เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 : ผลกำไรในหนึ่งวัน

ตอนที่ 12 : ผลกำไรในหนึ่งวัน

ตอนที่ 12 : ผลกำไรในหนึ่งวัน


‘ดูเหมือนว่าราคาที่ตั้งขาย จะส่งผลต่อรูปแบบการรวบรวมโชคลาภด้วย’ ฉินหยุนคิดกับตัวเอง

ก่อนหน้านี้ เขาได้จัดวางรูปแบบการรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่งไว้ในร้านชานม กำไรของการขายชานมไม่สูงนัก อย่างมากสุดสามารถทำกำไรได้ประมาณ 10 กว่าหยวนและน้อยสุดก็ไม่กี่หยวนต่อแก้วเท่านั้น

หลังจากจัดวางรูปแบบการรวบรวมโชคลาภแล้ว ก็มีผู้คนหลั่งไหลมาซื้อชานมแก้วแล้วแก้วเล่าอย่างไม่ขาดสาย และพวกเขาไม่มีเวลาได้พักเลย

แต่ทว่าราคาเฉลี่ยของเสื้อผ้าแต่ละตัวมากกว่า 100 หยวน และมีลูกค้าไม่มากนักในร้าน เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ห้าหรือหกคน ดังนั้นจึงไม่มีการเบียดเสียดและรีบแย่งกันซื้อ แม้ว่าหลังจากขายไปหนึ่งตัวแล้ว มันก็ยังมีช่วงที่ไม่ได้ขายระหว่างนั้นอยู่

"ดูเหมือนว่านี่คือประสิทธิภาพสูงสุดของรูปแบบการรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่งแล้ว.."

เขายังคงทำความเข้าใจสถานการณ์ของรูปแบบการรวบรวมโชคลาภอย่างต่อเนื่อง

"ถ้าหากสามารถเปิดรูปแบบการรวบรวมโชคลาภระดับที่สอง จะเกิดอะไรขึ้นกับร้านขายเสื้อผ้า?" ฉินหยุนอดไม่ได้ที่จะตั้งตารอ

ถ้ามันเป็นเหมือนตอนจัดวางรูปแบบการรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่งกับร้านชานม คาดว่ากำไรของร้านเสื้อผ้าแห่งนี้ ในหนึ่งวันอาจจะสูงถึงระดับที่ไม่อาจจินตนาการได้!

"เสี่ยวหยุน ช่วงนี้แกโชคดีมากจริงๆ แกทั้งถูกรางวัลใหญ่มากกว่า 100,000 หยวน และตอนนี้เปิดร้านเสื้อผ้าครั้งแรก ธุรกิจก็ยังไปได้ดีอีก" ฉินซวนมองไปที่น้องชายของเธอ นัยตาของเธอฉายแววประหลาดใจ

เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปในตัวของฉินหยุน

"หมอดูเคยบอกว่าผมจะถูกเทพเจ้าแห่งโชคลาภเข้าสิงหลังจากที่อายุสิบแปดปี"

ฉินหยุนยิ้มและพูดว่า "พี่ใหญ่ ในอนาคตพี่สามารถมาช่วยงานที่ร้านขายเสื้อผ้าได้ตลอดเลยนะครับ"

เมื่อได้ยินคำพูดของฉินหยุน เห็นได้ชัดว่าฉินซวนก็คิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ส่ายหัวแล้วพูดว่า: "ถ้าพี่อยู่ที่นี่ก็จะไม่มีเวลาดูแลเสี่ยวจุน"

นี่เป็นร้านของครอบครัวเธอเอง และธุรกิจก็ดีมาก แน่นอนว่าเธอเองก็อยากทำงานที่นี่ แต่เธอก็กังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับลูกชายของเธอ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉินหยุนก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพราะนี่เป็นปัญหาจริงๆ

เมื่อพี่เขยคนโต หลี่อี้หัง มีออเดอร์สินค้าเข้าที่โรงงาน เขาจะออกไปในตอนเช้าและมักจะกลับมาตอน 4-5 ทุ่ม ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถดูแลเด็กเล็กได้เลย

สำหรับการพามาไว้ที่ร้านเสื้อผ้าด้วย ตอนนี้หลี่จุนอายุแค่สี่ขวบ เด็กวัยนี้ถือว่าซนมาก แทบจะนั่งเฉยๆไม่ได้เลย อาจจะไม่เหมาะที่จะพามาทำงานด้วย

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ฉินหยุนและฉินซวนก็กลับไปที่ร้าน และให้จ้าวเหมย เฟิงหลาน และแคชเชียร์จางชิงไปรับประทานอาหารต่อ

บ่ายโมงผ่านไป หลังจากช่วงพักเที่ยงจำนวนคนในร้านก็เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆอีกครั้ง

ช่วงบ่ายแย่กว่าช่วงเช้าเล็กน้อย แต่เสื้อผ้าก็ยังขายได้อยู่เรื่อยๆ จนถึง 5 โมงเย็น เสื้อผ้า 30 กว่าตัวก็ถูกขายออกไปอีก!

หลังช่วงอาหารเย็น ร้านขายเสื้อผ้ายังคงเปิดอยู่ แต่เห็นได้ชัดว่ามีลูกค้าน้อยลงเรื่อยๆ

ในไม่ช้าเวลาก็เกือบ 4 ทุ่ม บนถนนเหลือคนไม่มากนักและไม่มีลูกค้าอยู่ในร้านอีก

ในที่สุดร้านเสื้อผ้าเทียนหยุนก็ถึงเวลาปิดร้าน

เป็นเวลากว่าสิบสามชั่วโมงติดต่อกันหลังจากเปิดร้าน ฉินหยุน ฉินซวน จ้าวเหมยและคนอื่นๆ ต่างก็รีบเคลียร์ยอดกันอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นพวกเขาทั้งหมดก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมา

ระบบคอมพิวเตอร์แสดงให้เห็นว่าวันนี้ขายเสื้อผ้าได้ 80 ตัว ยอดขายรวม 16,900 หยวน! ถ้าไม่นับรวมราคาทุนเสื้อผ้า กำไรสุทธิคือ 8,700 หยวน!

“เสี่ยวหยุน นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหมลูก?!” จ้าวเหมยเพียงรู้สึกว่าเหมือนกับกำลังฝันอยู่

แม้ว่ากำไรวันนี้จะต้องนำไปหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเช่าร้าน ค่าน้ำ-ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน ฯลฯ นอกจากทุนซื้อเสื้อผ้า กำไรอย่างต่ำก็เกือบ 8,000 หยวนได้!

เธอนึกไม่ถึงว่าจะหาเงินได้มากมายขนาดนี้ภายในวันเดียว!

"แม่ แน่นอนสิ สิ่งที่อยู่บนคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องจริง!" ฉินหยุนพูดด้วยรอยยิ้ม: "วันนี้ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้น และเราจะได้เงินมากขึ้นอีกในอนาคต!"

เขารู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้รับรูปแบบการรวบรวมโชคลาภระดับที่หนึ่งมา ความคิดแรกของเขาคือการช่วยพ่อแม่ของเขาไม่ให้ทํางานหนัก และต้องการแก้ไขสภาพของครอบครัวของเขา

"พี่สะใภ้รอง เสี่ยวหยุนหาเงินได้มากมายตั้งแต่อายุยังน้อย คุณและพี่รองสามารถมีความสุขได้อย่างสบายใจในอนาคตแล้ว" นอกจากนี้ เฟิงหลาน น้าสะใภ้ของฉินหยุนก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น สายตาของเธอเต็มไปด้วยความอิจฉา

จะเป็นยังไง ถ้าคุณมีรายได้ภายในหนึ่งวัน เทียบเท่ากับมีรายได้ในหนึ่งเดือน?

"บอส! ถึงเวลาเลิกงานของฉันแล้ว"

ขณะที่หลายคนกำลังพูดคุยอย่างตื่นเต้น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหนื่อยๆ ดังขึ้นข้างหูของพวกเขา จางชิงมองไปที่ฉินหยุนและพูด

ปกติเธอเข้างานหลัง 8 โมงเช้า และเลิกงานหลัง 4 โมงเย็น แต่ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 4 ทุ่มแล้ว!

"วันนี้เธอทำงานหนัก เดี๋ยวเดือนนี้ผมจะเพิ่มเงินเดือนให้" ฉินหยุนมองไปที่จางชิงที่ดูเหนื่อยล้าและพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณค่ะ บอส” เมื่อได้ยินว่าจะได้เงินเพิ่ม จางชิงก็รู้สึกตื่นเต้นทันทีและพูดขอบคุณอย่างรีบร้อน

เมื่อจางชิงจากไป ฉินหยุนก็มองไปที่จ้าวเหมย และพูดว่า "แม่ครับ ผมเคยพูดถึงการรับสมัครพนักงานขายเสื้อผ้าก่อนหน้านี้ เมื่อดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน เราต้องรับคนเพิ่มอีกสักสองสามคน"

บังเอิญว่าช่วงนี้เป็นวันหยุดของเฟิงหลาน เธอจึงสามารถมาที่นี่เพื่อช่วยงานที่ร้านได้ แต่พรุ่งนี้เธอต้องกลับไปทำงานที่โรงงานแล้ว

ฉินซวนก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ในวันที่ 8 เมื่อหลี่จุนไปโรงเรียน เธอยังต้องไปรับเขา ทำอาหารให้ และอื่นๆอีก

สำหรับฉินหยุนเขาจะมีเรียนในวันพรุ่งนี้แล้ว

ตอนนี้เขาเป็นรุ่นพี่ปีสุดท้ายในโรงเรียนมัธยมและมีวันหยุดห้าวัน

ปีนี้เป็นข้อยกเว้น ปกติในปีสุดท้าย พวกปีสามจะมีวันหยุดเพียงแค่สามวัน

ดังนั้นคนที่สามารถอยู่ที่ร้านตลอดจึงมีแค่ จ้าวเหมยและจางชิง

ครั้งนี้จ้าวเหมยไม่ได้คัดค้านและพยักหน้าตกลง

"เสี่ยวหยุน พี่มีเพื่อนร่วมงานสองสามคนที่กำลังเย็บเสื้อผ้าที่บ้านและทำงานง่ายๆ พี่สามารถติดต่อพวกเขาและให้มาลองทำงานที่ร้านได้" ฉินซวนคิดอยู่ครู่หนึ่งหลังจากได้ยินคำพูดของน้องชายของเธอ

"โอเคครับพี่ใหญ่ ครั้งนี้เราต้องรับสมัครอย่างน้อยสักเจ็ดคน ปกติแล้วในร้านจะมีพนักงานขายสามคนและแคชเชียร์หนึ่งคน" ฉินหยุนกล่าว

แม้ว่าร้านนี้จะไม่ใหญ่ แต่ก็มักจะมีลูกค้าเข้ามาจำนวนหนึ่งอยู่เสมอ ขนาดวันนี้ ฉินหยุน ฉินซวน จ้าวเหมยและเฟิงหลาน ก็แทบจะไม่สามารถจัดการได้ทัน

อย่างไรก็ตามวันนี้เป็นวันแรกสำหรับการเปิดร้าน และยังมีส่วนลดให้ลูกค้าถึง 10% แม้ว่าคุณจะไม่ได้ต้องการซื้อเสื้อผ้ามากนัก แต่คุณก็ยังสามารถซื้อได้สักตัวสองตัว ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากวันนี้ราคาเสื้อผ้าก็จะกลับมาที่ราคาเดิมของพวกมัน

ดังนั้นยอดขายในวันพรุ่งนี้น่าจะลดลงประกอบกับช่วงนี้เป็นวันหยุดแรงงาน จึงมีผู้คนจำนวนมากมาเดินเที่ยว หลังจาก May Day* จบลงการสัญจรของผู้คนอาจจะลดลงอย่างต่อเนื่อง

แน่นอน แม้ว่าการสัญจรของผู้คนจะลดลง ฉินหยุนก็ไม่กังวลว่ายอดขายจะลดลงอย่างพรึบพรับ ในเมื่อเขามีระบบโกงอยู่กับตัว

ถ้ามีเพิ่มอีกสามคนอยู่ในร้านก็น่าจะเพียงพอแล้ว

บวกแคชเชียร์อีกหนึ่ง เท่ากับสี่คนพอดี

ที่สำคัญคือธุรกิจดีมากจนพนักงานแค่สองคนรับมือไม่ไหว

และตั้งแต่ 8.30 น. ถึง 22.00 น. จะต้องมีสองกะ กะละสี่คน ดังนั้นอย่างน้อยต้องมีพนักงานแปดคน

"เสี่ยวหยุน ลูกต้องการรับสมัครพนักงานจำนวนมากงั้นเหรอ?" จ้าวเหมยอดไม่ได้ที่จะพูดหลังจากได้ยินคำพูดของฉินหยุน

ด้วยเงินจำนวนมากที่ได้รับจากร้านค้าในวันนี้ ทำให้น้ำหนักของฉินหยุนในใจของเธอเพิ่มขึ้นมากอย่างกะทันหัน ดังนั้นแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยเห็นด้วย เธอก็แค่ถามก่อน

“แม่ครับ แม่ไม่ได้สังเกตสถานการณ์วันนี้เหรอครับ พวกเราหลายคนยุ่งมากจนรับมือลูกค้าแทบไม่ไหว ถ้าเกิดเราไม่รับพนักงานเพิ่ม ก็ไม่มีคนคอยต้อนรับลูกค้า หากเป็นแบบนี้ลูกค้าก็อาจจะรู้สึกไม่ดี และเดินออกจากร้านไปโดยตรงเลยก็ได้” ฉินหยุนกล่าว

(จบตอน)

------------------------------------------------------------------------------------------------------

**หมายเหตุ**

May Day มีสองความหมาย

1.May Day ที่ใช้แทนคำว่าวันแรงงานในเดือนพฤษภาคม หรือวันหยุดแรงงาน

2.May Day ที่ใช้แทนสัญญาณการขอความช่วยเหลือ ตามข้อมูลในกูเกิล คำนี้เพี้ยนมาจาก Help Me ปกติเมื่อใช้จะตะโกนว่า may day 3 ครั้ง (อย่าเข้าใจผิดนะว่ามาตะโกนว่า วันแรงงานๆ)

จบบทที่ ตอนที่ 12 : ผลกำไรในหนึ่งวัน

คัดลอกลิงก์แล้ว