- หน้าแรก
- ฟุตบอล ทะลุมิติมาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคริสเตียโน โรนัลโด
- บทที่ 81 ศึกชี้ชะตา
บทที่ 81 ศึกชี้ชะตา
บทที่ 81 ศึกชี้ชะตา
บทที่ 81 ศึกชี้ชะตา
ผลพวงจากการทำได้แค่เสมอของบาร์ซา ทำให้เมื่อสิ้นสุดการแข่งขันรอบนี้ แม้อันดับบนตารางคะแนนจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่สถานการณ์ของแต้มกลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง... ผ่านพ้น 30 นัด “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์ซารั้งจ่าฝูงด้วยคะแนน 70 แต้ม ในขณะที่ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ไล่จี้ติดมาเป็นอันดับสองด้วยคะแนน 69 แต้ม...ช่องว่างเหลือเพียงคะแนนเดียว!
สำหรับทั้งสองทีม การแข่งขันนัดที่ 31 ที่กำลังจะมาถึงจึงมีความสำคัญถึงขั้นชี้เป็นชี้ตาย เพราะในรอบนี้ บาร์ซาจะต้องเปิดบ้านรับคำท้าดวลจากแอตเลติโก มาดริด ในรังของตัวเอง
หลังจากจบแมตช์กับจิโรน่า ซิเมโอเน่เลือกที่จะให้ลูกทีมหยุดพักเต็ม ๆ สองวัน และทันทีที่วันหยุดสิ้นสุดลง ทัพนักเตะทั้งทีมก็เริ่มเข้าแคมป์เก็บตัวแบบ “ปิดประตูซ้อม”... การกระทำนี้บ่งบอกชัดเจนว่าซิเมโอเน่ให้ความสำคัญกับศึกปะทะบาร์ซามากเพียงใด ฝั่งบาร์ซาเองก็ไม่ต่างกัน กุนซือของทั้งสองทีมต่างตระหนักดีว่าผลการแข่งขันนัดถัดไปนี้ แทบจะเป็นตัวตัดสินปลายทางของถ้วยแชมป์ลีกฤดูกาลนี้เลยทีเดียว
แม้จะเหลือการแข่งขันอีกหลายนัด แต่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการวิ่งเข้าเส้นชัยเช่นนี้ คะแนนเดียวก็อาจตัดสินทุกสิ่งได้ หากทำแต้มหล่นตอนนี้... ก็เท่ากับทำได้เพียงสวดภาวนาให้คู่แข่งพลาดล้มไปเองเท่านั้น
วันเวลาล่วงเลยผ่านไป บรรยากาศตึงเครียดเรื่องตำแหน่งแชมป์ลีกเริ่มก่อตัวหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากความเข้มข้นในการเตรียมทีมแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังเริ่มงัด “แทคติกนอกสนาม” มาใช้โจมตีกัน
เริ่มจากสื่อดัง “มุนโด เดปอร์ติโบ” ประเดิมข่าวแฉการพบปะกันระหว่างเอเยนต์ของกรีซมันน์กับผู้จัดการทั่วไปของบาร์ซา ผู้สื่อข่าวถึงขั้นกางหลักฐานหลายชิ้นเพื่อยืนยันว่า กรีซมันน์... หัวใจสำคัญของแอตเลติโก มาดริด กำลังจะย้ายซบถิ่นกัมนอว์ ทันทีที่ข่าวนี้หลุดออกมา สื่อสเปนทุกสำนักก็พากันประโคมข่าวต่อทันที ความต้องการย้ายทีมของดาวเตะฝรั่งเศสไม่ใช่เรื่องใหม่ ข่าวลือทำนองนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อช่วงซัมเมอร์ก่อนเปิดฤดูกาล และนักข่าวสเปนหลายคนก็เคยจับภาพการนัดพบของเอเยนต์กรีซมันน์กับฝั่งบาร์ซาได้มาก่อน
ช่วงครึ่งฤดูกาลหลังข่าวคราวเริ่มเงียบหายไป แต่การถูกขุดคุ้ยขึ้นมาใหม่ในจังหวะนี้... ใครที่มีสายตาเฉียบคมย่อมดูออกทันทีว่า บาร์ซากำลังพยายาม “เขย่าขวัญ” ตัดกำลังใจทัพตราหมี
วันถัดมาหลังจากข่าวหลุด บัลเบร์เด้ กุนซือของบาร์ซาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยเอ่ยปากชื่นชมกรีซมันน์อย่างออกรส ในระหว่างการสัมภาษณ์ บัลเบร์เด้ถึงขั้นวาดภาพความฝันอันสวยหรูหากกรีซมันน์ย้ายมาร่วมทีม ราวกับว่าดีลการย้ายตัวครั้งนี้เสร็จสิ้นลงแล้ว
ผลจากการสัมภาษณ์นี้ทำให้ข่าวลือเรื่องการย้ายทีมของกรีซมันน์ถูกปั่นกระแสจนบ้าคลั่งโดยผู้หวังผลแอบแฝง... ตัวกรีซมันน์เองที่กำลังเก็บตัวซ้อมปิดประตูอยู่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับเรื่องภายนอก แต่ทว่าหลังจบการซ้อมในวันนั้น ซิเมโอเน่ก็ยังเรียกกรีซมันน์เข้าไปคุยในห้องทำงานส่วนตัว โดยไม่มีใครล่วงรู้เนื้อหาการสนทนา
ทว่าวันรุ่งขึ้น แอตเลติโก มาดริด ก็จัดงานแถลงข่าว กรีซมันน์ปรากฏตัวด้วยตนเองและประกาศกลางงานว่าเขาได้ “ยกเลิกสัญญา” กับเอเยนต์คนดังกล่าวแล้ว ก่อนจะแถลงจุดยืนอย่างชัดเจน
“ผมไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก นั่นเป็นการกระทำส่วนตัวของเอเยนต์ผมทั้งสิ้น... ผมรักที่นี่ แอตเลติโก มาดริด คือครอบครัวใหญ่ที่ยอดเยี่ยม เรามีหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่เป็นมืออาชีพและเปิดกว้างมาก เรามีเพื่อนร่วมทีมที่สุดยอด เราเป็นเหมือนคนในครอบครัว ผมรักที่นี่ ดังนั้นผมจึงไม่มีความคิดที่จะย้ายไปไหนครับ”
คำแถลงของกรีซมันน์ยุติปาหี่การย้ายทีมลงได้ชะงัด แม้ความจริงจะมีคนเชื่อคำพูดของเขาไม่ถึงครึ่ง เพราะตลอดครึ่งฤดูกาลแรกและซัมเมอร์ก่อนหน้า เขาพัวพันกับบาร์ซาอย่างต่อเนื่อง...นั่นคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ เพิ่งจะหลังตลาดซื้อขายหน้าหนาวนี้เองที่กรีซมันน์เลิกยุ่งเกี่ยวกับบาร์ซา... สิ่งที่นักข่าวเหล่านั้นไม่รู้ก็คือ การมาถึงของ “เบนตอส” ต่างหากที่มอบความหวังให้แก่กรีซมันน์ แม้จะตกรอบแชมเปียนส์ลีกและโกปาเดลเรย์ แต่ในลีกพวกเขายังคงขับเคี่ยวกับบาร์ซาได้อย่างสูสี
สำหรับนักเตะที่กระหายเกียรติยศอย่างกรีซมันน์ นี่คือสิ่งเย้ายวนใจมหาศาล ดังนั้นเมื่อเบนตอสยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างมั่นคง กรีซมันน์จึงเลิกคิดเรื่องย้ายทีมไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ตาม แอตเลติโก มาดริด ก็ไม่ใช่หมูในอวยที่จะยอมโดนแทคติกนอกสนามของบาร์ซาเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว ในวันเดียวกับที่กรีซมันน์ออกมาแก้ข่าว สื่ออย่าง “มาร์ก้า” ก็พาดหัวข่าวใหญ่: ผู้จัดการทั่วไปของแอตเลติโก มาดริด นัดพบกับ อาลี ดูร์ซุน เอเยนต์ฟุตบอลชาวดัตช์ ในคาเฟ่แห่งหนึ่งกลางกรุงมาดริด!
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่สะพัด มันก็ราดน้ำมันลงบนกองเพลิงแห่งศึกเดือดระหว่างสองทีมให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม เพราะทุกคนรู้ดีว่าในช่วงตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา บาร์ซาเพิ่งบรรลุข้อตกลงคว้าตัว แฟรงกี้ เดอ ยอง จากยอดทีม อาแจ็กซ์ แห่งเอเรดิวิซี่ลีก บาร์ซาทุ่มเงินค่าตัวถึง 75 ล้านยูโร บวกกับเงื่อนไขผันแปรที่อาจพุ่งสูงถึง 86 ล้าน สัญญาของเดอ ยอง กับบาร์ซายาวนานถึง 4 ปี พร้อมค่าฉีกสัญญามหาศาลถึง 400 ล้านยูโร... แสดงให้เห็นว่าบาร์ซาเห็นค่าของอัจฉริยะแดนกังหันรายนี้มากเพียงใด
แม้เพิ่งเซ็นสัญญากับบาร์ซาจนเป็นไปไม่ได้ที่เดอ ยอง จะย้ายมาแอตเลติโก มาดริด และหลายคนก็รู้ว่านี่เป็นเพียงกลยุทธ์ “กวนประสาท” เพื่อเอาคืนบาร์ซา... แต่ใครจะไปรู้อนาคตได้ล่ะ?
วันถัดมาหลังจากข่าวนั้น ผู้จัดการทั่วไปของแอตเลติโก มาดริด ก็ประกาศออกสื่ออย่างเอิกเกริกว่า พวกเขาได้ยื่นข้อเสนอไปยัง เรอัล เบติส โดยยินดีจ่ายเงิน 12 ล้านยูโร เพื่อขอซื้อสิทธิ์ความเป็นเจ้าของครึ่งหนึ่งในตัวนักเตะบราซิลเลียน เอเมอร์สัน ที่กำลังเล่นให้เบติสอยู่
หากข่าวเดอ ยอง ก่อนหน้านี้เป็นแค่ความรำคาญใจเล็กน้อย ข่าวนี้ก็เรียกได้ว่า “น่ารังเกียจ” จนถึงที่สุด... ทุกคนรู้ดีว่าตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา บาร์ซากับเรอัล เบติส ร่วมกันลงขันซื้อแบ็กขวาบราซิลเลียนรายนี้ที่ได้รับฉายาว่าทายาทอัลเวส ด้วยราคา 12 ล้านยูโร โดยบาร์ซาตกลงให้เอเมอร์สันลงทะเบียนเล่นกับเบติสก่อน และหากบาร์ซาต้องการดึงตัวกลับ ก็แค่ใช้เงื่อนไขซื้อคืนในราคา 6 ล้านยูโร... แต่ตอนนี้แอตเลติโกประกาศตูมเดียวว่ายอมจ่าย 12 ล้านเพื่อสิทธิ์ครึ่งเดียว...ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่การปั่นราคานี้ก็น่าหมั่นไส้สุดขีดแล้ว!
มหาศึกกำลังจะระเบิดขึ้น หลังจากต่างฝ่ายต่างสาดสงครามประสาทใส่กัน ความเดือดดาลก่อนเกมก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น เมื่อเวลาแข่งขันใกล้เข้ามา ประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับแมตช์นี้ก็กลายเป็นจุดสนใจของวงการฟุตบอลสเปน
ในที่สุด วันที่ 6 เมษายน ก็มาถึง... การแข่งขันจะเริ่มขึ้นในเวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสเปน
ช่วงบ่ายวันนั้น ทัพนักเตะแอตเลติโก มาดริด เดินทางมาถึงสนามกัมนอว์ นี่เป็นการมาเยือนกัมนอว์ครั้งแรกของเบนตอส... เมื่อได้มองดูสังเวียนแข้งที่เลื่องชื่อไปทั่วยุโรปแห่งนี้ จู่ ๆ ความปรารถนาที่จะ “พิชิต” มันก็พลุ่งพล่านขึ้นมา...ชั่วพริบตานั้น จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาก็ลุกโชน!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═