เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 240 เผลอแป๊บเดียว ฉันก็กลายเป็นรุ่นพี่ซะแล้ว (ฟรี)

บทที่ 240 เผลอแป๊บเดียว ฉันก็กลายเป็นรุ่นพี่ซะแล้ว (ฟรี)

บทที่ 240 เผลอแป๊บเดียว ฉันก็กลายเป็นรุ่นพี่ซะแล้ว (ฟรี)


“วิบราวา! ใช้แผ่นดินไหว!”

ครืนนน!

วิบราวากระทืบลงพื้นอย่างแรง ภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง คลื่นกระแทกที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากระจายวงกว้างออกไปข้างหน้า

ไซดอน ที่ดูดุร้ายราวกับไดโนเสาร์สีเทาตัวนั้นถูกแผ่นดินไหวเข้าเต็มเปา ร่างมหึมาล้มตึงลงกับพื้น ดวงตาหมุนติ้วเป็นวงกลม หมดสภาพการต่อสู้ไปในทันที

“อู้ว~!!”

พอเห็นไซดอนถูกจัดการ ลูเกียน้อยก็ตื่นเต้นตบปีกพับๆ ส่งเสียงร้องอย่างดีใจ

“เฮ้อ~ ขี้โมโหชะมัดเลยเจ้านี่”

ฉู่เค่อเหลียนถอนหายใจ มองไซดอนตัวนี้อย่างปวดหัว

พวกเธอเพิ่งเข้ามาในเขตภูเขานี้ได้ไม่นาน เจ้าไซดอนตัวนี้ก็กระโดดออกมาโจมตีใส่ทันที ดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ

ก็เลยต้องสวนกลับไป

ยังไงซะลูเกียน้อยก็วิ่งไม่เร็ว!

เจ้าตัวเล็กนี่เดินเตาะแตะช้าจะตาย แถมตอนนี้ยังบินไม่เป็นด้วย

“ฉันว่าพวกเราไปเดินเล่นแถวชายทะเลดีกว่า บนบกไม่ค่อยเหมาะกับเสี่ยวไป๋เท่าไหร่”

ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนมองไซดอนตัวนี้แวบหนึ่ง ก่อนจะเสนอความเห็น

“ฉันก็ว่างั้น แถมมันยังเด็กอยู่ด้วย ให้เดินบนพื้นนานๆ คงจะเหนื่อยแย่”

แมคเคนนาพยักหน้าเห็นด้วย ถ้าว่ายอยู่ในทะเลน่าจะสะดวกกับลูเกียน้อยมากกว่า

“ฉันยังไงก็ได้อยู่แล้ว ลำบากหน่อยนะวิบราวา”

ฉู่เค่อเหลียนยักไหล่ เรียกวิบราวากลับเข้าบอล

แต่ทว่า...

“สุดยอดไปเลย!”

เสียงอุทานด้วยความชื่นชมของเด็กสาวดังขึ้นจากด้านหลัง

ฉู่เค่อเหลียนและเพื่อนๆ ชะงัก หันกลับไปมอง พบว่าเป็นเด็กสาวผมดำคนหนึ่งกำลังมองพวกเธอด้วยดวงตาเป็นประกายวิบวับ

ดูจากหน้าตาแล้วน่าจะอายุแค่สิบเจ็ดสิบแปด แม้จะน่ารักจิ้มลิ้มแต่ก็ยังดูเด็กอยู่มาก

“พี่สาวเก่งจังเลยค่ะ! ไซดอนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ยังจัดการได้อยู่หมัด!” เด็กสาวผมดำมองฉู่เค่อเหลียนด้วยความเลื่อมใส

“ไซดอนตัวนี้มีคนมาท้าสู้ตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ แต่ก็โดนมันจัดการเรียบ เห็นว่ามีคนมาท้ามันตั้งยี่สิบกว่าคนแล้ว!”

“แต่ก็โดนมันไล่ตะเพิดกลับไปหมดเลย!”

พอได้ยินเด็กสาวพูดแบบนี้ สามสาวถึงได้บางอ้อว่าทำไมเจ้าไซดอนตัวนี้ถึงได้หงุดหงิดขนาดนี้...

ที่แท้ก็โดนกวนใจมาตั้งยี่สิบกว่ารอบตั้งแต่เช้า ไม่หัวร้อนก็แปลกแล้ว

“อะฮะฮะฮะ~ ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก ก็แค่เก่งนิดหน่อยเอง”

แต่ตอนนี้ฉู่เค่อเหลียนกลับรู้สึกฟินสุดๆ โบกมือไปมาอย่างถ่อมตัวด้วยรอยยิ้ม

ก็แหม สายตาชื่นชมของเด็กสาวคนนี้มันทำให้เธอรู้สึกภูมิใจในตัวเองชะมัด!

ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนกับแมคเคนนาหันมามองหน้ากัน เห็นแววตาดูแคลนในดวงตาของอีกฝ่ายชัดเจน รู้ใจกันจริงๆ!

ลูเกียน้อยเองก็เอียงคอระมองฉู่เค่อเหลียน

“น้องสาวก็เป็นเทรนเนอร์เหรอ?”

ฉู่เค่อเหลียนเหลือบไปเห็นโปเกบอลที่เอวของเด็กสาวผมดำ ก็เลิกคิ้วถาม

“ใช่ค่ะ หนูเพิ่งเป็นเทรนเนอร์เมื่อวานนี้เอง พี่สาวช่วยสอนหนูหน่อยได้ไหมคะว่าทำยังไงถึงจะเก่งขึ้น? หนูอยากเป็นเทรนเนอร์ที่เก่งกาจค่ะ”

เด็กสาวผมดำมองฉู่เค่อเหลียนด้วยความคาดหวัง เธอเพิ่งเคยเจอเทรนเนอร์ที่เก่งขนาดฉู่เค่อเหลียนเป็นครั้งแรก

จัดการไซดอนตัวนั้นได้เร็วขนาดนี้ ไอดอลชัดๆ!

“ได้แน่นอนอยู่แล้ว น้องสาวปล่อยโปเกมอนออกมาให้ดูหน่อยสิ”

ฉู่เค่อเหลียนกะพริบตา ไม่นึกเลยว่าตัวเองจะกลายเป็นรุ่นพี่กับเขาแล้ว?

“ได้เลยค่ะ! ซูแบท ออกมาเลย!”

เด็กสาวหยิบอัลตร้าบอลที่เอวออกมาโยน แสงสีขาววาบขึ้น ค้างคาวตัวน้อยสีน้ำเงินเข้มก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทุกคน

“เอ๊ะ ทำไมตัวเล็กจังอะ?” ฉู่เค่อเหลียนเห็นซูแบทตัวนี้ก็ชะงัก

แน่นอนว่าคำว่าเล็กนี่ก็ไม่ได้เล็กมาก...

เพราะซูแบทตัวนี้ก็น่าจะตัวใหญ่ประมาณ 0.4 เมตรแล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับค้างคาวธรรมดาก็ถือว่ายักษ์เลย

แต่นี่คือโปเกมอนซูแบทนะ! ฉู่เค่อเหลียนไม่ใช่ไม่เคยเห็นซูแบท

เสี่ยวตู๋ (ผู้ชื่นชอบโปเกมอนพิษ) ก็เคยสุ่มได้ซูแบทมาก่อน ขนาดตอนนั้นเป็นแค่ทารก ตัวยังใหญ่เกือบเท่ามาตรฐาน 0.8 เมตรเลย!

“น่าจะเพิ่งเกิดได้ไม่นานแถมยังขาดสารอาหารด้วย” ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนหยิบโปเกเด็กซ์ขึ้นมาส่องซูแบท

<ติ๊ด~ ซูแบท ประเภทพิษและบิน โปเกมอนค้างคาว คุณสมบัติพิเศษ: แทรกซึม>

<ท่าไม้ตาย: ดูดซับ, ซูเปอร์โซนิค, ทำให้ตกใจ>

<เพราะต้องสำรวจสภาพแวดล้อมเบื้องหน้า จึงบินไปพลางปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงออกจากปากไปพลาง>

มีท่าแค่สามท่า เป็นทารกจริงๆ ด้วย แต่ก็สมเหตุสมผล ดูท่าทางน้องสาวคนนี้จะเป็นมือใหม่หัดขับ คงจะโชคดีไปจับมาได้

“พี่สาว เอ่อ... ซูแบทของหนูมีปัญหาเหรอคะ?”

เห็นพี่สาวท่าทาง ‘ไม่ธรรมดา’ ทั้งสามคนดูเหมือนจะคิดว่าซูแบทของเธอมีปัญหา หมางข่ายลี่ เด็กสาวผมดำก็ถามด้วยความกังวล

ซูแบทตัวนี้เธอเพิ่งจับได้ระหว่างทางกลับบ้านเมื่อวานนี้เอง เธอก็เพิ่งได้ยินจากเพื่อนเมื่อวานว่ามีโปเกมอนปรากฏตัว ก็เลยพาไปซื้อโปเกบอลกับโปเกเด็กซ์มาเป็นเทรนเนอร์

แล้วบังเอิญไปเจอซูแบทบาดเจ็บอยู่ในตรอกเล็กๆ ก็เลยใช้ยารักษาแผลช่วยไว้ แล้วก็ให้กินโปเกบล็อก

ผลก็คือเจ้าซูแบทตัวนี้เกาะติดเธอแจไม่ยอมไปไหน...

ถึงหน้าตาซูแบทจะดูแปลกๆ ไปหน่อย แต่ท่าทางซื่อบื้อที่คอยเกาะแกะเธอก็น่ารักดี หมางข่ายลี่เลยชอบมันมาก

“อาจจะเพราะตอนเกิดขาดสารอาหารไปหน่อย น้องสาวต้องดูแลมันให้ดีๆ นะ ถ้ามีทุนทรัพย์ก็หาโปเกบล็อกให้มันกินเยอะๆ หน่อย”

แมคเคนนาพูดกับหมางข่ายลี่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดูจากท่าทางเป็นห่วงเป็นใยซูแบทของเด็กสาวคนนี้ ก็รู้ว่าเธอรักและเป็นห่วงมันจริงๆ

พวกเธอยินดีเสมอที่ได้เห็นมือใหม่แบบนี้

“ค่ะพี่สาว หนูจำไว้แล้ว ขอบคุณค่ะ!” หมางข่ายลี่โค้งคำนับขอบคุณทั้งสามคน

“เวลาปกติก็ให้มันออกกำลังกายเยอะๆ ด้วยนะ จะได้ช่วยเรื่องการเจริญเติบโต ส่วนการฝึกพื้นฐาน ก็ดูตามสภาพร่างกายของซูแบทเอา”

ฉู่เค่อเหลียนยิ้มแนะนำ รู้สึกแปลกใหม่ดีแฮะ เผลอแป๊บเดียวพวกเธอก็กลายเป็นรุ่นพี่แนะนำรุ่นน้องซะแล้ว

แต่ก็สมควรอยู่หรอก ก็คุณหนูอย่างฉันเป็นเทรนเนอร์แถวหน้าของประเทศนี่นา!

“ค่ะ! เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณพี่สาวมากค่ะ” หมางข่ายลี่ขอบคุณอีกครั้ง

“เป็นเด็กที่มีมารยาทดีจังเลยนะ” ฉู่เค่อเหลียนมองใบหน้าขาวผ่องของหมางข่ายลี่ด้วยรอยยิ้ม

พิจารณาดูดีๆ การแต่งตัวของเด็กคนนี้ก็ดูดีใช้ได้ ฐานะทางบ้านน่าจะไม่เลว

“น้องสาว ถ้ามีโอกาสก็ลองไปที่เซี่ยงไฮ้ดูนะ ไปลองสุ่มกาชาที่บ้านโปเกมอนดู”

“เอ๊ะ? แต่ตอนนี้เซี่ยงไฮ้เข้ายากมากไม่ใช่เหรอคะ?”

หมางข่ายลี่ชะงัก

“นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ถึงคนจะยังเยอะ แต่ก็ไม่สาหัสเท่าเมื่อก่อนแล้วล่ะ” ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนยิ้มบอก

โปเกมอนจุติทั่วประเทศมาสองวันแล้ว ตอนนี้เซี่ยงไฮ้ถึงจะยังคนแน่น แต่ก็ไม่ถึงขนาดเข้าไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน

“อ๋อ... เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณพี่สาวมากค่ะ พรุ่งนี้หนูจะไปเซี่ยงไฮ้เลย”

หมางข่ายลี่กะพริบตาใสซื่อ ตอนนี้เป็นช่วงหยุดยาววันชาติพอดี โรงเรียนหยุด เดี๋ยวเธอกับแม่ไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้กันดีกว่า

บ้านโปเกมอน เธอก็รู้จักอยู่แล้ว

“พยายามเข้านะ ขอให้โชคดี” ฉู่เค่อเหลียนอวยพรให้น้องสาวที่ดูน่าเอ็นดูคนนี้

“ขอบคุณค่ะพี่สาว พี่สาวคะ หนูขอท้าสู้กับพี่สาวสักตาได้ไหมคะ?” หมางข่ายลี่ขอบคุณเสร็จ ก็มองฉู่เค่อเหลียนด้วยความคาดหวัง

“เอ๊ะ?” ฉู่เค่อเหลียนอึ้ง

“เอ่อ... คือหนูยังไม่เคยสู้กับใครมาก่อนเลย ถ้าพี่สาวไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะคะ...”

หมางข่ายลี่รีบอธิบาย ก้มหน้าพูดเสียงเบา

เธอรู้สึกว่าพี่สาวพวกนี้ใจดีมาก เลยอยากลองสัมผัสบรรยากาศการต่อสู้ดูบ้าง แต่เธอก็รู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นแค่มือใหม่หัดขับ

“ฮ่า~ ไม่มีคำว่าไม่สะดวกหรอก พี่รับคำท้าของเธอเองจ้ะน้องสาว”

ฉู่เค่อเหลียนได้สติกลับมา ถูจมูกแก้เก้อ ไม่รู้ทำไม รู้สึกว่าเด็กคนนี้ดูอ่อนแอขี้กลัวชอบกล

แถมเป็นมือใหม่ซิงๆ การจะสู้ด้วยมันทำให้ฉู่เค่อเหลียนรู้สึกผิดบาปยังไงไม่รู้

แต่ความปรารถนาเล็กๆ ของมือใหม่ขี้อายคนนี้ เธอก็ปฏิเสธไม่ลงจริงๆ

ไม่งั้นจะกลายเป็นว่ารังเกียจที่น้องเขาอ่อนแอไปรึเปล่า?

“ขอบคุณค่ะพี่สาว!” หมางข่ายลี่ดีใจมาก รีบขอบคุณ

“ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้...”

ฉู่เค่อเหลียนเกาแก้มแก้เขิน

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องสุภาพขนาดนั้น...”

ได้ยินคำขอบคุณจากปากน้องใหม่อีกแล้ว ฉู่เค่อเหลียนกุมขมับ น้องคนนี้โตมาในครอบครัวแบบไหนเนี่ย มารยาทงามเกินเบอร์ไปไหม...

“เอ๊ะ? ขอโทษจริงๆ ค่ะพี่ฉู่”

“หยุด! เธอสั่งให้ซูแบทโจมตีมาเลยดีกว่า”

ฉู่เค่อเหลียนรีบเบรกน้องสาวที่กำลังจะโค้งขอโทษ รีบพูดตัดบท

เธอรับมือผู้หญิงมารยาทงามแบบนี้ไม่ไหวจริงๆ! สู้คนหน้าด้านอย่างยัยเฉี่ยนยังจะดีซะกว่า

“โอเคค่ะ! งั้นซูแบท... ขอหนูคิดก่อนนะ อ้อใช่ ซูแบท ใช้ท่าทำให้ตกใจ!”

หมางข่ายลี่ชะงัก แล้วรีบนึกท่าไม้ตายอย่างตื่นเต้น ในที่สุดก็นึกท่าทำให้ตกใจออก

ลิซาร์ดอนมองดูซูแบทกระพือปีกบินเข้ามาตรงหน้า แล้วส่งเสียงร้องแหลมๆ ใส่

แต่...

ลิซาร์ดอนไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด จากนั้น...

“โฮก!”

ลิซาร์ดอนอ้าปากคำรามลั่น เสียงคำรามกะทันหันทำเอาซูแบทขวัญหนีดีฝ่อ บินโซซัดโซเซกลับไปหลบหลังหมางข่ายลี่ ไม่กล้าโผล่หัวออกมาอีกเลย

ฉู่เค่อเหลียน: “...”

อ้าวเฮ้ย...

..........

แนะนำนิยาย!

เจ้าพ่อวรรณกรรมแห่งโตเกียว

(สถานะ: จบแล้ว)

ชายหนุ่มข้ามเวลามายังโตเกียวในปี 1994 แห่งโลกคู่ขนาน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฟองสบู่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเพิ่งพังทลาย สังคมเต็มไปด้วย "คนยากจนในสังคมที่อิ่มท้อง" ผู้ซึ่งมีอาหารพอกินแต่ไม่สามารถใช้จ่ายได้มากกว่านั้น ฟูจิวาระ เคย์ก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น

เพื่อแก้ปัญหาความยากลำบากในขณะนั้น ฟูจิวาระ เคย์ที่กำลังจะจบการศึกษาได้เผชิญหน้ากับสองทางเลือก

หนึ่งคือการเปิดตัวในฐานะนักเขียนนวนิยายสืบสวน และสองคือการเข้าสู่วงการโทรทัศน์เพื่อผลิตรายการ

และตัวเลือกของฟูจิวาระ เคย์คือ

มีเพียงเด็กน้อยเท่านั้นที่เลือก ผู้ใหญ่ต้องการทั้งหมด!

ทุกอย่างจึงเริ่มต้นจาก "พระอาทิตย์เที่ยงคืน"!

คลิกอ่านที่นี่

จบบทที่ บทที่ 240 เผลอแป๊บเดียว ฉันก็กลายเป็นรุ่นพี่ซะแล้ว (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว