เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 460 - เจอเพื่อนร่วมอาชีพ

บทที่ 460 - เจอเพื่อนร่วมอาชีพ

บทที่ 460 - เจอเพื่อนร่วมอาชีพ


บทที่ 460 - เจอเพื่อนร่วมอาชีพ

ชายคนนั้นสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลังกะทันหัน

เขาตอบสนองทันที

กลิ้งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักปืนพกที่เอวออกมา ตอนที่ลุกขึ้นยืน ปากกระบอกปืนก็เล็งไปที่คนด้านหลังเรียบร้อยแล้ว

การฝึกฝนตามปกติของเขากำหนดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ต้องยิงทันที

และต้องยิงกระสุนให้หมดแม็กกาซีนภายในสามวินาที จุดตกกระสุนต้องอยู่ที่ศีรษะและหัวใจของเป้าหมาย ผลการประเมินของเขาอยู่ในระดับดีเยี่ยมมาโดยตลอด เขาสามารถทำตามข้อกำหนดเหล่านี้ได้อย่างสบายๆ

เรียกได้ว่าเป็นหัวกะทิในหมู่หัวกะทิ

แต่ครั้งนี้ ในวินาทีที่เขากำลังจะเหนี่ยวไก เขาชะงักไว้

ไม่ได้ยิง

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คือฝันร้ายที่เขาเพิ่งตั้งรหัสให้ว่า ‘นักชิงมีด’ นั่นเอง

ทำไมถึงไม่ยิง

เพราะเมื่อครู่ตอนที่สะกดรอยตามอีกฝ่าย เขาได้สังเกตเห็นรายละเอียดอย่างหนึ่ง

ใครก็ตามที่คิดจะลงมือสังหารคนผู้นี้ ไม่ว่าเป็นคนหรือฝันร้าย จุดจบล้วนน่าอนาถ

มีแต่ทางตายสถานเดียว

แล้วถ้าเขายิง แล้วฆ่านักชิงมีดคนนี้ไม่ตาย ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร?

ใช้หัวแม่เท้าคิดยังรู้เลย

แล้วตัวเขา จะฆ่าอีกฝ่ายได้ไหม?

เขาไม่มีความมั่นใจแม้แต่น้อย

ดังนั้นเขาจึงแข็งใจยั้งมือไว้

จังหวะนั้นเขาได้ยินคนตรงหน้าพูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง “กลับมา รีบกลับมา อีกฝ่ายยังไม่ได้ยิงนี่นา แถมคนนี้เป็นเพื่อนร่วมอาชีพ อย่าเพิ่งลงมือ”

คำพูดนี้ ชัดเจนว่าไม่ได้พูดกับเขา

และพอคิดให้ดี มันน่าขนลุกมาก

เขารีบหันกลับไปมองทันที

เห็นเพียงมือผีสีดำทมิฬข้างหนึ่ง กำลังหดกลับเข้าไปในเงาของเขาที่ทอดอยู่บนพื้น

เหงื่อกาฬ ไหลพลั่กออกมาทันที

เขาลดปืนในมือลง

เห็นได้ชัดว่าของพรรค์นี้ไม่มีประโยชน์แล้ว ถือต่อไป ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจว่าเขาเป็นภัยคุกคามคงไม่ดีแน่

คู่สนทนาที่อยู่ตรงข้ามย่อมเป็นหลินโม่ ตอนนี้หลินโม่กวาดตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วถามขึ้น “คนของสำนักงานจัดการเหตุการณ์พิเศษสินะ?”

คนตรงหน้าพยักหน้าอย่างแข็งทื่อ

“ว้าว อุปกรณ์พวกนายไม่เลวเลยนี่ เป็นไฮเทคทั้งนั้น” หลินโม่เดินเข้าไป ลูบเนื้อผ้าของผ้าคลุมตัวนั้น แล้วมองดูอุปกรณ์บนตัวอีกฝ่าย อย่าเพิ่งพูดถึงประสิทธิภาพ แต่มันดูเป็นมืออาชีพมาก

“ต้องแพงมากแน่ๆ ใช่ไหม?”

คนตรงหน้าไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

“จริงสิ ค่าแรงพวกนายสูงไหม? เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่?” หลินโม่สนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ

เขาดูออกว่า อีกฝ่ายต้องเป็นคนของสำนักงานจัดการเหตุการณ์พิเศษแห่งประเทศอินทรีขาวแน่นอน

เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เป็นหน่วยงานที่มีสถานะเดียวกับสำนักงานความมั่นคงของฝั่งจีน

ที่อินทรีขาว เขาเรียก ‘เอเจนต์’ ที่จีน ก็คือ ‘ผู้เชี่ยวชาญ’

ความหมายเดียวกัน

งานที่ทำก็คล้ายๆ กัน

ดังนั้นหลินโม่ถึงบอกว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนร่วมอาชีพ

เรื่องเกี่ยวกับสำนักงานจัดการเหตุการณ์พิเศษมีอยู่ในเว็บไซต์ฐานข้อมูลของสำนักงานความมั่นคง หลินโม่เคยอ่าน แม้ว่าอินทรีขาวจะมีทัศนคติที่ค่อนข้างเฉื่อยชาต่อการรับมือการรุกรานของฝันร้ายในภาพรวม แต่ต้องยอมรับว่า ในฐานะประเทศมหาอำนาจเก่าแก่ พวกเขายังมีของดีซ่อนอยู่

อย่างสำนักงานจัดการเหตุการณ์พิเศษนี้ ว่ากันว่าก่อตั้งทีหลังสำนักงานความมั่นคงของจีน แต่ด้านการฝึกฝนและยุทโธปกรณ์ กลับล้ำหน้าไปไม่น้อย

มีฝีมือจริงๆ

แต่เอเจนต์ดีเด่นแห่งสำนักงานจัดการเหตุการณ์พิเศษผู้นี้ ตอนนี้โดนหลินโม่ถามจนเอ๋อไปแล้ว

จะโทษเขาก็ไม่ได้

เมื่อกี้ตอนที่เขายกปืน เขาคิดว่าตัวเองต้องตายแน่แล้ว

โดยเฉพาะตอนที่หันไปเห็นมือผีหดกลับลงไป ยิ่งทำให้เหงื่อแตกพลั่กด้วยความหวาดผวา

ในขณะที่ขวัญหนีดีฝ่ออยู่นั้น หลินโม่ดันเข้ามาถามคำถามบ้าบอคอแตกเป็นชุด จนสมองของเอเจนต์ท่านนี้ประมวลผลไม่ทัน

“เรื่องเงินเดือนนี่ มันเป็นความลับขนาดนั้นเลยเหรอ? ช่างเถอะ ไม่พูดก็ไม่เป็นไร” หลินโม่โบกมือ แล้วถามอีกคำถาม “ฉันถามนายอีกเรื่อง แต่เรื่องนี้ นายควรจะตอบฉันมาตามตรง”

“นายเริ่มสะกดรอยตามฉันตั้งแต่เมื่อไหร่?”

หลินโม่สงสัยเรื่องนี้มาก แต่ระดับความอยากรู้อยู่รองจากเรื่องรายได้

หลังจากเข้ามาในเมืองศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่นาน เขาถึงพบว่ามีคนสะกดรอยตาม

อีกฝ่ายระมัดระวังตัวมาก และด้วยผ้าคลุมที่ทั้งเปลี่ยนสีและพรางกลิ่นอายได้ ทำให้ยากต่อการค้นพบ ความจริงหลินโม่เองก็ไม่รู้ตัวหรอก เป็นพวกเงาผีต่างหากที่บอกเขาว่ามีคนตามมา

ต้องยอมรับว่า พลังแห่งเทคโนโลยีมันน่ากลัวจริงๆ

เมื่อเจอกับคำถามนี้ของหลินโม่ อีกฝ่ายลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมเปิดปาก “ตั้งแต่ที่เขตปนเปื้อนหมายเลข 701”

หลินโม่โบกมือ “ฉันไม่รู้จักเขตปนเปื้อน 701 พูดภาษาที่ฉันฟังรู้เรื่องหน่อย”

“งั้น... ผม ผมถือว่าเป็นเชลยของคุณแล้วหรือเปล่า?” อีกฝ่ายถามอย่างลังเล

หลินโม่จ้องตาอีกฝ่าย “ใช่ ไม่พูดฉันเชือดนายทิ้ง”

“งั้นผมพูด คือตั้งแต่ที่โบสถ์แห่งนั้น...”

หลินโม่ถึงบางอ้อ

นั่นมันก็ตั้งแต่ตอนที่เขาเพิ่งลงจากเรือได้ไม่นาน ก็โดนหมอนี่เล็งเป้าแล้วนี่หว่า

หรือว่าอีกฝ่ายเห็นตอนเขาลงจากเรือ?

หลินโม่คิดดูแล้ว ความเป็นไปได้ต่ำ

อีกฝ่ายบอกว่าอยู่ที่เขตปนเปื้อน 701 แต่จุดที่ลงเรือ ไม่ใช่เขตปนเปื้อน

“นายไปทำอะไรที่เขตปนเปื้อน 701?”

“เบื้องบนสั่งให้ผมไปเฝ้าระวังผีแม่ชี เพื่อหาจุดพักของเควินที่เป็นปีศาจร้าย นี่เป็นภารกิจของผม”

คราวนี้หลินโม่เข้าใจแล้ว

อีกฝ่ายปฏิบัติภารกิจอยู่ก่อนแล้ว เป็นตัวเขาเองที่บังเอิญหลุดเข้าไป

“นายเฝ้าอยู่ที่นั่นนานแค่ไหนแล้ว?”

“หลายวันแล้วครับ”

“เจออะไรบ้าง?”

“นิดหน่อยครับ ในความเห็นของผม โบสถ์นั่นเป็นแค่หนึ่งในฟาร์มปศุสัตว์จำนวนมากของเควิน มันอาจจะแวะไปกินอาหาร แต่การที่มันไม่โผล่มาในช่วงสั้นๆ แสดงว่าเควินที่เป็นปีศาจร้ายตัวนี้ มีอาณาเขตอยู่หลายแห่ง”

“ว่าต่อ!” หลินโม่ไม่รู้จะถามอะไรต่อ เลยให้อีกฝ่ายเล่าเอง

“จากนั้น ผมก็เจอคุณ คุณฆ่าผีแม่ชี แย่งมีดไปเล่มหนึ่ง หลังจากนั้น เควินก็มาเจอคุณ ดูเหมือนจะมีการแลกเปลี่ยนบางอย่างกับคุณ เพราะมีกำแพงแมลงบังอยู่ ผมเลยมองไม่เห็น”

“หลังจากนั้น ผมรายงานสถานการณ์ของคุณให้เบื้องบนทราบ คนข้างบนสั่งให้ผมสะกดรอยตามคุณ แล้วก็ตามมาจนถึงที่นี่”

คราวนี้หลินโม่กระจ่างแจ้ง

“นายสะกดรอยตามฉัน แต่ระยะห่างไกลมาก แบบนี้ถ้าเผลอนิดเดียวก็จะคลาดกันได้”

“ใช่ครับ”

“แล้วทำไมถึงไม่คลาดกัน?”

เจอคำถามนี้ อีกฝ่ายเงียบไป

หลินโม่เลยบอกว่า ถ้าไม่สารภาพ จะถลกหนังซะ

อีกฝ่ายฟังจบก็ตัวสั่น

“ผมบอก ผมบอก คือระบบระบุตำแหน่งครับ พวกเรามีระบบระบุตำแหน่งพิเศษ ดัดแปลงดาวเทียม ทำให้สามารถติดตามเป้าหมายเฉพาะบางอย่างได้”

อีกฝ่ายไม่ใช่นักเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ แต่อธิบายคร่าวๆ หลินโม่ก็ฟังเข้าใจ

เหมือนกับการตรวจจับการก่อตัวของเขตปนเปื้อน

สามารถใช้สเปกตรัมและแหล่งกำเนิดรังสีพิเศษ เพื่อระบุตำแหน่งของเป้าหมายได้

หลินโม่หัวไว เข้าใจหลักการทำงานของระบบนี้ได้อย่างรวดเร็ว

ตอนนั้นเอง หลินโม่ก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา

“ระบุตำแหน่งสิ่งของได้ไหม?”

อีกฝ่ายอึ้งไปนิดหนึ่ง “นั่นต้องดูว่าเป็นของอะไร มีแหล่งกำเนิดรังสีพิเศษไหม”

หลินโม่ชักเคียวด้ามกระดูกเสือออกมา

“อันนี้!”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 460 - เจอเพื่อนร่วมอาชีพ

คัดลอกลิงก์แล้ว