- หน้าแรก
- เผยแพร่ให้ก้องโลก ฉันนี่แหละตัวพ่อแห่งโปเกมอนที่แท้จริง
- บทที่ 220 รีบส่งโรงพยาบาลเร็ว! (ฟรี)
บทที่ 220 รีบส่งโรงพยาบาลเร็ว! (ฟรี)
บทที่ 220 รีบส่งโรงพยาบาลเร็ว! (ฟรี)
“กรี๊ดดดด!! คุณชายเฉิน! คุณชายเฉินของฉันร่วงไปแล้ว!”
“เชี่ย! เมื่อกี้ฉันเห็นคุณชายเฉินตาเหลือกด้วย!”
“รีบเรียกรถพยาบาลเร็ว!”
“ไม่คุ้มเลย ไม่คุ้มเลยจริง ๆ คุณชายเฉิน ไปแข่งอะไรกับพวกสมองกล้ามแบบนั้น”
“พี่กล้ามคนนี้โหดชะมัด เล่นงานคุณชายเฉินจนหมดสติไปเลย”
“??? เมนต์บน นายขับรถซิ่งไปแล้วนะ”
ห้องไลฟ์สดคึกคักกันจนแทบจะระเบิด
เฉินหยุนนอนหน้าแนบพื้น ใบหน้าซีดเผือด หายใจเข้าออกลึก ๆ อย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าอกยังกระเพื่อมอยู่ คนอื่นคงนึกว่าเขาตายไปแล้ว
“มาบุชิ?”
เห็นเฉินหยุนล้มตัวลงนอน มัสชิบูนก็นั่งลงเอียงคอมองเฉินหยุนเล็กน้อย
“มะ... ไม่ไหว... ฉัน... ไม่ไหว... แล้วจริง ๆ...”
เฉินหยุนพูดจาขาดห้วง เขาขอสาบานเลยว่า ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้มาก่อน!
ไม่ไหวแล้ว รับไม่ไหวแล้วจริง ๆ
เขาถึงขนาดรู้สึกว่าวินาทีถัดไปตัวเองอาจจะหัวใจวายตายได้เลย
มองดูมัสชิบูนที่ไม่หอบเลยสักนิด เฉินหยุนก็อยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
รู้งี้ทำช้า ๆ หน่อยก็ดี เขาจะไปแข่งกับโปเกมอนทำบ้าอะไรเนี่ย ไม่เห็นจำเป็นต้องทุ่มสุดตัวขนาดนี้เลย!
“มาบุชิ~”
มัสชิบูนส่ายหน้าอย่างเสียดาย มนุษย์ผอมแห้งคนนี้ร่างกายอ่อนแอเกินไปจริง ๆ ไม่ไหว ๆ
นี่เพิ่งจะเริ่มเองนะ มันเพิ่งจะเริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมานิดหน่อยเอง
เฉินหยุน: “...”
“เอ๊ะ? พี่หยุน!”
“เจ้าพี่กล้ามคนนั้น! ถอยไปให้ห่างจากผู้ชายคนนั้นนะ!”
ในตอนนั้นเอง เสียงอุทานด้วยความตกใจก็ดังมาจากด้านหลัง ตามด้วยเสียงตะโกนอย่างฮึกเหิมของเด็กสาว
มัสชิบูนหันขวับไปมองด้วยความงุนงง
“เดี๋ยว! อย่าเข้าใจผิด!”
เฉินหยุนที่เพิ่งจะฟื้นแรงลุกขึ้นมาได้ รีบพูดกับฉู่เค่อเหลียนและไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนที่วิ่งเข้ามาด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรง
“นี่มันสถานการณ์อะไรเนี่ยพี่หยุน? ทำไมสภาพพี่เหมือน...”
เหมือนโดนชายฉกรรจ์รุมทารุณมาเป็นร้อยคนยังไงยังงั้น...
แต่ประโยคหลังมันดูไม่ค่อยเป็นกุลสตรีเท่าไหร่ ฉู่เค่อเหลียนกะพริบตาปริบ ๆ แล้วกลืนคำพูดลงคอไป
แถมยัง...
“ใหญ่เกินไปแล้วมั้ง...”
ฉู่เค่อเหลียนเงยหน้ามองมัสชิบูนที่อยู่ตรงหน้า เบิกตากว้างเดาะลิ้นมองกล้ามเนื้อสีแดงของมัสชิบูน
ให้ตายเถอะ!
พูดแบบไม่เกินจริงเลยนะ ฉู่เค่อเหลียนรู้สึกว่าแขนของโปเกมอนตัวนี้ใหญ่กว่าตัวเธอทั้งตัวอีก
โดยเฉพาะกล้ามอกนั่น
ฉู่เค่อเหลียนจ้องกล้ามอกของมัสชิบูนอยู่นาน แล้วก้มลงมองไม้กระดานของตัวเอง
ฉู่เค่อเหลียนน้ำตาคลอเบ้า
ฮือ ๆ ... นี่มันไม่สมเหตุสมผล!
ดูเหมือนจะสังเกตเห็นสายตาของฉู่เค่อเหลียน ดวงตาของมัสชิบูนก็ฉายแววคมกริบขึ้นมาทันที มันกระโดดถอยหลังไปอย่างแรง
“มาบุชิ! มาบุชิชิ!!”
มัสชิบูนยกแขนที่งอเล็กน้อยขึ้น แล้วออกแรงเบ่ง!
ปึง~!
กล้ามเนื้อที่พองตัวขยายใหญ่ขึ้นอีกรอบ! โหมดกล้ามเนื้อ!
ฉู่เค่อเหลียน: (o.o)
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยน: (o—o)
“โปเกมอนตัวนี้ไม่ว่าจะมองยังไงก็เวอร์เกินไปนะ...”
ฉู่เค่อเหลียนมองดูมัสชิบูนที่โพสท่าต่าง ๆ ไม่หยุด มุมปากกระตุกยิก ๆ
ไม่ต้องพูดถึงกล้ามเนื้อที่ใหญ่โตจนระเบิดระเบ้อนั่น นิสัยนี่ก็ดูแปลก ๆ หรือเปล่า?
ไม่ว่าจะดูยังไง มันก็เหมือนกำลังอวดหุ่นให้พวกเธอดูชัด ๆ
<ติ๊ด~ มัสชิบูน ประเภทต่อสู้... โปเกมอนในตำนาน อัลตร้าบีสต์>
และในขณะนี้ฉู่เค่อเหลียนกับไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนก็หยิบโปเกเด็กซ์ขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลของมัสชิบูน แล้วก็...
ดวงตาของสองสาวก็เปล่งประกายวิบวับทันที
“โปเกมอนในตำนาน!”
“สุดยอดไปเลย! มิน่าล่ะถึงได้เท่ขนาดนี้!”
“มาบุชิ!”
ได้ยินคำชม มัสชิบูนก็ตะโกนตอบรับอย่างเร่าร้อนดุจเปลวเพลิง
“ใช่ไหมล่ะ? แถมมันนิสัยดีด้วยนะ”
เฉินหยุนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแห้ง ๆ พูดกับสองสาว
“แล้วทำไมสภาพพี่หยุนถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?” ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนถามเฉินหยุนด้วยความสงสัย
“มันไม่ต่อต้านให้เราจับหรอก แต่...”
เฉินหยุนหนังตากระตุก ใบหน้ายังคงซีดขาวอยู่บ้าง
“ดูเหมือนว่าร่างกายต้องแข็งแกร่งจนมันพอใจน่ะสิ”
เฉินหยุนลังเลครู่หนึ่ง แต่ก็พูดความจริงออกไป ยังไงซะเขาก็ไม่อยากทรมานสังขารต่อแล้ว
ไอ้การวิดพื้นเมื่อกี้เกือบจะส่งเขาไปนอนห้องดับจิตแล้ว ไม่ไหว จริง ๆ ไม่ไหว
“พูดง่าย ๆ เจ้ามัสชิบูนตัวนี้ก็คือพวกบ้าออกกำลังกายสินะ ง่ายจะตาย!”
ฉู่เค่อเหลียนกะพริบตา ยืดอกอย่างมั่นใจ
ล้อเล่นน่า! ความอึดของเธอสุดยอดมากนะจะบอกให้!
การโดนเกียราดอสไล่ฆ่าบ่อย ๆ ทำให้เธอฝึกฝนจนมีร่างกายที่แข็งแกร่ง!
เฉินหยุนฝืนยิ้มโดยไม่พูดอะไร
“เธอไม่ใช่คนที่บอกว่าชาตินี้จะอยู่ร่วมโลกกับแมลงไม่ได้หรอกเหรอ? ให้ฉันเถอะโอกาสนี้น่ะ”
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนเหลือบมองฉู่เค่อเหลียน พูดเหน็บแนม
“ไม่! ฉันเปล่า! อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!”
ฉู่เค่อเหลียนปฏิเสธเสียงแข็งหน้าตาเฉย
เพื่อโปเกมอนในตำนาน! ต่อให้ต้องหน้าด้านนิดหน่อยมันจะน่าอายตรงไหน?
ไม่! ไม่น่าอายเลยสักนิด!
“อีกอย่างเธอจับโคโซคุมูชิไปแล้วนี่นา คนหนึ่งจับโปเกมอนแมลงได้แค่ตัวเดียวนะเธอรู้ใช่ไหม”
“เถ้าแก่ไม่ได้บอกว่าจับได้แค่ตัวเดียวสักหน่อย แค่บอกว่าถึงเวลาให้เลือกแค่ตัวเดียวมาให้คะแนน แล้วก็เอาออกไปได้แค่ตัวเดียว!”
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนสวนกลับอย่างไม่เกรงใจ เธอจับโคโซคุมูชิได้แล้วจริง ๆ อืม... จับได้ตอนปาคอมเพททิชั่นบอลลูกที่สิบเจ็ดน่ะ
แต่ช่วยไม่ได้นี่นา ใครใช้ให้ตอนนี้มีโอกาสจับโปเกมอนในตำนานอยู่ตรงหน้าล่ะ
ใครจะไปทนไหวล่ะแบบนี้?
“แถมเธอบอกว่าเธอจะเอาแค่ประเภทมังกรไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ไง! ฉันดูแล้วมันก็เหมือนมังกรอยู่นะ!”
“เธอพอได้แล้วน่า มัสชิบูนมีส่วนไหนที่เฉียดคำว่ามังกรบ้างยะ?”
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนเกือบจะขำออกมาด้วยความโมโห ไม่ต้องรอให้ฉู่เค่อเหลียนพูดจบเธอก็รู้ว่ายัยผู้หญิงปัญญานิ่มคนนี้จะพูดอะไร
“มาบุชิ?”
เสียงของสองสาวทำให้มัสชิบูนที่กำลังโชว์หุ่นหยุดชะงัก มองทั้งสองคนด้วยความงุนงง
นี่คือ... ทะเลาะกันเพื่อแย่งมันเหรอ?
ไอหยา~ ไม่เห็นต้องทำขนาดนั้นเลย!
“มาบุชิ!”
มัสชิบูนเท้าสะเอว ตะโกนบอกมนุษย์สาวสองคนนี้อย่างมั่นใจ
“น่าจะบอกว่า ให้เข้ามาพร้อมกันเลย”
เฉินหยุนลูบคางวิเคราะห์ แล้วบอกฉู่เค่อเหลียนกับไป๋เฉี่ยนเฉี่ยน
“หา? จะอวดดีเกินไปแล้วนะ!”
“ฉันวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าทุกวันนะ!”
ฉู่เค่อเหลียนโกรธแล้ว หมายความว่าไงเนี่ย?
ดูถูกใครกันยะ?!
“มาบุชิ~”
มัสชิบูนเอียงคอเล็กน้อย ดูเหมือนว่าจะมีมาดเข้ม ๆ อยู่บ้างนะ?
จากนั้น...
“ฮือ... ยัยหนูเฉี่ยน ฉันจะตายแล้ว... ดึงฉันหน่อย...”
ใบหน้าสวยของฉู่เค่อเหลียนซีดเผือด แม้แต่แขนก็ยกไม่ขึ้นแล้ว
“ฟู่~ ฟู่~”
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนที่ถูกฉู่เค่อเหลียนเรียกหานอนแผ่หลาราวกับศพ ผมหน้าม้าเปียกแนบติดหน้าผาก ดวงตาเหม่อลอยไร้ประกายมองดูท้องฟ้าสีคราม
เธอมองเห็นคุณย่าที่เสียไปเมื่อหลายปีก่อนแล้ว...
“พรืด~ ขำจนเกือบขิต”
“ยัยหนูเฉี่ยน ตัวชาไปหมดแล้ว...”
“ไม่ใช่สิ สองสาวนี่คิดอะไรอยู่เนี่ย มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ามัสชิบูนเป็นพวกพี่กล้าม คิดยังไงไปแข่งวิดพื้นกับมัน...”
“เสน่ห์ของโปเกมอนในตำนานไง ถ้าเป็นฉัน ฉันก็ต้องขอลองสักตั้งเหมือนกัน”
“พี่ยุงกล้ามเก็บสามคิวแล้ว! ยังมีผู้กล้าคนไหนจะไปท้าทายอีกไหม!”
ในห้องไลฟ์สดคอมเมนต์ไหลรัว ๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการปรากฏตัวของโปเกมอนในตำนานนั้นดึงดูดความสนใจได้จริง ๆ
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เทรนเนอร์ลงสนาม ‘ต่อสู้’ ด้วยตัวเองแบบนี้
อืม... น่าเสียดายที่เทรนเนอร์สามคนนี้ไม่อึดเอาซะเลย
“โอ้~ เฉิน พวกคุณเป็นอะไรกันครับเนี่ย?”
เสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังขึ้น
เฉินหยุนหันไปมอง เป็นเอ็ดเวิร์ดนั่นเอง แต่เสื้อผ้าดูขาดวิ่นไปหน่อย
อืม... สงสัยคงโดนโปเกมอนไล่กวดมา
“โอ้~ โปเกมอนตัวนี้เท่จัง!”
แต่ไม่นานเอ็ดเวิร์ดก็เห็นมัสชิบูน ดวงตาสว่างวาบขึ้นมาทันที
พระเจ้า! หุ่นนี่มันแข็งแกร่งจนระเบิดระเบ้อไปเลย!
“มาบุชิ~!”
มัสชิบูนโพสท่าเบ่งกล้าม!
“พระเจ้า! นายเท่ระเบิดไปเลย!”
เอ็ดเวิร์ดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีโดยการยกกล้ามไบเซ็ปส์ของตัวเองขึ้นโชว์บ้าง แต่พอเทียบกันแล้ว กล้ามของมัสชิบูนคือเนินเขาขนาดใหญ่ ส่วนของเอ็ดเวิร์ดเป็นแค่เนินดินเล็ก ๆ
“มาบุชิ!”
มัสชิบูนเห็นดังนั้นดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เมื่อเทียบกับสามคนก่อนหน้านี้ มันรู้สึกว่าเอ็ดเวิร์ดดูดีกว่าเจ้าลิงกังผอมแห้งพวกนั้นเยอะ
“พวกบ้าออกกำลังกายมาเจอกันจนได้สินะ”
ฉู่เค่อเหลียนลากสังขารที่ปวดร้าวไปทั้งตัว มาพิงต้นไม้อีกต้นกับไป๋เฉี่ยนเฉี่ยน มองดูหนึ่งคนหนึ่งโปเกมอนที่กำลังอวดหุ่นใส่กันแล้วอดบ่นออกมาไม่ได้
“เฮ้~ เพื่อนยาก โปเกมอนตัวนี้โคตรเจ๋งเลยพวกคุณไม่คิดงั้นเหรอ? พระเจ้า กล้ามเนื้อของมันสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ... โอ้... เชี่ย...”
เอ็ดเวิร์ดบ่นพึมพำพลางหยิบโปเกเด็กซ์ออกมา เตรียมบันทึกข้อมูลโปเกมอนตัวนี้
แต่พอเห็นข้อมูลบรรทัดสุดท้าย สีหน้าของเอ็ดเวิร์ดก็ชะงัก โปเกมอนในตำนาน?
“เอ็ดเวิร์ด ลองไปท้าดวลมันดูสิ แค่นายทำให้มันหมดแรงได้ นายก็จับมันได้”
เฉินหยุนเตือนเอ็ดเวิร์ด พร้อมบอกวิธีจับมัสชิบูน
“พระเจ้าปัญญานิ่มนั่นยอมอวยพรให้ฉันแล้วเหรอเนี่ย? พระเจ้า! ฉันรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันโชคดีของฉัน!”
สีหน้าของเอ็ดเวิร์ดตื่นเต้นขึ้นมา พูดถึงเรื่องอื่นเขาไม่รู้ แต่เรื่องพละกำลังและความอึด เขาโคตรจะมั่นใจเลย!
กล้ามเนื้อทั้งตัวนี้ไม่ได้ปั้นมาเล่น ๆ นะเว้ย!
“เฮ้~ พี่เบิ้ม! กล้ามาแข่งกับฉันไหม? ทำตามท่าของฉันนะ!”
เอ็ดเวิร์ดวางเป้ลง ขยับแขนขา วิ่งเหยาะ ๆ อยู่กับที่แล้วตะโกนบอกมัสชิบูน
“มาบุ~ ชิ!”
มัสชิบูนทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเคให้เอ็ดเวิร์ด เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างหยิ่งผยองและทรงพลัง
“โอ้~ ฉันชอบความมั่นใจของนายมากเลยพี่เบิ้ม!” เอ็ดเวิร์ดตาเป็นประกาย
“คัมออน! หนึ่ง สอง สาม สี่!”
“มาบุชิ!”
“สอง สอง สาม สี่!”
“มาบุ~!”
“โอ้~ เท่มากพี่เบิ้ม ต่อเลย!”
เสียงที่เต็มไปด้วยพลังของเอ็ดเวิร์ดกับเสียงตะโกนอันเร่าร้อนของมัสชิบูน เข้ากันได้อย่างน่าประหลาด
“อืม...”
มองดูเอ็ดเวิร์ดกับมัสชิบูนกระโดดโลดเต้นทำท่ากายบริหารอยู่ริมลำธาร ฉู่เค่อเหลียนทำตาปลาตาย
“ไม่รู้ว่าเอ็ดเวิร์ดจะทำให้มันหมดแรงได้ไหมนะ” ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนจิบน้ำแล้วเอาคางเกยเข่า
“ยากอยู่นะ” ฉู่เค่อเหลียนเบะปาก
ห้านาที
“โอ้~ พี่เบิ้ม! นายเจ๋งไม่เบานี่! งั้นเอาอีกรอบ!” เอ็ดเวิร์ดเสียงดังฟังชัด
“มาบุ!”
สิบนาที
“เฮ้~ ไม่เลวนี่! รอบที่สามลุย!” เอ็ดเวิร์ดเริ่มหอบนิดหน่อย
“มาบุชิ!”
สิบห้านาที
“พระเจ้า นายไม่เหนื่อยบ้างเหรอ?” เอ็ดเวิร์ดตกใจแล้ว
“มาบุชิ!!”
ยี่สิบนาที
“อีกสิบรอบ!” เอ็ดเวิร์ดหน้าแดงตะโกนลั่น
“มาบุชิชิ!!!”
สี่สิบนาทีผ่านไป...
ตุบ~
ใครบางคนเหนื่อยจนเป็นลมไปแล้ว
“เอ็ดเวิร์ด!”
“เอ็ดเวิร์ดนายไม่เป็นไรใช่มั้ย! ทำไมน้ำลายฟูมปากแล้วล่ะ!”
“เชี่ย เขาช็อกหมดสติไปแล้ว! รีบกรอกยารักษาเร็ว! ไม่สิ! รีบส่งโรงพยาบาลเร็ว!”
“มาบุ?”
มัสชิบูนที่เพิ่งจะรู้สึกว่าวอร์มอัพเสร็จทำหน้าไร้เดียงสา
......
แนะนำนิยาย!
“ศิษย์น้องเจียง เจ้าเอาแต่ตกปลาไม่บำเพ็ญเพียร วันหน้าก็คงเป็นได้เพียงเถ้าธุลี!”
“ศิษย์ทรยศ! อาจารย์ให้เจ้าหลอมกระบี่บิน เจ้ากลับไปหลอมคันเบ็ด!”
“ศิษย์พี่ ท่านมัวเมาในของเล่นจนเสียความตั้งใจ พวกเรามิใช่คนประเภทเดียวกัน ข้ามีเป้าหมายบนเส้นทางเซียน ส่วนเจ้าก็แล้วแต่เจ้าเถิด!”
เมื่อพรานปลาผู้ช่ำชองได้ข้ามมิติมายังโลกที่สามารถบำเพ็ญเพียรสู่ความเป็นเซียนได้โดยไม่คาดฝัน
สิ่งแรกที่เจียงชวนทำก็คือการเดินสำรวจรอบประตูสำนักเพื่อหาหมายตกปลา!
บำเพ็ญเซียนหรือ?
การบำเพ็ญเซียนจะมีความสุขเท่าการตกปลาของข้าได้อย่างไร!
“ยินดีด้วย ท่านได้รับปลาแถบขาวเกล็ดครามขอบเขตหลอมปราณหนักสิบแปดชั่ง ได้รับแต้มความสำเร็จ +2”
“ยินดีด้วย ท่านได้รับมังกรวารีขอบเขตจำแลงกายหนักหนึ่งแสนชั่ง ได้รับแต้มความสำเร็จ +10000”
หลายปีต่อมา เมฆาทัณฑ์แผ่คลุมทั่วฟ้า คันเบ็ดคันหนึ่งพุ่งตรงสู่ใจกลางหมู่เมฆ ฉีกกระชากเมฆทัณฑ์เป็นเสี่ยง
และเมื่อเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรได้เห็นโฉมหน้าของผู้ที่กำลังข้ามผ่านด่านเคราะห์อย่างชัดเจน...
“สวรรค์! พรานปลาที่วันๆ เอาแต่ตกปลาผู้นั้น กำลังข้ามผ่านด่านเคราะห์สู่ความเป็นเซียน!”