- หน้าแรก
- เผยแพร่ให้ก้องโลก ฉันนี่แหละตัวพ่อแห่งโปเกมอนที่แท้จริง
- บทที่ 980 อาร์เซอุสคุ้มครองด้วย! (ฟรี)
บทที่ 980 อาร์เซอุสคุ้มครองด้วย! (ฟรี)
บทที่ 980 อาร์เซอุสคุ้มครองด้วย! (ฟรี)
“อา... นี่มัน ลิซาร์ดอนที่มีทั้งท่าเรียกแดดและคุณสมบัติพลังสังเคราะห์แสง ร่วงไปแบบนี้เลยเหรอ?”
“แล้วจะให้เป็นยังไงล่ะ? คู่ต่อสู้คืออาโกโยงเชียวนะ”
“ไม่ใช่สิ ฉันลองส่องโปเกเด็กซ์ดูแล้ว ลิซาร์ดอนตัวนี้ใช้ท่าไล่หมอกได้นะ ทำไมถึงไม่ใช้ล่ะ? หรือว่าแกล้งแพ้?”
“แกมันไอ้ฟายหรือเปล่า? คิดว่าอาโกโยงเขายืนกินแรงเพื่อนหรือไง? เขาจะยืนบื้อรอให้แกใช้ท่าไล่หมอกเหรอ?”
“ก็จริงนะ ใช้ท่าไล่หมอกไปก็มีแต่จะตายไวขึ้น ถึงแม้ตอนที่ไม่ใช้จะร่วงไวเหมือนกันก็เถอะ...”
“รู้สึกว่าหัวหน้ายิมฟู่เจี๋ยจะจบเห่แล้วละ อาโกโยงตัวนี้เขาไม่มีทางรับมือได้เลย”
บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยเสียงเซ็งแซ่ ในขณะที่คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน
แต่ในตอนนี้ผู้ชมทุกคนต่างเข้าใจตรงกันว่า ฟู่เจี๋ยคงไปต่อไม่ไหวแล้ว
แม้ว่าเขาจะยังเหลือโปเกมอนอีกสี่ตัวอย่างคิวคอน, วินดี้, เมก้าบาชาโม และวินดี้ร่างฮิซุย แต่กลับไม่มีตัวไหนเลยที่เหมาะสมจะเอามาต่อกรกับอาโกโยง
ลิซาร์ดอนที่เป็นตัวเดียวที่มีความสามารถในการแบทเทิลบนฟ้า ก็ดันมาพ่ายแพ้ให้กับอาโกโยงเพราะความต่างของฝีมือไปซะแล้ว
แล้วเขาจะสู้ยังไงต่อ?
“โอ้~ นี่แหละคือความขมขื่นของการที่ทีมไม่มีความสามารถในการบิน”
บนอัฒจันทร์คนดู เอ็ดเวิร์ดเดาะลิ้นพลางถอนหายใจ แม้ว่าโปเกมอนที่เหลืออีกสี่ตัวของฟู่เจี๋ยจะยังมีสภาพที่ค่อนข้างดี
แต่สถานการณ์ในตอนนี้เรียกได้ว่าโอกาสชนะเหลือเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น
และนั่นยังนับแค่กรณีของอาโกโยงตัวเดียว ยังไม่ได้รวมโปเกมอนตัวอื่น ๆ ของหลินยุนเอ๋อร์เข้าไปด้วยซ้ำ
เพราะฟู่เจี๋ยไม่มีทางก้าวข้ามด่านของอาโกโยงไปได้เลย
“หลัก ๆ เลยคือฝีมือของอาโกโยงตัวนี้แข็งแกร่งเกินไปจริง ๆ” เฉินหยุนส่ายหน้า
ถ้าเป็นแค่เรื่องความได้เปรียบกลางอากาศ มันก็ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้ เหมือนอย่างตอนที่หลินยุนเอ๋อร์ใช้โดราพัลท์ก่อนหน้านี้
แต่อาโกโยงไม่ใช่โดราพัลท์!
ความแข็งแกร่งของอาโกโยงเหนือกว่าโดราพัลท์อยู่ไม่น้อย แถมจุดเด่นของโปเกมอนทั้งสองตัวนี้ก็ต่างกันด้วย
“ก็น่าเสียดายแทนเหล่าฟู่นะ ด้วยฝีมือระดับเขา จริง ๆ แล้วมีลุ้นเข้าถึงรอบสิบหกทีมสุดท้ายได้เลย”
เฉินหยุนเอ่ยอย่างเสียดาย ฟู่เจี๋ยนั้นมีฝีมือที่เก่งกาจมาก แนวทางการแบทเทิลก็ชัดเจน การบัญชาการก็ไม่มีที่ติ
แต่ความต่างของพลังพื้นฐานมันคือเรื่องจริง
……
อีกด้านหนึ่ง
“ไม่ใช่ลิซาร์ดอนทุกตัวที่จะถูกเรียกว่ามังกรไฟบัฟหรอกนะ”
กู่ซินมองดูลิซาร์ดอนที่ร่วงหล่นลงไปพลางหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
อันที่จริงลิซาร์ดอนของฟู่เจี๋ยถูกปั้นมาได้ดีมากแล้ว แต่สาเหตุที่มังกรไฟบัฟถูกเรียกว่ามังกรไฟบัฟ ก็เพราะมันมีวิธีการเสริมพลังที่หลากหลาย
ทั้งร่างเมก้าและร่างเคียวไดแมกซ์ ลิซาร์ดอนล้วนมีส่วนร่วมทั้งสิ้น แต่ประเภทที่เก่งกาจจนโอเวอร์แม้จะอยู่ในร่างปกติเหมือนอย่างของแดนดินั้น มีให้เห็นน้อยมากจริง ๆ
และการแบทเทิลหลังจากนั้นก็เป็นไปตามคาด
แม้ฟู่เจี๋ยจะไม่ยอมแพ้ แต่ภายใต้การคุมสนามของท่าพิษกระจาย แถมยังมีอัลตร้าบีสต์อย่างอาโกโยงคอยจ้องจะเล่นงานจากบนฟ้า
ฟู่เจี๋ยก็หมดปัญญาจะสู้ต่อจริง ๆ
พลังโจมตีเวทของอาโกโยงนั้นรุนแรงเกินไป ส่วนท่าพิษกระจายที่คอยกัดกร่อนอยู่ตลอดเวลาก็เปรียบเสมือนการควบคุมสถานะที่มั่นคง ทำให้อาโกโยงสามารถโจมตีได้อย่างไร้ความกดดัน
แบบนี้จะเอาอะไรไปชนะ?
เมื่อเมก้าบาชาโมตัวสุดท้ายหมดสติและหลุดออกจากร่างเมก้า อาโกโยงก็ทำสถิติเก็บเรียบห้าตัวรวดได้สำเร็จ
“บาชาโมหมดสภาพต่อสู้ อาโกโยงเป็นฝ่ายชนะ”
“เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันฟู่เจี๋ยเสียโปเกมอนครบทั้งหกตัว ผู้ชนะในการแบทเทิลครั้งนี้คือผู้เข้าแข่งขันหลินยุนเอ๋อร์”
กรรมการเดินลงสนามมาประกาศผลการแข่งขันในที่สุด
และทันทีที่สิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งสนามก็พลันเดือดพล่าน เสียงโห่ร้องยินดีดังสนั่นหวั่นไหวไปถึงชั้นบรรยากาศ
“โว้ว~!”
“อาโกโยง! ทำถึงมาก! แม่เจ้าโว้ย เกือบจะเก็บเรียบหกตัวรวดแล้ว!”
“โอ้!! ฉันชอบผู้หญิงคนนี้จัง ต่อไปนี้ฉันจะเป็นแฟนคลับของเธอ!”
“ยุนเอ๋อร์สุดยอด! ฮ่า ๆ ๆ~ ที่แท้ยุนเอ๋อร์ของเราก็เป็นผู้หญิงที่มีตำนานครอบครองเหมือนกัน!”
“พระเจ้า... เทรนเนอร์ต้าเซี่ยที่มีโปเกมอนในตำนานโผล่มาอีกคนแล้ว ทำไมต้าเซี่ยถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้เนี่ย?”
“โชคดีที่เป็นการเจอกันเองของคนต้าเซี่ยนะเนี่ย รู้สึกว่าหัวหน้ายิมคนนี้ฝีมือก็ไม่เบาเลยเหมือนกัน”
ในสนามประลองเต็มไปด้วยเสียงเซ็งแซ่หลากหลายอารมณ์ แต่เรื่องพวกนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคนทั้งสองในสนามเลย
“เฮ้อ~ ไม่ต้องทำหน้าเศร้าเป็นแมวหงอยหรอก นายทำดีที่สุดแล้ว”
ฟู่เจี๋ยเดินไปข้าง ๆ บาชาโมที่เพิ่งฟื้นสติพลางตบไหล่คู่หูแล้วยิ้มปลอบใจ
แต่ดูเหมือนบาชาโมจะยังคงรู้สึกผิด มันก้มหน้าลงด้วยความผิดหวัง
“ไม่เป็นไรจริง ๆ มันก็แค่การแข่งขันน่ะ ถ้ายังรู้สึกไม่ดีล่ะก็ ต่อจากนี้ก็พยายามให้มากขึ้นนะ ครั้งหน้าพวกเราค่อยชนะคืนมา”
“พวกเราเก่งมากแล้วใช่ไหมล่ะ? เป็นหนึ่งในสามสิบสองเทรนเนอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเชียวนะ เรื่องนี้เมื่อก่อนฉันไม่เคยแม้แต่จะกล้าฝันถึงเลยด้วยซ้ำ”
ฟู่เจี๋ยเอ่ยให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงร่าเริง แม้จะแพ้แต่เขาก็เตรียมใจไว้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้จะร่วงรอบนี้ แต่ในอนาคตเขาก็สามารถยืดอกพูดได้อย่างเต็มภาคภูมิว่าเขาคือหนึ่งในห้าสิบเทรนเนอร์ระดับท็อปของโลก!
เมื่อได้ยินดังนั้น บาชาโมก็ดูจะมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง มันส่งเสียงครางต่ำอย่างจริงจังให้ฟู่เจี๋ย เพื่อสื่อว่าต่อจากนี้มันจะขยันฝึกซ้อมให้หนักกว่าเดิม!
“ต้องอย่างนี้สิ มาพยายามไปด้วยกันนะ”
ฟู่เจี๋ยยิ้มพลางลุกขึ้นยืน แล้วมองไปยังหญิงสาวในชุดเดรสสีเหลืองที่กำลังเดินตรงมา
รูปร่างเพรียวบางสมส่วนถูกห่อหุ้มด้วยชุดเดรสยาวสีเหลือง ภายใต้เส้นผมยาวสลวยดูเป็นธรรมชาติคือใบหน้าขาวเนียนที่งดงามจับใจ ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำเป็นประกายราวกับอัญมณี กลิ่นอายความสงบและสง่างามแผ่ออกมาอย่างน่าประทับใจ
ต้องยอมรับเลยว่า ต่อให้ฟู่เจี๋ยจะเคยเจอสาวสวยมานับไม่ถ้วน แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าหลินยุนเอ๋อร์นั้นงดงามจริง ๆ
แต่... เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้แหละที่ซ้อมเขาซะน่วมเลย
แต่ก็นะ การแข่งขันย่อมมีแพ้มีชนะเป็นเรื่องธรรมดา
“ยินดีด้วยนะที่เข้ารอบสิบหกทีมสุดท้าย ยุนเอ๋อร์”
ฟู่เจี๋ยยิ้มแสดงความยินดีกับหลินยุนเอ๋อร์
“ขอบคุณค่ะ ดูเหมือนคุณจะยังโอเคอยู่นะคะ” หลินยุนเอ๋อร์ส่งยิ้มอ่อนโยนกลับไป
“ฮ่า~ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก ผมน่ะสภาพจิตใจดีเยี่ยมเสมอ”
ฟู่เจี๋ยโบกมืออย่างร่าเริง
“แถมยังได้ตำแหน่งสามสิบสองทีมสุดท้ายของเวิลด์แชมเปี้ยนชิปมาครองด้วย ไม่ทำให้คนในครอบครัวกับตาแก่นั่นเสียหน้าหรอก ผลงานระดับนี้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว”
น้ำเสียงที่ดูผ่อนคลายและเป็นกันเองบ่งบอกถึงอารมณ์ของฟู่เจี๋ยในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี เขาไม่ได้มีความรู้สึกผิดหวังหรือเสียใจที่ถูกคัดออกเลยสักนิด
“แต่รอบสิบหกทีมสุดท้ายหลังจากนี้คงสู้กันดุเดือดแน่ ยุนเอ๋อร์ พยายามเข้านะ”
“ค่ะ ฉันจะพยายามให้เต็มที่”
หลินยุนเอ๋อร์พยักหน้ารับ ใช่แล้ว แม้จะเข้ารอบสิบหกทีมสุดท้ายได้สำเร็จ
แต่การแข่งขันหลังจากนี้ย่อมต้องยากลำบากกว่าเดิมแน่นอน เพราะคนที่สามารถฝ่าฟันมาถึงรอบนี้ได้ ล้วนแต่เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวทั้งสิ้น!
จากนั้นทั้งสองคนก็เดินคุยกันพลางออกจากสนามประลองไป
“ได้ผู้เข้ารอบเพิ่มมาอีกคนแล้วนะครับ และต่อไปก็จะเป็นการแบทเทิลคู่สุดท้ายของวันนี้แล้ว”
บนแท่นบรรยาย พิธีกรแว่นดำเอ่ยติดตลกอีกสองสามประโยคเพื่อดึงบรรยากาศในสนามให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
“ต่อไปขอเชิญทุกท่านมองไปที่หน้าจอยักษ์ ผู้เข้าแข่งขันสองคนสุดท้ายของวันนี้จะเป็นใครกันนะ?”
บนหน้าจอยักษ์ รูปโปรไฟล์เริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว
ทุกคนต่างจับจ้องไปที่หน้าจอด้วยความตื่นเต้น บางคนก็ลุ้นจนตัวโก่ง บางคนก็คาดหวังอย่างแรงกล้า
ไม่นานนัก รูปโปรไฟล์แรกก็หยุดนิ่ง เผยให้เห็นใบหน้าของเด็กสาวที่ดูเกลี้ยงเกลาสะอาดตาคนหนึ่ง
ฉู่ยี่เหริน!
“เอ๊ะ? ถึงตาฉันแล้วเหรอเนี่ย”
ฉู่ยี่เหรินกระพริบตาปริบ ๆ
“เชี่ย! บอสใหญ่มาแล้ว!”
“ขอร้องละ ขอร้องละ! อย่าให้สุ่มไปเจอคุณชายเฉินเลยนะ!”
“โอ้มายก๊อด! ฉันจำเด็กคนนี้ได้! เธอมีดาร์กไรกับเอ็นเตด้วย!”
“อาร์เซอุสคุ้มครองด้วย! อย่าให้เป็นเจ้าหญิงแมคเคนนาเลยนะ!”
“ใครจะไปสู้กับยัยนี่ได้วะเนี่ย?”
ในสนามประลองพลันเกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นไม่น้อย แม้แต่พิธีกรแว่นดำยังถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง
ตามข่าววงในที่เชื่อถือได้ ถ้าเขาจำไม่ผิด เด็กสาวหน้าตาเกลี้ยงเกลาที่ดูอายุยังน้อยคนนี้ มีทีมโปเกมอนที่เป็นระดับตำนานยกทีมเลยไม่ใช่เหรอ?
นี่มันบอสลับชัด ๆ!
ไม่รู้ว่าไอ้ซวยคนไหนจะถูกสุ่มมาเจอเธอ
“น้องยี่เหรินนี่นา เอ๊ะ? พวกเฮียเป็นอะไรกันไปหมดน่ะ?”
หลงเล่ยเดาะลิ้นพลางเหลือบมองเจิ้งซื่อเชียนและหลงอ้าวเทียนที่ตอนนี้นั่งตัวตรงแหน็วด้วยสีหน้าเคร่งเครียดสุด ๆ
ทั้งสองคนไม่ได้สนใจหลงเล่ย สายตายังคงจับจ้องเขม็งไปที่รูปโปรไฟล์ที่สองที่ยังไม่หยุดหมุน
อาร์เซอุสคุ้มครอง! อาร์เซอุสช่วยลูกด้วย!
อย่าให้เป็นผมเลยนะ! ให้ยัยคนแซ่ฉู่นั่นไปไกล ๆ ผมที!
และนอกจากเจิ้งซื่อเชียนกับหลงอ้าวเทียนแล้ว ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้เข้ารอบต่างก็รู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ
โดยเฉพาะคนที่รู้ซึ้งถึงความโหดของฉู่ยี่เหรินดี ย่อมไม่มีใครอยากจะมาเจอตัวบอสใหญ่ตั้งแต่รอบนี้แน่นอน
เพราะการจะเอาชนะฉู่ยี่เหรินได้นั้น มันเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน
โปเกมอนในตำนานยกทีมแบบนั้น พวกเขาแบกรับไม่ไหวหรอก!
แม้แต่เฉินหยุนในตอนนี้ยังต้องเกร็งตัวขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเขาก็ยังไม่ได้เข้ารอบเหมือนกัน
ถ้าต้องมาเจอฉู่ยี่เหรินที่นี่ ต่อให้เป็นเฉินหยุนก็คงจะเซ็งสุดขีด เพราะนี่มันเพิ่งจะรอบสามสิบสองทีมสุดท้ายเองนะ
ถ้าจะต้องปะทะกันจริง ๆ อย่างน้อยก็ควรจะไปเจอกันในรอบสี่ทีมสุดท้ายสิถึงจะถูก
และท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดแบบนี้ รูปโปรไฟล์ที่สองบนหน้าจอยักษ์ก็หยุดนิ่งลงในที่สุด
นั่นคือชายหนุ่มผมดำหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง
ติงเสี่ยวอวี่!
เฮ้อ~
ทั่วทั้งสนามพลันเกิดเสียงถอนหายใจดังระงม
“โฮ่ ๆ~ ไอ้ซวยคนนี้มาจากไหนเนี่ย? ดูท่าทางจะเป็นคนเอเชียนะ”
“ขำชะมัด เจอกันเองอีกแล้ว! เทรนเนอร์คนนี้ก็มาจากต้าเซี่ยเหมือนกัน”
“พวกเรามาปรบมือส่งท้ายให้ผู้กล้าคนนี้กันเถอะ!”
“เฮ้~ คนนี้ฉันรู้จัก เขาคือผู้เข้าแข่งขันที่ติดแปดอันดับแรกของการแข่งขันระดับประเทศครั้งแรกของต้าเซี่ยเชียวนะ”
“โชคดีที่ไม่ได้สุ่มมาเจอพี่ชายของฉัน! ขอบคุณพ่อหนุ่มรูปหล่อคนนี้จากใจจริงเลย”
บรรยากาศกลับมาคึกคักและร้อนแรงอีกครั้งทันที
“ติงเสี่ยวอวี่งั้นเหรอ”
ฉู่ยี่เหรินมองดูรูปโปรไฟล์บนหน้าจอยักษ์ เธอเองก็พอจะจำคนคนนี้ได้อยู่บ้าง
เพราะเขาเป็นถึงแปดอันดับแรกของการแข่งขันระดับประเทศ ย่อมต้องเป็นเทรนเนอร์ที่แข็งแกร่งมากคนหนึ่งแน่นอน
……
บนแท่นบรรยาย
“ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองท่านพร้อมแล้วนะครับ ถ้าอย่างนั้นขอเสียงปรบมือดัง ๆ ต้อนรับผู้เข้าแข่งขันทั้งสองท่านลงสู่สนามด้วยครับ!”
เสียงอันกึกก้องของพิธีกรแว่นดำดังสนั่นไปทั่วสนามประลอง
“ฉู่ยี่เหริน!”
“ติงเสี่ยวอวี่!”
สิ้นเสียงของพิธีกร ท่ามกลางเสียงปรบมืออันเร่าร้อนของผู้ชม เงาร่างของคนสองคนก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากอุโมงค์นักกีฬาของทั้งสองฝั่ง
ฉู่ยี่เหรินเดินไปประจำตำแหน่งผู้เข้าแข่งขันของเธอ พลางมองไปยังติงเสี่ยวอวี่ด้วยสีหน้าจริงจัง
นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มการแข่งขันเวิลด์แชมเปี้ยนชิปที่เธอได้สุ่มมาเจอเทรนเนอร์ต้าเซี่ยที่มีชื่อเสียงเรียงนามขนาดนี้!
แถมตอนนั้นเธอก็เคยดูการแข่งขันของติงเสี่ยวอวี่มาแล้ว เธอรู้ดีว่าติงเสี่ยวอวี่นั้นเก่งมาก เพราะฉะนั้นฉู่ยี่เหรินจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
เธออยากจะคว้าแชมป์เวิลด์แชมเปี้ยนชิปครั้งนี้มาครองด้วยผลงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด!
“...”
ติงเสี่ยวอวี่มองไปยังฉู่ยี่เหรินด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ใบหน้าที่ไร้อารมณ์นั้นราวกับไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย แต่ในขณะเดียวกันมันก็เหมือนกับได้บอกทุกอย่างไปหมดแล้ว