- หน้าแรก
- ปฐมบทวันสิ้นโลก เริ่มต้นจากฝันร้าย
- บทที่ 80 - ตำนานสยองขวัญของโรงงานของเล่น
บทที่ 80 - ตำนานสยองขวัญของโรงงานของเล่น
บทที่ 80 - ตำนานสยองขวัญของโรงงานของเล่น
บทที่ 80 - ตำนานสยองขวัญของโรงงานของเล่น
ภายในห้องปิดตายอันมืดมิด ตุ๊กตากระต่ายหน้าตาน่ากลัว ใบหน้าโชกเลือด มือหนึ่งถือมีด อีกมือหนึ่งกำลังล็อกกลอนประตูที่อยู่ด้านหลังทีละตัวๆ
ทุกครั้งที่ล็อกกลอนหนึ่งตัว ก็เหมือนกับการปิดตายความหวังไปทีละชั้น
หลินโม่ถึงกับมองตาค้าง
เจ้ากระต่ายนี่เมื่อกี้แสดงละครตบตาได้เนียนกริบ โดยเฉพาะตอนนี้ที่ล็อกประตูได้โดยไม่ต้องมอง ฝีมือร้ายกาจนัก ที่สำคัญคือ ประตูด้านหลังมันมีกลอนล็อกอยู่ถึงเจ็ดแปดตัว
มันจะเยอะไปไหน
เห็นชัดว่าเจ้ากระต่ายนี่มีเจตนาไม่ดี หลินโม่กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง
มุมห้องมีถังไม้ตั้งอยู่หลายใบ
มีเลือดเสียซึมออกมาจากรอยต่อของถังไม้ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นนิ้วมือและเส้นผมเปื้อนเลือดโผล่ออกมาจากฝาถัง
เดาว่าข้างในคงบรรจุศพที่ถูกชำแหละเอาไว้
เป็นกระต่ายที่โหดเหี้ยมจริงๆ
หลินโม่ชักมีดกระดูกออกมาจากด้านหลัง
มีดชำแหละเล่มที่สองที่บุชเชอร์สร้างขึ้น ด้ามจับทำจากกระดูกขาเสืออันใหญ่ ใบมีดโค้งงอเล็กน้อยสามารถพับเก็บหรือกางออกได้
หลินโม่ถือมันไว้แล้วสะบัดอย่างแรง เสียงดัง ขวับ
ใบมีดดีดออกมา กลายเป็นโหมดเคียว
ใบมีดคมกริบสะท้อนแสงสีดำดูดุร้าย บนกระดูกเสือมีไอสีดำลอยวนเวียน คล้ายจะได้ยินเสียงคำรามอย่างไม่ยินยอมของเสือแว่วมา
"เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ? ฉันได้ยินไม่ชัด พูดใหม่อีกทีซิ" หลินโม่ชี้ไปที่หูตัวเอง
รอยยิ้มแสยะบนใบหน้าของกระต่ายชะงักค้าง
"เสี่ยวอวี่ ได้ยินไหม?" หลินโม่หยิบดินสอออกมาอีกครั้ง
ร่างของเสี่ยวอวี่ค่อยๆ ปรากฏขึ้น
ชั่วพริบตา ห้องทั้งห้องก็อัดแน่นไปด้วยคำสาปและความอาฆาตที่น่าสะพรึงกลัว กลิ่นอายนั้นรุนแรงกว่าบรรยากาศสยองขวัญเดิมในห้องนับสิบเท่า ชุดกระโปรงสีดำของเสี่ยวอวี่ราวกับกลุ่มควันดำมืดที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง เริ่มแผ่ขยายออกไปรอบทิศ
กระต่ายสยองขวัญตอนนี้ไม่สยองขวัญอีกต่อไปแล้ว มันชะงักมือที่กำลังล็อกประตูไปสามวินาที แล้วเริ่มไขกุญแจ
แต่ดูเหมือนว่างานไขกุญแจจะไม่ใช่งานถนัดของเจ้ากระต่ายสยองขวัญ คงไม่ค่อยได้ซ้อมทำ ผ่านไปพักใหญ่ก็ยังไขไม่ออกสักตัว
ทำเอาหูยาวๆ ขนปุยของมันตั้งชัน มือไม้สั่นเทา ยิ่งรีบก็ยิ่งไขไม่ออก กลายเป็นวงจรอุบาทว์
ตอนนั้นเอง เสี่ยวอวี่ก็ก้าวเดินเข้าไปทีละก้าว
ความอาฆาตที่ชวนให้อึดอัดหายใจไม่ออกก็รุกคืบเข้าไปพร้อมกับฝีเท้าของเธอ
มีดในมือกระต่ายสยองขวัญร่วงลงพื้น ตอนนี้มันไม่สนใจอะไรอีกแล้ว หันขวับกลับไปบิดลูกบิดประตูอย่างบ้าคลั่ง
แกร๊ก แกร๊ก
กลอนประตูถูกปลดออกทีละตัว
แต่ปัญหาคือ กลอนบนประตูมันเยอะเกินไป กว่าเสี่ยวอวี่จะเดินมาถึงข้างหลัง กระต่ายเพิ่งไขไปได้แค่ครึ่งเดียว
มือขาวซีดคว้าหมับเข้าที่หูของกระต่าย
กระต่ายตัวสั่นระริกเหมือนถูกไฟดูด มือขนปุยทั้งสองข้างตกลงข้างตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง
"อย่าเพิ่งฆ่ามัน"
เสียงของหลินโม่ช่วยชีวิตกระต่ายไว้ได้ในวินาทีสุดท้าย
ขืนช้ากว่านี้อีกนิด เจ้ากระต่ายคงถูกความอาฆาตฉีกเป็นชิ้นๆ
ตอนที่เสี่ยวอวี่หันกลับมา ในมือของเธอก็หิ้วตุ๊กตากระต่ายตัวน้อยหน้าตาน่ารักแบบตอนแรก เห็นได้ชัดว่ากระต่ายคืนร่างเดิมแล้ว
จากนั้นเสี่ยวอวี่ก็ยัดตุ๊กตากระต่ายใส่มือหลินโม่ แล้วร่างของเธอก็ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืด
เสี่ยวอวี่ไม่ชอบเผยตัวเท่าไหร่ ถ้าหลินโม่ไม่เรียก เธอไม่มีทางออกมาเองแน่
หลินโม่นั่งลงบนเก้าอี้ ให้เจ้ากระต่ายเล่าเรื่องด้วยตัวเอง
"คุณอยากรู้อะไรเหรอคะ?" กระต่ายน้อยนั่งอยู่ข้างๆ หูตกลู่ ถามเสียงสั่นอย่างระมัดระวัง
"งั้น... เล่าเรื่องของแกก่อนแล้วกัน" หลินโม่ชี้นำ
"ตอนแรกหนูไม่ได้เป็นกระต่ายหรอกค่ะ"
"พี่เยว่เป็นคนทำให้หนูเป็นแบบนี้"
จบแล้ว
ฝันร้ายกระต่ายรู้แค่นี้เองเหรอ?
พอหลินโม่ถามว่าพี่เยว่คือใคร กระต่ายก็แสดงอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด มันบอกหลินโม่ว่าพี่เยว่คือตัวตนที่น่ากลัวที่สุดในโรงงานของเล่นสู่กวง 'คน' ข้างนอกทั้งหมดต้องเชื่อฟังพี่เยว่
พี่เยว่น่าจะเป็นฝันร้ายที่ทรงพลังมากๆ ตนหนึ่ง
โรงงานของเล่นสู่กวงเกิดเหตุการณ์ฝันร้ายมาสามเดือนกว่าแล้ว นานขนาดนี้การจะเกิดการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก การที่มีฝันร้ายที่แข็งแกร่งรวบอำนาจปกครองพื้นที่ก็ยิ่งไม่แปลกเข้าไปใหญ่
หลินโม่มาที่นี่เพื่อตุ๊กตาตัวตายตัวแทน ไม่ได้สนใจพี่เยว่อะไรนั่น
พอถามถึงตุ๊กตาตัวตายตัวแทน กระต่ายฝันร้ายก็รู้จัก
"เจ้านั่นที่อยู่ในห้องนั้นก็น่ากลัวเหมือนกันค่ะ เป็นคนเดียวในที่นี้ที่ไม่กลัวพี่เยว่"
"จริงสิ อย่าให้พี่เยว่จับตัวได้นะคะ ไม่อย่างนั้น เธอจะจับคุณทำเป็นตุ๊กตา"
กระต่ายทำหน้าตาเหมือนเป็นห่วงหลินโม่สุดชีวิต
แต่หลินโม่ไม่หลงกลมันหรอก
เห็นแบ๊วๆ แบบนี้ บทจะโหดขึ้นมาก็จับคนหั่นศพยัดถังไม้ได้เหมือนกัน
เขาเหลือบมองถังไม้ที่มุมห้อง
หลินโม่ถามกระต่าย "ข้างในนั่นศพคนใช่ไหม?"
กระต่ายพยักหน้า ไม่กล้าสบตาหลินโม่
"ที่แกพาฉันมาที่นี่ตอนแรก ก็กะจะยัดลงไปในนั้นเหมือนกันล่ะสิ?" หลินโม่ยิ้มพลางถามต่อ
กระต่ายรีบส่ายหัวดิก แต่พอเห็นหลินโม่จ้องเขม็ง ก็ลังเลครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้ารับ
หลินโม่กำลังจะถามต่อ แต่ตอนนั้นเอง ข้างนอกก็มีเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น
"มีคน?"
หลินโม่ประหลาดใจ
ที่นี่ถูกปิดตายมาสามเดือนกว่าแล้ว ต่อให้มีคนหลงเหลืออยู่ ก็คงตายไปนานแล้ว
หลินโม่คว้าเจ้ากระต่ายบนโต๊ะ เดินไปปลดล็อกประตูที่เหลือ แล้วผลักประตูเดินออกไป
...
"โชคดีชะมัด!" หลี่จิ้งลุกขึ้นจากพื้น มองไปรอบๆ
รถตำรวจหายไปแล้ว
ตำรวจสองคนที่ใส่ชุดป้องกันก็หายไปแล้วเช่นกัน
หลี่จิ้งจำได้ว่า เมื่อกี้เหมือนเธอจะเถียงกับเพื่อนร่วมงาน แล้วตำรวจคนขับหันมาเตือน จนเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ
พอตื่นมาดู ตัวเองไม่เป็นไร แถมกุญแจมือก็หลุดหายไปแล้ว
แบบนี้สิถึงเรียกว่าโชคดี
เพื่อนร่วมงานของเธอยืนอยู่ข้างๆ หันหลังให้ ดูท่าทางจะไม่เป็นไรเหมือนกัน หลี่จิ้งไม่ได้คิดอะไรมาก ร้องเรียก "โรเบิร์ต จังหวะที่ตำรวจสองคนนั้นไม่อยู่ รีบไปกันเถอะ"
แม้เธอจะสงสัยอยู่บ้างว่าทำไมตำรวจสองคนนั้นถึงจู่ๆ ก็หายตัวไป แต่เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
เธอคิดไว้แล้วว่า พอกลับไปคราวนี้ เอารูปที่ถ่ายไว้ไปผสมกับเรื่องที่แต่งขึ้นเอง แล้วส่งไปให้สื่อต่างประเทศ ก็จะได้เงินก้อนโตเหมือนเคย
แค่เอารูปมั่วๆ มาแปะ ใส่เรื่องราวเท็จๆ เข้าไป ขอแค่เนื้อหาเป็นการใส่ร้ายป้ายสี สื่อต่างชาติก็พร้อมจะลงให้ ไม่มีทางเลือกหรอก ก็พวกฝรั่งมันชอบเสพข่าวแบบนี้นี่นา
พวกมันชอบ เธอก็จัดให้ ต่อให้มันจะไม่ใช่เรื่องจริงเลยก็ตาม
เธอเดินนำหน้า ได้ยินเสียงฝีเท้าตามหลังมา น่าจะเป็นโรเบิร์ต
คนอาชีพอย่างพวกเขา การมีชื่อภาษาอังกฤษเป็นเรื่องปกติ อย่างชื่อภาษาอังกฤษของเธอคือ 'แครอล'
"โรเบิร์ต เรามาถูกทางใช่ไหม?" หลี่จิ้งถามขึ้น เธอพยายามจะหันไปมอง แต่รู้สึกว่าคอหนักอึ้งเหมือนมีอะไรกดทับ หันไปไม่ได้เลย
"ทางนี้แหละ" เสียงโรเบิร์ตตอบกลับมาจากด้านหลัง
"โอเค คอฉันเจ็บนิดหน่อย สงสัยจะเจ็บตอนรถคว่ำเมื่อกี้" หลี่จิ้งบ่น
"เดินต่อเถอะ" เสียงของโรเบิร์ตฟังดูแปลกๆ
แต่หลี่จิ้งไม่ได้คิดมาก แต่ไม่นานเธอก็พบว่าทางข้างหน้าดูเหมือนจะทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด และทิวทัศน์สองข้างทางก็เหมือนเดิมเปี๊ยบ
บวกกับอากาศมืดสลัว ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูน่าขนลุก หลี่จิ้งเริ่มเอะใจ
"โรเบิร์ต เดี๋ยว! ฉันรู้สึกแปลกๆ!" หลี่จิ้งหยุดเดิน เธออยากจะหันกลับไป แต่พบว่าคอยิ่งเจ็บหนักกว่าเดิม จนปัญญา เธอจึงต้องหมุนทั้งตัวกลับไป
เธอตะลึงงัน
ข้างหลังไม่มีใครเลย
"โรเบิร์ต?" หลี่จิ้งตกใจกลัว
ลางๆ เหมือนเธอจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง แต่เสียงนั้นเหมือนถูกอะไรปิดกั้นไว้ ฟังไม่ได้ศัพท์
เธอยกมือขึ้นจะแคะหู
ทันใดนั้น เธอก็สัมผัสโดนใบหน้าหนึ่ง
เย็นเฉียบ และลื่นหยุ่น
เธอกลอกตามองไปข้างๆ แต่ไม่เห็นอะไรเลย
แต่สัมผัสนั้นมันชัดเจนมาก
เธอคลำไล่ไปตามใบหน้าเย็นเฉียบนั้น แล้วก็ไปสัมผัสโดนมือคู่หนึ่งที่เย็นเฉียบเช่นกัน
มือคู่นั้น กำลังปิดตาเธออยู่
ความกลัวถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ หลี่จิ้งใช้สัญชาตญาณแกะมือที่ปิดตาเธอออกอย่างแรง
วินาทีถัดมา ทุกอย่างตรงหน้าก็เปลี่ยนไป
เธอกลับมายืนอยู่บนดาดฟ้าตึกที่พักอาศัย แค่ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวเดียวก็จะตกลงไปแล้ว
และที่ทำให้เธอกลัวจนขีดสุดคือ ผีผู้หญิงใบหน้าบิดเบี้ยวแสยะยิ้มกำลังขี่คอเธออยู่ มันกระซิบข้างหูเธอไม่หยุด หลอกลวงการได้ยินของเธอ
มือสองข้างปิดตาเธอไว้ หลอกลวงการมองเห็นของเธอ
สิ่งที่เธอเห็นและได้ยินเมื่อครู่ ล้วนเป็นของปลอม
ไม่ไกลนัก โรเบิร์ตและตำรวจสองนายกำลังมองดูเธอด้วยความหวาดผวา
"กลับมาเร็ว อันตราย"
"อย่าขยับนะ"
หลี่จิ้งเข้าใจแล้ว เสียงที่เธอได้ยินแว่วๆ เมื่อครู่ คือเสียงของพวกเขานั่นเอง
ทันใดนั้นเอง ขอบตึกที่หลี่จิ้งยืนอยู่ก็แตกออก วินาทีต่อมา เธอก็กรีดร้องพลางร่วงหล่นลงไป
[จบแล้ว]