- หน้าแรก
- เผยแพร่ให้ก้องโลก ฉันนี่แหละตัวพ่อแห่งโปเกมอนที่แท้จริง
- บทที่ 130 เลือดข้นโปเกมอนจางแห่งบ้านโปเกมอน (ฟรี)
บทที่ 130 เลือดข้นโปเกมอนจางแห่งบ้านโปเกมอน (ฟรี)
บทที่ 130 เลือดข้นโปเกมอนจางแห่งบ้านโปเกมอน (ฟรี)
เวลาหมุนเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว มาถึงวันที่สิบห้าพฤษภาคม
และวันนี้ ก็เป็นวันที่ทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนนับไม่ถ้วนตื่นเต้นและเลือดสูบฉีด
เพราะวันนี้ คือวันที่การแข่งขันเซี่ยงไฮ้ซิตี้ลีกเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ!
“แม่งเอ๊ย บ้าไปแล้วหรือเปล่า? รถมันจะติดวินาศสันตะโรอะไรขนาดนี้?”
บนท้องถนน คนขับรถวัยกลางคนมองดูแถวรถที่ยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตาด้านหน้า แล้วหน้าเขียวคล้ำไปหมด!
“พี่ชายมีธุระด่วนเหรอ? ผมกะว่ารถติดแบบนี้ครึ่งชั่วโมงก็คงยังไปไม่ถึงไหนหรอก”
ชายวัยกลางคนสวมแว่นกันแดดในรถคันข้าง ๆ มองมาแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ จุดบุหรี่สูบด้วยท่าทางใจเย็น
“วันนี้เป็นวันเปิดสนามของการแข่งขันซิตี้ลีก ถ้าเร่งรีบละก็ ไม่แนะนำให้ขับรถไปนะครับ”
ชายสวมแว่นกันแดดพ่นควันบุหรี่ลอยฟุ้ง
“ก็เพราะผมกดบัตรได้แล้วกำลังจะไปสนามกีฬาน่ะสิ ผีถึงจะรู้ว่ารถมันจะติดนรกแตกขนาดนี้”
คนขับรถวัยกลางคนสบถด่าพึมพำ ดูเวลาแล้วในใจยิ่งร้อนรน
เวรเอ๊ย ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปเขาคงไปไม่ทันพิธีเปิดแน่
“ฮัลโหล? รถลากใช่ไหม? ใช่ครับ อยู่ที่ถนนหัวซินตะวันออก รถผมรบกวนพวกคุณ... ทะเบียนรถคือ...”
คิดไปคิดมา คนขับรถวัยกลางคนก็โทรเรียกรถลาก แล้วเปิดประตูรถลงมายืนบนทางเท้า ก่อนจะออกวิ่งมุ่งหน้าไปทางสนามกีฬาใจกลางเซี่ยงไฮ้
สมองเขาคงเพี้ยนไปแล้ว วันนี้จะขับรถออกมาทำไม
แต่ปัญหานี้ไม่ใหญ่เท่าไหร่ วิ่งไปน่าจะทัน
ชายสวมแว่นกันแดดมองดูแผ่นหลังของคนขับรถวัยกลางคนวิ่งฉิวไป แล้วหันกลับมามองรถที่ว่างเปล่าไร้คนขับ บุหรี่แทบจะร่วงจากปาก
เจ๋งเป้ง
สนามกีฬาใจกลางเซี่ยงไฮ้
ในเวลานี้เสียงผู้คนดังอื้ออึงไปทั่ว หกหมื่นที่นั่งมองไปทางไหนก็เห็นแต่ฝูงชน เต็มทุกที่นั่งไม่มีเหลือ
กล้องโดรนสิบตัวลอยอยู่กลางอากาศ ถ่ายภาพบรรยากาศนี้ไว้
และในห้องถ่ายทอดสดบนเว็บไซต์ทางการของบ้านโปเกมอน ก็มีคนมาเฝ้ารอกันเต็มไปหมดแล้ว
“เชี่ย! เลือดเย็นชะมัด มีใครเป็นเหมือนฉันบ้างที่มาเฝ้ารอหน้าจอก่อนเวลา แต่พอกดซื้อปุ๊บมันก็ขึ้นว่าขายหมดแล้วทันที?”
“ฉันมารอก่อนเวลาตั้งชั่วโมงหนึ่ง พอกดซื้อเน็ตดันกากไปวิเดียว สติแทบหลุด”
“บ้าบอคอแตกจริง ๆ นี่มันกดยากกว่าตั๋วรถไฟช่วงตรุษจีนอีกนะเนี่ย”
“เฮ้อ... ต้องดูไลฟ์อีกแล้ว ฉันอยากไปดูที่หน้างานจริง ๆ นะ”
“รอมาตั้งครึ่งเดือน ในที่สุดก็แข่งจริงสักที ดาวมหาลัยไป๋สู้เขานะคะ!”
“คุณชายแห่งหลงเฉิงของฉันไร้เทียมทาน!”
“ไอ้คนที่บอกไร้เทียมทานน่ะหลบไป เทพธิดาฉู่สยบทุกความไม่ลงรอย! ประเภทมังกรสุดยอด!”
“พวกนายสมองเพี้ยนไปแล้วเหรอ? เห็นประธานเฉินของฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง? ประธานเฉินแชมป์นอนมา!”
“พ่อขำจนฟันร่วง เทพธิดาหลินแห่งหางโจวของฉันไม่มีตัวตนหรือไง? เมื่อไหร่จะถึงตาพวกภูตผีปีศาจอย่างพวกแกออกมาซ่านักฮะ?”
อืม... ข้อความวิ่งที่เดิมทียังบ่น ๆ กันอยู่ กลายสภาพเป็นสงครามน้ำลายไปในพริบตา
แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย
เวลาล่วงเลยมาถึงเก้าโมงตรง
แท่นยกที่ด้านหน้าสนามประลองค่อย ๆ เลื่อนขึ้น ชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมยาวที่มีโลโก้อาร์เซอุสปรากฏตัวขึ้น และข้างกายเขาก็คือดีแอนซีที่ดูนุ่มนิ่มน่ารัก
“วู้ว~ เถ้าแก่กู่!”
“ดีแอนซี! ภรรยาจ๋า!”
“ไอ้คนที่ตะโกนเรียกภรรยานั่นน่ะ ข้านับถือในความเป็นลูกผู้ชายของเอ็งจริง ๆ!”
“อ๊ากกกก! ดีแอนซี!”
“เถ้าแก่กู่! ช่วยอวยพรให้ครั้งหน้าผมสุ่มได้ระดับ SS ทีเถอะ!”
บรรยากาศในสนามพลันเดือดพล่านขึ้นมาทันที ตอนนี้ใครบ้างจะไม่รู้จักเถ้าแก่ร้านบ้านโปเกมอนกับดีแอนซี?
คลิปเต้นคัฟเวอร์ของดีแอนซีและคลิปที่จัดการธันเดอร์ได้อย่างง่ายดาย กลายเป็นคลิปที่ทุกคนต้องกดเข้าไปดูไปแล้ว ทั้งน่ารักทั้งเก่ง!
“ทุกคนกระตือรือร้นกันมากเลยนะครับ ส่วนคนที่บอกให้ผมอวยพรให้ได้ระดับ SS น่ะ ผมจำคุณได้แล้วนะ ไว้ว่าง ๆ อย่าลืมแวะมาเปิดกาชาที่ร้านสักรอบล่ะ”
กู่ซินมีรอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้า มองไปทางด้านซ้ายแล้วเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงสดใส
จะให้เขาอวยพรให้ได้ SS บ้าบออะไร ถ้าเขาศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้นป่านนี้โปเกมอนคงลงมาจุติกันทั่วประเทศแล้ว
สิ้นเสียงของเขา ทั้งสนามก็ระเบิดเสียงหัวเราะครื้นเครง
“งั้นต่อไปเรามาเข้าเรื่องทางการกันหน่อย” กู่ซินกระแอมปรับเสียง
“ฮัลโหล~ ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่สนามกีฬาใจกลางเซี่ยงไฮ้”
“ผมคือกู่ซิน เจ้าของร้านบ้านโปเกมอน และเป็นผู้จัดการแข่งขันเซี่ยงไฮ้ลีกในครั้งนี้”
กู่ซินแนะนำตัวด้วยรอยยิ้ม เสียงของเขาดังผ่านไมโครโฟนเข้าหูทุกคนอย่างชัดเจน
“หลังจากผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกอันดุเดือดและตึงเครียดมาครึ่งเดือน ตอนนี้ผู้เข้าแข่งขันเหลือเพียงห้าร้อยคน”
“ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความยินดีกับเทรนเนอร์ทั้งห้าร้อยท่านที่ฝ่าฟันออกมาจากรอบคัดเลือกได้ พวกคุณยอดเยี่ยมมาก และผมก็ดีใจกับพวกคุณจากใจจริง”
น้ำเสียงของกู่ซินเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น
“แต่การแข่งขันที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น หากต้องการคว้าแชมป์ การผ่านรอบคัดเลือกเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
“ต่อไปจะเป็นการแข่งขันรอบคัดออก”
“เทรนเนอร์ที่ยืนหยัดอยู่ได้เป็นคนสุดท้ายเท่านั้นถึงจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ดังนั้นอย่าประมาท งัดฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาต้อนรับคู่ต่อสู้คนต่อไปเถอะครับเหล่าเทรนเนอร์”
กู่ซินยกมือขึ้นเล็กน้อย
หน้าจอยักษ์ด้านหลังสว่างวาบขึ้นทันที รายชื่อผู้เข้าแข่งขันเรียงรายเลื่อนผ่านหน้าจอไปเรื่อย ๆ
“การจับคู่ต่อสู้ในรอบคัดออกจะยังคงใช้ระบบสุ่มเหมือนเดิม เดี๋ยวสนามแข่ง เวลาแข่ง และคู่ต่อสู้ของพวกคุณจะถูกส่งไปทางข้อความ SMS ในมือถือนะครับ”
“ขอให้ทุกท่าน... โชคดีมีชัยในการต่อสู้!”
“สู้ ๆ นะคะ~”
กู่ซินโค้งคำนับเล็กน้อยด้วยรอยยิ้ม และในขณะเดียวกัน เสียงโทรจิตที่นุ่มนวลไพเราะของดีแอนซีข้างกายก็ดังขึ้น
ทั้งสนามกีฬาเหมือนจะเงียบกริบไปชั่วขณะ
วินาทีต่อมา!
“แม่จ๋า! แม่!! หนูมีความรัก!”
“เชี่ย! เมื่อกี้เสียงดีแอนซีเหรอ? ทำไมมันนุ่มนิ่มขนาดนี้!”
“ไม่อยากจะเชื่อเลย ถึงจะเคยได้ยินมาตลอดว่าโปเกมอนบางตัวใช้โทรจิตได้ แต่นี่เรื่องจริงเหรอเนี่ย?!!”
“โอ้มายก๊อด! พระเยซูช่วย ผมเหมือนเห็นนางฟ้า!”
“พี่น้องครับ เลือดกำเดาผมไหลไม่หยุดเลยทำไงดี?”
“อ๊ากกกกก! เสียงน้องดีแอนซีทำไมถึงได้เพราะขนาดนี้!”
“พวกนาย! น้องเขาอ่อยฉันอะ! น้องเขาอ่อยฉัน!! น้องเขาบอกให้ฉันสู้ ๆ ด้วย!”
ทั่วทั้งสนามเกิดความโกลาหลขึ้นทันที เสียงตื่นเต้นและคลั่งไคล้ดังระงมไม่ขาดสาย
ดีแอนซีเอียงคอเล็ก ๆ อย่างงุนงง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสงสัย มันเหมือนจะได้ยินคนเรียกชื่อมันเต็มไปหมด แต่มันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
อย่างเช่นทำไมคนพวกนั้นถึงเรียกมันว่า ‘ภรรยาจ๋า’? นั่นหมายความว่าอะไร?
กู่ซินทำเพียงแค่ยิ้ม ส่งสัญญาณให้ทีมงานพาเขากับดีแอนซีลงจากเวที
คนพวกนี้สมองเพี้ยนไปหมดแล้ว!
วัน ๆ จ้องแต่จะเคลมดีแอนซีตัวน้อยของเขา!
“ประโยคเมื่อกี้ดีแอนซีพูดเหรอ?”
บนอัฒจันทร์ผู้ชม ฮัวหรงเนี่ยที่อุ้มโทเกปีอยู่ในอ้อมกอดเอามือปิดปากด้วยความประหลาดใจ ดวงตาเป็นประกายถามฉู่เค่อเหลียนด้วยความทึ่ง
โปเกมอนพูดภาษาคนได้ด้วยเหรอ?
“ใช่ค่ะ ดีแอนซีใช้โทรจิตได้ จิราชิก็ทำได้เหมือนกันนะ แม่... อ้อ เหมือนว่าตอนแม่ไปที่ร้านพวกมันไม่ได้ ‘พูด’ สินะ”
ฉู่เค่อเหลียนกระพริบตา ตอบกลับอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าตอนฮัวหรงเนี่ยไปสุ่มโปเกมอนคราวก่อน พวกดีแอนซียังไม่ได้ ‘เปิดปาก’ คุย
“มหัศจรรย์จริง ๆ~”
ฮัวหรงเนี่ยอุทานไม่หยุด แถมเสียงของดีแอนซีเมื่อกี้ก็นุ่มนวลไพเราะสุด ๆ ไปเลย!
“นั่นสินะ เดี๋ยวรอให้ธุรกิจช่วงนี้ซาลงก่อน พ่อก็กะว่าจะไปลองสุ่มโปเกมอนดูบ้างเหมือนกัน” ฉู่เจิ้งหนานพยักหน้าเห็นด้วย
“พ่อต้องชอบพวกมันแน่นอนค่ะ! โปเกมอนน่ะทั้งรู้ใจแล้วก็น่ารักสุด ๆ เลยนะ”
ใบหน้าสวยของฉู่เค่อเหลียนประดับด้วยรอยยิ้มสดใส น้ำเสียงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
เรื่องที่เธอภูมิใจที่สุดในชีวิตนี้ ก็คือการได้มาเจอกับลิซาร์โดะและตัวอื่น ๆ นี่แหละ!
“ไม่ต้องบอกพ่อก็รู้”
ฉู่เจิ้งหนานมองลูกสาวอย่างขบขัน ยื่นมือไปเขี่ยโทเกปีในอ้อมกอดของฮัวหรงเนี่ยเล่น
“จิ๊~” โทเกปียิ้มตาหยี กอดนิ้วของฉู่เจิ้งหนานไว้
ช่างเป็นเจ้าตัวเล็กที่น่ารักจริง ๆ~
ฉู่เจิ้งหนานมองดูโทเกปี รอยยิ้มบนใบหน้าเคร่งขรึมยิ่งกว้างขึ้น พอได้เห็นท่าทางไร้เดียงสาบริสุทธิ์ของเจ้าตัวเล็กนี่ ก็รู้สึกเหมือนจิตใจได้รับการชำระล้างจริง ๆ
และในขณะนี้บนหน้าจอยักษ์ ระบบจับคู่ก็เริ่มทำงานแล้ว
รายชื่อแต่ละคู่ถูกจับคู่กันอย่างรวดเร็ว ฉู่เค่อเหลียนมองไปที่หน้าจอยักษ์เพื่อหาชื่อของตัวเอง
อืม แต่ชื่อมันเยอะเกินไปจริง ๆ หาไม่เจอ แต่ไม่เป็นไร!
ติ๊ง~
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น ฉู่เค่อเหลียนรีบเปิดดูข้อความทันที
“กลุ่ม A รอบที่สอง”
รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยของฉู่เค่อเหลียน ถึงจะไม่ใช่คู่เปิดสนามเหมือนคราวก่อน แต่ก็ถือว่าคิวค่อนข้างเร็ว ได้ลงแข่งรอบที่สองเลย
โยกิราสไม่ใช่จอมตะกละ: ได้ข้อความจับคู่กันแล้วใช่ไหม? รอบนี้เหลือแค่ห้าร้อยคนแล้ว โอกาสที่พวกเราจะเจอกันเองก็ไม่น้อยแล้วนะ
ตอนนี้สมาชิกในกลุ่มแชทบ้านโปเกมอนมีเกือบสองร้อยคนแล้ว แม้ว่าด้วยเรื่องเวลาทำให้ไม่ใช่สมาชิกทุกคนในกลุ่มจะได้ลงแข่งเซี่ยงไฮ้ซิตี้ลีก
แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีสักร้อยคน และถ้าเป็นแบบนี้ โอกาสเกิดศึกสายเลือดก็มีสูง
คุณหนูคือดาวมหาลัย: กลุ่ม A รอบแรก ฉันลงคนแรกเลย
นกน้อยน่าทะนุถนอม: กลุ่ม C รอบที่สี่ คงไม่เจอกันหรอกมั้ง?
คุณหนูยุน: กลุ่ม B รอบที่สาม ว่าแต่ฉันไม่อยากรีบเจอกับทุกคนเร็วขนาดนี้นะ...
คุณชายอันดับหนึ่งแห่งหลงเฉิง: กลุ่ม A รอบที่หก ศึกสายเลือดเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังไงก็ต้องเจอกันไม่ช้าก็เร็ว อยู่ที่ว่าจะช้าหรือเร็วแค่นั้นเอง
มันจะกลายเป็นมังกร!: กลุ่ม A รอบที่สอง ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเลยแฮะ
คุณแม่ฮัว: เอ๊ะ? เลขของเธอเหมือนกับยัยฉู่ของพวกเราเลยนี่
มันจะกลายเป็นมังกร!: (0.0) น้าฮัวอย่าขู่ผมสิครับ!
สวยแต่เด็กยันโต: อืม... ดูท่าเราสองคนต้องมีคนตกรอบสักคนแล้วล่ะ
มันจะกลายเป็นมังกร!: (ตะลึงจนหมางง.JPG)
หลังเวที กู่ซินมองดูข้อความในกลุ่มแชทแล้วลูบคาง ไม่นึกเลยว่าจะมีสมาชิกในกลุ่มเจอกันจริง ๆ
ศึกสายเลือดมาถึงแล้วสินะ
อาจจะไม่ใช่แค่คู่นี้คู่เดียว เพราะหลังจากเร่งรอบคัดเลือกมา ตอนนี้เหลือผู้เข้าแข่งขันแค่ห้าร้อยคน
ศึกสายเลือดต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็วแน่นอน
แค่เสียดาย ‘เด็กจับแมลง’ เวอร์ชั่นโลกความจริงคนนี้ซะแล้ว
คาเตอร์ปีของนาย สุดท้ายก็ไม่ได้วิวัฒนาการเป็นคาเตอร์ปีบินได้ (เร็คควอซา) สินะ
อืม... น่าเสียดายจริง ๆ
......
แนะนำนิยาย!
สำนักข้าสามารถอัปเกรดได้ไม่สิ้นสุด
(สถานะ: จบแล้ว)
เหวินผิงได้เกิดใหม่เป็นบุตรชายของเจ้าสำนักอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง เดิมทีเขาคิดว่ามีที่พึ่งอันแข็งแกร่ง ชีวิตนี้คงจะสุขสบายไร้กังวล แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อสำนักตกต่ำและเสื่อมถอยลง หลังจากที่ส่งศิษย์สิบคนสุดท้ายออกจากสำนัก เหลือเพียงชายชราหูหนวกกับสุนัขชื่อฮาฮา เหวินผิงก็ค้นพบว่า อาคารในสำนักของเขาสามารถอัพเกรดได้!
อัพเกรดห้องโถงหลัก!
อัพเกรดหอพำนัก!
แม้แต่ห้องครัวก็ยังอัพเกรดได้!
สุดยอดสำนักกำลังจะผงาดขึ้นดุจดวงอาทิตย์...
ยินดีต้อนรับสู่สำนักของข้า!
ที่นี่รับศิษย์เฉพาะอัจฉริยะ ทว่าแม้จะเป็นอัจฉริยะหรือผู้ที่แข็งแกร่งสักเพียงใด หากต้องการจะเข้าร่วมสำนัก เจ้าจะต้องจ่ายเงิน
ไม่มีอะไรฟรีในโลก!
นอกจากนั้นแล้ว เจ้าสำนักของที่นี่ยังมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น!