เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 : กลับสู่บ้านเกิด

ตอนที่ 33 : กลับสู่บ้านเกิด

ตอนที่ 33 : กลับสู่บ้านเกิด


ฉินหยุนพยักหน้าเมื่อได้ยินคำพูดของฉินกั๋วตง

ฉินซวนพี่สาวคนโตให้ยืมเงินมา 100,000 หยวนเพื่อกู้ซื้อบ้าน และขอยืมบางส่วนจากครอบครัวของลุง ซึ่งพวกเขายืมมา 20,000 หยวน

หลังอาหารเย็น ฉินหยุนมาที่ร้านขายเสื้อผ้าเทียนหยุนสาขาถนนย่านการค้า หลังจากมองไปรอบๆ เขาก็มุ่งหน้าไปที่ร้านเสื้อผ้าฉีหยุนที่เปิดโดยซุนหยาตง และเดินเข้าไป

ในเวลานี้ นอกจากซุนหยาตงแล้ว ซุนเจี้ยนเฉียงเองก็อยู่ในร้านขายเสื้อผ้าฉีหยุนด้วย

"พ่อ ผมบอกแล้ว เสื้อผ้าราคาแพงพวกนี้ขายง่ายมาก ผมว่าเราต้องสั่งมาเพิ่มอีก" เมื่อเขาเดินมาถึงด้านนอกร้าน ฉินหยุนก็ได้ยินคำพูดของซุนเจี้ยนเฉียงโดยที่ยังไม่ได้เข้าไปข้างในร้านเลย

"ยิ่งมีลูกค้ามากเท่าไร เสื้อผ้าที่เราขายก็ต้องมากขึ้นเท่านั้น ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่มีตัวเลือกให้ซื้อมากนัก"

เมื่อฉินหยุนเดินเข้ามา เขาได้ยินคำพูดเหล่านี้พอดี

"บอสฉิน"

เมื่อเห็นฉินหยุนใกล้เข้ามา ซุนหยาตงก็พูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา

ฉินหยุนมองไปรอบๆร้านค้าและพูดว่า "เป็นยังไงบ้างครับบอสซุน ธุรกิจไปได้ดีไหม?"

"อืม..แทบจะไม่ได้กำไรเลย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่ที่จะรักษามันไว้" เขาพูดพลางถอนหายใจ

แม้ว่าเขาจะพูดอย่างนั้น แต่ในเวลานี้ซุนหยาตงก็รู้สึกอารมณ์ดีมาก

ตอนนี้เขาสามารถขายเสื้อผ้าได้วันละสองถึงสามตัว และพวกมันล้วนเป็นเสื้อผ้าที่มีราคาแพง แม้ว่าจะขายได้แค่ไม่กี่ชิ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาได้กำไรน้อยลงเลย ดังนั้นในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ เขาจึงมีรายได้เป็นเงินหลายพันหยวน

สิ่งนี้ดีกว่าการเก็บค่าเช่ามาก

ตอนนี้จำนวนเสื้อผ้าราคาแพงในร้านของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก ก่อนหน้านี้มีการโชว์ให้ลูกค้าเห็นแค่เพียงสามตัว แต่ตอนนี้มันมีมากกว่าสิบตัวแล้ว

เห็นได้ชัดว่าเสื้อผ้าราคาแพงนั้นขายง่าย สิ่งนี้สังเกตได้จากยอดขายของซุนหยาตงที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

‘ค่อยๆงับเหยื่อไปเถอะ’

ใบหน้าของฉินหยุนสงบนิ่งขณะที่เขาคิดกับตัวเอง

ตลอดทุกวันที่ผ่านมา เขาได้สั่งให้รูปแบบการรวบรวมโชคลาภมาครอบคลุมเสื้อผ้าราคาแพงบางส่วนในร้านขายเสื้อผ้าฉีหยุน ด้วยความช่วยเหลือของรูปแบบการรวบรวมโชคลาภ ร้านขายเสื้อผ้าฉีหนุนจึงสามารถขายได้แต่เสื้อผ้าราคาแพง

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีเสื้อผ้าราคาแพงมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ฉินหยุนก็ได้ปล่อยให้รูปแบบการรวบรวมโชคลาภคลุมทับพวกมันมากขึ้นเช่นกัน

‘ไม่รู้ว่าซุนหยาตงจะโลภมากได้ขนาดไหนกัน’ เขากำลังรออยู่

"ฮ่าฮ่า..ฉินหยุน ร้านขายเสื้อผ้าของฉันไม่เหมือนกับร้านของนายหรอกนะ" หลังจากที่ซุนหยาตงพูดจบ ซุนเจี้ยนเฉียงก็หัวเราะ

แม้ว่าเขาจะหัวเราะ แต่เขาก็อารมณ์ไม่ดีเท่าไร

ข้อสอบเข้ามหาลัยครั้งนี้ยากเกินไปและคำถามที่เขาไม่รู้คำตอบก็มีมากมาย ดังนั้นคาดว่าคะแนนสอบของเขาครั้งนี้น่าจะไม่สูงนัก

ฉินหยุนไม่ได้อยู่ในร้านนี้นาน หลังจากมองดูแล้วเขาก็จากไปทันที

‘หึ แล้วถ้าธุรกิจไปได้ดีล่ะ? ไม่ใช่ว่าช่วงนี้ยอดขายของร้านนายก็ลดลงเหมือนกันหรอกเหรอ’

เมื่อเห็นฉินหยุนจากไป ซุนเจี้ยนเฉียงก็เย้ยหยันอยู่ในใจ

เมื่อส่วนเล็กๆของรูปแบบการรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่งถูกแบ่งออก เป็นธรรมดาที่ยอดขายของร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนจะแย่ลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถือว่าเลวร้ายมากนัก

เมื่อคิดกับตัวเองเสร็จ ซุนเจี้ยนเฉียงก็มองไปที่ซุนหยาตงและพูด "พ่อครับ ในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้านเรามีเสื้อผ้าราคาถูกขายออกไปแค่สามตัว แต่เสื้อผ้าราคาแพงหลายสิบตัวได้ขายออกไปแล้ว น่าจะดีกว่าถ้าเปลี่ยนทั้งหมดเป็นเสื้อผ้าราคาแพง เพื่อให้มีตัวเลือกมากขึ้น และลูกค้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็อาจจะซื้อก็ได้"

อันที่จริง ภายใต้ออิทธิพลของรูปแบบการรวบรวมโชคลาภ ลูกค้าทุกคนที่เข้าร้านมาไม่แน่เสมอไปว่าจะต้องซื้อเสื้อผ้าทุกคน ในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้านเสื้อผ้าฉีหยุนสามารถขายเสื้อผ้าได้หลายสิบตัวก็จริง แต่ก็มีคนอีกหลายร้อยคนที่แค่ลองสวมเสื้อผ้าเหล่านี้เฉยๆ

เช่นเดียวกับร้านเสื้อผ้าเทียนหยุน ในทุกวันขายเสื้อผ้าได้หลายสิบตัว แต่ก็มีอีกหลายร้อยคนที่มาลองสวมมันเฉยๆอยู่ทุกวัน

ท้ายที่สุด ลูกค้าที่ใช้เงินซื้อเสื้อผ้าจริงๆก็ยังมีไม่กี่คน

ซุนหยาตงส่ายหัวและพูดว่า "ให้ฉันดูอีกทีก่อน"

ราคาที่รับมาของเสื้อผ้าราคาแพงเหล่านี้ก็สูงเอาเรื่องเช่นกัน แม้ว่าจะตั้งขายได้มากกว่า 1,000 หยวน แต่ราคาทุนของมันก็มากกว่า 500 หยวนแล้ว ยังมีบางชุดที่ราคาทุนเกือบ 600 หยวน ทุกวันนี้สายตาของผู้คนร้ายกาจมาก ลูกค้าหลายคนสามารถเปรียบเทียบคุณภาพของเสื้อผ้าได้เพียงแค่มองดู

เป็นเรื่องง่ายที่จะโดนด่า หากคุณขายของหนึ่งชิ้นที่ราคาทุนแค่ 100 หยวน ในราคา 1,000 หยวน

และยังมีเสื้อผ้าประเภทเดียวกันมากกว่าหนึ่งโหล แถมยังมีอีกหลากหลายสไตล์ หลังจากคำนวณเล็กน้อยเราก็จะเห็นว่าต้นทุนของราคาที่รับมาขายนั้นสูงเพียงใด

ตอนที่ฉินหยุนเปิดร้านขายเสื้อผ้าเป็นครั้งแรก เขาก็ไม่ได้รับเสื้อผ้าที่ราคาสูงมากมาขาย ส่วนใหญ่ที่รับมามีราคาแค่ประมาณ 100 หยวน แต่พวกมันทั้งหมดก็ใช้เงินเกือบ 100,000 หยวน และเงินที่เขาได้จากการถูกลอตเตอรี่ก็ถูกใช้ไปกับมันทั้งหมด

แม้ว่าซุนหยาตงจะมีฐานะร่ำรวยในเขตชิงหวู่ แต่ส่วนใหญ่ธุรกิจของเขาประกอบด้วยร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตไม่กี่แห่ง ดังนั้นเงินเก็บของเขาจึงมีจำกัด

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในครอบครัวของเขาก็สูงมาก และซูเปอร์มาร์เก็ตจะต้องมีเงินเพียงพอสำหรับสต๊อกสินค้าอีกด้วย

เมื่อเห็นซุนหยาตงตอบเช่นนี้ ซุนเจี้ยนเฉียงก็ไม่มีทางเลือกอื่นทำได้เพียงเงียบลง

เขาแอบพูดในใจ ‘ตาแก่นี่ขี้ขลาดเกินไป ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าร้านนี้เหมาะสำหรับขายเสื้อผ้าราคาแพงมาก แต่เขาก็ยังมัวลังเลอยู่ได้’

ถ้าเป็นเขา เขาจะเปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งหมดในร้านให้เป็นเสื้อผ้าราคาแพง บางทีลูกค้าหลายร้อยคนที่มาที่ร้านก่อนหน้านี้ อาจจะถูกเปลี่ยนให้เป็นลูกค้าที่ซื้อเสื้อผ้าทั้งหมดแทน

...

บ้านเกิดของฉินหยุนถูกเรียกว่าหมู่บ้านฉินเจีย ในอดีต มีหลายครอบครัวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน บ้านที่อยู่ที่นั่นเป็นบ้านชั้นเดียว มีขนาดไม่เท่ากัน ไม่มีก๊อกน้ำ หรือห้องน้ำ ฯลฯ ถ้าหากต้องการน้ำ ก็ต้องไปตักเอาที่แม่น้ำเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อ 10 ปีก่อนบ้านของครอบครัวเหล่านี้ถูกสั่งให้รื้อถอนออกทั้งหมด แน่นอน เพราะความห่างไกลของพื้นที่จึงไม่มีเงินค่ารื้อถอนใดๆเลย และเหล่าผู้อาศัยเดิมก็ถูกจัดสรรให้ไปอยู่ที่ชุมชนชนบทแห่งใหม่

ครอบครัวของฉินหยุนเองก็ควักเงินจ่ายออกไป 50,000 หยวน บ้านในชุมชนชนบทแห่งใหม่หลังนี้จึงเป็นของครอบครัวของเขา

บ้านสามชั้น ขนาด 90 ตารางเมตร ครอบครัวของฉินหยุนอาศัยอยู่ที่นี่มานานนับสิบปีแล้ว

"กั๋วตง จ้าวเหมย กลับมาแล้วเหรอ"

"ลูกของพวกนายสอบเข้ามหาลัยเสร็จแล้วเหรอ"

"การสอบเป็นไงบ้าง"

ในชุมชนชนบท สิ่งที่น่าชื่นชอบที่สุดคือการที่คน 7-8 คนรวมตัวกันเพื่อพูดคุยเรื่องต่างๆ พวกเขาสามารถรวมตัวกันได้ทุกที่ และพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง บ้านใครมีลูกแต่งงาน บ้านใครลูกได้เงินเดือนเท่าไร ถ้าคุณอยากรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆในหมู่บ้าน คุณก็สามารถรู้ได้ทันทีเมื่อคุณพูดคุยกับพวกเขา

เมื่อเห็นคนสามคนมาจากนอกชุมชน คนที่คุ้นหน้าคุ้นตาก็ตะโกนทักทาย

"ฉันกลับมาแล้ว!" มองไปที่ผู้คนในหมู่บ้าน ฉินกั๋วตงและจ้าวเหมยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

พวกเขากลับถึงบ้านและเริ่มทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว

ก่อนหน้านี้ พวกเขากลับมาก่อนแล้วช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม แต่หลังจากเปิดร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนทุกคนก็ยุ่งมาก ดังนั้นจึงยังไม่ได้กลับมา

"เสี่ยวหยุน ตามพ่อไปที่บ้านของลุงเพื่อเอาเงินไปคืนให้เขากัน" เมื่อเห็นว่าทำความสะอาดบ้านใกล้เสร็จแล้ว ฉินกั๋วตงก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม

เมื่อตอนขามา พวกเขาถอนเงิน 20,000 หยวนออกจากธนาคารมาด้วย

"ได้ครับพ่อ" ฉินหยุนพยักหน้า

ทั้งสองเดินเข้าไปในชุมชนและพบเจอคนรู้จักเป็นครั้งคราว

อาศัยอยู่ที่นี่มานับสิบปี โดยพื้นฐานแล้วพวกเขาต้องรู้จักผู้คนส่วนใหญ่ที่พวกเขาพบเจอบนท้องถนนแน่นอน

"กั๋วตง นี่คือลูกชายของนายเหรอ เขาหล่อมาก เขาสูงกว่านายครึ่งหัวแล้ว"

มีคนพูดแซว

ฉินกั๋วตงหัวเราะและพูดว่า "ตอนหนุ่มๆฉันก็หล่อ แต่ตอนนี้แก่แล้ว รูปร่างของฉันก็เลยหดลง"

แต่เขาก็ไม่ได้รังเกียจมัน

เมื่อมีเงิน ในใจของเขาก็มีความมั่นใจมากขึ้น ฉินกั๋วตงในตอนนี้ยืนตัวตรงมากขึ้นซึ่งแตกต่างจากในอดีต ที่เมื่อเขาเดินหลังของเขาจะงอลงโดยไม่รู้ตัว

หลังจากเดินไปอีกสองนาที ฉินกั๋วตงและฉินหยุนก็มาถึงบ้านของผู้เป็นลุง

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 33 : กลับสู่บ้านเกิด

คัดลอกลิงก์แล้ว