- หน้าแรก
- เผยแพร่ให้ก้องโลก ฉันนี่แหละตัวพ่อแห่งโปเกมอนที่แท้จริง
- บทที่ 26 นี่ฉันเจอผีหลอกกลางวันแสกๆ หรือไงวะ!
บทที่ 26 นี่ฉันเจอผีหลอกกลางวันแสกๆ หรือไงวะ!
บทที่ 26 นี่ฉันเจอผีหลอกกลางวันแสกๆ หรือไงวะ!
“เฮีย...”
หลินเซิงเองก็จนปัญญาไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไรดี จะซื้อดีไหม? เพราะยังไงเสีย นี่ก็คือโปเกมอนระดับกึ่งเทพที่เถ้าแก่พูดถึงเชียวนะ
จากความรู้สึกส่วนตัวของหลินเซิงแล้ว กู่ซินไม่น่าจะโกหกพวกเขา
แต่ราคาตั้งหกสิบล้านนี่สิ! เงินหกสิบล้านไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ เลยนะ ราคานี้ซื้อซูเปอร์คาร์รุ่นท็อปๆ ได้สบายเลย
โปเกมอนระดับกึ่งเทพเชียวนะ...
“เดี๋ยวสินะเถ้าแก่... ดีแอนซีของคุณเนี่ย?”
หลินเซิงจ้องมองรูปโยกิราสในโปเกเด็กซ์ตาไม่กะพริบ จู่ๆ เขาก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ พลางหันขวับไปมองกู่ซินและดีแอนซีที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ นี่มันโปเกมอนในตำนานตัวเป็นๆ เลยไม่ใช่เหรอ?
ถ้าจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้ในโปเกเด็กซ์แนะนำไว้ว่า ดีแอนซีก็คือโปเกมอนมายาที่อยู่ในตำนานนั่นเอง!
“คุณหลินดูออกแล้วเหรอครับ? ใช่แล้วครับ จริงๆ แล้วดีแอนซีจัดอยู่ในประเภทหนึ่งของโปเกมอนในตำนานครับ”
กู่ซินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเปิดเผย
แม้ว่าการจำแนกประเภทที่ละเอียดกว่านั้น ดีแอนซีจะจัดเป็นโปเกมอนมายา แต่ถ้าจะเรียกรวมๆ ว่าเป็นโปเกมอนในตำนานก็ไม่ผิดนัก
เฉินหยุนได้ยินดังนั้นก็หันไปมองดีแอนซีด้วยความประหลาดใจ
“ดีแอนซีอาศัยอยู่ในอาณาจักรเพชรในตำนาน มีความสามารถในการสร้างเพชร และสามารถสร้างเพชรศักดิ์สิทธิ์ที่งดงามเป็นนิรันดร์ได้ครับ”
“ดีแอนซี ทักทายลูกค้าทั้งสองท่านหน่อยสิ”
กู่ซินอธิบายด้วยรอยยิ้ม พลางหันไปพูดกับดีแอนซี
ทักทายงั้นเหรอ?
หลินเซิงและเฉินหยุนต่างก็ชะงักไป แต่ในวินาทีถัดมา
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้าทั้งสอง... หนูชื่อดีแอนซีนะคะ”
น้ำเสียงของเด็กสาวที่ไพเราะจับใจทว่าแฝงไว้ด้วยความสง่างามดังขึ้นในร้านอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และดังเข้าสู่โสตประสาทของทั้งคู่โดยตรง
หลินเซิงเบิกตาโพลง ส่วนเฉินหยุนรูม่านตาหดเกร็ง
บรรยากาศเงียบกริบลงในชั่วพริบตา
กู่ซินมองทั้งสองคนยิ้มๆ โดยไม่พูดอะไร แต่ดีแอนซีกลับเอียงคอด้วยความสงสัย ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมเธอทักทายไปแล้ว พวกเขาถึงไม่ตอบกลับ
เสียมารยาทจังเลยนะสองคนนี้!
ดีแอนซีเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์
“นะ... นี่... นี่มัน...”
ผ่านไปพักใหญ่ ในที่สุดหลินเซิงก็ได้สติ เขาทำหน้าเหมือนเห็นผี นิ้วสั่นระริกชี้ไปที่ดีแอนซี ปากคอสั่นพูดตะกุกตะกักจนจับใจความไม่ได้
เชี่ยเอ๊ย! ดีแอนซีพูดได้เหรอเนี่ย?
มันพูดได้จริงๆ ด้วย! แถมยังใช้ภาษามนุษย์อีกต่างหาก!
เชี่ย! เชี่ย! เชี่ย!
นี่ฉันเห็นผีหลอกกลางวันแสกๆ หรือไงวะเนี่ย!
“คุณคะ การใช้นิ้วชี้หน้าสุภาพสตรีแบบนี้ เป็นการกระทำที่เสียมารยาทมากเลยนะคะ”
ดีแอนซีเห็นท่าทางของหลินเซิงก็เอ่ยตำหนิด้วยความไม่พอใจ น้ำเสียงของเธอยังคงไพเราะราวกับระฆังเงิน
“หา? ขอโทษครับ... ไม่ใช่สิ... นี่มัน...”
เมื่อได้ยินเสียง หลินเซิงก็รีบลดมือลงด้วยสัญชาตญาณ ก่อนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่า ดีแอนซีพูดอีกแล้ว!
เฉินหยุนไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแต่เม็ดเหงื่อละเอียดที่ผุดพรายเต็มหน้าผาก เป็นเครื่องยืนยันว่าอารมณ์ของเขาในตอนนี้ก็คงไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่
สวรรค์โปรดเถอะ
นี่มันปี 2202 แล้วนะ มนุษย์เป็นผู้ปกครองดาวโลกมาตั้งนานแล้ว ไม่มีศัตรูตามธรรมชาติหน้าไหนทั้งนั้น! ไม่มีเลย!
และไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตชนิดใดที่สามารถใช้ภาษามนุษย์ได้ สิ่งที่มนุษย์ภาคภูมิใจที่สุดก็คือภูมิปัญญา!
แต่ตอนนี้...
“ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอกครับคุณลูกค้า โปเกมอนมีระดับสติปัญญาที่สูงมาก และที่จริงแล้วดีแอนซีไม่ได้ใช้ภาษามนุษย์พูดคุยกับเราหรอกครับ”
กู่ซินเห็นท่าทางของทั้งคู่ก็อดขำไม่ได้ จึงเอ่ยอธิบายขึ้น
“แต่ว่า...” หลินเซิงเริ่มจะสงบสติอารมณ์ลงได้บ้างแล้ว
“ในบรรดาโปเกมอน จะมีโปเกมอนพลังจิตที่ยอดเยี่ยมบางตัวที่สามารถใช้วิธีการสื่อสารทางจิตที่เรียกว่า ‘โทรจิต’ ได้ครับ”
“ซึ่งการสื่อสารแบบนี้ เป็นการก้าวข้ามอุปสรรคทางภาษาและเผ่าพันธุ์ เป็นการสื่อสารระหว่างจิตใจกับจิตใจ ดังนั้นเราจึงสามารถเข้าใจสิ่งที่ดีแอนซีพูดได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะใช้ภาษาของเราเป็นนะครับ”
“และนอกจากโปเกมอนพลังจิตแล้ว โปเกมอนในตำนานส่วนใหญ่ก็สามารถใช้โทรจิตได้เช่นกัน ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจไปหรอกครับ”
กู่ซินอธิบายด้วยรอยยิ้ม
“เหลือเชื่อจริงๆ นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของกู่ซิน เฉินหยุนก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง เมื่อกี้ตอนที่ดีแอนซี ‘พูด’ ปากของเธอก็ไม่ได้ขยับจริงๆ นั่นแหละ
“เถ้าแก่ครับ แล้วถ้าสุ่มได้โปเกมอนในตำนาน ราคาพวกมันจะอยู่ที่เท่าไหร่ครับ?”
เฉินหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามกู่ซินด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“โปเกมอนในตำนานเหรอครับ? ต่อให้เป็นระดับต่ำสุด มูลค่าก็ไม่ต่ำกว่าห้าร้อยล้านแน่นอนครับ ส่วนพวกที่ถูกบูชาดุจเทพเจ้านั้น... มูลค่าของพวกมันคงไม่อาจประเมินเป็นตัวเงินได้แล้วล่ะครับ”
กู่ซินส่ายหน้าตอบพร้อมรอยยิ้ม
และโปเกมอนในตำนานระดับต่ำสุดที่เขาพูดถึง จริงๆ แล้วก็คือพวกอัลตร้าบีสต์ทั่วไป เช่น อุทซึรอยด์ อคูจิคิง อะไรพวกนั้น
เพราะอัลตร้าบีสต์ก็จัดอยู่ในหมวดหมู่โปเกมอนในตำนานเช่นกัน
ส่วนพวกโปเกมอนในตำนานระดับโฮโอหรือลูเกีย ต่อให้กู่ซินกล้าขาย จะมีใครกล้าซื้อไหม? เอาเถอะ อาจจะมีคนกล้าซื้อจริงๆ ก็ได้
แต่ต่อให้ซื้อไปแล้ว จะจับพวกมันใส่โปเกบอลยังไงล่ะ?
“เถ้าแก่ครับ ขอเวลาผมสักหน่อยได้ไหม? ผมเอาโยกิราสตัวนี้ครับ”
เมื่อได้ฟังคำตอบ เฉินหยุนก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาพูดกับกู่ซินด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เมื่อได้เห็นความมหัศจรรย์ของดีแอนซี เฉินหยุนก็ตระหนักได้แล้วว่า ศักยภาพของสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ที่เรียกว่าโปเกมอนนี้ มันเกินกว่าจินตนาการไปไกลโข
“เชื่อผมเถอะครับ นี่จะเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดในชีวิตของคุณ” กู่ซินพูดกับเฉินหยุนด้วยความจริงใจ
“ผมก็เชื่อว่าเป็นอย่างนั้นครับ”
ใบหน้าหล่อเหลาของเฉินหยุนเผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน เขาพยักหน้าให้กู่ซินเชิงขออภัยเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาคุณพ่อ
เงินหกสิบล้าน เขาคงต้องขอความช่วยเหลือจากทางบ้านแล้วล่ะ แม้ว่าขายบริษัทรวมกับเงินเก็บในบัญชีจะพอจ่ายไหว แต่เขาก็ไม่ได้โง่นะ
จะให้ขายบริษัททิ้งจริงๆ เหรอ?
กู่ซินก็ไม่ได้ยืนรอเฉยๆ เขาเดินเข้าไปในห้องกั้นเพื่อ ‘พา’ โยกิราสออกมา
“นี่คือโยกิราสเหรอ?”
หลินเซิงจ้องมองเจ้าไดโนเสาร์ตัวน้อยสีเขียวที่เดินตามหลังกู่ซินออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
นี่น่ะเหรอเงินหกสิบล้านเดินได้!
“โย~”
โยกิราสเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตจ้องมองหลินเซิง พลางส่งเสียงร้องเล็กๆ ที่ทั้งไร้เดียงสาและน่าเอ็นดูออกมา
เฉินหยุนที่คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วก็เดินเข้ามา พ่อของเขาต้องใช้เวลาสักหน่อยในการโอนเงินมาให้ ดังนั้นจึงต้องรออีกสักพัก
“เถ้าแก่ ผมขอจับมันหน่อยได้ไหมครับ?”
เฉินหยุนมองดูโยกิราสที่แสนน่ารักด้วยความถูกชะตา จึงหันไปขออนุญาตกู่ซิน
“ได้แน่นอนครับ ถึงแม้อนาคตโยกิราสจะดูดุดันน่าเกรงขามมาก แต่ตอนเด็กๆ โยกิราสก็น่ารักสุดๆ เลยล่ะครับ”
กู่ซินย่อตัวลงขยี้แก้มยุ้ยๆ ของโยกิราสเบาๆ พลางหันไปยิ้มให้ทั้งสองคน
ร่างวิวัฒนาการขั้นสุดท้ายของโยกิราสคือบันกิราส ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแทนของโปเกมอนสายดุดันน่าเกรงขาม แต่ถ้าเป็นร่างโยกิราสล่ะก็ มันน่ารักตะมุตะมิผิดกันลิบลับเลยเชียวล่ะ
เมื่อได้รับอนุญาตจากกู่ซิน เฉินหยุนก็ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้โยกิราสอย่างระมัดระวัง และโยกิราสก็ไม่มีท่าทีตื่นกลัวคนแปลกหน้าเลยสักนิด
“เจ้าตัวเล็ก สวัสดีนะ” เฉินหยุนทักทายโยกิราสเสียงเบา มือค่อยๆ ยื่นไปหาศีรษะของมัน
จะเห็นได้ชัดเลยว่ามือของเฉินหยุนสั่นเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าเขาตื่นเต้นมากแค่ไหน
แต่ทุกอย่างก็ราบรื่น อาจเป็นเพราะสัมผัสได้ถึงความชื่นชอบและเจตนาดีในใจของเฉินหยุน โยกิราสจึงไม่ได้ต่อต้านเขา
ขณะที่ลูบเขาน้อยๆ บนหัวของโยกิราสเบาๆ และมองดูมันที่จ้องตอบกลับมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของเฉินหยุนอย่างห้ามไม่อยู่
น่ารักจังเลย!