ก และตอนนี้ชื่อของเวสเปอร์ก็ดังกระฉ่อนไปทั่วนอร์เวย์แล้ว
ฮาแลนด์ย่อมรู้จักเวสเปอร์ดี
“เอ๊ะ ฉันจำได้ว่า ลาร์ส ลาเกอร์บัค ไม่ได้เรียกนายติดทีมชาตินี่นา?” คำพูดของเวสเปอร์ทำเอาฮาแลนด์หน้าเจื่อนไปด้วยความเขินอายทันที
“เอ่อ... โค้ชเรียกผมมาเป็นกรณีพิเศษน่ะ” ฮาแลนด์เกาหัวแก้เก้อ
ตั้งแต่ฮาแลนด์หลุดโผทีมชาติรอบที่แล้ว ความอับอายกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาขยันซ้อมหนักกว่าเดิม
เขาเร่งฟอร์มอย่างบ้าคลั่ง
ในเกมลีก 3 นัดหลังสุด ฮาแลนด์กดไปเฉลี่ย 2 ประตูต่อนัด!
ฟอร์มร้อนแรงขนาดนี้ ไปเข้าตา ลาร์ส ลาเกอร์บัค กุนซือทีมชาติเข้าอย่างจัง
ประกอบกับสถานการณ์ของเวสเปอร์ที่ยังลูกผีลูกคนเรื่องอาการบาดเจ็บ เพื่อความไม่ประมาท ลาเกอร์บัคจึงตัดสินใจเรียกฮาแลนด์มาเสริมทัพเป็นกรณีพิเศษ
ในสนามซ้อม หลังจากฮาแลนด์และเวสเปอร์คุยกันได้ไม่กี่นาที เวสเปอร์ก็ชวนฮาแลนด์ซ้อมด้วยกัน
พร้อมกันนั้น เวสเปอร์ก็บอกฮาแลนด์ถึงสไตล์การเล่นและนิสัยการจ่ายบอลของเขา
เวสเปอร์รู้ดี
ด้วยศักยภาพของทีมชาตินอร์เวย์ในตอนนี้ การจะล้มยักษ์อย่างสเปนได้ ต้องพึ่งพาการจบสกอร์ของฮาแลนด์เท่านั้น!
เขาต้องรีบสร้างเคมี กับฮาแลนด์ให้เร็วที่สุด
...
วันต่อมา
แปดโมงเช้า
เที่ยวบินของทีมชาตินอร์เวย์ลงจอดที่เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน อย่างตรงเวลา
หลังจากพักผ่อนสั้น ๆ เหล่านักเตะก็เริ่มเตรียมตัวสำหรับเกมในค่ำคืนนี้
ไม่นาน
เวลาล่วงเลยไป ท้องฟ้าเริ่มมืดลง
ลมทะเลแห่งคาบสมุทรไอบีเรียเริ่มพัดพาความหนาวเย็นเข้ามา
18.00 น.
รถบัสของทั้งทีมชาตินอร์เวย์และทีมชาติสเปน เคลื่อนเข้าสู่สนาม เมสตายา เรียบร้อยแล้ว
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองทีมประกาศรายชื่อ 11 ตัวจริง
สิ่งที่ทำให้แฟนบอลนอร์เวย์ต้องช็อกตาตั้งคือ สามประสานดาวรุ่งพรสวรรค์สูง ไม่มีชื่อเป็นตัวจริงแม้แต่คนเดียว!!
โอเดการ์ด, เวสเปอร์ และ ฮาแลนด์ ต่างมีชื่ออยู่บนม้านั่งสำรองทั้งหมด!
ในขณะที่ฝั่งสเปน จัดชุดใหญ่ไฟกะพริบลงมารับแขกเต็มสูบ!!
เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้แฟนบอลนอร์เวย์เป็นอย่างมาก
ในเว็บบอร์ดกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ แฟนบอลจำนวนมากตั้งกระทู้ด่ากราด ลาร์ส ลาเกอร์บัค เรื่องการจัดตัวผู้เล่น
“ล้อกันเล่นป่ะเนี่ย?? เวสเปอร์ไม่ตัวจริง?? โอเดการ์ดก็ไม่ลง??”
“ลาร์ส ลาเกอร์บัค ตั้งใจจะทิ้งเกมนี้เหรอวะ?”
“ลาเกอร์บัค ลาออกไปซะ!!”
“ถ้านอร์เวย์แพ้นะ ฉันจะสาปแช่งแกให้ตายเลย ลาร์ส ลาเกอร์บัค!”
“เวสเปอร์กับฮาแลนด์ฟอร์มกำลังระเบิดเถิดเทิงในลีก ดันจับนั่งสำรอง? สมองลาร์ส ลาเกอร์บัค มีแต่ขี้เลื่อยรึไง!”