เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 700 - เจ้ามีความผิด

บทที่ 700 - เจ้ามีความผิด

บทที่ 700 - เจ้ามีความผิด


บทที่ 700 - เจ้ามีความผิด

รอบโรงงานของเล่นรุ่งอรุณในรัศมีสองสามกิโลเมตรเป็นเขตไร้คนอาศัย

เสียงปืนฉีกกระชากความเงียบสงัด ภายใต้ท้องฟ้าดารดาษ กลิ่นอายสังหารคละคลุ้ง

หลินโม่หนีอยู่ข้างหน้า ข้างหลังมีคนตามล่า

ต่างฝ่ายต่างมองไม่เห็นกัน

หลังยิงนัดนั้น หลินโม่ก็ไม่ได้ยิงอีก

ยิงไปก็บอกตำแหน่งตัวเองเปล่าๆ

เขาไม่รู้ว่าข้างหลังมีกี่คน อาจจะสอง หรือสาม พวกมันมีอาวุธครบมือ ไฟแรงกว่าเขาเยอะ

การซุ่มยิงแล้วเก็บได้หนึ่งศพแบบเมื่อกี้ทำได้ครั้งเดียว ครั้งต่อไปพวกมันต้องระวังตัวแน่ จุดจบคือโดนรุมยิงตาย

ตอนนี้หลินโม่ไม่มีทางเลือก นอกจากหนี

ไม่นาน เสียงปืนจากฝ่ายตรงข้ามก็เงียบไป

ลมราตรีพัดกิ่งไม้ใบหญ้าไหวเสียดสีกัน เสียงนี้ช่วยกลบเสียงฝีเท้าและการเคลื่อนไหวได้ดี

พอลมแรง หลินโม่ก็เร่งฝีเท้า

พอลมสงบ หลินโม่ก็หยุดฟังเสียงข้างหลัง แล้วหักเลี้ยวเก้าสิบองศา วิ่งต่อ

หยุดครั้งที่สาม ฟังเสียงอีกที

นอกจากเสียงลมและเสียงแมลง ก็ไม่ได้ยินเสียงอื่นแล้ว

"เลิกตามแล้ว?"

หลินโม่ใจกระตุก

เขามองกลับไป รอสักพัก ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวจริงๆ

พวกมันเลิกตามล่าแล้ว

นี่เป็นเรื่องดีหรือร้าย?

สำหรับเขาตอนนี้ถือว่าดี เพราะถ้าไล่ตามยิงไปเรื่อยๆ สักวันต้องโดนเข้าสักนัด

ถึงตอนนั้น ตายสถานเดียว

แต่การที่พวกมันเลิกตาม ในแง่หนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องดี

แสดงว่าพวกมันมีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำ

เรื่องอะไร?

หลินโม่คิดออกแค่อย่างเดียว โรงงานของเล่น และพี่เยว่

นั่นคือเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน

หลินโม่คิดจะเข้าฝันไปดูเดี๋ยวนี้ แต่ก็กลัวพวกมันตลบหลัง กลับมาเล่นงานตอนเขาไร้ทางสู้ ถ้าโดนจับได้ ก็คงโดนขยำเละคามือ

เสี่ยงเกินไป

ตอนนั้นเอง หลินโม่สังเกตเห็นไฟสีแดงกระพริบเป็นจังหวะบนโทรศัพท์มือถือ

นี่คือสัญญาณสื่อสารนิรภัย มีคนติดต่อมา แต่กลัวเขาไม่สะดวกรับสาย เลยไม่มีเสียงเรียกเข้า ไม่มีระบบสั่น มีแค่ไฟกระพริบเตือน

หลินโม่เปิดมือถือ ใส่รหัส แล้วรับสาย

บอกรหัสยืนยันตัวตน ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง

"ผู้เชี่ยวชาญหลิน เกิดอะไรขึ้นคะ?"

หลินโม่รู้ว่านี่คือโอเปอเรเตอร์ที่สำนักงานใหญ่จัดไว้ เขาเล่าสถานการณ์คร่าวๆ ให้ฟัง

"ส่งทีมปฏิบัติการมาหรือยัง?" หลินโม่ถาม

"ส่งออกมาเมื่อสิบนาทีที่แล้วค่ะ ทีมที่ใกล้ที่สุดคือทีมปฏิบัติการที่ 7 สาขาเมืองเฟยเยี่ยน มีสมาชิก 9 คน มาทางเฮลิคอปเตอร์ ตอนนี้อยู่ห่างจากคุณไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร"

อันที่จริงหลินโม่ได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์แล้ว

ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

เขาเปิดไฟกระพริบฉุกเฉินบนมือถือ โบกไปมาในพงหญ้าเพื่อระบุตำแหน่ง

คนของหน่วยความมั่นคงมาแล้ว หลินโม่จะกลัวอะไรอีก

ทีมปฏิบัติการพวกนี้ในโลกฝันร้ายอาจจะงั้นๆ เทียบกับทีมผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ แต่ในโลกความจริง พวกเขาคือเทพสงคราม

เป็นทหารที่ผ่านการฝึกมาอย่างหนัก

ยุทธวิธี อุปกรณ์ และอำนาจการยิง หายห่วง

ตอนนี้หลินโตกลับอยากให้พวกที่ไล่ล่าเขาโผล่หัวออกมาด้วยซ้ำ อยากรู้ว่าใครจะกล้าซ่ากับเขาอีก

เสียงเฮลิคอปเตอร์ดังสนั่น คนที่ซ่อนตัวอยู่แถวนี้ไม่มีทางไม่ได้ยิน

หลังจากพบกับทีมปฏิบัติการและยืนยันตัวตน หลินโม่ก็เล่าสถานการณ์ให้ฟัง

"ข้างในมีกลุ่มติดอาวุธไม่ทราบฝ่าย พยายามจับเป็น ถ้าขัดขืน วิสามัญได้เลย อย่าใจอ่อนเด็ดขาด"

หลินโม่กำชับ

เพราะในกลุ่มนั้นมีคนปลอม

และคนปลอม ในทางเทคนิคแล้ว ก็คือปีศาจฝันร้าย

ความใจอ่อนใช้ไม่ได้กับพวกมัน

หัวหน้าทีมคงได้รับคำสั่งมาแล้ว จึงปฏิบัติตามคำสั่งหลินโม่ทันที ทำวันทยหัตถ์รับคำสั่ง

หลินโม่นึกถึงเจ้าอ้วน รีบบอกรูปพรรณสัณฐานไป กันพวกเขายิงผิดตัว

ดีที่เจ้าอ้วนหุ่นเป็นเอกลักษณ์ ระวังหน่อยก็ไม่น่าพลาด

"พวกเราเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เดี๋ยวจะมีทีมอื่นตามมาสมทบครับ"

หัวหน้าทีมบอก

หลินโม่วางใจขึ้นเยอะ

หน่วยปฏิบัติการบุกเข้าไปทันที สักพักก็มีรถยนต์แล่นมา ทีมอื่นๆ มาถึงแล้ว

พร้อมกันนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้นข้างใน

คาดว่าหน่วยเคลื่อนที่เร็วปะทะกับพวกนั้นแล้ว

ตอนนี้ความปลอดภัยของหลินโม่ได้รับการประกัน เขารีบขึ้นไปนั่งบนรถ หลับตาเข้าฝันทันที

ทันทีที่เข้าฝัน หลินโม่ก็วิ่งตรงดิ่งไปที่โรงงานของเล่น

รองเท้าหนังสีดำช่วยให้เขาวิ่งเร็วกว่าเดิมเท่าตัว ไม่ถึงสองนาทีก็ถึงหน้าโรงงาน

หลินโม่รู้ดี ต่อให้ทีมปฏิบัติการยิงพวกนั้นตายในโลกความจริง แต่พวกมันจะไม่ตายจริง สิ่งที่ตายคือร่างเนื้อในโลกความจริง

วิญญาณของพวกมัน ยังคงอยู่ในโลกฝันร้าย

ที่นี่ คือสนามรบที่แท้จริง

ต่อจากนี้ คือการวัดฝีมือของจริง

ประตูโรงงานปิดสนิท

หลินโม่ไม่รีบร้อน

เขาหยิบนกกระเรียนกระดาษออกมาตัวหนึ่ง เขียนชื่อยายเฒ่าลงไป แล้วเป่าลมใส่

"ไป!"

สะบัดมือ นกกระเรียนกระดาษก็มีชีวิต กระพือปีกบินออกไป

คราวนี้ หลินโม่ไม่ได้ยืนดูเฉยๆ แต่ตามนกกระเรียนกระดาษไป

สถานการณ์ในโรงงานเป็นยังไงหลินโม่ไม่รู้อะไรเลย การส่งเงาผีเข้าไปดูไม่ใช่เวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เพราะใครก็ตามที่คุกคามพี่เยว่ได้ หรืออาจจะจัดการ หรือฆ่าพี่เยว่ไปแล้ว การส่งเงาผีกระจอกๆ เข้าไป ย่อมถูกจับได้แน่

ดังนั้นหลินโม่ต้องเปลี่ยนวิธีที่ปลอดภัยกว่า

เนื่องจากยายเฒ่าตอบจดหมายมาก่อนหน้านี้ หลินโม่จึงเชื่อว่ายายเฒ่ายังปลอดภัย ดังนั้นติดต่อยายเฒ่าก่อนย่อมไม่ผิด

หลินโม่ไม่รู้ว่ายายเฒ่าอยู่ที่ไหน แต่นกกระเรียนกระดาษรู้

มีนกกระเรียนกระดาษ ต่อไปเรื่องหาคน หลินโม่คือมือโปร

นกกระเรียนกระดาษไม่ได้เข้าทางประตูหน้า

มันบินเลาะกำแพงไป หลินโม่อาศัยความเร็วของรองเท้าหนังตามไปติดๆ

อ้อมไปถึงหลังโรงงาน ตรงนี้มีประตูหลังอยู่

นกกระเรียนกระดาษบินข้ามไป

หลินโม่ลองผลักประตูเหล็กเล็กๆ

เปิดออก

ไม่ได้ล็อค

เข้าไปเป็นด้านหลังโรงงาน นกกระเรียนกระดาษบินนำหน้า มุดเข้าทางหน้าต่างชั้นสองที่แตกอยู่

หลินโม่รีบตามไป

หน้าต่างชั้นสองสูงจากพื้นเจ็ดแปดเมตร คนทั่วไปปีนไม่ไหวแน่

แต่หลินโม่ใช้ทั้งมือและเท้า ปีนกำแพงขึ้นไปอย่างง่ายดาย มองซ้ายขวา แล้วมุดเข้าไป

ข้างบนเป็นทางเดินมืดทึบ

นกกระเรียนกระดาษหายไปแล้ว

หลินโม่ไม่รีบ ในระยะใกล้ เขาสัมผัสตำแหน่งของนกกระเรียนกระดาษได้ มันอยู่ไม่ไกลจากเขา

เดินไปสักพัก หลินโม่พบว่าเขาไม่เคยมาโซนนี้มาก่อน ก็ปกติ โรงงานใหญ่โตขนาดนี้ คราวที่แล้วเขาเดินไปแค่ส่วนน้อย

ที่ที่เขาเคยไปเหมือนเป็นไลน์ผลิต แต่ตรงนี้เหมือนโซนออฟฟิศ พื้นเกลื่อนไปด้วยเอกสารที่พิมพ์แล้ว ดูเหมือนใบสั่งของ

หลินโม่มองไปรอบๆ พบปัญหาอย่างหนึ่ง

เมื่อก่อนในโรงงานจะมีตุ๊กตาของเล่นวางอยู่ทั่วไป แต่ตอนนี้ ที่นี่เงียบสงัดราวกับป่าช้า

ตุ๊กตาน่ารักพวกนั้นหายไปไหนหมด?

ไม่เห็นพวกมัน หลินโม่รู้สึกไม่ชิน

ทันใดนั้น ความรู้สึกอันตรายพุ่งเข้ามาจู่โจม หลินโม่หยุดเท้า ยืนนิ่งอยู่กับที่ทันที

เขารู้สึกไม่ดีเอามากๆ

เหมือนตอนที่อยู่ในตึกผี

หลินโม่หยุดนิ่งไปหลายวินาที และในไม่กี่วินาทีนั้น รอบตัวเงียบกริบไร้สรรพเสียง

เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

อีกก้าว

แล้วหยุด

หลินโม่รู้สึกคันที่หลังมือ

เขายกมือขึ้นดู

รูม่านตาหดเกร็ง

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ บนหลังมือของเขา มีคนเขียนตัวอักษรไว้ตัวหนึ่ง

คำว่า 'จุ้ย (บาป)'

เขียนด้วยสีน้ำมันสีดำ

หลินโม่ลองถูดู เช็ดไม่ออก

เหมือนรอยสักที่ฝังลงในผิวหนัง

"โดนตอนไหนเนี่ย?" หลินโม่ขมวดคิ้วครุ่นคิด

เขาจำได้ว่าตอนปีนขึ้นมายังไม่มี น่าจะโดนเขียนตอนเข้ามาในตัวตึกแล้ว

ปัญหาคือ เขาไม่รู้สึกตัวเลย

หรือว่า แค่ก้าวเข้ามาในตัวตึก ก็จะถูกเขียนคำนี้โดยอัตโนมัติ?

มีความเป็นไปได้

หลินโม่กะจะดูกระดาษเหลือง เผื่อว่าเป็นคำสาป แต่เขาไม่ได้กลิ่นอายคำสาปเลย

ถ้าไม่ใช่คำสาป ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

เพราะนั่นหมายความว่าเก้าในสิบส่วน มันคือพลังแห่ง กฎต้องห้าม

เจอกฎต้องห้าม อย่าว่าแต่หลินโม่ ใครหน้าไหนก็ต้านทานไม่ได้

กฎต้องห้ามคือกฎ

ฝ่าฝืนกฎ ต้องได้รับโทษ

บทลงโทษรวมถึงความตาย

โชคดีที่หลินโม่เจอเรื่องแบบนี้มาเยอะ เขาเลยยังนิ่งได้

เดินหน้าต่อ

ไม่นาน หลินโม่ก็หยุดอีก

คราวนี้เพราะเรื่องอื่น

เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเบาหวิวจากด้านหลัง

"ข้างหลังมีอะไรบางอย่าง" หลินโม่ตระหนักได้ทันที

เขาไม่หันกลับไป

ความรู้สึกตอนนี้เหมือนเจอ ผีกฎต้องห้าม บรรยากาศชวนอึดอัด ทำให้จิตใจหนักอึ้ง ที่ไม่หันกลับไป เพราะกลัวละเมิดกฎ

ผีกฎต้องห้ามไม่ใช่เรื่องล้อเล่น กฎข้อแรกคือห้ามละเมิดกฎของมัน

ไม่งั้น โดนเล่นงานแน่

หลินโม่ก้มหน้า มองพื้นด้านหลัง

มีเท้าคู่หนึ่งจริงๆ

จังหวะนั้น หลินโม่ได้ยินเสียงกระซิบ

"นักโทษบาปหนา ไม่อาจให้อภัย รับบัญชาเบื้องบน ประหารด้วยการตัดหัว เจ้ามีอะไรจะสั่งเสียไหม?"

เสียงทุ้มต่ำ เจือด้วยท่วงทำนองงิ้ว ฟังดูมีจังหวะจะโคน

หลินโม่ขมวดคิ้ว เขาไม่ใช่คนยอมคนง่ายๆ

ในมือมีหนามกระดูกดำโผล่มาแล้ว ไม่หันหัว แทงสวนกลับไปทันที

เรื่องลอบแทง ทำบ่อยจนกลายเป็นความเคยชิน

เช่น แทงตรงไหนเป็นจุดตาย จุดไหนแทงง่าย ทำให้คู่ต่อสู้ตั้งตัวไม่ติด

หลินโม่ชำนาญแล้ว จึงเร็วมาก

แต่แทงวืด

หันกลับไปดู ผีตนนั้นหายไปแล้ว

"เร็วขนาดนี้?" หลินโม่ใจเต้นแรง

คู่ต่อสู้รอบนี้ไม่ธรรมดา จนป่านนี้ หลินโม่เห็นแค่เท้า ส่วนที่อยู่เหนือเท้าขึ้นไป ยังไม่เคยเห็น

มันไปแล้วเหรอ?

เปล่าเลย

ความรู้สึกคุกคามที่ทำให้หนาวสะท้านไปทั้งตัวยังอยู่ และรุนแรงกว่าเดิม

รุนแรงจนหลินโม่ขนลุกซู่

"เจ้ามีบาป หากไม่สั่งเสีย ก็จงไปอย่างสงบเถิด"

เสียงยังคงดังมาจากด้านหลัง

หลินโม่หนังศีรษะชาวาบ

"มึงสิมีบาป" หลินโม่ด่าสวน แทงกลับหลัง พร้อมชักค้อนอิฐออกมา

แต่ก็วืดอีก

หันกลับไป ไม่มีใคร ว่างเปล่า

แต่วิกฤตการณ์พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้ว

หลินโม่รูม่านตาหดเกร็ง รู้ว่าแย่แล้ว

"ถึงเวลาแล้ว ประหาร!"

เสียงคำสั่งประหาร

ดังมาจากด้านหลังหลินโม่

ชัดเจนว่าผีตนนั้นยังอยู่ข้างหลัง เหมือนกระดาษที่แปะติดหลัง

ไม่ว่าจะหันยังไง ก็ไม่มีวันเห็นมัน

แสงเย็นวาบ

หลินโม่ล้มตึงลงกับพื้น

"หัวหลุดจากบ่า บาปกรรมมลายสิ้น"

เสียงนั้นกล่าวจบ เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งจากไปอย่างรวดเร็ว

และคำว่า 'บาป' บนหลังมือหลินโม่ ก็ค่อยๆ จางลง จนหายไปในที่สุด

ครู่ต่อมา เส้นผมสีดำไม่กี่เส้นที่พันอยู่บนนิ้วหลินโม่เริ่มขยับ งอกยาวออกมา ค้นหาไปรอบๆ จนเจอหัว แล้วลากหัวกลับมาต่อกับตัว

นิ้วมือหลินโม่ขยับ

แล้วลุกขึ้นมาจากพื้น

"ไปตายซะ ไอ้บ้าเอ๊ย นี่มันผีอะไรวะเนี่ย?"

หลินโม่สบถเบาๆ

คอยังเจ็บอยู่เลย

เมื่อกี้ ยังไม่ทันรู้เรื่องรู้ราว ก็โดนตัดหัวซะแล้ว

นี่มันเรื่องบ้าอะไร?

หลินโม่เข้าวงการมานาน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้เปรียบแถมยังเสียท่าแบบหมดรูป

ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง

ถ้าไม่มี คำสาปผู้ไม่ตาย เมื่อกี้ตายไปแล้ว

แต่หลินโม่รู้ดี โกรธไปก็ไร้ประโยชน์ คำสาปผู้ไม่ตายทำงานไปแล้ว คูลดาวน์ยังไม่เสร็จ ขืนโดนอีกดาบ กันไม่อยู่แน่

รีบไป

ออกไปก่อนค่อยว่ากัน

หลินโม่หันหลังเตรียมหนี จังหวะนั้น เขาได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ

ที่สุดทางเดินฝั่งนั้น ด้วยความอยากรู้ หลินโม่ชะโงกหน้าไปดู เห็นนกกระเรียนกระดาษของเขากำลังใช้ปากเคาะประตูห้องหนึ่ง จิกๆๆ

ห้องนั้นประตูปิดสนิท ประตูสีแดงเลือด แฝงกลิ่นอายดุร้าย

หลินโม่ใจเต้น รีบย่องเข้าไป

พอถึงหน้าประตู ประตูก็มีความเคลื่อนไหว ค่อยๆ แง้มออกเป็นช่องเล็กๆ มือข้างหนึ่งยื่นออกมา คว้านกกระเรียนกระดาษเข้าไปอย่างระมัดระวัง

ดูท่าทาง ไม่น่าจะทำเป็นครั้งแรก?

"ยายเฒ่า?"

หลินโม่ลองเรียกเบาๆ

ไม่นาน ประตูเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าประหลาดใจและดีใจสุดขีดของยายเฒ่า

"เจ้ามาจริงๆ ด้วย รีบเข้ามา"

ไม่รอให้พูดพร่ำทำเพลง ดึงตัวหลินโม่เข้าไป

แล้วรีบปิดประตูลงกลอน

ห้องนี้ คือห้องของยายเฒ่า

จริงๆ ห้องนี้ไม่มีอยู่จริง ไม่ใช่ภาพฉายจากห้องในโลกความจริงด้วยซ้ำ

ที่นี่สร้างขึ้นจากความทรงจำที่ล้ำค่าที่สุดของพี่เยว่

อบอุ่นมาก

เมื่อก่อนเป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น

หลินโม่เข้ามาที่นี่ รู้สึกเหมือนกลับบ้าน

ปลอดภัยทันที

ความรู้สึกนี้เป็นของจริง ไม่ใช่อุปทาน ห้องนี้กันอันตรายและความชั่วร้ายภายนอกได้จริงๆ

ตอนนี้ยายเฒ่าถือนกกระเรียนกระดาษ มองหลินโม่

"คราวที่แล้วเจ้านกนี่มาเคาะประตู ยายเปิดรับ ก็เลยเขียนจดหมายตอบไป นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะมาจริงๆ แต่ยายมาคิดดูอีกที เจ้ามาก็กลัวจะพาเจ้ามาซวยไปด้วย"

"จริงสิ ตอนมา ไม่เจอตัวอะไรน่ากลัวใช่ไหม?"

ยายเฒ่าถามด้วยความเป็นห่วง

เหมือนคุณย่าใจดีคนหนึ่ง

หลินโม่สังเกตเห็น บนหลังมือยายเฒ่า ก็มีคำว่า 'บาป' เขียนอยู่เหมือนกัน

"ยายเฒ่า ตัวหนังสือบนมือยาย?"

"อันนี้เหรอ?" ยายเฒ่าถอนหายใจ "ยายก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอพวกนั้นมา จู่ๆ ก็มีขึ้นมา เสี่ยวเยว่ก็มี นางโดนตัดหัวเพราะไอ้ตัวหนังสือบ้านี่แหละ"

หลินโม่สูดหายใจเฮือก

พี่เยว่ก็โดน?

แม่เจ้า

งั้นเมื่อกี้เขาก็ไม่เสียเที่ยวสินะ (ที่โดนเหมือนกัน)

"พี่เยว่เป็นไงบ้าง?" หลินโม่รีบถาม

ยายเฒ่าไม่ตอบ จูงหลินโม่ไปที่ห้องพี่เยว่ ผลักประตูเปิด

หลินโม่มองเข้าไปข้างใน แม่เจ้าอีกรอบ

บนเตียง มีหัวคนวางอยู่หัวหนึ่ง

หัวพี่เยว่

ในห้องตอนนี้เต็มไปด้วยแรงอาฆาตและความแค้นรุนแรง

ดูออกเลยว่าพี่เยว่เจ็บหนัก และโกรธมาก

หลินโม่มองไปรอบๆ ถามขึ้น "ร่างพี่เยว่ล่ะครับ?"

"พวกนั้นเอาไปแล้ว พวกมันยังไม่หนำใจ จะเอาหัวเสี่ยวเยว่ไปด้วย ดีที่พวกมันหาที่นี่ไม่เจอชั่วคราว"

ยายเฒ่าถอนหายใจ

สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล

หลินโม่บอกยายเฒ่าอย่ากลุ้มใจ

"ผมมาแล้วนี่ไง?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 700 - เจ้ามีความผิด

คัดลอกลิงก์แล้ว