- หน้าแรก
- เผยแพร่ให้ก้องโลก ฉันนี่แหละตัวพ่อแห่งโปเกมอนที่แท้จริง
- บทที่ 975 นี่คือโปเกมอนตัวแบกที่สุดในทีมของฉัน! (ฟรี)
บทที่ 975 นี่คือโปเกมอนตัวแบกที่สุดในทีมของฉัน! (ฟรี)
บทที่ 975 นี่คือโปเกมอนตัวแบกที่สุดในทีมของฉัน! (ฟรี)
“วินดี้ตัวนี้เจ๋งจริงๆ เลยแฮะ~”
หลินเซิงอุทานออกมาด้วยความทึ่ง ฟลาเจสถือเป็นโปเกมอนตัวหลักที่ค่อนข้างแข็งแกร่งของหลินยุนเอ๋อร์แล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับวินดี้ของฟู่เจี๋ย กลับถูกกดดันอย่างหนักจนแทบโงหัวไม่ขึ้น
แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะจังหวะการโจมตีของวินดี้ที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความแข็งแกร่งดั้งเดิมของตัววินดี้เองก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน
“ยุนเอ๋อร์ต้องเปลี่ยนตัวแน่นอน ฟลาเจสสู้กับวินดี้ไม่ไหวหรอก” เฉินหยุนพยักหน้าพลางเอ่ยวิเคราะห์ออกมา
นิฮงบาเระกำลังจะหมดลงแล้ว แต่ต่อให้ไม่มีการเพิ่มพลังจากท่าประเภทไฟของนิฮงบาเระ ฟลาเจสก็ยังรับมือวินดี้ลำบากอยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้น...
“เมดิเทชันสองขั้นนั้น ก็เพื่อเตรียมไว้ให้โปเกมอนตัวถัดไปสินะ”
เฉินหยุนมองไปที่หลินยุนเอ๋อร์ เขามั่นใจว่าเมดิเทชันสองระดับที่ฟลาเจสทำไว้จะไม่สูญเปล่าแน่นอน
……
บนสนาม
“วินดี้ ความเร็วแสง!”
ทันทีที่บาเรียจากท่าโพรเทคสลายกลายเป็นละอองแสง ฟู่เจี๋ยก็สั่งให้วินดี้เปิดฉากบุกทันที เขาไม่คิดจะเปิดโอกาสให้ฟลาเจสได้พักหายใจเลย!
วินดี้พุ่งทะยานออกไปพร้อมแสงสีขาวที่หาง ร่างของมันพุ่งเข้าหาฟลาเจสราวกับสายฟ้าแลบ
“ส่งไม้ต่อ!”
บนตัวฟลาเจสพลันส่องแสงสีขาววาบขึ้น ก่อนที่ความเร็วแสงของวินดี้จะเข้าถึงตัว มันก็กลายเป็นลำแสงพุ่งกลับเข้าสู่โปเกบอลในมือของหลินยุนเอ๋อร์ไปเสียก่อน
“เชี่ย!”
ฟู่เจี๋ยแอบสบถด่าในใจอย่างอดไม่ได้ เขาเดาไว้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ถึงได้รีบสั่งบุก แต่ความเร็วของท่าส่งไม้ต่อมันไวเกินไป ขนาดท่าความเร็วแสงยังขัดขวางไม่ทัน เพราะท่าส่งไม้ต่อคือการเรียกโปเกมอนกลับเข้าบอล ซึ่งมันขัดขวางได้ยากสุดๆ
“พิคาชู! ฝากด้วยนะ!”
“ปิก๊า~”
หลินยุนเอ๋อร์โยนเฌอริชบอลขึ้นไปสูงๆ แสงสีขาวสว่างวาบ พิคาชูที่สวมหมวกกระโดดลงสู่พื้นอย่างคล่องแคล่ว มันใช้เท้าหน้าเล็กๆ กดหมวกของตัวเองไว้ ท่าทางเต็มไปด้วยพลังงานที่ล้นปรี่
และทันทีที่เจ้าหนูสายฟ้าสีเหลืองสวมหมวกตัวนี้ปรากฏตัว ผู้ชมในสนามจำนวนมากต่างก็ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น
พิคาชูร่างใส่หมวก!
นี่คือโปเกมอนที่เป็นสัญลักษณ์และเป็นตัวชูโรงที่โดดเด่นที่สุดของหลินยุนเอ๋อร์ ทั้งยังเคยเป็นกำลังหลักที่แข็งแกร่งที่สุดของเธออีกด้วย!
อาจกล่าวได้ว่าสมรภูมิที่มีชื่อเสียงที่สุดของหลินยุนเอ๋อร์จนถึงปัจจุบัน ล้วนมีเจ้าหนูสายฟ้าตัวนี้เป็นตัวแบกที่ระเบิดพลังพาทีมคว้าชัยมาได้ทั้งสิ้น! จนชื่อเสียงของมันโด่งดังทะลุขีดจำกัดไปไกลแล้ว
ในโลกใบนี้หากพูดถึงพิคาชู ย่อมไม่มีใครไม่นึกถึงพิคาชูร่างใส่หมวกของหลินยุนเอ๋อร์ เพราะนี่คือเจ้าหนูสายฟ้าที่ทุกคนยอมรับว่าแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี!
“เป็นเจ้าหนูตัวนี้จริงๆ ด้วยแฮะ”
ฟู่เจี๋ยสีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก หากใครที่รู้จักหลินยุนเอ๋อร์ดี ย่อมรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของมัน แม้จะไม่นับอัลตร้าบีสต์ที่เธอยังไม่เปิดเผย และถึงแม้โดราพัลท์จะเป็นโปเกมอนเริ่มต้นและเป็นกึ่งเทพ
แต่ถ้าถามว่าโปเกมอนตัวไหนของหลินยุนเอ๋อร์ที่รับมือยากและแข็งแกร่งที่สุดในอดีต คำตอบย่อมเป็นพิคาชูร่างใส่หมวกตัวนี้อย่างแน่นอน
ไม่เพียงแต่ความแข็งแกร่งจะไม่ด้อยไปกว่ากึ่งเทพทั่วไป แต่มันยังมีจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ทรหดสุดๆ ต่อให้บาดเจ็บหนักแค่ไหนก็ยังสู้ยิบตา เรียกได้ว่าเป็นตัวแบกระดับพระกาฬในทีมของหลินยุนเอ๋อร์ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยตั้งแต่เปิดตัว!
“วินดี้!”
ฟู่เจี๋ยเรียกชื่อคู่หูด้วยความระมัดระวัง แม้พิคาชูร่างใส่หมวกจะมีขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัด แต่จากผลงานที่ผ่านมา ความเก่งกาจของมันไม่ด้อยไปกว่ากึ่งเทพเลย
จากข้อมูลการต่อสู้ที่เคยมีคนรวบรวมไว้ พิคาชูร่างใส่หมวกตัวนี้ไม่มีจุดอ่อนเลยสักด้าน ไม่ว่าจะเป็นพลังโจมตี พลังป้องกัน ความเร็ว พลังกาย หรือแม้แต่จิตใจที่เข้มแข็ง ล้วนอยู่ในระดับยอดเยี่ยมทั้งสิ้น
และที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้มันยังได้รับผลจากการส่งไม้ต่อที่ผ่านการเมดิเทชันมาแล้วถึงสองครั้ง งานนี้ตึงมือแน่นอน!
วินดี้ตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ ดวงตาที่ดูองอาจและเฉียบคมจ้องเขม็งไปที่พิคาชูร่างใส่หมวก วงแสงสีขาวแผ่ออกมาจากตัวพิคาชูร่างใส่หมวก นี่คือผลของคุณสมบัติพิเศษข่มขู่ของวินดี้นั่นเอง
“งั้นก็ลองหยั่งเชิงดูก่อนแล้วกัน” ฟู่เจี๋ยหรี่ตาลงอย่างช้าๆ
น่าเสียดายที่นิฮงบาเระหมดลงแล้ว ไม่อย่างนั้นวินดี้คงได้รับพลังเสริมมากกว่านี้
“วินดี้! พ่นไฟ!”
“สายฟ้าแสนล้านโวลต์!”
วินดี้อ้าปากพ่นเสาไฟที่ร้อนแรงเข้าใส่พิคาชูร่างใส่หมวกทันที ทางด้านพิคาชูร่างใส่หมวกเองก็ไม่น้อยหน้า กระแสไฟฟ้าสีทองสว่างวาบที่แก้มทั้งสองข้าง ก่อนจะปล่อยสายฟ้าขนาดมหึมาพุ่งทะยานออกไป
เปลวไฟสีแดงและสายฟ้าสีทองปะทะกันอย่างรุนแรงที่กลางสนามจนเกิดคลื่นความร้อนแผ่กระจายไปทั่ว
แต่เพียงครู่เดียว สายฟ้าแสนล้านโวลต์ก็เริ่มกดดันพ่นไฟได้สำเร็จ หากวัดกันที่พลังโจมตีเวท วินดี้ที่ไม่ได้เสริมพลังย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพิคาชูร่างใส่หมวกที่แบกบัฟเมดิเทชันมาถึงสองระดับ!
“ความเร็วแสง!”
เมื่อเห็นว่าพ่นไฟถูกสายฟ้าแสนล้านโวลต์ทะลวงเข้ามา ฟู่เจี๋ยก็สั่งการอย่างเด็ดขาด วินดี้หายวับไปจากจุดเดิมทิ้งไว้เพียงแสงสีขาว สายฟ้าแสนล้านโวลต์จึงพลาดเป้าไปโดนพื้นสนามจนเกิดการระเบิด
“ท่าชิงลงมืองั้นเหรอ? ทางนี้ก็มีเหมือนกันนะ” หลินยุนเอ๋อร์สายตาจับจ้องไปที่เงาร่างที่พร่ามัวของวินดี้
“พิคาชู ซิปปีแซป!”
“ปิก๊า~ ชู!”
พิคาชูร่างใส่หมวกย่อตัวลงกับพื้น กระแสไฟฟ้าส่งเสียงเปรี้ยะปร้างไปทั่วร่าง ดวงตาจ้องเขม็งไปที่เงาร่างที่ว่องไวนั้น พริบตาเดียวมันก็หายวับไปพร้อมกับประกายสายฟ้า
ปัง!
เสียงอากาศระเบิดดังสนั่น พิคาชูร่างใส่หมวกและวินดี้ปะทะกันอย่างรุนแรงที่มุมสนาม ซิปปีแซปปะทะความเร็วแสง! คลื่นกระแทกพัดพาสิ่งรอบข้างจนกระจุย โปเกมอนทั้งสองตัวถูกแรงปะทะจนต้องถอยหลังออกมาพร้อมกัน
“ฟ้าผ่า!”
“ไดมอนจิ!”
โปเกมอนทั้งสองที่ถูกดีดออกมาเริ่มรวบรวมพลังอีกครั้ง สายฟ้าขนาดมหึมาผ่าลงมาจากฟากฟ้า ในขณะที่เสาไฟรูปตัว ‘ต้า’ ก็แผดเผาจนอากาศร้อนระอุ
ตูม!
ฟ้าผ่าและไดมอนจิปะทะกันอย่างจังก่อนจะระเบิดออก เสียงกัมปนาทดังสนั่นจนหูแทบอื้อ ฝุ่นควันเริ่มม้วนตัวขึ้นปกคลุมสนาม
คลื่นกระแทกที่รุนแรงส่งผลให้พิคาชูร่างใส่หมวกและวินดี้ต้องกระเด็นถอยหลังไปอีกรอบ
“พิคาชู ปล่อยไฟฟ้า!”
หลินยุนเอ๋อร์ไม่คิดจะหยุดเพียงเท่านี้ จุดเด่นของพิคาชูร่างใส่หมวกคือการบุกที่รวดเร็วและกดดันคู่ต่อสู้ ซึ่งเธอ ก็ใช้สไตล์นี้มาตลอด
“ปิก๊า~ ชู!”
พิคาชูร่างใส่หมวกที่ถูกแรงระเบิดดีดออกมา ทันทีที่เท้าแตะพื้นมันก็กระโดดขึ้นสูงพร้อมปล่อยสายฟ้าสีทองออกมาทั่วร่างราวกับเทพเจ้าอัสนี!
สายฟ้าสีทองนับไม่ถ้วนพุ่งกระจายออกจากตัวพิคาชูร่างใส่หมวกราวกับม่านน้ำฟ้าที่ตกลงสู่เบื้องล่าง
ท่าปล่อยไฟฟ้าธาตุไฟฟ้า!
การโจมตีวงกว้างของท่าปล่อยไฟฟ้าครอบคลุมพื้นที่สนามประลองไปกว่าครึ่ง แม้ฝุ่นควันด้านหน้าจะยังไม่จางหายจนมองไม่เห็นตัวคู่ต่อสู้ แต่ท่าปล่อยไฟฟ้าก็ได้ครอบคลุมตำแหน่งที่วินดี้อยู่ไว้หมดแล้ว
ตูม ตูม ตูม!
สายฟ้าจากท่าปล่อยไฟฟ้าฟาดลงพื้นอย่างต่อเนื่องจนเกิดเสียงระเบิด แต่สิ่งที่ทำให้หลินยุนเอ๋อร์ต้องแปลกใจคือ ทำไมวินดี้ถึงไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้เลย?
ไม่ใช่แล้ว!
หลินยุนเอ๋อร์พลันได้สติ พิคาชูร่างใส่หมวกบินไม่ได้ มันจึงไม่สามารถลอยตัวอยู่กลางอากาศได้นานนัก เมื่อท่าปล่อยไฟฟ้าสิ้นสุดลง ร่างของมันก็เริ่มร่วงลงสู่พื้นดิน
และในวินาทีนั้นเอง พื้นดินก็แตกออกเป็นรู วินดี้พุ่งออกมาจากรูนั้นแล้วกระโจนเข้าใส่พิคาชูร่างใส่หมวกทันที
หลินยุนเอ๋อร์ขมวดคิ้วสวย เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
นี่คือท่าขุดรูธาตุดิน!
“พิคาชู สายฟ้าแสนล้านโวลต์!”
พิคาชูร่างใส่หมวกในตอนนี้อยู่ในสภาวะตกจากที่สูง การจะให้มันหลบท่าขุดรูนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก
แต่ในเมื่อหลบไม่ได้ ก็ไม่ต้องหลบ!
พิคาชูร่างใส่หมวกส่งเสียงร้องต่ำๆ บนตัวส่องแสงสายฟ้าอีกครั้ง
สายฟ้าแสนล้านโวลต์!
กระแสไฟฟ้าพุ่งออกไปทันที ปะทะเข้ากับวินดี้ที่พุ่งเข้ามา
เสียงกระแสไฟฟ้าดังเปรี้ยะปร้างไม่ขาดสาย วินดี้คำรามต่ำด้วยความทรมาน แต่ร่างของมันกลับเร่งความเร็วขึ้นอีก
ขุดรู!
ปัง!
ท่าขุดรูโจมตีโดนพิคาชูร่างใส่หมวกเข้าอย่างจัง ร่างเล็กๆ ของมันถูกกระแทกจนกระเด็นออกไป
“ไดมอนจิ!”
วินดี้เท้าแตะพื้นแล้วอ้าปากพ่นเสาไฟรูปตัว ‘ต้า’ ที่ร้อนแรงขนาดมหึมาเข้าใส่ทิศทางที่พิคาชูร่างใส่หมวกกระเด็นไป
“ซิปปีแซป หลบเร็ว!”
แต่พิคาชูร่างใส่หมวกกลับมีกระแสไฟฟ้าล้อมรอบตัวไม่หยุด ทันทีที่ร่อนลงพื้นมันก็ปรับท่าทางอย่างคล่องแคล่วแล้วหายวับไปจากจุดเดิมทันที
แม้ท่าขุดรูจะสร้างความเสียหายให้มันได้พอสมควร แต่ตอนนี้สถานะของมันยังถือว่าดีมาก
เจ้าหนูสายฟ้าตัวนี้มันหลบเก่งชะมัด!
ฟู่เจี๋ยเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น รับท่าขุดรูของวินดี้เข้าไปเต็มๆ แต่กลับฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
ร่างเล็กๆ แค่นี้ ทำไมถึงมีความทนทานสูงขนาดนี้กันนะ!
“แฟลร์บลิทซ์!”
วินดี้คำรามอย่างองอาจ เปลวไฟบนตัวลุกโชนขึ้นอีกครั้ง มันออกวิ่งด้วยเท้าทั้งสี่พุ่งเข้าชาร์จพิคาชูร่างใส่หมวกทันที
ฟู่เจี๋ยเข้าใจดีว่าไม่สามารถทิ้งระยะห่างเพื่อสู้ระยะไกลกับพิคาชูร่างใส่หมวกได้ เพราะพิคาชูร่างใส่หมวกมีบัฟเมดิเทชันสองระดับ แถมพลังโจมตีเวทของมันเองก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว
“พิคาชู โต้คลื่นซู่ซ่า!”
“ปิก๊า~ ชู~”
บนตัวพิคาชูร่างใส่หมวกส่องแสงสีฟ้าน้ำทะเล
ซ่า~ ซ่า~!
เสียงคลื่นทะเลเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ คลื่นยักษ์โถมทะยานพาพิคาชูร่างใส่หมวกลอยขึ้นจากพื้นดิน แล้วม้วนตัวเข้าใส่วินดี้
คลื่นยักษ์นั้นสูงถึงสิบกว่าเมตร และที่น่าตกใจที่สุดคือ ในมวลน้ำที่ใสสะอาดนั้นมีกระแสไฟฟ้าสีทองสว่างจ้ากระพริบอยู่ไม่ขาดสาย
นี่คือท่าเซิร์ฟที่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่!
มันคือท่าไม้ตายคู่หูของพิคาชูร่างใส่หมวก โต้คลื่นซู่ซ่า!
“วินดี้!”
ฟู่เจี๋ยสีหน้าไม่เปลี่ยน
พิคาชูใช้ท่าเซิร์ฟได้ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยสักนิด
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคลื่นยักษ์นี้ วินดี้กลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันหอบเอาเปลวไฟรุนแรงพุ่งเข้าใส่ท่าโต้คลื่นซู่ซ่าตรงๆ
แฟลร์บลิทซ์!
ท่าโต้คลื่นซู่ซ่าโถมลงมาอย่างหนักหน่วง
ตูม!
เปลวไฟและคลื่นยักษ์ปะทะกันอย่างรุนแรง แสงไฟและแสงน้ำแยกออกจากกันอย่างชัดเจน
พร้อมกับเสียงระเบิดดังสนั่น ร่างของวินดี้ถูกคลื่นยักษ์กลืนกินและกระแทกเข้ากับพื้นอย่างแรง
แม้ท่าแฟลร์บลิทซ์จะรุนแรงมาก แต่ท่าโต้คลื่นซู่ซ่าของพิคาชูร่างใส่หมวกที่ได้รับพลังเสริมจากเมดิเทชันสองระดับกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่า
แต่อย่างน้อยแฟลร์บลิทซ์ก็ช่วยลดทอนอานุภาพของท่าโต้คลื่นซู่ซ่าลงไปได้บ้าง แม้ความเสียหายจะยังสูงแต่ก็พอรับไหว และที่สำคัญ...
เขาก็กำลังรอโอกาสอยู่เหมือนกัน!
ขนทั่วร่างของวินดี้ในตอนนี้เปียกโชกไปด้วยน้ำ แต่มันก็รีบยันตัวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วและจ้องมองพิคาชูร่างใส่หมวกอย่างระแวดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายโจมตีเข้ามาทีเผลอ
แต่ในตอนนั้นเอง กระแสไฟฟ้าสีทองสายหนึ่งพลันสว่างวาบขึ้นบนตัววินดี้
วินดี้ทรมานจนขยับตัวไม่ได้
นี่มัน...
ฟู่เจี๋ยเบิกตากว้างทันที
ติดอัมพาตแล้ว!
หลินยุนเอ๋อร์เองก็รู้สึกตัวเช่นกัน เธอมองวินดี้ด้วยความประหลาดใจ ท่าโต้คลื่นซู่ซ่าแม้จะเป็นท่าประเภทน้ำ แต่ผลพิเศษของมันคือมีโอกาสทำให้คู่ต่อสู้ติดสถานะอัมพาต
ไม่นึกเลยว่าวินดี้จะโดนแจ็กพอตเข้าจริงๆ
“พิคาชู! ฟ้าผ่า!”
“กลับมาเถอะวินดี้!”
โอกาสทองมาถึงแล้ว หลินยุนเอ๋อร์รีบสั่งให้พิคาชูร่างใส่หมวกโจมตีทันที
แต่ฟู่เจี๋ยก็ตอบสนองได้รวดเร็วมาก เขารีบหยิบโปเกบอลออกมาเรียกวินดี้ที่ติดอัมพาตกลับเข้าบอลไป
ถ้าปล่อยให้พิคาชูร่างใส่หมวกโจมตีโดนวินดี้ในตอนนี้ สิ่งที่รอวินดี้อยู่ย่อมเป็นคอมโบชุดใหญ่ที่ไหลลื่นแน่นอน
วินดี้คงได้ไปเกิดใหม่ตรงนั้นแน่ๆ!
ดูท่าคงต้องใช้ไพ่ตายแล้วล่ะ
ฟู่เจี๋ยมองไปที่เจ้าหนูสายฟ้าหน้าตาน่ารักฝั่งตรงข้ามพลางรู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดๆ