เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

115-116

115-116

115-116


ผมแปล ไป 400 ตอนแล้ว ครับ  มีให้ลง เรื่อยๆ เรื่องนี้ชอบมาก แต่ พอบท 150+++ ขอเก็บ 2 ตอนคิดเงินน่ะ

บทที่ 115: ดอกถานฮวารวมพล และการรู้แจ้ง

คำชวนของเสิ่นเจินไม่ได้ทำให้กู้อันหวั่นไหวแม้แต่น้อย การไปวาดภาพคนอื่นสู้กันรังแต่จะสร้างศัตรูเปล่าๆ แถมตอนนี้เขาก็ไม่ได้ขาดแคลนสมุนไพรระดับสูง เว้นเสียแต่ว่านางจะงัดสมุนไพรระดับเจ็ดมาล่อตาล่อใจ

อีกอย่าง สำนักเต๋าสวรรค์ ของนางอยู่ไกลถึงอาณาจักรต้าอวี๋ กว่าจะส่งของมาถึงคงรอกันเหงือกแห้ง

กู้อันกล่าวปฏิเสธ "ทั้งเมืองกำลังวุ่นวาย ข้าไม่มีอารมณ์สุนทรีย์มานั่งวาดภาพหรอก แม่นางเสิ่น เราไปหาที่ซ่อนตัวกันเถอะ เดี๋ยวจะ..."

ตูม!

เสียงระเบิดกึกก้องขัดจังหวะคำพูด โรงเตี๊ยมสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ฝุ่นควันม้วนตัวเข้ามาทางหน้าต่างกลืนกินร่างของทั้งสองคน

เสิ่นเจินคว้าเอวของกู้อันไว้แน่น แล้วพุ่งทะยานออกไปทางหลังร้านอย่างรวดเร็ว

กู้อันพยายามจะแกะมือออก แต่นางกอดรัดแน่นหนา แววตาเคร่งเครียดจับจ้องไปด้านหลัง กระซิบเสียงเข้ม "อยู่นิ่งๆ!"

กู้อันได้แต่กลอกตาในใจ

แม่คุณ... คิดจะปกป้องข้าที่เป็นระดับมหายานขั้นเก้าเนี่ยนะ? เอาจริงดิ?

เสิ่นเจินขมวดคิ้ว มือซ้ายหยิบขลุ่ยยาวออกมาจากถุงสมบัติ กู้อันมองตามสายตานาง เห็นร่างเงาหนึ่งพุ่งออกมาจากกลุ่มควัน

กู้อันจำหน้าหมอนี่ได้ ศิษย์ฝ่ายในชื่อ จางหง ที่ชอบไปนั่งเก็กหล่อรู้แจ้งวิชากระบี่ บนแท่นบูชาซ่อมฟ้า ไม่นึกเลยว่าจะเป็นหนอนบ่อนไส้ของลัทธิถานฮวา

จางหงเช็ดเลือดที่มุมปาก หันมาเห็นกู้อันกับเสิ่นเจินก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง สะบัดกระบี่ปล่อยคลื่นพลังใส่ทันที

ปราณกระบี่ทะลวงผ่านชายคาพุ่งเข้าใส่ทั้งคู่ด้วยความเร็วสูง

เร็วเสียจนเสิ่นเจินทำได้แค่ยกขลุ่ยขึ้นมากันตามสัญชาตญาณ

บึ้ม!

แรงระเบิดจากปราณกระบี่ทำเอาโรงเตี๊ยมพังราบเป็นหน้ากลอง ฝุ่นตลบอบอวล

จางหงอาศัยจังหวะชุลมุนกระโดดหนีหายไป เพราะมีคนไล่ตามมาติดๆ

มองไปรอบๆ เมืองฝ่ายนอกตอนนี้กลายเป็นสมรภูมิเดือด แม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่อย่างลวี่ซงฮั่นยังต้องลงมาบู๊ด้วย ค่ายกลป้องกันเมืองบนท้องฟ้าบิดเบี้ยวจนแทบจะปริแตก

เมื่อฝุ่นจางลง เสิ่นเจินลากกู้อันเดินออกมา สภาพดูไม่จืดทั้งคู่

"แม่นางเสิ่น บาดเจ็บตรงไหนไหม?" กู้อันถามด้วยความห่วงใยจอมปลอม ความจริงเขามองปราดเดียวก็รู้ว่านางแค่บาดเจ็บภายในเล็กน้อย ไม่ถึงตาย

จางหงอยู่ระดับวิญญาณแรกกำเนิดขั้นหนึ่ง เสิ่นเจินที่อยู่แค่ระดับแก่นทองคำรับการโจมตีได้ขนาดนี้ถือว่าไม่ธรรมดา

เลือดหยดลงมาจากคางภายใต้ผ้าคลุมหน้า แต่นางยังทำเก่ง "ข้าเป็นถึงธิดาเทพแห่งสำนักเต๋าสวรรค์ คนไร้ชื่อพรรค์นั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก รีบหาที่ซ่อนกันเถอะ"

นางปล่อยมือจากกู้อันแล้วเดินนำลิ่ว กู้อันเดินตามไปเงียบๆ

ในสถานการณ์ชุลมุนแบบนี้ การเหาะเหินเดินอากาศเท่ากับเป็นเป้าให้สอยร่วง ทั้งสองจึงต้องอาศัยสองเท้าวิ่งลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย

โชคดีที่ไปเจอศิษย์หอคุมกฎกลางทาง จึงถูกพาไปยังหลุมหลบภัยใต้ดิน พระราชวังใต้ดินแห่งนี้กว้างขวาง มีศิษย์รับใช้จำนวนมากมาหลบภัยอยู่ก่อนแล้ว

เสิ่นเจินหามุมสงบได้ก็นั่งขัดสมาธิ กินยารักษาอาการบาดเจ็บแล้วเริ่มเดินลมปราณ

กู้อันไม่กวนนาง กวาดสายตาสำรวจความเรียบร้อยรอบๆ พอเห็นว่าปลอดภัยก็นั่งหลับตาส่งจิตสัมผัสออกไปมุงดูเหตุการณ์ข้างนอก

ไม่ใช่แค่เมืองนี้ ทั้งสำนักไท่เสวียนกำลังลุกเป็นไฟ ทุกเมืองตกอยู่ในสภาวะสงคราม

พวกลวี่ไป่เทียนกำลังรีบบึ่งกลับมา

ขาดผู้นำอย่างจินหลิงจุนไป ลัทธิถานฮวาก็เหมือนงูไม่มีหัว อีกไม่นานสำนักไท่เสวียนก็น่าจะคุมสถานการณ์ได้ แค่อาจจะต้องมีการนองเลือดบ้าง

กู้อันเน้นดูสถานการณ์ที่หุบเขาโอสถที่สามและหุบเขาเสวียนกู่เป็นหลัก

หุบเขาเสวียนกู่อยู่นอกเขตเลยรอดตัวไป ส่วนหุบเขาโอสถที่สามมีกู่หยูนำทีมป้องกันอยู่ การต่อสู้เริ่มปะทุขึ้นแล้ว

ตราบใดที่ไม่ลามปามมาถึงแปลงสมุนไพรของเขา กู้อันก็ขี้เกียจยุ่ง ปล่อยให้พวกเด็กๆ ได้ฝึกปรือฝีมือบ้าง

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ

เมื่อเหล่าจอมยุทธ์ระดับผสานกายกลับมาถึง การกวาดล้างก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป เสียงการต่อสู้ในเมืองฝ่ายนอกก็เงียบลง

มีคนวิ่งตะโกนเข้ามาในหลุมหลบภัย "จบแล้ว! ออกไปได้แล้วพวกเรา!"

เสียงเฮดังลั่น เหล่าศิษย์ยิ้มร่า ประคองกันเดินออกไปรับแสงสว่าง

เสิ่นเจินลุกขึ้น หันมามองกู้อัน "ทำไมเจ้าไม่ประคองข้าบ้างล่ะ? ดูคู่อื่นสิ"

กู้อันยิ้มตาใส "ข้าเห็นเจ้ายังดูแข็งแรงดีนี่นา เอาเป็นว่ากลับไปถึงหุบเขาเมื่อไหร่ เจ้าเลือกสมุนไพรไปได้เลย ถือเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยคุ้มกันข้า"

เสิ่นเจินยิ้มมุมปาก ไม่ต่อล้อต่อเถียง เดินเคียงคู่กันออกไป

เมื่อขึ้นมาบนดิน กู้อันมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆดำทมึน มังกรไฟจากค่ายกลยังคงเลื้อยพาดผ่านดูน่าเกรงขาม

เขาเห็นจอมยุทธ์ระดับผสานกายลอยตัวอยู่สูงเสียดฟ้า ท่าทางองอาจต่างจากตอนโดนจินหลิงจุนไล่ต้อนลิบลับ

เสิ่นเจินกวาดตามองจนแน่ใจว่าปลอดภัย จึงหันมาบอกลา "ข้าต้องไปแล้ว เจ้าก็รีบกลับเถอะ"

พูดจบ นางก็สะบัดก้นเดินหนีไป

นางทำเป็นเดินชิลล์ๆ แต่พอลับสายตากู้อันปุ๊บ นางก็ใส่เกียร์หมาวิ่งแน่บ

ดูทรงแล้วคงต้องพักฟื้นอีกหลายเดือนกว่าจะหายดี

กู้อันเดินสำรวจความเสียหายในเมือง ตึกรามบ้านช่องพังไปเยอะ ผู้บาดเจ็บเพียบ

เขาจับสัมผัสได้ว่าเจินฉิ้นกับเย่หลานปลอดภัยดี เลยไม่ได้แวะไปหา

กลิ่นอายลึกลับจากแดนไกลยังคงอยู่ กู้อันเดาว่าต้องเกี่ยวกับ 'วิถีจิ่วโยว' แน่นอน

คำสั่งเสียของจินหลิงจุนบอกว่าตัวจริงของลัทธิถานฮวากำลังจะมา แสดงว่านี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

ยุคเข็ญมาเยือนแล้วจริงๆ!

กู้อันถอนหายใจ สายตาพลันไปสะดุดเข้ากับศิษย์ชายคนหนึ่งท่ามกลางฝูงชน

ชายคนนั้นดูธรรมดาสามัญ ทั้งรูปร่างหน้าตาและระดับพลัง ไม่มีอะไรโดดเด่น เดินปะปนไปกับผู้คนแทบจะกลืนหายไป

แต่สิ่งที่สะกิดใจกู้อันคือกลิ่นอายบางอย่างในตัวหมอนั่น... มันคุ้นๆ ชอบกล

ส่องดูหน่อยซิ!

อู่เจวี๋ย (ระดับสร้างรากฐาน ขั้น 2): 63/280/310

อายุขัยขีดสุดก็งั้นๆ

กู้อันวิเคราะห์แป๊บเดียวก็ร้องอ๋อ

การรู้แจ้ง!

หมอนี่กำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งการรู้แจ้งนี่เอง มิน่าถึงได้เดินใจลอยเหมือนคนละเมอ

กู้อันสนใจขึ้นมาทันที จ้องมองอู่เจวี๋ยไม่วางตา อยากจะศึกษาสภาวะการรู้แจ้งจากมุมมองบุคคลที่สามดูบ้าง

ตัวเขาเองเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปแค่ไหน เพราะยกระดับตัวเองด้วยอายุขัยตลอดเวลาจนแยกไม่ออก

กู้อันเริ่มสะกดรอยตามอู่เจวี๋ย เว้นระยะห่างพอสมควร

เดินผ่านไปได้ไม่กี่บล็อก กู้อันสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของอู่เจวี๋ยยกระดับขึ้น ไม่ใช่ระดับพลังที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นความลึกซึ้งของจิตวิญญาณ

ลองส่องอีกที!

อู่เจวี๋ย (ระดับสร้างรากฐาน ขั้น 2): 63/280/340

เฮ้ย!

อายุขัยขีดสุดเพิ่มขึ้นตั้งสามสิบปี!

นี่เป็นครั้งแรกที่กู้อันเห็นคนเพิ่มอายุขัยขีดสุดต่อหน้าต่อตา

อานุภาพของการรู้แจ้งมันร้ายกาจขนาดนี้เชียวหรือ?

มิน่าพวกอัจฉริยะถึงได้ก้าวกระโดดกันไวนัก

กู้อันยิ่งทวีความสนใจในตัวอู่เจวี๋ยมากขึ้นไปอีก

......

ณ ทุ่งร้างอันไกลโพ้น

สาวกลัทธิถานฮวานับพันชุมนุมกันหน้าแท่นอาคม บรรยากาศเงียบสงัด ทุกสายตาจับจ้องไปยังรอยแยกมิติสีดำกลางอากาศ

กลุ่มควันดำจางหายไปแล้ว เหลือไว้เพียงรอยแยกที่มองเห็นท้องฟ้าสีเลือดภายใน เหมือนประตูสู่นรก

ผู้อาวุโสชื่อหานนั่งสมาธิอยู่หน้าสุด คิ้วขมวดมุ่น

เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก

เขาพยายามข่มใจให้สงบ เข้าฌานสมาธิ

วันเวลาผ่านไป

รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือน

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาปลุกผู้อาวุโสชื่อหานและคนอื่นๆ ให้ลืมตาขึ้น

"จินหลิงจุนสิ้นชีพแล้ว เรียกสาวกทุกคนมารวมพลที่นี่ เดี๋ยวนี้"

เสียงเย็นชาดั่งน้ำแข็งดังมาจากสตรีชุดดำสวมหน้ากากลายดอกถานฮวา

เกิดเสียงฮือฮาดังระงมไปทั่ว

จินหลิงจุนผู้เกรียงไกรคนนั้นน่ะนะตายแล้ว?

สำนักไท่เสวียนโหดขนาดนั้นเลยเหรอ?

เจียงฉยงที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มสาวกก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน

ผู้อาวุโสชื่อหานหน้าซีดเผือด แต่ก็รีบลุกขึ้นสั่งการตามคำบัญชา

ในขณะเดียวกัน ที่สำนักไท่เสวียน ลู่หลิงจวินก็กำลังตกตะลึงกับข่าวลือ

เรื่องเล่าที่ว่า 'จอมกระบี่ฝูเต้า' สังหารจอมมารลัทธิถานฮวาแพร่สะพัดไปทั่วสำนัก เหล่าศิษย์ต่างพากันสรรเสริญเยินยอวีรกรรมอันยิ่งใหญ่

กู้อันฉวยโอกาสนี้ปลีกตัวมาที่เมืองฝ่ายนอกอีกครั้ง

เขาเดินลัดเลาะไปตามถนน จนไปเจอเป้าหมาย

อู่เจวี๋ยหยุดเดิน ยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ หันหน้าเข้าหาลำต้น เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ดูทรงแล้วน่าจะเพิ่งหลุดจากภวังค์ ตอนนี้กำลังตกผลึกความคิด

อู่เจวี๋ย (ระดับสร้างรากฐาน ขั้น 2): 63/280/540

แม่เจ้า!

อายุขัยขีดสุดพุ่งพรวดจาก 310 เป็น 540 ปี! เกือบเท่าตัว!

กู้อันอยากรู้ใจจะขาดว่าหมอนี่บรรลุอะไร

เขาแกล้งทำเนียนเดินเข้าไปหา ทักทายด้วยความเป็นห่วง "พี่ชาย เป็นอะไรรึเปล่า?"

อู่เจวี๋ยสะดุ้งโหยง หันมาทำหน้าเลิ่กลั่ก "ป... เปล่าขอรับ ข้าแค่กำลังคิดเรื่องวิชา ก็เลยเหม่อไปหน่อย"

พูดจบก็หัวเราะแห้งๆ ประสานมือคารวะแล้วรีบจรกา

กู้อันมองตามหลังไป ไม่ได้คิดจะไล่ตาม แต่หมายหัวไว้แล้วว่าต้องจับตาดูคนนี้ให้ดี

อายุขัยห้าร้อยกว่าปียังไม่ถือว่าโดดเด่นมากในระดับฝ่ายนอก ต้องรอดูกันยาวๆ ว่าจะมีของดีอะไรอีกไหม

บทที่ 116: มหันตภัยเก้าราชวงศ์ และมหกรรมเกี่ยวข้าว(อายุขัย)

ครึ่งเดือนผ่านไปนับตั้งแต่เหตุการณ์จินหลิงจุนบุก

สำนักไท่เสวียนยังคงตรึงกำลังเข้ม ผู้ฝึกตนบินว่อนเหนือหุบเขาโอสถไม่เว้นแต่ละวัน

ณ หุบเขาเสวียนกู่

กู้อันกำลังนั่งฟังเย่หลานอัปเดตข่าวสารวงการบันเทิง... เอ้ย วงการผู้ฝึกตน

"มีตำนานเล่าว่ามีเส้นทางสู่ยมโลกชื่อ 'วิถีจิ่วโยว' ลัทธิถานฮวาได้เปิดประตูทางเข้านั้นแล้วที่ 'ทุ่งร้างไร้มลทิน' ในอาณาจักรต้าอวี๋ ตอนนี้พวกมันกำลังเคลื่อนพลไปที่นั่น ไม่รู้ว่าจะหนีหรือมีแผนชั่วอะไร ทางสำนักส่งคนไปสืบแล้วเจ้าค่ะ"

ตาเย่หลานเป็นประกายเมื่อพูดถึงวิถีจิ่วโยว

กู้อันถามยิ้มๆ "ดูเจ้าสนใจวิถีจิ่วโยวจังนะ?"

"ก็เขาว่ากันว่าข้ามไปแล้วจะเจออีกทวีปที่มีวาสนาเซียนนี่นา ใครบ้างจะไม่อยากไป แต่ลัทธิถานฮวาใช้วิถีนี้ล่อคนเข้าลัทธิ ข้าว่าขืนข้าไปคงไม่รอด"

นางเปลี่ยนเรื่องมาคุยเรื่องจอมกระบี่ฝูเต้า ยกย่องสรรเสริญไม่ขาดปาก บอกว่าถ้าไม่ได้ท่าน สำนักคงเละไปแล้ว

นางพูดไปก็แอบสังเกตสีหน้ากู้อันไป

กู้อันนั่งฟังตาแป๋ว พยักหน้าเออออไปตามเรื่อง เหมือนฟังนิทานก่อนนอน

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เย่หลานก็ขอตัวกลับ

พอนางไปแล้ว กู้อันก็แวบเข้าป่าไปหาหยางนี

นางไม่อยู่ ไปสืบเรื่องจอมกระบี่ฝูเต้าที่ฝ่ายนอกอีกแล้ว กู้อันเลยปล่อยเลยตามเลย

ถ้าปีหน้าซูซ่านไม่โผล่มา นางคงรู้ตัวเองแหละว่าหลุดพ้นแล้ว

กู้อันก้มมองดอกถานฮวาในแปลง

สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายประหลาดที่ดอกไม้ปล่อยออกมา ยังบอกไม่ได้ว่าดีหรือร้าย

แต่การที่ลัทธิถานฮวาแจกเมล็ดพันธุ์ให้สาวกปลูกกันเกร่อขนาดนี้ ต้องมีวาระซ่อนเร้นแน่นอน

กู้อันเด็ดดอกถานฮวามาหนึ่งดอก แล้วมุดเข้าถ้ำสวรรค์แปดทิศ ไปหาต้นเถาวัลย์สวรรค์

เขายื่นดอกไม้ไปที่โคนต้น

"อี๋! เอาออกไปนะ... เอาออกไป..."

เสียงเล็กๆ ของต้นเถาวัลย์สวรรค์ร้องลั่นด้วยความรังเกียจและหวาดกลัว

กู้อันแปลกใจ "เจ้าเป็นถึงต้นไม้ระดับเจ็ด กลัวดอกไม้ระดับหกเนี่ยนะ?"

"กลิ่นมัน... น่าขยะแขยง... ข้าไม่ชอบ..."

กู้อันเก็บดอกถานฮวาเข้าถุงสมบัติ

เขาลองค้นกองสมบัติของจินหลิงจุนดู เผื่อเจอเบาะแส แต่ก็คว้าน้ำเหลว

ดันไปเจอตำราปรุงยาเล่มหนึ่งแทน

พอเปิดอ่านไปได้ครึ่งเล่ม มือก็ชะงัก

"ยาเม็ดมารถานฮวา?"

......

ฤดูหนาวมาเยือน หิมะขาวโพลนปกคลุมทุกหย่อมหญ้า

ที่หุบเขาขอบฟ้า

กู้อันเพิ่งเก็บเกี่ยวอายุขัยได้เกือบหมื่นปี อารมณ์ดีสุดๆ

หุบเขานี้มีค่ายกลกันหิมะ เลยสบายหน่อย

เขาให้ซุนต้าขนสมุนไพรเข้าคลัง แล้วเดินไปหาหลัวหุนกับอี้หลิวอวิ๋นที่กำลังตั้งวงกงเหล้า

"วิถีจิ่วโยวนี่เรื่องใหญ่จริง ทั่วทั้งเก้าราชวงศ์กำลังจับตาดู ลัทธิถานฮวายึดทางเข้าไว้ ใครเข้าไปก็โดนตบกลับมาหมด" หลัวหุนบ่น

อี้หลิวอวิ๋นจิบเหล้า "ดีแล้ว ให้พวกมันไปกระจุกกันตรงนั้น เราจะได้ไม่ต้องรับศึกหนักคนเดียว"

หลัวหุนเสริม "พวกมันเรียกพวกข้ามทวีปมาแน่ นี่มันหายนะระดับทวีปชัดๆ สายข่าวบอกว่าดอกถานฮวากำลังบานสะพรั่งไปทั่วทุกมุมเมือง พอมันบานเต็มที่ ปีศาจจะแห่กันมา"

กู้อันนั่งลงร่วมวง ถามแทรก "ดอกถานฮวามีตำนานอะไรน่ากลัวๆ ไหม?"

เขาเริ่มระแวงว่าดอกไม้นี่จะไม่ใช่แค่ของประดับบารมี

อี้หลิวอวิ๋น ทำหน้าเครียด "มีตำนานว่ามันคือดอกไม้จากยมโลก สัญลักษณ์แห่งความตายและการเวียนว่ายตายเกิด เมื่อไหร่ที่มันบานในโลกมนุษย์ แปลว่าหายนะกำลังจะมาเยือน ชีวิตจะล้มตายเป็นเบือ"

หลัวหุนเสริม "ตอนนี้ทางการสั่งให้ถอนรากถอนโคนดอกถานฮวาให้หมด ไม่ว่าจะเพื่ออะไร กันไว้ดีกว่าแก้"

กู้อันได้ยินแล้วโล่งอก

นึกว่าจะต้องเหนื่อยคนเดียว ที่แท้ชาวโลกก็ช่วยกันกำจัด

งั้นคืนนี้เขาจะออกไปช่วย 'ถอนรากถอนโคน' บ้าง ได้ทั้งบุญได้ทั้งอายุขัย วิน-วิน!

ตกเย็น กู้อันกลับมาที่หุบเขาเสวียนกู่

สแกนดูแปลงดอกไม้ของหยางนี... ว่างเปล่า! เหลือแต่ขี้เถ้า

นางเผาทิ้งหมดแล้ว?

สงสัยจะคิดได้แล้วสินะ

กู้อันไม่ถาม กลับเข้าห้อง รอจนดึกสงัด แล้วส่งจิตสัมผัสสแกนทั่วราชอาณาจักร

ผลที่ได้ทำเอาขนลุก

เฮ้ย!

ทำไมดอกถานฮวามันเยอะผิดปกติขนาดนี้?

เดือนก่อนยังไม่เยอะขนาดนี้เลยนี่หว่า!

กู้อันวาร์ปออกจากห้อง เริ่มภารกิจกู้โลก (และกู้อายุขัย)

แค่สองก้าว เขาก็ไปโผล่ที่หมู่บ้านห่างออกไปหมื่นลี้ ดอกถานฮวาขึ้นเต็มรอบหมู่บ้าน

เขาลองเด็ดมาดอกหนึ่ง

+1 ปี

น้อยจัง!

ดอกพวกนี้โตเร็วผิดปกติ เหมือนโดนเร่งโตจนพลังชีวิตร่อยหรอ

เอาเถอะ ปีเดียวก็เงิน!

กู้อันเริ่มมหกรรมกวาดล้าง

......

เช้าวันรุ่งขึ้น

กู้อันลงมาออกกำลังกายด้วยใบหน้าอิ่มเอิบ

เมื่อคืนจัดหนักไปสี่หมื่นกว่าปี! ดอกถานฮวามีเยอะจนเก็บไม่ทันจริงๆ

หยางนีก็มาร่วมออกกำลังกายด้วย แต่หน้าตาดูหม่นหมอง

พอเลิกแถว นางก็มาขอลากู้อัน

"จะไปไหน?" กู้อันขมวดคิ้ว

"ไปทำธุระส่วนตัว"

"ช่วงนี้สถานการณ์ไม่ดี อย่าไปยุ่งกับพวกลัทธิถานฮวานะ"

"วางใจเถอะ ข้าไม่ยุ่งกับพวกมันแล้ว"

นางจ้องตาเขาเขม็ง

ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา แต่สายตานั้นสื่อความหมายชัดเจน

หนึ่งก้านธูปต่อมา นางก็สะพายห่อผ้าจากไป

กู้อันยืนมองส่งนางที่หน้าต่าง รู้สึกสังหรณ์ใจว่าคงไม่ได้เจอกันอีกนาน

ในขณะเดียวกัน

ณ ทุ่งร้างไร้มลทินอันไกลโพ้น เมฆดำปกคลุมท้องฟ้า ฝูงกาบินว่อน

หลี่หยายืนอยู่บนหน้าผา มองลงไปยังทะเลคนที่แออัดยัดเยียดอยู่เบื้องล่าง คิ้วขมวดเป็นปม

ไม่นึกว่าลัทธิถานฮวาจะมีสาวกเยอะขนาดนี้

"วิถีจิ่วโยว... กลิ่นอายชั่วร้ายรุนแรงมาก ทั้งผีทั้งปีศาจ" เสียงบรรพบุรุษดังขึ้นในหัว

หลี่หยาหันไปมองจิงหงเค่อที่นั่งเก๊กหล่ออ่านภาพวาดอยู่

"ไม่เป็นไร รอท่านบรรพชน (กู้อัน) มาจัดการทีเดียว" หลี่หยาคิดในใจอย่างมั่นใจ

"ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ต่อให้เก่งแค่ไหน พลังก็มีวันหมด จะให้กวาดล้างหายนะระดับทวีปด้วยตัวคนเดียวมันเป็นไปไม่ได้ ถ้าเขาเก่งจริงคงไม่ต้องซ่อนตัวฝึกวิชามารหรอก" บรรพบุรุษเตือนสติ

หลี่หยาฟังแล้วหงุดหงิด ตั้งแต่เจอของจริงเข้าไป บรรพบุรุษก็ดูจะปอดแหกขึ้นเยอะ

ทันใดนั้น!

แผ่นดินไหวสะเทือนเลื่อนลั่น หลี่หยารีบเหาะขึ้นฟ้า

เขามองเห็นแท่นอาคมใต้รอยแยกมิติแตกออก ต้นไม้ใหญ่แทงทะลุพื้นดินขึ้นมา

ท่ามกลางความตื่นตระหนกของเหล่าสาวก ต้นถานฮวายักษ์สูงกว่าห้าร้อยจ้างตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ยอดไม้หายเข้าไปในเมฆดำ

ใหญ่กว่าต้นที่กู้อันฟันทิ้งซะอีก!

มันยืนต้นอยู่หน้ารอยแยกมิติ ดูน่าเกรงขามและสยดสยอง

"ฮึ! ปลูกต้นถานฮวาจริงๆ ด้วย!"

เสียงเย็นเยียบดังสนั่นฟ้า

เจียงฉยงเงยหน้ามอง เห็นแสงกระบี่เจิดจ้าพาดผ่านท้องฟ้า พุ่งตรงเข้าใส่ต้นถานฮวายักษ์

สตรีหน้ากากชุดดำปรากฏกายขึ้นขวางหน้า ใช้วัชระทองคำต้านรับแสงกระบี่ไว้ พลังปะทะกันจนมิติบิดเบี้ยว

(จบตอน)

จบบทที่ 115-116

คัดลอกลิงก์แล้ว