- หน้าแรก
- จ้าวกระบี่สะท้านฟ้า
- 188 - หยดน้ำตา
188 - หยดน้ำตา
188 - หยดน้ำตา
188 - หยดน้ำตา
"ซูซิน เขา… เขาตายแล้วหรือ?"
"การโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ คง… ตายแล้วกระมัง?"
"ซูซินในระดับโพซวี ยังไม่มีผู้ใดต้านทานอวิ๋นเยว่อ๋องได้ ซูซินเพียงมีพลังช่วงปลายระดับโพซวี แต่กลับสามารถบีบให้อวิ๋นเยว่อ๋องจนมุมได้ถึงเพียงนี้ นับว่าน่าทึ่งยิ่งนัก"
เสียงมากมายเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
กระบวนท่าที่อวิ๋นเยว่อ๋องเพิ่งใช้ไปนั้นแข็งแกร่งน่าสะพรึงเกินไป ผู้คนส่วนใหญ่จึงไม่เชื่อว่าซูซินจะรอดออกมาจากการโจมตีระดับนั้นได้
แต่ทว่าในขณะนั้นเอง...
ครืนครัน~~ ก้อนหินมากมายที่กองสุมอยู่เริ่มกลิ้งหล่นลงมา แล้วพลันเห็นแสงกระบี่วาบผ่าน หินภูเขาจำนวนมากสลายหายไปในพริบตาภายใต้เจตจำนงกระบี่ และร่างหนึ่ง ก็พลันพุ่งทะยานขึ้นมาอีกครั้ง!
"อวิ๋นเยว่อ๋อง กระบวนท่าที่เจ้าพึ่งใช้เมื่อครู่ นับว่าไม่เลวเลย!"
ซูซินถือกระบี่หลงเซี่ยวเทพคราง ยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ แววตาพลันวาบด้วยแสงดุร้ายไม่เคยมีมาก่อนจ้องไปยังอวิ๋นเยว่อ๋อง หากพิจารณาให้ดี จะเห็นว่าที่มุมปากเขายังมีร่องรอยโลหิตหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ทว่าเค้าโครงพลังทั่วร่างกลับมิได้อ่อนแอลงแม้แต่น้อย
"ยังไม่ตาย?"
ผู้คนรอบด้านที่กำลังเฝ้าชมการต่อสู้ต่างตกตะลึง
"แค่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น?" อวิ๋นเยว่อ๋องเองก็จ้องมองซูซินด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อสายตาตน
กระบวนท่าของเขา... ท่วงท่าแรก ‘แสงรุ่งอรุณ’ ยังพอเข้าใจได้ เนื่องจากใช้ออกไม่ยากนัก ซูซินสามารถรับไว้ได้เขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจนัก
แต่ท่วงท่าที่สอง ‘ตะวันโลหิต’ นั่นน่ะสิ คือไพ่ตายที่แท้จริงของเขา
เขาเคยใช้กระบวนท่านี้สร้างบาดแผลหนักให้แก่ผู้แข็งแกร่งระดับเนี่ยผานมาก่อนด้วยซ้ำ
สำคัญที่สุดก็คือ กระบวนท่านี้เขาใช้ได้ไม่ง่ายเลย พลังวิญญาณและสายโลหิตทั่วร่างต้องแลกมาถึงสามส่วนเต็ม แม้แต่ร่างกายของเขาเองยังไม่อาจรับพลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้นได้ ต้องได้รับการสะท้อนย้อนกลับ จนเกิดบาดแผลภายในขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เขามั่นใจในกระบวนท่านี้อย่างยิ่ง
ในความคิดของเขา แม้ซูซินจะมีพลังต่อสู้เทียบเท่าระดับเนี่ยผาน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกระบวนท่านี้ ถึงไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส อยู่ในสภาพย่ำแย่แน่นอน
แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับ… ซูซินบาดเจ็บก็จริง ทว่าชัดเจนว่าแผลนั้นเบามาก แถมพลังทั่วร่างยังมิได้อ่อนแรงลงเลย กลับกัน อวิ๋นเยว่อ๋องที่ต้องทนรับผลย้อนกลับจากกระบวนท่านั้น กลับดูเหมือนจะเจ็บหนักยิ่งกว่าซูซินเสียอีก
"อวิ๋นเยว่อ๋อง ไพ้ตายของเจ้าก็ใช้ไปเกือบหมดแล้วกระมัง?" แววตาของซูซินเย็นเยียบลง "เช่นนั้น ต่อไปนี้ เจ้าก็ควรได้ลิ้มรสกระบวนท่าของข้าบ้างแล้ว"
"มีอะไรก็รีบใช้มาเถิด" อวิ๋นเยว่อ๋องหรี่ตาเล็กน้อยกล่าวเสียงต่ำ
ในฐานะผู้ได้รับการยกย่องว่าแข็งแกร่งที่สุดในระดับโพซวี ความหยิ่งผยองในใจของเขาย่อมไม่อาจหวาดกลัวต่อผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะต่ำกว่าเช่นซูซิน
ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วน ซูซินค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกไป
"หากว่าด้วยพลังแล้ว อวิ๋นเยว่อ๋องผู้นี้ยังแข็งแกร่งกว่าซือถูป๋อเล่ย ผู้ที่เคยปะทะกับข้ามาก่อนเล็กน้อย หากคิดจะสังหารเขา ด้วยวิธีธรรมดาย่อมเป็นไปไม่ได้ มีเพียงกระบวนท่านั้นเท่านั้น..." ซูซินคิดในใจ
ฮือฮา~~
ม่านเมฆโลหิตไร้สิ้นสุดกลิ้งสะท้าน พลังของค่ายกลสังหารโลหิตก็ได้ปลดปล่อยจนถึงขีดสุดแล้ว อาณาเขตที่แผ่พุ่งออกไปนั้นยังคงกดดันอวิ๋นเยว่อ๋องไม่หยุด
พริบตาเดียว!
ซูซินพุ่งออกไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน ทว่าความเร็วกลับไม่เร็วนัก อีกทั้งมิได้ใช้ทักษะเคลื่อนตัวใดๆ
เป็นเพียงการพุ่งออกไปตรงๆ อย่างเรียบง่าย
ทว่าขณะเขาเคลื่อนเข้าใกล้อวิ๋นเยว่อ๋องจนเหลือระยะไม่ถึงร้อยวา…
"สะกดข่มสายโลหิต!!"
หนึ่งในไพ่ตายแข็งแกร่งที่สุดของซูซิน พลังสายเลือดโดยกำเนิดได้ถูกใช้ออกโดยไม่ให้สัญญาณใดล่วงหน้าเลย
พลังชนิดหนึ่งที่ไร้รูปร่าง ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า ได้แผ่กระจายออกจากร่างซูซินในทันที
พลังเช่นนี้ ไม่สนใจสิ่งใด ไม่อาจมีเกราะใดต้านทาน แทรกซึมเข้าใส่ร่างของอวิ๋นเยว่อ๋องโดยตรง
เมื่อเทียบกับก่อนหน้า เวลานี้ระดับพลังของซูซินได้ทะลวงถึงช่วงปลายของระดับโพซวีแล้ว เมื่อใช้ออกอีกครั้ง พลังกดข่มสายโลหิตอันเกิดจากชั้นชีวิตจึงยิ่งทรงอำนาจขึ้น
"พลังบ้าอะไรกันนี่?"
อวิ๋นเยว่อ๋องรู้สึกถึงความสยองขวัญและความกลัวอย่างลึกสุดใจโดยสัญชาตญาณ
เขาอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับโพซวีมานานกว่า สี่สิบปี ไม่ว่าจะด้านใดก็หาได้อ่อนด้อยกว่าผู้บ่มเพาะระดับเนี่ยผานทั่วไป แม้แต่ด้านจิตใจและสติสัมปชัญญะ เขาเองก็ฝึกฝนมาอย่างหนัก หนักกว่าซือถูป๋อเล่ยที่ซูซินเคยพบมาเสียอีก
ทว่าภายใต้พลังการกดข่มอันรุนแรงเช่นนี้ สติของเขากลับตกเข้าสู่ภาวะชะงักงันชั่วขณะหนึ่ง
แม้จะเป็นเพียงช่วงเสี้ยวลมหายใจ แต่เพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
ซูซินได้ฟาดกระบี่ออกไปแล้ว
ฟึ่บ!
ประกายกระบี่หนึ่งสว่างวาบ…
แสงกระบี่สายนี้ แฝงไว้ด้วยความเศร้า ความเดียวดาย ความว่างเปล่า ราวกับหัวใจที่สิ้นหวัง ได้รับบาดแผลจนแทบแหลกสลาย
แสงกระบี่นั้นเลือนรางและมืดสลัวอย่างถึงที่สุด เงียบงันไร้สุ้มเสียงเมื่อเฉือนผ่านความว่างเปล่า ดูประหนึ่งหยดน้ำตาหยดหนึ่งที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า
ทว่าความเร็วของมัน กลับเร็วเกินจะจินตนาการ
ในขณะนี้ยอดฝีมือที่ได้รับการขนานนามว่าแข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรโพซวีอย่าง 'อวิ๋นเยว่อ๋อง' เพิ่งสลัดพ้นจากพลังอำนาจที่กดทับได้ สติที่เพิ่งคืนมาก็พลันเห็นหยดน้ำตานั้นอยู่ตรงหน้าตนเสียแล้ว ความเร็วอันน่าตะลึง ทำให้เขาไม่อาจลงมือใดๆ ขัดขวางได้ทัน
"เป็นไปไม่ได้!!"
อวิ๋นเยว่อ๋องแผดเสียงก้องฟ้า
เขาไม่อาจเชื่อได้เลยว่าในระดับแดนโพซวี ยังมีผู้ที่สามารถเอาชนะเขาได้ หรือกระทั่ง...สังหารเขาได้!
แต่ความจริงคือ หยดน้ำตาสายนั้นไม่ถูกขัดขวางแม้แต่น้อย มันเฉือนผ่านลำคอของเขา อวิ๋นเยว่อ๋องแม้ในแววตาจะเต็มไปด้วยโทสะและความไม่ยินยอม แต่ร่างของเขากลับล้มลงแล้ว
"ไม่เสียแรงที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งแห่งแดนโพซวี อวิ๋นเยว่อ๋อง แม้แต่พลังวิญญาณของเขายังเข้มแข็งถึงเพียงนี้ หากไม่ใช่เพราะข้าเพิ่งควบคุม 'หนึ่งหยดน้ำตา' นี้ได้จริงๆ ข้าก็คงฆ่าเขาไม่ได้"
แม้จะสังหารอวิ๋นเยว่อ๋องได้แล้ว แต่ซูซินก็ยังอดไม่ได้ที่จะกล่าวชมเชยเขา
ในพระราชวังเก่าแก่แห่งนั้น
"หนึ่งหยดน้ำตา! นั่นคือหนึ่งหยดน้ำตา!!"
"กระบี่เปลี่ยวเหนือเมฆ ฟาดเงาจางกระบี่ กระบวนที่สี่! ว่ากันว่าเพื่อเข้าใจกระบวนนี้ ต้องเข้าถึงแก่นแท้ของเจตจำนงกระบี่ถึงสามสิบชนิดขึ้นไป แต่เจ้าซูซินผู้นี้เห็นได้ชัดว่ายังห่างไกลจากจุดนั้นนัก แต่เขากลับใช้มันได้? พรสวรรค์ด้านกระบี่ของเขา...ช่างน่าตกตะลึงยิ่งนัก!!"
ผู้ตรวจการร่างอ้วนกลมกับหญิงสาวงดงามต่างก็เผยความตกใจออกมาบนใบหน้า
"ทั้งสองท่าน ไม่รู้สึกหรือว่าเมื่อครู่เขาใช้วิธีพิเศษบางอย่างเลยหรือ?" ชายชราตาดุจเหยี่ยวกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "กระบวนที่สี่ของฟาดเงาจางกระบี่ แม้จะแข็งแกร่งและรวดเร็ว แต่ด้วยพลังของอวิ๋นเยว่อ๋อง หากตั้งรับจากตรงหน้าอย่างถูกต้อง ก็ยังมีโอกาสป้องกันได้มาก"
"ที่เขาป้องกันไม่ทันเมื่อครู่นั้น ก็เพราะซูซินใช้วิธีพิเศษนั้นต่างหาก!"
"วิธีอะไร?" ผู้ตรวจการร่างอ้วนกลมกับหญิงสาวงามขมวดคิ้ว
"ดูเหมือนจะเป็นการโจมตีทางพลังวิญญาณ ทำให้อวิ๋นเยว่อ๋องเกิดความสับสนหรือชะงักในชั่วขณะ จึงตอบสนองช้าลงจังหวะหนึ่ง ซูซินถึงฆ่าเขาได้ แต่ซูซินปีนี้เพิ่งยี่สิบเอ็ดเท่านั้น พลังวิญญาณของเขาไม่น่าจะแกร่งถึงเพียงนั้นได้"
ผู้ตรวจการทั้งสามต่างก็สงสัย ไม่เข้าใจว่าวิธีที่ซูซินใช้คืออะไร ถึงสามารถทำให้พลังวิญญาณของอวิ๋นเยว่อ๋องถึงกับวูบไหวไปได้
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้นึกถึงวิชาเทพที่สืบทอดทางสายเลือดเลยแม้แต่น้อย
เพราะโดยทั่วไปแล้ว วิชาเทพติดตัว ต่อให้เป็นสายเลือดระดับหนึ่งหรือแม้แต่ระดับเทพ ก็ต้องรอจนบรรลุถึงแดนเนี่ยผานเสียก่อน จึงจะมีโอกาสตื่นขึ้นมาได้
ซูซินยังอยู่เพียงในระดับโพซวี ย่อมไม่มีทางใช้วิชาเทพติดตัวได้
…………