เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 783 ของขวัญปีใหม่จากกู่ซิน (ฟรี)

บทที่ 783 ของขวัญปีใหม่จากกู่ซิน (ฟรี)

บทที่ 783 ของขวัญปีใหม่จากกู่ซิน (ฟรี)


ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเอ็ดเวิร์ดชอบพาโมมาก หรือจะเรียกว่าหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยก็ได้ เขากอดมันไว้แน่นไม่ยอมวาง

แม้ว่าอุ้งมือของพาโมจะมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไหลผ่าน จนทำให้เอ็ดเวิร์ดรู้สึกจั๊กจี้ไปบ้าง แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยพาโมลงพื้นอยู่ดี

“รู้สึกว่าพี่เอ็ดเวิร์ดต้องมีหินคงสภาพสักก้อนแล้วล่ะค่ะ”

ฉู่ยี่เหรินเอียงคอเล็กน้อย มองดูเอ็ดเวิร์ดที่เอาหน้าใหญ่ๆ ของตัวเองไปถูไถกับแก้มอ้วนๆ ของพาโมไม่หยุด

ดูเหมือนว่าพี่เอ็ดเวิร์ดจะไม่มีภูมิต้านทานต่อโปเกมอนสายมุ้งมิ้งแบบนี้เลยจริงๆ

“ถึงจะชอบมากแต่หมอนี่ก็เคารพการตัดสินใจของโปเกมอนตัวเองเสมอนั่นแหละ”

หลินเซิงยักไหล่ เอ็ดเวิร์ดปฏิเสธโปเกมอนน่ารักๆ ไม่ได้ก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยบังคับให้โปเกมอนใส่หินคงสภาพเพียงเพราะความชอบส่วนตัวของเขา

เพราะไม่ใช่โปเกมอนทุกตัวที่ไม่อยากวิวัฒนาการนี่นา

“เถ้าแก่! ถึงตาผมแล้ว! ผมอยากสุ่มได้จิ้งจอกตัวใหม่~!”

แต่เพียงชั่วครู่ ดวงตาของหลินเซิงก็ลุกโชนไปด้วยความกระหายการต่อสู้

พี่เฉินกับเอ็ดเวิร์ดต่างก็ได้โปเกมอนที่ถูกใจกันไปแล้ว ก็ควรจะถึงตาเขาบ้างสักที!

“เชิญครับ” กู่ซินหัวเราะเบาๆ

และแล้ว...

“นี่มัน...”

สองนาทีต่อมา หลินเซิงจ้องมองโปเกเด็กซ์โรตอมด้วยสายตาว่างเปล่า บนหน้าจอคือปลาสีแดงตัวใหญ่ที่มีดวงตาเหม่อลอย

อืม... คอยคิง

เขาสุ่มไปห้าครั้งรวด แต่กลับไม่ได้จิ้งจอกเลยแม้แต่ตัวเดียว

.

.

.

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็ถึงคืนวันส่งท้ายปีเก่าแล้ว

ใช่แล้ว ตอนนี้เป็นเวลาผ่านไป 2 เดือนหลังจากที่การแข่งขันระดับประเทศสิ้นสุดลง

เทศกาลปีใหม่เวียนมาบรรจบอีกครั้ง ภายในร้านบ้านโปเกมอนในตอนนี้ก็ถูกประดับประดาไปด้วยสีแดงสดใสมากมาย

สิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ฉู่ยี่เหรินและเหราเสี่ยวเฟย สองสาวน้อยออกไปช่วยกันคัดสรรมาอย่างตั้งใจ

“เรียบร้อย~ ดีแอนซีสวยจังเลยค่ะ”

“ขอบคุณนะ~”

ฉู่ยี่เหรินช่วยจัดคอเสื้อให้ดีแอนซี เธอจ้องมองดีแอนซีที่สวมชุดกระโปรงสีแดงตัวใหม่แล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ

สมกับเป็นยัยหนูดีแอนซีจริงๆ สวยหยดย้อยเลย~

ดีแอนซีกระพริบตาโตๆ จ้องมองตัวเองในชุดสีแดงผ่านกระจก เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ชอบมันมากเช่นกัน

“วิคทินี แกอ้วนขึ้นกว่าปีที่แล้วหรือเปล่าเนี่ย ทำไมชุดนี้ใส่แล้วมันดูแน่นๆ ล่ะ”

อีกด้านหนึ่ง เหราเสี่ยวเฟยกำลังช่วยวิคทินีใส่ชุดสีแดงตัวใหญ่ เธอเอียงคอด้วยความสงสัย

แปลกจัง ทั้งที่วัดขนาดตามปีที่แล้วเป๊ะๆ แต่ทำไมเมื่อปีที่แล้วใส่ได้สบายๆ ปีนี้กลับดูคับๆ ซะงั้น

“ทินี! ทินี ทินี!”

เดิมทีวิคทินีกำลังอารมณ์ดีอยู่แท้ๆ แต่พอได้ยินคำพูดของเหราเสี่ยวเฟย แก้มทั้งสองข้างก็พองลมขึ้นมาทันที มันดูขัดใจมาก

นี่หมายความว่าไงเนี่ย? นี่กำลังจะบอกว่ามันอ้วนขึ้นเหรอ?!

มันแค่กินเนื้อเพิ่มขึ้นนิดหน่อยในแต่ละมื้อของปีนี้เองนะ มันไม่ได้อ้วนขึ้นสักหน่อย!

“โอเคๆ ต่อไปจะกินเยอะไม่ได้แล้วนะ ไม่อย่างนั้นแกจะกลายเป็นเหมือนเจ้าอ้วนโอเนเอานะ”

“ทินี...”

เหราเสี่ยวเฟยเห็นแบบนั้นก็ปิดปากหัวเราะเบาๆ วิคทินีมองดูพุงน้อยๆ ของตัวเองที่นูนออกมาจนดึงรั้งชุดสีแดงอย่างลำบากใจ

อืม...

“คิกๆ~ วิคทินีพุงพลุ้ย”

ฮูปาร่างผนึกลอยมาตอนไหนไม่รู้ มันเองก็นวมสีแดงตัวเล็กๆ แถมบนหัวยังใส่หมวกสีแดงใบจิ๋วอีกด้วย ถึงจะดูแปลกๆ ไปบ้าง แต่มันก็น่ารักมุ้งมิ้งอย่างไม่น่าเชื่อ

แต่ประเด็นไม่ใช่ตรงนั้น ประเด็นคือพอมันได้ยินคำพูดของเหราเสี่ยวเฟย มันก็ชี้นิ้วไปที่พุงของวิคทินีแล้วหัวเราะจนปากหุบไม่ลง

“ทินี!” วิคทินีโมโหแล้วนะ

“อย่าไปหัวเราะวิคทินีเขาสิ ฮูปา แกเองก็ดูอ้วนขึ้นเหมือนกันนะนั่น”

เหราเสี่ยวเฟยค้อนใส่ฮูปาร่างผนึก เจ้าตัวเล็กนี่พุงกางออกมาตั้งเยอะ จนวงแหวนทองคำแทบจะรัดเข้าไปในเนื้อแล้ว

“งื้ม~ เพราะไม่ได้ออกกำลังกายเลย รู้สึกเหมือนต้องลดน้ำหนักแล้วล่ะ”

ฮูปาร่างผนึกก้มมองร่างกายตัวเองด้วยความกลัดกลุ้ม ปกติมันก็ไม่ได้กินเยอะอะไรนักหนาหรอก แต่เพราะตลอดทั้งปีมันแทบไม่ได้ 'ออกกำลังกาย' เลย ก็ช่วยไม่ได้นี่นา

ก็กู่ซินไม่ยอมให้มันใช้วงแหวนมิติเรียกตัวตำนานตัวอื่นมาดวลฝีมือกันเลยนี่

ความจริงไม่ใช่แค่ฮูปาร่างผนึกกับวิคทินีเท่านั้น แต่พวกเจ้าตัวเล็กในบ้านโปเกมอนปีนี้ต่างก็อ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นกันถ้วนหน้า

ก็เพราะอาหารการกินมันดีเกินไปน่ะสิ กินแล้วนอน นอนแล้วเล่น เล่นแล้วกิน กินแล้วก็นอนอีก ชีวิตแบบนี้จะไม่ให้อ้วนได้ยังไง

แต่ความกลัดกลุ้มอันแสนหวานนี้ก็อยู่ได้ไม่นาน กู่ซินที่เปลี่ยนมาใส่ชุดใหม่ที่ดูสะอาดสะอ้านก็เดินออกมาจากห้อง

“เตรียมตัวกันพร้อมหรือยัง?”

กู่ซินรับตัวมานาฟี่ที่พุ่งเข้ามากอดอ้อนเขาไว้ได้ทันพอดี เขาใช้นิ้วจิ้มแก้มใสๆ ของเจ้าตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะถามสองสาวด้วยรอยยิ้ม

“เรียบร้อยแล้วค่ะ แถมยังเตรียมหมวกใบใหม่ไว้อีกหลายใบด้วยนะ”

ฉู่ยี่เหรินลุกขึ้นยืนพลางชูหมวกสีแดงใบใหญ่ในมือให้กู่ซินดู

“งั้นก็ไปที่สวนหลังร้านกันเถอะครับ”

ปีใหม่แล้ว บรรยากาศใหม่ๆ ก็ต้องมา

หลังจากช่วยกันใส่ชุดใหม่ให้เจ้าตัวเล็กทุกตัวในร้านเรียบร้อยแล้ว กู่ซินก็พากลุ่มเด็กๆ เหล่านี้ไปที่สวนหลังร้าน

“ฮูปา”

“ฮูปารู้หน้าที่จ้า!”

ฮูปาร่างผนึกหัวเราะคิกคัก ก่อนจะโยนวงแหวนมิติทั้งสามวงออกไปทันที

“ฮูปา~ ตกได้ตัวใหญ่แล้ว~”

วงแหวนมิติขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว พื้นที่ตรงกลางวงแหวนทองคำเริ่มบิดเบี้ยว

วินาทีถัดมา พื้นที่ใจกลางวงแหวนมิติทั้งสามวงก็เกิดแรงกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่น

เสียงมังกรคำรามทุ้มต่ำดังกังวาน หัวขนาดมหึมาของกิราตินามุดออกมาจากวงแหวนมิติ ดวงตามังกรจ้องมองฮูปาร่างผนึกด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนัก

ถ้าเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วนี่ไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลให้มันล่ะก็ มันจะกำนัลด้วยชาโดว์บอลสักลูกแน่นอน!

ส่วนภายในวงแหวนมิติอีกสองวง โซลกาเลโอกับลูนาอาลาก็พุ่งบินออกมาเช่นกัน แต่สายตาของทั้งคู่ก็ดูจะไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก

พวกมันกำลังสวีทกันอยู่แท้ๆ!

“ทุกคน มาถ่ายรูปครอบครัวด้วยกันหน่อย”

ยังไม่ทันที่เจ้าตัวใหญ่ทั้งสามจะทำอะไร กู่ซินก็ชิงพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

“?”

กิราตินาเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความมึนงง

เพราะมันไม่ได้เห็นแค่กู่ซินเท่านั้น แต่มันยังเห็นอาร์เซอุสที่กำลังนอนรับลมอยู่ใต้ต้นไม้อย่างสบายใจอีกด้วย

พะ... พระบิดาสององค์?

กิราตินาตกอยู่ในภวังค์ความคิดอันลึกล้ำ เดี๋ยวก็มองกู่ซิน เดี๋ยวก็มองเจ้าอัลปาก้าตัวนั้น

อืม... สมองแทบจะประมวลผลไม่ทันแล้ว

แต่ไม่ว่ายังไง คำพูดของกู่ซินมันก็ต้องฟังอยู่ดี ถึงกิราตินาจะไม่เข้าใจเลยสักนิดว่ารูปถ่ายครอบครัวมันคืออะไร

“มาแล้วๆ! กิราตินา นี่คือหมวกที่เราเตรียมไว้ให้แกนะ”

ฉู่ยี่เหรินโบกมือให้กิราตินาอย่างร่าเริง ส่วนลูนาอาลากับโซลกาเลโอก็ค่อยๆ ลดระดับความสูงลงมา

“?”

กิราตินาชำเลืองมองกู่ซินแวบหนึ่ง เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้ม มันจึงค่อยๆ ก้มหัวลงมา จากนั้นฮูปาร่างผนึกก็หัวเราะคิกคักพลางรับหมวกสีแดงทรงแหลมที่ใบใหญ่กว่าตัวมันเสียอีกมาจากมือฉู่ยี่เหริน แล้วเอาไปสวมไว้บนหัวของกิราตินา

“เข้ากันสุดๆ ไปเลยแฮะ!”

ดวงตาของฉู่ยี่เหรินเป็นประกาย เพราะร่างกายของกิราตินามันใหญ่เกินไป เรื่องชุดใหม่คงไม่ต้องหวัง แค่ใส่หมวกสีแดงมงคลๆ ไว้สักใบก็พอแล้ว

ใบหน้าของกิราตินาจริงๆ แล้วดูดุร้ายและน่าเกรงขามมาก เพราะตามตำนานการสร้างโลก กิราตินาถูกอาร์เซอุสเนรเทศไปยังโลกบิดเบี้ยวเนื่องจากนิสัยที่รุนแรงเกินไป

แต่พอมีหมวกสีแดงใบใหญ่นี้สวมอยู่ ประกอบกับดวงตามังกรที่กำลังมึนงง มันกลับดูเด๋อด๋าอย่างบอกไม่ถูก

กิราตินามองฉู่ยี่เหรินแวบหนึ่ง แล้วเอียงคอให้หนักกว่าเดิม มนุษย์ผู้หญิงที่เคยเข้าไปในโลกบิดเบี้ยวของมันคนนี้ ทำไมสายตาที่มองมันถึงได้แปลกๆ แบบนั้นนะ?

คิก~

เหราเสี่ยวเฟยหลุดขำออกมา เธอส่งหมวกสีแดงในมือให้มานาฟี่กับวิคทินีเอาไปสวมให้โซลกาเลโอกับลูนาอาลา

“อาร์เซอุส คุณก็มาด้วยสิครับ”

กู่ซินร้องเรียกอาร์เซอุสที่อยู่ไม่ไกล

“ได้”

อาร์เซอุสตอบกลับเรียบๆ ร่างของมันกะพริบวูบมาปรากฏกายข้างกู่ซินทันที ก่อนจะจ้องมองไปที่หมวกสีแดงในมือกู่ซิน

รูปถ่ายครอบครัว? มันก็พอจะเข้าใจความหมายอยู่บ้าง

แต่ทว่า...

อาร์เซอุสใช้หางตาเหลือบมองกิราตินาแวบหนึ่ง นอกจากกิราตินาแล้ว ที่นี่ก็ดูจะมีแค่กู่ซินเท่านั้นที่นับว่าเป็น 'ครอบครัว' ของมันได้

กิราตินาสังเกตเห็นอาร์เซอุส ดวงตามังกรวูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่น กลิ่นอายที่คุ้นเคยบนตัวอาร์เซอุสพิสูจน์ให้เห็นว่านี่คือพระบิดาผู้สร้างมันขึ้นมาจริงๆ

แต่เนื่องจากเรื่องราวบางอย่าง กิราตินาจึงไม่อยากจะเผชิญหน้ากับอาร์เซอุสตรงๆ เท่าไหร่นัก

ในทางกลับกัน มันกลับอยากจะใกล้ชิดกับกู่ซิน มนุษย์พิเศษที่มีกลิ่นอายของ 'พระบิดา' เข้มข้นคนนี้มากกว่า

“ดูดีทีเดียวครับ”

กู่ซินสังเกตเห็นบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างอาร์เซอุสและกิราตินาเหมือนกัน แต่วันนี้เป็นวันดี เขาจึงไม่อยากจะรื้อฟื้นเรื่องอื่น

คงเป็นเรื่องในโลกเดิมของพวกมันละมั้ง? ใครจะไปรู้ล่ะ

กู่ซินสวมหมวกสีแดงใบจิ๋วลงบนหัวของอาร์เซอุส จากนั้นก็ปรับองศาให้เข้าที่ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

เป็นอัลปาก้าสีขาวทองที่น่ารักจริงๆ อืม แต่น่าเสียดายที่เจ้าอัลปาก้าตัวนี้ดูเหมือนจะเป็นคุณปู่จอมขี้เกียจไปซะได้

ดวงตาที่ลุ่มลึกและอ่อนโยนของอาร์เซอุสปรากฏรอยยิ้มจางๆ

“ฮูปา รบกวนแกอีกเรื่องนะ”

“ฮูปารับทราบจ้า!”

กู่ซินอุ้มซีการ์ดคอร์ขึ้นมา แล้วยิ้มบอกฮูปาร่างผนึก

ฮูปาร่างผนึกโยนวงแหวนมิติออกไปอีกวง มุเก็นไดนาไชน์นี่ในร่างปกติที่สวมหมวกสีแดงอยู่บนหัวค่อยๆ มุดออกมาจากวงแหวนมิติ แล้วลอยอยู่เหนือหัวของทุกคน

อืม... มุเก็นไดนาไชน์นี่ตัวนี้มักจะตระเวนไป 'ปลูก' จุดพลังงานตามที่ต่างๆ ทั่วโลก ปกติมันจึงยุ่งมาก

แน่นอนว่ากู่ซินย่อมไม่ลืมมัน และได้บอกกล่าวไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว

“เอาล่ะทุกคน มองกล้องกันหน่อยนะครับ”

ฮูปาร่างผนึกอุ้มกล้องบินไปด้านหลัง ปรับโฟกัสและองศาให้เรียบร้อย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหาแล้วมันก็ปล่อยมือจากกล้องแล้วบินกลับมาอยู่ข้างกายกู่ซินอย่างรวดเร็ว

กู่ซินยืนอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง ในอ้อมกอดอุ้มซีการ์ดคอร์ไว้ อาร์เซอุสยืนอยู่ฝั่งซ้าย ส่วนบนไหล่ของกู่ซินก็มีจิราชินั่งอยู่

ดีแอนซียืนอยู่ฝั่งขวาของกู่ซิน โดยมีฮูปาร่างผนึกลอยอยู่เหนือหัวของเธอ

มานาฟี่, วิคทินี, เจ้าอ้วนโอเน, เซเลบี, มิว, เมโลเอตตา พร้อมด้วยฟีโอเนอีกสี่ตัวและเมตามอน นั่งเรียงรายกันอยู่ตรงหน้ากู่ซิน เจ้าตัวเล็กดูจะมีความสุขกันมาก

เหราเสี่ยวเฟยและฉู่ยี่เหรินยืนอยู่ขนาบข้างอาร์เซอุสและดีแอนซี โดยมีเซอร์ไนท์ไชน์นี่ยืนอยู่ข้างเหราเสี่ยวเฟย และดีอ็อกซิสยืนอยู่ถัดออกไปด้านข้าง

ธันเดอร์ยืนอยู่ข้างหลังกู่ซิน มันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับใช้ดวงตาที่คมกริบเหลือบมองท้องฟ้า โซลกาเลโอยืนอยู่หลังสุด โดยมีลูนาอาลาลอยอยู่ข้างกาย

ส่วนกิราตินาลอยอยู่มุมบนซ้าย และมุเก็นไดนาไชน์นี่ลอยอยู่มุมบนขวา

“สาม สอง หนึ่ง จะถ่ายแล้วนะ!”

“ชีส~!”

เสียงเด็กน้อยที่แสนจะมุ้งมิ้งของฮูปาร่างผนึกดังขึ้น พร้อมกับการควบคุมด้วยพลังจิตของมัน กล้องก็เริ่มทำงาน

แชะ!

ภาพเหตุการณ์ถูกบันทึกไว้

“คิกๆ~ ถ่ายออกมาสวยจังเลย~!”

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ กิราตินาก็รีบกลับไปยังโลกบิดเบี้ยวทันที ส่วนโซลกาเลโอกับลูนาอาลาก็พากันบินจากไปเป็นคู่

มุเก็นไดนาไชน์นี่ถูกฮูปาร่างผนึกส่งกลับไปยังตำแหน่งเดิม ส่วนกลุ่มของกู่ซินย่อมต้องกลับเข้าบ้าน

เมื่อมองดูรูปถ่ายครอบครัวที่เพิ่งถ่ายเสร็จ เหราเสี่ยวเฟยก็จ้องมองซ้ำไปซ้ำมาด้วยความชอบใจจนหุบยิ้มไม่ได้

รูปถ่ายครอบครัวปีที่แล้วเธอไม่ได้ถ่ายด้วยเพราะต้องรีบกลับบ้านเกิด ครั้งนี้เธอเลยตั้งใจเลื่อนเวลาการกลับบ้านออกไปเป็นพิเศษ

อืม... ยังไงซะก็มีฮูปาอยู่ด้วย เธอจะกลับไปกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาที่บ้านตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น

“นี่เป็นฝีมือการถ่ายของฮูปาเลยนะ~”

“อื้มๆ ฮูปาเก่งที่สุดเลย~!”

“คิกๆ~”

ฮูปาร่างผนึกที่ถูกสองสาวรุมชมจนหน้าแทบจะบานเป็นจานเชิง ก็แหงล่ะ ใครใช้ให้ฝีมือการถ่ายรูปของมันเทพขนาดนี้กันล่ะ?

“เสี่ยวเฟย ยี่เหริน พวกคุณสองคนมานี่หน่อยสิครับ”

กู่ซินนั่งอยู่ที่โซนพักผ่อน หลังจากนำรูปถ่ายครอบครัวใบนี้ไปแขวนไว้ในตำแหน่งที่สะดุดตาแล้ว เขาก็เรียกสองสาวให้เดินมาหา

“มาแล้วค่ะๆ”

“มีอะไรเหรอคะเถ้าแก่?”

ฉู่ยี่เหรินและเหราเสี่ยวเฟยเดินเข้ามาที่โซนพักผ่อนด้วยความสงสัย

“พวกคุณอยู่กับผมมานานแล้ว ปีใหม่นี้ผมก็เลยเตรียมของขวัญไว้ให้พวกคุณด้วยครับ”

กู่ซินหยิบกล่องของขวัญสวยงามสองกล่องออกมาจากโซฟาแล้ววางลงบนโต๊ะ ก่อนจะกล่าวกับสองสาวพร้อมรอยยิ้ม

“เอ๊ะ?!”

ทั้งเหราเสี่ยวเฟยและฉู่ยี่เหรินต่างก็มองกล่องของขวัญบนโต๊ะด้วยความประหลาดใจสุดขีด

ว้าว! เถ้าแก่เตรียมของขวัญปีใหม่ไว้ให้พวกเธอด้วยเหรอ?!

ฮือๆ~ ซึ้งใจจังเลย!

“ลองเปิดดูสิครับว่าชอบไหม”

กู่ซินมองดูเด็กสาวทั้งสองที่แสดงอาการตื่นเต้นออกมาอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มบนมุมปากของเขายิ่งกว้างขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นเหราเสี่ยวเฟยหรือฉู่ยี่เหริน ปกติพวกเธอก็ว่านอนสอนง่ายและรู้ความมาก กู่ซินจึงรู้สึกพึงพอใจมาก

“ขอบคุณค่ะเถ้าแก่! รักเถ้าแก่ที่สุดเลย~ คุณน่ะเป็นเจ้านายที่ดีที่สุดในโลกเลยล่ะค่ะ”

เหราเสี่ยวเฟยประคองกล่องของขวัญฝั่งซ้ายมาอย่างร่าเริง เตรียมจะแกะดูว่าเถ้าแก่เตรียมอะไรไว้ให้เธอ

ของขวัญปีใหม่จากเถ้าแก่เชียวนะ! เมื่อปีที่แล้วนอกจากของหร่วนซินอี้ เถ้าแก่ก็ดูเหมือนจะไม่เคยให้ของขวัญใครเลยไม่ใช่เหรอ?

“ยัยเด็กคนนี้นี่” กู่ซินมองพนักงานตัวน้อยด้วยความเอ็นดู

“ขอบคุณค่ะเถ้าแก่~” ฉู่ยี่เหรินเองก็ดีใจมาก ของขวัญปีใหม่ล่ะ!

สองสาวต่างเปิดกล่องของขวัญทรงสี่เหลี่ยมที่ดูไม่เล็กเลยด้วยความคาดหวัง และแล้ว...

“นา~!”

เมื่อมองดูเจ้าตัวน้อยสีฟ้าที่โผล่หัวออกมาจากกล่องและกำลังจ้องมองเธอด้วยดวงตากลมโตฉ่ำน้ำ เหราเสี่ยวเฟยก็เบิกตากว้าง

ฉู่ยี่เหรินเองก็นิ่งค้างไปเหมือนกัน เพราะเจ้าตัวในกล่องของเธอมันดูเหมือนกับในกล่องของเหราเสี่ยวเฟยเป๊ะๆ เลย

อืม... ของขวัญชิ้นนี้มัน...

จบบทที่ บทที่ 783 ของขวัญปีใหม่จากกู่ซิน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว