เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47 : เซียวหลานเปิดร้านบาร์บีคิว

ตอนที่ 47 : เซียวหลานเปิดร้านบาร์บีคิว

ตอนที่ 47 : เซียวหลานเปิดร้านบาร์บีคิว


"โถ่พ่อ ตอนนี้พ่ออายุแค่สี่สิบเอง" ฉินหยุนกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ถ้าพ่อมีรถ ไม่ว่าพ่อกับแม่จะไปที่ไหนมันก็สะดวกกว่าเยอะเลย พ่อไปเรียนเถอะ"

หลังจากเอ่ยอีกไม่กี่คำ ฉินกั๋วตงก็พยักหน้าและกล่าวว่า "ก็ได้ พ่อจะไปเรียนขับรถ"

มีผู้ชายคนไหนไม่ชอบรถบ้าง? อันที่จริงในใจของเขานึกอิจฉาคนอื่นที่มีรถให้ขับอยู่เสมอ แต่เขาไม่เคยพูดมันออกมา

หลังจากงานเลี้ยงสังสรรค์ในครอบครัวจบลง ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ทั้งครอบครัวของฉินหยุนก็พากันกลับไปที่เขตชิงอู๋

...

วันต่อมา ฉินหยุนโทรติดต่อเซียวหลานและชวนเธอไปทานอาหารเย็น

ที่ถนนย่านการค้า ฉินหยุนเดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าของเขา

“บอสคะ”

เมื่อเห็นฉินหยุนกำลังเข้ามาในร้าน พนักงานที่กำลังยุ่งวุ่นวายก็เอ่ยทักทาย

พวกเธอรู้อยู่แล้วว่าฉินหยุนเป็นเจ้าของตัวจริงของร้านขายเสื้อผ้าแห่งนี้ แม้ว่าทำงานที่นี่จะค่อนข้างเหนื่อย ยุ่งอยู่ตลอดทั้งวันตั้งแต่ตอนเข้างานไปจนถึงตอนเลิกงาน แต่เงินเดือนที่ฉินหยุนให้ก็ถือว่าดีมาก

เงินเดือน 5,000 หยวนก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเธอรู้สึกว่าคุ้มค่าแล้ว

หลังจากเดินดูในร้านสักพัก ฉินหยุนก็มองออกไปข้างนอกร้านและเดินออกไป

ที่ถนนย่านการค้า เซียวหลานเดินเข้ามา เธอสวมชุดสีขาว มัดผมทรงหางม้า ผิวของเธอขาวใส ดูไร้ที่ติเมื่อเธอยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดที่สาดส่องลงมา

"บอสฉิน ธุรกิจไปได้ดีนี่นา" เซียวหลานเอ่ยด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย

ในเวลานี้ใบหน้าของเธอแดงเล็กน้อย อันที่จริง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอออกมากินข้าวกับชายหนุ่มคนหนึ่ง

ฉินหยุนไม่ได้พูดถึงธุรกิจของเขา แต่ยิ้มและเอ่ยว่า "เซียวหลาน มีสตรีทฟู้ดแถว RT-Mart เราไปหาอะไรกินที่นั่นกันเถอะ"

ก่อนหน้านี้พวกเขานัดกันไว้ก่อนแล้ว

เซียวหลานพยักหน้าและไม่ได้ปฏิเสธ

เมื่อมาถึงทั้งสองคนก็เริ่มสั่งปลาย่าง

"ฉินหยุน จดหมายตอบรับของนายมาถึงแล้วใช่ไหม นายเลือกเอกคณะอะไรหรอ?"

"บริหารธุรกิจ" ฉินหยุนตอบตรงๆ "เธอล่ะ เลือกเอกคณะอะไร?"

"ดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้อยู่ในชั้นเรียนเดียวกันแล้ว" เซียวหลานกล่าวต่อ "ฉันเลือกคณะบริหารการเงิน"

พวกเขาทั้งสองคนเลือกมหาลัยเจียงหยวนเหมือนกัน เพียงแต่คนละคณะ

"ดูเหมือนว่าที่บอสฉินเลือกสาขาวิชานี้ เพราะในอนาคตเขาวางแผนที่จะเปิดบริษัทขนาดใหญ่แน่นอน" เซียวหลานกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ตอนนี้ธุรกิจของฉินหยุนกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว เธอรู้ว่าเขาได้เปิดร้านขายรองเท้าเพิ่มอีกแห่งแล้ว และธุรกิจก็ยังคงเฟื่องฟู

ในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่นักเรียนมัธยมปลายปีสามอย่างพวกเขาโดยพื้นฐานแล้วจะใช้ชีวิตด้วยความสนุกสนาน ผ่อนคลายอย่างสบายใจที่สุด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆเลย แต่ฉินหยุนกลับกำลังทำเงินได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉินหยุนก็โบกมือและพูดว่า "ตอนนี้คงได้แค่คิดเล่นๆ"

ทั้งสองกำลังคุยกัน แต่เซียวหลานลังเลอยู่สองสามครั้ง ดูเหมือนว่าต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง

เมื่อเห็นสิ่งนี้ ฉินหยุนก็เอ่ยถามอย่างสงสัย "เซียวหลาน เธอมีอะไรอยากจะบอกฉันไหม"

เมื่อได้ยินคำถามของฉินหยุน เซียวหลานก็พยักหน้าโดยไม่ลังเล และพูดว่า "ฉันเพิ่งเปิดร้านของตัวเอง ฉันยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ฉินหยุน นายช่วยไปดูให้ฉันหน่อยได้ไหม"

ฉินหยุนเปิดร้านค้าสามแห่งติดต่อกัน และทำเงินได้มากมาย ดังนั้นเธอจึงอดไม่ได้ที่อยากจะลองดูบ้าง

เหตุมันเกิดจากการที่เธอว่างจนไม่มีอะไรให้ทำในวันหยุดฤดูร้อนนี้ และเธอก็เบื่อที่จะอยู่บ้านเฉยๆ ดังนั้นจู่ๆเธอก็เกิดความคิดนี้ขึ้นมา

ตอนนี้เธออยากจะขอเรียนรู้จากฉินหยุน

ในความเห็นของเธอ ร้านค้าทั้งหมดที่เปิดโดยฉินหยุนนั้นขายดีมากทุกร้าน ดังนั้นเขาน่าจะมีเคล็ดลับพิเศษ

"เปิดร้านของตัวเอง?" ฉินหยุนผงะ

เขาชำเลืองมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสงสัย โดยพื้นฐานแล้วเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวของเซียวหลานเลย แต่เนื่องจากเธอสามารถเปิดร้านเองได้ ภูมิหลังครอบครัวของเธอจึงไม่น่าจะเลวร้ายนัก

ถ้าเขาไม่ถูกลอตเตอรี่ และได้รับเงินเป็นแสนหยวนในคราวเดียว ร้านขายเสื้อผ้าของเขาก็คงจะไม่สามารถเปิดขึ้นได้เลย

หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว ฉินหยุนยิ้มและเอ่ยว่า "แน่นอน เธอเปิดร้านขายอะไรล่ะ"

"ถ้านายได้เห็นเดี๋ยวก็จะรู้เอง" เซียวหลานกล่าวพลางกระพริบตา

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉินหยุนก็ทำอะไรไม่ถูก ส่วนเซียวหลานก็ยังคงแสร้งทำเป็นลึกลับต่อไป

...

"นี่คือร้านที่เธอเปิด?"

หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองคนก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ในขณะนี้ ฉินหยุนเอ่ยด้วยความประหลาดใจ ขณะที่มองไปที่ผู้คนที่กำลังพลุกพล่านอยู่ภายในร้านที่อยู่ข้างหน้าเขา

ขนาดของร้านนี้ที่คำนวนคร่าวๆคือ มากกว่า 130 ตารางเมตร มีโต๊ะตั้งอยู่ในร้านมากกว่า 10 โต๊ะ ซึ่งเป็นของใหม่ทั้งหมด

ทีแรกเขาคิดว่าเซียวหลานอาจจะเช่าร้านพื้นที่เล็กๆ แต่เขาไม่คิดว่ามันจะใหญ่ขนาดนี้

ค่าเช่าร้านขนาด 40 ตารางเมตรที่ฉินหยุนเช่าอยู่คือ 4,000 หยวนต่อเดือน และค่าเช่าร้านขนาด 130 ตารางเมตรจะต้องแพงมากกว่านั้นแน่นอน!

และนี่คือร้านบาร์บีคิว ดูจากขนาดแล้วเห็นได้ชัดว่ามันไม่เล็กเลย

ร้านขายเสื้อผ้าของฉินหยุน แม้ว่าจะเป็นร้านขนาดเล็ก แต่ปัจจุบันฉินหยุนมีพนักงานในร้านมากกว่าสิบคน แค่จ่ายเงินเดือนต่อเดือนอย่างเดียวก็ตีไปหลายหมื่นหยวนแล้ว บวกกับราคาทุนเสื้อผ้าอีก ฯลฯ สามารถจินตนาการถึงรายจ่ายต่อเดือนของเขาได้เลย

และร้านอาหารบาร์บีคิวที่มีพื้นที่ร้อยกว่าตารางเมตรนี้ต้องใช้คนมากกว่าร้านขายเสื้อผ้าแน่นอน

มีตั้งแต่ จำนวนเชฟในการทำบาร์บีคิว คนที่คอยย่างบาร์บีคิว พนักงานเสิร์ฟ บริกร พนักงานล้างจาน ไม้เสียบบาร์บีคิว ตะแกรงย่าง เตาย่าง ฯลฯ สามารถจินตนาการได้เลย

นอกจากนี้ การเตรียมบาร์บีคิวยังซับซ้อนมากกว่าอย่างอื่นอีกด้วย ฉินหยุนคำนวณค่าใช้จ่ายของร้านบาร์บีคิวตรงหน้าเขาอย่างคร่าวๆ และคาดว่าหากเขาต้องการเปิดร้านแบบเดียวกัน เขาต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 300,000 หยวน หรืออาจจะมากกว่านั้น

"เป็นไงบ้างฉินหยุน ร้านนี้ไม่เลวเลยใช่ไหม?" เซียวหลานถามด้วยรอยยิ้ม

ฉินหยุนมองไปที่เซียวหลานพลางถอนหายใจ "ฉันไม่นึกเลยว่าในห้องเรียนของเราจะมีเศรษฐีนีน้อยอยู่ด้วย"

ก่อนหน้านี้เซียวหลานเคยพูดไว้ว่า ร้านนี้เพิ่งเริ่มเปิดทดลองเท่านั้น แต่ดูสิ แค่เปิดทดลองก็ใช้เงินไปสามหรือสี่แสนหยวนแล้ว เดาได้ไม่ยากเลยว่าพื้นหลังครอบครัวของเธอจะเป็นยังไง

เขาเปิดร้านไปสามแห่งแล้ว แต่พื้นที่ทั้งหมดรวมกันยังมีขนาดเล็กกว่าร้านเดียวของเซียวหลานซะอีก

เมื่อนึกถึงตอนที่ซุนเจี้ยนเฉียงเคยโอ้อวดความร่ำรวยของเขาในตอนที่เรียนอยู่ อันที่จริง ครอบครัวของซุนเจี้ยนเฉียงมีแค่เพียงซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าไม่กี่แห่ง การพูดถึงสิ่งเหล่านี้ต่อหน้าเซียวหลานอาจไม่มีประโยชน์เลยสักนิด

“เศรษฐีนีน้อยตัวจริง!”

เซียวหลานไม่ค่อยพอใจสักเท่าไรกับชื่อที่ฉินหยุนใช้เรียกเธอ เธอกล่าวว่า "อย่าคิดว่าฉันใช้เงินไปเยอะในการเปิดร้านๆนี้ อันที่จริง ร้านนี้เป็นของครอบครัวฉัน และไม่มีค่าเช่า แถมครอบครัวของฉันก็ทำธุรกิจอาหารสดและอาหารทะเลด้วย ดังนั้นฉันจึงสามารถรับสินค้ามาได้เลย ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เงินซื้อ ส่วนใหญ่จะไปจ่ายให้กับพนักงานในร้านมากกว่า"

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เธอจึงสามารถเปิดร้านได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่รับสมัครพนักงานครบทุกคน

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของฉินหยุนก็อดกระตุกไม่ได้ เขาถึงกับเหม่อไปชั่วขณะ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รีบฟื้นคืนทันที

"บอสฉิน โปรดช่วยฉันดูหน่อยนะว่ามีอะไรที่ต้องแก้ไขบ้าง ต่อไปเมื่อนายมาที่นี่ ฉันจะให้นายกินบาร์บีคิวฟรีทุกมื้อเลย" เซียวหลานเอามือไพล่หลัง ผมหางม้าของเธอแกว่งไปมาเล็กน้อย เธอมองไปที่ฉินหยุนและกล่าวด้วยรอยยิ้มขี้เล่น

ตอนนี้เธอเริ่มสงสัยเกี่ยวกับฉินหยุนมากขึ้นเรื่อยๆ เธอมักจะรู้สึกว่าฉินหยุนดูเหมือนจะมีความลับบางอย่าง และเธอก็อดไม่ได้ที่อยากจะเข้าไปสำรวจมัน

หลังจากมองดูแล้ว ฉินหยุนก็ส่ายหัวและกล่าวว่า "การจัดร้านค่อนข้างดูดี ตราบใดที่รสชาติดี ธุรกิจก็ไม่น่าจะแย่เกินไป"

ล้อเล่นหรือเปล่า? เขามีประสบการณ์อะไรบ้างในการเปิดร้านค้า? ก่อนหน้านี้ เหวินหยา ป้าของเซียวหลานก็ยังรู้สึกว่าเสื้อผ้าในร้านของเขาค่อนข้างยุ่งเหยิงอยู่เลย แต่ฉินหยุนอาศัยค่ายกลรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่งจึงไม่ขาดแคลนลูกค้า ดังนั้นสิ่งที่เขาเน้นคือทัศนคติการบริการของพนักงานในร้าน และการปฏิบัติต่อลูกค้าให้ดี

ถ้าคุณประพฤติดี คุณก็อยู่ต่อ แต่ถ้าประพฤติไม่ดี คุณก็จะถูกไล่ออกทันที พนักงานในร้านก่อนหน้านี้ก็เปลี่ยนไปแล้วถึงสองคน

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 47 : เซียวหลานเปิดร้านบาร์บีคิว

คัดลอกลิงก์แล้ว