- หน้าแรก
- เผยแพร่ให้ก้องโลก ฉันนี่แหละตัวพ่อแห่งโปเกมอนที่แท้จริง
- บทที่ 290 หินสีดำที่ไม่น่าไว้ใจ (ฟรี)
บทที่ 290 หินสีดำที่ไม่น่าไว้ใจ (ฟรี)
บทที่ 290 หินสีดำที่ไม่น่าไว้ใจ (ฟรี)
“เถ้าแก่! ฉันเอาเจ้านามาเคโรตัวนี้แหละค่ะ!”
ในที่สุดหลินยุนเอ๋อร์ก็ตัดสินใจได้ เธอกล่าวกับกู่ซินด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ก็แค่บัฟด้านลบไม่ใช่เหรอ? หลินยุนเอ๋อร์ไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะจัดการกับมันไม่ได้
อีกอย่างเถ้าแก่ก็บอกแล้วว่า เรื่องนี้สามารถลดผลกระทบลงได้ด้วยการฝึกฝน ถึงจะกำจัดออกไปไม่ได้ทั้งหมดก็ไม่เป็นไร
“รอสักครู่นะครับ”
กู่ซินพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม การตัดสินใจของหลินยุนเอ๋อร์ถือว่าอยู่ในความคาดหมาย
เขาอธิบายข้อดีข้อเสียของเคคคิงไปอย่างชัดเจนแล้ว
ไม่ว่าจะเอาหรือไม่เอา ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร
กู่ซินเดินเข้าไปในห้องเก็บของ ไม่นานเขาก็กลับออกมาพร้อมกับหิ้วโปเกมอนสีน้ำตาลเทาตัวหนึ่งออกมา
เจ้าตัวนี้กำลังทำตัวอ่อนปวกเปียก สีหน้าดูผ่อนคลายสบายใจเฉิบ ไม่สนใจเลยสักนิดว่ากู่ซินจะหิ้วมันมายังไง
“เด็กคนนี้มีคุณสมบัติพิเศษขี้เกียจติดตัวมาเลยครับ ถือว่าให้คุณเตรียมใจไว้ล่วงหน้าเลยแล้วกัน”
กู่ซินวางนามาเคโรในมือลงบนพื้น แล้วยิ้มให้หลินยุนเอ๋อร์
“ดู... แปลกจริงๆ ด้วยแฮะ”
เจิ้งซิ่วหยานพิจารณานามาเคโรตัวนี้อย่างละเอียด ท่าทางไร้กะจิตกะใจของมันช่างดูชัดเจนเหลือเกิน แถมมันยังหาววอดๆ อีกต่างหาก
<ติ๊ด~ นามาเคโร, ประเภทปกติ, โปเกมอนจอมขี้เกียจ คุณสมบัติพิเศษ: ขี้เกียจ>
<ท่าไม้ตาย: ข่วน, หาว, ครั้นช์คลอว์>
<ในหนึ่งวันจะนอนคว่ำหน้ากว่า 20 ชั่วโมง เพราะร่างกายแทบจะไม่ขยับเขยื้อนเลย จึงกินใบไม้แค่วันละ 3 ใบก็อิ่มแล้ว>
ตะลึง!
“โห...”
เจิ้งซิ่วหยานมองคำอธิบายในโปเกเด็กซ์แล้วถึงกับอึ้งไปเลย ให้ตายสิ!
นอนวันละ 20 ชั่วโมง? กินใบไม้วันละ 3 ใบ?
เจิ้งซิ่วหยานมองขนาดตัวของเจ้านามาเคโรตัวนี้ ไม่ถือว่าใหญ่แต่ก็ไม่เล็กเลย กะด้วยสายตาน่าจะสูงเกือบหนึ่งเมตรได้
ตัวขนาดนี้กินใบไม้วันละ 3 ใบเนี่ยนะ?
มันจะเกินไปแล้วมั้ง!
“แถมยังได้รับท่าพันธุกรรมอย่างครั้นช์คลอว์มาด้วยนะครับ ถือว่าดีมากทีเดียว”
กู่ซินไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ ก็เป็นโปเกมอนจอมขี้เกียจนี่นะ ขี้เกียจหน่อยก็เป็นเรื่องปกติแหละ...
“หวังว่าคุณหลินจะเลี้ยงดูมันอย่างดีนะครับ ส่วนเรื่องความขี้เกียจ ยังไงก็ต้องอบรมสั่งสอนกันหน่อย”
กู่ซินยิ้มบอกหลินยุนเอ๋อร์ ถึงจะขี้เกียจไปหน่อย แต่ก็น่าจะยังพอเยียวยาได้... มั้งนะ?
“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะเลี้ยงดูมันให้ดีที่สุด”
หลินยุนเอ๋อร์สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตอบกู่ซินด้วยสีหน้าจริงจัง
แถมพอมองดูดีๆ มันก็น่ารักเหมือนกันนะ จมูกสีแดงโตๆ กับขอบตาสีน้ำตาลนั่น ดูไปดูมาก็มีเสน่ห์แบบแปลกๆ
“เถ้าแก่ นามาเคโรราคาเท่าไหร่คะ?”
“7 แสนหยวนครับ”
กู่ซินยิ้มตอบ ถึงแม้ว่าเคคคิงจะมีคุณสมบัติพิเศษขี้เกียจเป็นตัวถ่วง แต่ความแข็งแกร่งของเคคคิงนั้นสูงจริงๆ
แต่ถ้าเลี้ยงดูได้ไม่ดี เคคคิงก็มีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นโปเกมอน ‘ไร้ประโยชน์’
เพราะต่อให้เก่งแค่ไหน แต่ถ้าคุมความขี้เกียจของมันไม่อยู่...
คุณลองนึกภาพโปเกมอนที่นอนหลับปุ๋ยกลางสนามประลองดูสิ? อืม เคคคิงอาจจะทำให้คุณได้สัมผัสกับความรู้สึกสติแตกแบบนั้นก็ได้
ดังนั้นก็ต้องดูว่าหลินยุนเอ๋อร์จะปั้นเคคคิงออกมาได้ดีแค่ไหน
“รูดบัตรเลยค่ะ”
หลินยุนเอ๋อร์หยิบบัตรธนาคารออกมาจากกระเป๋า
“นามาเคโร ต่อไปเราเป็นคู่หูกันแล้วนะ เรามาพยายามไปด้วยกันเถอะ... นามาเคโร?”
หลินยุนเอ๋อร์ถลกกระโปรงนั่งยองๆ มองนามาเคโรที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
แต่พูดไปตั้งนาน หลินยุนเอ๋อร์เพิ่งจะพบว่านามาเคโรไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลยสักนิด พอมองดูดีๆ เจ้านี่หลับไปแล้ว!
“ใช้โปเกบอลจับได้เลยครับ กลับไปแล้วค่อยๆ ฝึกสอนกันไป”
กู่ซินหัวเราะเบาๆ แล้วบอกหลินยุนเอ๋อร์
“เข้าใจแล้วค่ะ” หลินยุนเอ๋อร์ตอบอย่างจนใจ
จะดัดนิสัยขี้เกียจของมันได้จริงๆ เหรอเนี่ย?
ช่างเถอะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ถือซะว่าซื้อมาเป็นมาสคอต เลี้ยงไว้ในสวนก็น่ารักดีเหมือนกัน
“เถ้าแก่ ฉันจะสุ่มไอเทมวิวัฒนาการค่ะ”
หลินยุนเอ๋อร์โยนโปเกบอลใส่นามาเคโร โปเกบอลสั่นดุ๊กดิ๊กสามครั้งแล้วหยุดนิ่ง
ไม่แม้แต่จะขัดขืนเลยแฮะ...
แต่หลินยุนเอ๋อร์ก็ทำใจไว้แล้ว เธอปรับอารมณ์แล้วหันมาคุยกับกู่ซิน
“ได้แน่นอนครับ”
“สุ่มไอเทมวิวัฒนาการ จิ้มที่หน้าจอได้เลยนะโลโต้~”
โปเกเด็กซ์โรตอมบินมาตรงหน้าหลินยุนเอ๋อร์ ปรับหน้าจอเป็นบ่อสุ่มไอเทมวิวัฒนาการ
“ขอของดีๆ มาชดเชยหน่อยเถอะ”
หลินยุนเอ๋อร์กดปุ่มสุ่มไอเทมวิวัฒนาการ พลางภาวนาในใจ
พูดตามตรง เธอก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะเลี้ยงนามาเคโรได้ดีแค่ไหน ได้แต่บอกตัวเองว่าจะพยายามให้เต็มที่
เข็มในวงล้อสุ่มหมุนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดนิ่ง
<ยินดีด้วย คุณได้รับ หินแสง>
ข้อความแจ้งเตือนจากระบบเด้งขึ้นมา
“หินแสง!”
หลินยุนเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสดงอาการดีใจออกมา นี่มันไอเทมวิวัฒนาการของฟลาเอ็ตเตนี่นา
เกือบห้าเดือนแล้ว! ในที่สุดเธอก็สุ่มได้หินแสงแล้ว!
“ดูเหมือนวันนี้คุณหลินจะยังโชคดีอยู่นะครับ”
กู่ซินเลิกคิ้ว ราวกับเล่นมายากล หินสีเขียวทองที่สวยงามก้อนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ
หินแสง สามารถใช้ทำให้โทเกชิกวิวัฒนาการเป็นโทเกคิส, โรเซเลียวิวัฒนาการเป็นโรสเรด, ชิลลาร์วิวัฒนาการเป็นชิราจิโน
และสุดท้าย คือทำให้ฟลาเอ็ตเตวิวัฒนาการเป็นฟลาเจส!
ถือว่าเป็นหินวิวัฒนาการพิเศษที่หายากชนิดหนึ่งเลยทีเดียว
“ฮิฮิ~ ขอบคุณค่ะเถ้าแก่!”
รอยยิ้มของหลินยุนเอ๋อร์เบ่งบาน เธอรับหินแสงมาอย่างมีความสุข
หินแสงนั้นงดงามมาก เป็นสีเขียวทองใสกระจ่าง ตรงกลางหินยังมีแสงสีทองจางๆ เปล่งประกายออกมาให้อารมณ์อบอุ่น
ไม่ต้องพูดถึงสรรพคุณ แค่ความสวยงามราวกับอัญมณีของมัน หินแสงก็ล้ำค่ามากพอแล้ว
“ยุนเอ๋อร์ รีบให้ฟลาเอ็ตเตวิวัฒนาการดูเร็วเข้า”
เจิ้งซิ่วหยานก็ดีใจแทนเพื่อนสาว รีบเร่งหลินยุนเอ๋อร์
เธอแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้เห็นร่างวิวัฒนาการของฟลาเอ็ตเตแล้ว
“ได้เลย! ออกมาเถอะฟลาเอ็ตเต”
หลินยุนเอ๋อร์เองก็ตื่นเต้นมาก โยนโปเกบอลของฟลาเอ็ตเตออกมา
ฟลาเอ็ตเตดอกสีขาวปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าหลินยุนเอ๋อร์ รูปร่างหน้าตาแทบจะเหมือนกับฟลาเอ็ตเตดอกไม้นิรันดร์ของหมางข่ายลี่เปี๊ยบ ต่างกันแค่สีของลำตัวและดอกไม้สีขาว
ฟลาเอ็ตเตมองหลินยุนเอ๋อร์ด้วยความสงสัย แต่ไม่นานสายตาของมันก็ไปหยุดอยู่ที่หินแสงในมือของเธอ
“ฟลาเอ็ตเต ใช้เจ้านี่สิ”
สังเกตเห็นท่าทีของฟลาเอ็ตเต หลินยุนเอ๋อร์ก็ยื่นหินแสงไปให้
“ฮูลา~”
ฟลาเอ็ตเตส่งเสียงร้องใสไพเราะ มือเล็กๆ ค่อยๆ ยื่นไปแตะหินแสง
แสงแห่งการวิวัฒนาการที่บริสุทธิ์และงดงามสว่างวาบขึ้นทันที ร่างของฟลาเอ็ตเตถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาว
“ฟลาเอ็ตเต...”
หลินยุนเอ๋อร์มองแสงวิวัฒนาการที่เข้มข้นด้วยความคาดหวัง ฟลาเอ็ตเตอยู่กับเธอมานานแล้ว แต่เพราะขาดไอเทมวิวัฒนาการที่สำคัญที่สุดเลยวิวัฒนาการไม่ได้สักที
จริงๆ แล้วพวกเธอไม่ได้ห้ามการแลกเปลี่ยนไอเทมวิวัฒนาการ แต่จนถึงตอนนี้ มีแค่ฉู่เค่อเหลียนคนเดียวที่เคยสุ่มได้หินแสง
และหินแสงก้อนนั้นของฉู่เค่อเหลียนก็เอาไปให้โทเกชิกของคุณแม่ฮัวหรงเนี่ยใช้แล้ว หลินยุนเอ๋อร์เลยพูดอะไรไม่ได้
“ลาจิ้ว~”
ไม่นาน เสียงที่ดูเป็นผู้ใหญ่และสง่างามก็ดังขึ้น แสงสีขาวค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นโปเกมอนที่งดงามตัวหนึ่ง
“สวยจัง!”
เมื่อเห็นโปเกมอนตัวนี้ ดวงตาของหลินยุนเอ๋อร์ เจิ้งซิ่วหยาน และเหราเสี่ยวเฟยก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
รูปลักษณ์ภายนอกดูเหมือนดอกไม้ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ท่อนล่างเป็นสีเขียว มีโครงสร้างคล้ายลำต้นและใบไม้ รอบศีรษะดูราวกับดอกไม้ขนาดใหญ่ที่บานสะพรั่ง กลิ่นอายความสง่างามและสูงศักดิ์แผ่ออกมา
นั่นคือฟลาเจส!
“ลาซิจิ้ว~”
ดวงตาของฟลาเจสมองหลินยุนเอ๋อร์อย่างอ่อนโยน ปากส่งเสียงร้องนุ่มนวล
<ติ๊ด~ ฟลาเจส, ประเภทแฟรี่, โปเกมอนสวนดอกไม้ คุณสมบัติพิเศษ: ม่านบุปฝา>
<ท่าไม้ตาย: เพทัลแดนซ์, มูนบลาสท์, มิสต์ฟิลด์, เพทัลบลิซซาร์ด, กราสน็อต, ฟลาวเวอร์การ์ด, อธิษฐาน...>
<อาณาเขตคือสวนดอกไม้ที่สวยงาม อาบพลังงานที่ดอกไม้ใบหญ้าปลดปล่อยออกมาเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังของตนเอง>
“เป็นฟลาเจสที่สวยมากครับ ความแข็งแกร่งก็ไม่เบาเลยนะ”
ได้ยินคำอธิบายจากโปเกเด็กซ์ของหลินยุนเอ๋อร์ กู่ซินก็ยิ้มพยักหน้าเห็นด้วย
ไม่ต้องสงสัยเลย ฟลาเจสตัวนี้จะเป็นกำลังหลักตัวใหม่ของหลินยุนเอ๋อร์
ในฐานะหนึ่งในโปเกมอนประเภทแฟรี่ที่แข็งแกร่งที่สุด ความสามารถของฟลาเจสนั้นไม่ต้องสงสัยเลย โดยเฉพาะพลังป้องกันเวทของฟลาเจส
เวลาต้องเจอกับโปเกมอนสายโจมตีเวท ฟลาเจสจะเหมาะสมมาก แถมยังเป็นโปเกมอนประเภทแฟรี่ล้วน ความต้านทานก็ยอดเยี่ยม
ประเภทที่ชนะทางฟลาเจสมีแค่ประเภทพิษกับประเภทโลหะเท่านั้น
“สวยมากเลยฟลาเจส! ในที่สุดเธอก็วิวัฒนาการแล้วนะ!”
หลินยุนเอ๋อร์เก็บโปเกเด็กซ์แล้วพูดกับฟลาเจสตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น สวยมากจริงๆ
แถมกลิ่นอายความสูงศักดิ์และสง่างามแบบนี้ มันถูกใจเธอสุดๆ ไปเลย
“ลาจิ้ว~”
ฟลาเจสยื่นมือมาโอบกอดหลินยุนเอ๋อร์ ใบหน้าคลอเคลียแก้มของหลินยุนเอ๋อร์เบาๆ แสดงความรักที่มีต่อเธอ
“หอมจัง~”
หลินยุนเอ๋อร์สูดดมกลิ่นดอกไม้จากตัวฟลาเจส กลิ่นหอมสดชื่นนี้ทำให้รู้สึกสบายตัวสุดๆ
วันนี้มันยอดเยี่ยมจริงๆ!
.
.
.
“ถ้ำนี้มันยังไงกันแน่เนี่ย ทำไมลึกขนาดนี้ แถมรู้สึกเหมือนพวกเรากำลังเดินลงไปใต้ดินเรื่อยๆ เลยนะ”
หลินเซิงลูบแขนตัวเองเบาๆ รู้สึกหนาวนิดหน่อย
แถมพวกเขาเดินมาเกือบสิบนาทีแล้วมั้ง? ยังเดินไม่สุดทางอีก
แล้วก็ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขารู้สึกหวิวๆ พิกล
“มันผิดปกติจริงๆ นั่นแหละ เดินต่ออีกหน่อยเถอะ ถ้ายังไม่สุดทางเราค่อยออกไป”
ครั้งนี้เอ็ดเวิร์ดไม่ได้เถียงหลินเซิง แต่ขมวดคิ้วมองความมืดเบื้องหน้าที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
ตลอดทางที่ผ่านมา พวกเขาไม่เจอโปเกมอนเลยสักตัว แม้แต่ซูแบทหรืออิชิซึบูเตะก็ไม่มี นี่มันไม่สมเหตุสมผล!
ถ้ำมืดๆ แบบนี้ ปกติจะเป็นที่โปรดของโปเกมอนสองชนิดนี้เลยนะ แต่ผ่านไปสิบนาทีแล้ว ไม่เจอโปเกมอนสักตัวเดียว
เอ็ดเวิร์ดเองก็เริ่มถอดใจแล้วเหมือนกัน
ทั้งสองเดินต่ออีกสองนาที แต่จู่ๆ ก็มีแสงสว่างปรากฏขึ้นข้างหน้า
“มีแสง? ทางออกเหรอ?” เอ็ดเวิร์ดกับหลินเซิงสบตากัน แล้วเร่งฝีเท้าขึ้น
ภาพตรงหน้าเปิดกว้างขึ้น ที่แท้เป็นถ้ำหินย้อยใต้ดินขนาดใหญ่ และลำแสงนั้นก็คือปากถ้ำที่อยู่ด้านบนสุด น้ำฝนปนแสงแดดสาดส่องลงมา
และน้ำฝนเหล่านั้นตกลงมาสะสมกันเป็นเวลานานจนเกิดเป็นทะเลสาบเล็กๆ
แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือสิ่งที่อยู่ใจกลางทะเลสาบ
“นั่นอะไรน่ะ? ก้อนหินเหรอ?”
หลินเซิงมองสิ่งนั้นด้วยความตกตะลึง ดูเหมือนก้อนหินสีดำ แต่ก็ดูแปลกๆ
ก้อนหินนั้นจมอยู่ในน้ำครึ่งหนึ่ง โผล่พ้นน้ำมาครึ่งหนึ่ง รูปร่างประหลาด ด้านบนมีวัตถุคล้ายใบไม้ตั้งอยู่ ทำให้หินก้อนนี้ดูเหมือน... ดักแด้ที่ถูกห่อหุ้มไว้?
“โอ้~ ดูไม่เหมือนสิ่งที่เป็นมงคลเลยแฮะ”
เอ็ดเวิร์ดขมวดคิ้วมองวัตถุที่เหมือนหินสีดำก้อนนั้น ความรู้สึกอัปมงคล กดดัน คือสิ่งที่หินก้อนนี้สื่อออกมาให้เขารู้สึก