เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 420 - ศึกชิงบัลลังก์ 'จันทร์กระจ่างเหนือสมุทร' เริ่มต้น!

บทที่ 420 - ศึกชิงบัลลังก์ 'จันทร์กระจ่างเหนือสมุทร' เริ่มต้น!

บทที่ 420 - ศึกชิงบัลลังก์ 'จันทร์กระจ่างเหนือสมุทร' เริ่มต้น!


บทที่ 420 - ศึกชิงบัลลังก์ 'จันทร์กระจ่างเหนือสมุทร' เริ่มต้น!

"วีรบุรุษย่อมถือกำเนิดจากยุวชนโดยแท้"

หยวนผิงยังคงตกตะลึงไม่หาย เขาเหลือบมองเฉินซูแล้วถอนหายใจด้วยความชื่นชม ซึ่งหาได้ยากยิ่งจากปากปรมาจารย์อย่างเขา

แต่ด้วยความที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ไม่นานเขาก็ปรับอารมณ์กลับมาสงบนิ่งดังเดิม

"ในเมื่อคุณหัวไวขนาดนี้ งั้นเราก็ตีเหล็กตอนร้อนเลยแล้วกัน ต่อไปผมจะสอนกระบวนท่าที่เหลือให้หมด พอคุณจำได้แล้วก็ขึ้นสลิงถ่ายจริงกันเลย"

พอพูดถึงสลิง แววตาของหยวนผิงก็ไหววูบ เมื่อกี้เขาได้ยินสิงทงชมเปาะว่าทักษะสลิงของเฉินซูนั้นขั้นเทพ ถึงขนาดอยากฝากตัวเป็นศิษย์

เด็กคนนี้... น่าเหลือเชื่อจริงๆ

นอกจากจะเรียนรู้เร็ว ยังเชี่ยวชาญเทคนิคสลิง

หยวนผิงมองดูเด็กหนุ่มผู้มีบุคลิกสุขุมนุ่มลึกตรงหน้า แล้วคิดในใจว่า นิสัยถ่อมตนและหนักแน่นแบบนี้ เหมาะจะโลดแล่นในวงการบันเทิงอย่างยิ่ง

เฉินซูรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ เขาพยักหน้าตอบรับเสียงหนักแน่น

"ครับอาจารย์หยวน จัดมาได้เลย"

จากนั้น หยวนผิงก็ถ่ายทอดกระบวนท่าที่เหลือให้เฉินซู

และเฉินซูก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ดูปุ๊บทำได้ปั๊บ เรียนปุ๊บเป็นปั๊บ

ทั้งสองคนไม่สนสายตาอึ้งกิมกี่ของเหล่าทีมงานสตั๊นท์รอบข้าง เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการปฏิบัติจริง ขึ้นสลิงเตรียมถ่ายทำ

"เฉินซู ไม่ต้องกั๊กนะ ผสานท่าทางเข้ากับสลิงแล้วปล่อยของออกมาให้หมด"

หยวนผิงกำชับ

แม้จะได้ยินสิงทงอวยไว้เยอะ แต่เขายังไม่เคยเห็นกับตาว่า 'เทพ' แค่ไหน เลยเดาทางไม่ถูก

อาจจะแค่พลิ้วไหวสวยงามละมั้ง

ในใจเขาคาดหวังไว้แค่ระดับหนึ่ง ยังไม่ถึงขั้นคิดว่าจะต้องว้าวอะไรมาก

เฉินซูได้ยินคำสั่ง สีหน้าก็แปร่งไปนิดหนึ่งแต่ก็ปรับกลับมาเป็นปกติในพริบตา

จะให้เอาจริงเลยเหรอ?

แต่เมื่อเห็นสายตามุ่งมั่นจริงจังของหยวนผิง เขาก็พยักหน้า

"ได้ครับ ผมจะจัดให้เต็มที่!"

ตอนนี้เขายังเป็นแค่หน้าใหม่ในวงการหนัง ถ้าสร้างชื่อได้บ้าง ก็น่าจะดึงดูดความสนใจจากผู้ใหญ่ในวงการได้

ในเมื่ออยากดูของจริง เขาก็จะไม่ซ่อนคมอีกต่อไป

จางตงหัวเห็นทุกอย่างพร้อม ก็ยกโทรโข่งตะโกนสั่งการ

"ตากล้อง ฝ่ายไฟ ทีมงานทุกคน ประจำที่!"

"ทีมสลิงเช็กอุปกรณ์อีกรอบ ถ้าไม่มีปัญหา เตรียมเดินกล้องทันที!"

ระหว่างนี้ เฉินซูปลีกตัวไปแต่งหน้าทำผมในลุค 'ประมุขพรรค'

...

...

สองชั่วโมงผ่านไป

เฉินซูเดินทางออกจากกองถ่ายภาพยนตร์ "5 พยัคฆ์เส้าหลิน"

บทบาทประมุขพรรคของเขา ปิดกล้องเป็นที่เรียบร้อย

"เฉินซู เป็นไงบ้าง? เสร็จหมดแล้วเหรอ?"

'หลิวตง' ที่ยืนรออยู่หน้าประตู รีบวิ่งเข้ามาถามไถ่

ตอนนี้เขาลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าแผนกสถานที่ของรายการ 'เลิฟอินโปรเกรส' ผันตัวมาเป็นผู้ช่วยและผู้จัดการส่วนตัวของเฉินซูอย่างเต็มตัว

คอยดูแลเรื่องการติดต่อธุรกิจและจัดหาทรัพยากรต่างๆ

และเพื่อเป็นการตอบแทน เขาจะใช้คอนเนกชันที่มี เฟ้นหาบทบาทดีๆ มาป้อนให้เฉินซู

เฉินซูยิ้มบางๆ

"เรียบร้อยแล้วครับ ไปกันเถอะ"

หลิวตงมองเข้าไปในกองถ่ายด้วยความสงสัย แปลกใจที่ไม่มีใครออกมาส่งหรือทักทายเลยสักคน กองถ่ายนี้เขาหยิ่งกันขนาดนี้เชียวเหรอ?

เขาชะเง้อคมองเข้าไปข้างใน เห็นแต่ความเงียบกริบ

ความสงสัยยิ่งทวีคูณ

หรือว่าคนในกองยกโขยงออกไปข้างนอกกันหมด ทำไมข้างในมันเงียบเชียบวังเวงแบบนั้น!

เฉินซูเห็นท่าทางลับๆ ล่อๆ ของหลิวตงก็เอ่ยถาม

"พี่ตง เป็นอะไรครับ?"

หลิวตงที่กำลังคิดฟุ้งซ่าน หลุดปากออกมาตามตรง

"กองถ่ายนี้คนน้อยจังนะครับ เงียบกริบเลย"

เฉินซูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"เดี๋ยวคนก็เยอะแล้วครับ"

หลิวตงงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจความหมาย แต่ก็เดินตามเฉินซูไปขึ้นรถเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไป กองถ่ายละครเรื่อง "อย่าคุยกับคนแปลกหน้า" (Don't Respond to Strangers)

ตามกำหนดการ เขาต้องเข้ากองพรุ่งนี้ แต่เฉินซูคิดว่าไปก่อนวันหนึ่งดีกว่า ครั้งนี้เขาได้รับบทพระเอก 'อันเจียเหอ' ซึ่งต่างจากบทตัวประกอบที่ผ่านๆ มา

เข้าไปดูลาดเลาก่อนน่าจะดี อีกอย่างเขาก็ตื่นเต้นไม่น้อย

การ์ดบทบาทที่สุ่มได้สามใบ ใบสุดท้ายคือ 'อันเจียเหอ' ยังไม่ได้ถูกใช้งาน ครั้งนี้เขาตั้งใจจะระเบิดฟอร์มการแสดงให้โลกตะลึง!

นี่คือละครบทนำเรื่องแรกในชีวิต เขาต้องพิถีพิถันที่สุด!

หลังจากทั้งสองคนคล้อยหลังไป ทีมงานกองถ่าย "5 พยัคฆ์เส้าหลิน" ที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินเพิ่งจะได้สติ เสียงฮือฮาดังระเบิดระเบ้อขึ้นทันที!

"เชี่ย! ตาฉันไม่ฝาดใช่ไหม!"

"เฉินซู... เขาเหาะได้จริงๆ เหรอวะ?"

"ว้าว ท่าเหินเวหาเมื่อกี้มันโคตรพลิ้ว!"

"ผู้กำกับจางทำได้จริงๆ ด้วย! บทประมุขพรรคต้องกลายเป็นตำนานเปิดตัวที่อลังการที่สุดในประวัติศาสตร์แน่ๆ!"

อีกคนเสริมขึ้นมา

"และก็น่าจะเป็นตัวละครที่เปิดตัวปุ๊บตายปั๊บได้ไวที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย!"

หยวนผิงยืนตาลอย ปากอ้าค้าง จ้องมองสลิงเปล่าๆ ที่ห้อยตองแต่งอยู่กลางอากาศ สติหลุดลอยไปไกล!

พูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่นาน

จนกระทั่งเสียงจอแจรอบข้างดึงสติเขากลับมา เขาปรับสีหน้าให้เคร่งขรึม เอ่ยถามลอยๆ

"เฉินซู... กลับไปแล้วเหรอ?"

จางตงหัวเองก็อาการหนักไม่แพ้กัน หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น พอได้ยินเสียงหยวนผิงก็สะดุ้งตอบ

"ไป... ไปแล้วครับ"

แต่ภาพการแสดงของเฉินซูเมื่อครู่ยังคงฉายวนซ้ำๆ ในหัวเขา มันช่างงดงามวิจิตรตระการตาจนหาที่ติไม่ได้!

เดิมทีออกแบบให้เหยียบกระบี่ร่อนลงมา แต่เฉินซูใช้พละกำลังผสานกับการคุมสลิง เปลี่ยนมันกลายเป็นการ 'ขี่พายุทะลุฟ้า' เหยียบกระบี่เหาะเหินเดินอากาศของจริง ตอนแลนดิ้งยังตวัดกระบี่เป็นวงสวยงามหยดย้อย

หล่อเหลา สง่างาม ดุจเทพเซียนลงมาจุติ

ยิ่งช่วงบู๊แหลก ยิ่งใส่สุด ท่วงท่าลื่นไหล พลิ้วไหวแต่ดุดัน

ขนาดตอนตาย ยังตายได้งดงามหมดจด

แม้แต่ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง 'หลี่เจี๋ย' ที่อยู่ในกองถ่ายยังยืนอึ้ง

เหมือนศิษย์ตัวน้อยมองดูเจ้าสำนักแสดงอภินิหาร เทิดทูนบูชาดุจเทพเจ้า

ตอนเฉินซูแสดงจบ ทั้งกองถ่ายเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก ทุกคนตาค้างปากค้าง!

ในใจผุดคำถามเดียวกันขึ้นมา:

'โลกนี้มีปีศาจที่เล่นสลิงได้เทพขนาดนี้อยู่ด้วยเหรอวะ?'

'โค้ชครับ ผมอยากเรียนแบบนี้บ้าง!'

หยวนผิงถอนหายใจ แววตาฉายความประทับใจไม่รู้ลืม ส่ายหน้ายิ้มขื่นๆ

"วันนี้ผมตาถั่วจริงๆ นึกไม่ถึงว่าจะได้เจอกับเด็กอัจฉริยะขนาดนี้"

"ตอนแรกผมก็เผื่อใจไว้แล้วนะว่าเขาคงเก่งสลิงระดับหนึ่ง แต่ไม่นึกเลยว่าเฉินซูจะมอบเซอร์ไพรส์ลูกใหญ่ให้ผม... ไม่สิ ต้องเรียกว่าช็อกโลกเลยมากกว่า!"

"มันเหลือเชื่อเกินไป! สลิงมันเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอ? ถ้าไม่ใช่เพราะสายเคเบิลด้านบนมันจำกัดการเคลื่อนไหว ผมว่าด้วยฝีมือระดับเขา แค่เชือกเส้นเดียวก็คงเหาะเหินเดินอากาศได้ดั่งใจนึก!"

จางตงหัวเสริมด้วยความเสียดาย

"นั่นสิครับ เฉินซูนี่มันเพชรเม็ดงามชัดๆ เสียดายที่โดนตาแก่สวีคว้าไปก่อน!"

ส่วนครูฝึกสลิงรุ่นเดอะอย่างสิงทง ตอนนี้หน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น ตาลุกวาว นิ้วรัวแป้นพิมพ์โทรศัพท์ยิกๆ

"พี่เฉิน ผมอยากเรียน!"

"ลูกพี่ครับ ได้โปรดเถอะ สอนผมที!"

"เตี่ย! คุณคือเตี่ยของผม! รีบเปิดคอร์สเถอะครับ ลูกช้างกระหายวิชาจะแย่อยู่แล้ว! กราบล่ะครับ!"

"......"

มณฑลกวางตุ้ง

สมาคมดนตรี

'หวังจวิ้นเฮ่อ' รีบวิ่งแจ้นมาที่ห้องทำงานของลุงแต่เช้าตรู่

"ลุงครับ! คุณลุง!"

"วันนี้เป็นวันปิดโหวตโครงการจันทร์กระจ่างเหนือสมุทรแล้วนะครับ เพลงของผมถึงจะยังอยู่ที่หนึ่ง แต่เพลง 'วันฝนพรำ' ของถานเมิ่งก็ไล่จี้ติดตูดมาเลย ไหนจะเพลง 'วันวานอันรุ่งโรจน์' ที่ตามมาติดๆ อีก คะแนนห่างกันนิดเดียวเอง เผลอแป๊บเดียวโดนแซงแน่"

เพราะรีบวิ่งมา เหงื่อกาฬจึงไหลย้อยลงมาจากหน้าผาก ผสมกับรองพื้นหนาเตอะ ไหลเป็นทางดูไม่จืด

ที่หูเจาะใส่ต่างหูระย้า แต่งตาทาอายแชโดว์สีแดงกุหลาบ ทาลิปสติกสีชมพูบางๆ เล็บมือทาสีสดสวย ตกแต่งลวดลายวิจิตรบรรจง

กลิ่นน้ำหอมฟุ้งตลบอบอวล สาวแตกเต็มพิกัด

นี่คือแฟชั่นยอดฮิตของวงการบันเทิงยุคนี้ หวังจวิ้นเฮ่อในฐานะนักร้องแถวหน้า ย่อมไม่ยอมตกเทรนด์

ตอนนี้สีหน้าเขาร้อนรน แววตาฉายความหวาดวิตก

เพราะวันนี้คือวันตัดสินชะตาของโครงการ 'จันทร์กระจ่างเหนือสมุทร' คะแนนโหวตสุดท้ายจะชี้ชะตาว่าใครจะได้ครองอันดับหนึ่ง และคว้าถ้วยรางวัล 'CMIC Music Awards' (รางวัลคณะกรรมการอุตสาหกรรมเพลง) ไปครอง!

แม้ศักดิ์ศรีจะด้อยกว่ารางวัล Golden Melody Awards นิดหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นรางวัลใหญ่ที่มีเกียรติมาก

ก่อนหน้านี้ เขาเห็นเพลงตัวเองทิ้งห่างที่สองที่สามแบบไม่เห็นฝุ่น ก็มั่นใจเต็มเปี่ยมว่าถ้วยรางวัลนี้เสร็จเขาแน่ แต่พอเวลาผ่านไป สองเพลงหลังเหมือนกินยาม้า วิ่งสู้ฟัดจนน่ากลัว

ช่องว่างคะแนนแคบลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะเพลง 'วันวานอันรุ่งโรจน์' ที่น่ากลัวสุดๆ เฉินซูไม่มีทีมงาน ไม่มีค่ายหนุนหลัง อาศัยคุณภาพเพลงล้วนๆ แต่กลับไล่บี้เขาไม่ปล่อย

ถ้าไม่ใช่เพราะบารมีคุณลุง เพลง 'โคลนตม' (Mud) ของเขาคงโดนทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นไปนานแล้ว

แถมฝ่าย 'ถานเมิ่ง' ก็ใช่ย่อย หวังจวิ้นเฮ่อได้ข่าวมาว่ายัยนั่นแอบทุ่มเงินซื้อยอดวิว ใช้อำนาจนายทุนปั่นกระแสหวังจะเหยียบเขาให้จมดิน

แต่น่าเสียดาย เขาป๋าเขาก็ใหญ่เหมือนกัน

และวันนี้ไม่ใช่วันธรรมดา มันคือวันตัดสินว่าใครจะได้เป็นเจ้าของรางวัลใหญ่นี้!

'หวังเก๋อจาง' เห็นหลานชายผลีผลามเข้ามาโดยไม่เคาะประตู คิ้วก็ขมวดมุ่น

ถ้าเกิดเขากำลังคุยธุระกับผู้หลักผู้ใหญ่ แล้วมาเห็นภาพแบบนี้ คงโดนตำหนิแน่

"บอกกี่ครั้งแล้วว่าเข้าห้องต้องเคาะประตู อีกอย่างที่นี่สมาคม ไม่ใช่บ้าน อยู่ข้างนอกให้เรียกว่าตำแหน่ง อย่ามาเรียกลุง!"

หวังเก๋อจางดุเสียงเข้ม แต่พอเห็นหวังจวิ้นเฮ่อก้มหน้าทำตาละห้อย น้ำเสียงก็อ่อนลงด้วยความระอา

"โตจนป่านนี้แล้ว เป็นถึงบุคคลสาธารณะ หัดสุขุมเยือกเย็นบ้าง จะได้ไปได้ไกลๆ"

หวังจวิ้นเฮ่อเห็นลุงเริ่มบ่น ก็รีบเข้าไปเกาะแขนเขย่าเบาๆ ทำเสียงอ้อน

"คุณลุงครับ โอ๋ๆๆ ครั้งหน้าผมเคาะแน่ครับ"

แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามาทำไม

"คุณลุงช่วยผมด้วย ลุงสัญญากับผมแล้วนะว่ารางวัลนี้ต้องเป็นของผม วันนี้วันปิดยอดแล้ว ผมโม้กับเพื่อนไว้เยอะ ลุงจะปล่อยให้ผมหน้าแตกไม่ได้นะ!"

หวังเก๋อจางเห็นหลานอ้อน ใบหน้าอูบอูมก็เผยรอยยิ้มเอ็นดูแกมระอา

"บอกไปกี่รอบแล้ว ตราบใดที่มีฉันอยู่ ใครก็เอารางวัลนี้ไปไม่ได้! แกกลับไปนอนรอฟังข่าวดีเถอะ!"

หวังจวิ้นเฮ่อหน้าบานเป็นจานดาวเทียม ยิ้มแก้มปริ

"คุณลุงใจดีที่สุดเลย!"

อีกด้านหนึ่งในสมาคม

'หลี่เหวิน' เดินเข้ามาในห้องทำงานของรองประธาน

"รองประธานเติ้งครับ วันนี้โครงการจันทร์กระจ่างเหนือสมุทรจะปิดยอดแล้ว ตอนนี้สามอันดับแรกคือ 'โคลนตม' 'วันฝนพรำ' และ 'วันวานอันรุ่งโรจน์' คะแนนสูสีกันมาก แต่หลานชายประธานหวังยังนำอยู่"

เขาพูดด้วยความคับแค้นใจ เพลงขยะอย่าง 'โคลนตม' กล้าดียังไงมาลอยหน้าลอยตาอยู่อันดับหนึ่ง ถือเป็นการดูถูกโครงการระดับนี้อย่างร้ายแรง ยิ่งรู้ว่าเบื้องหลังมีการล็อกผล ก็ยิ่งรู้สึกขยะแขยง

ไม่ใช่แค่เขาที่คิดแบบนี้ คนฟังเพลงภายนอกก็ด่ากันขรมว่าเพลง 'โคลนตม' คือหลักฐานความเน่าเฟะของวงการเพลง มีการล็อกผล คอร์รัปชัน ศีลธรรมวิบัติ

'เติ้งถง' ได้ยินดังนั้นก็ปรายตามองความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้าของหลี่เหวิน แล้วยิ้มมุมปาก

เพราะก่อนหน้านี้ หลี่เหวินมารายงานเรื่องที่หวังเก๋อจางใช้อำนาจในทางมิชอบแทรกแซงผลการแข่งขันอยู่บ่อยครั้ง

"อย่าเพิ่งใจร้อน ช่วงที่ผ่านมาฉันรวบรวมหลักฐานความสกปรกของหวังเก๋อจางไว้หมดแล้ว วันนี้สบโอกาสเหมาะวันปิดยอดพอดี ฉันจะใช้จังหวะนี้ตะครุบเหยื่อ กวาดล้างให้สิ้นซาก!"

"คอยดูเถอะ หลังจากนี้มันคงไม่มีโอกาสได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่อีกแล้ว"

พูดจบก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบ ช่างดูสุขุมนุ่มลึกสมเป็นจอมวางแผน!

หลี่เหวินตาลุกวาว เงยหน้ามองเติ้งถงด้วยความตื่นเต้นดีใจ เขาเชื่อมือเติ้งถงมาตลอด ถ้าพูดแบบนี้แสดงว่ามีหลักฐานเด็ดมัดตัวหวังเก๋อจางจนดิ้นไม่หลุดแน่!

ถึงเวลาขจัดเนื้อร้ายให้สิ้นซาก!

ไม่ว่าเบื้องหลังสมาคมดนตรีจะเชือดเฉือนคมกันดุเดือดแค่ไหน ในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างรู้ดีว่าวันนี้คือวันตัดสินชะตาของ 'จันทร์กระจ่างเหนือสมุทร'!

"ลุยๆๆ! เพลง 'วันฝนพรำ' ของพี่ถานต้องยืนหนึ่ง! รางวัลต้องเป็นของแม่!"

"พี่จวิ้นเฮ่อสู้ๆ! พวกเราจะคอยซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังนะ!"

"รักพี่จวิ้นเฮ่อที่สุด! หนูจะเทหมดหน้าตักเพื่อโหวตให้พี่!"

การปั่นโหวตของแฟนคลับ สร้างความรำคาญให้คนทั่วไปอย่างมาก

"ถามจริง ปีนี้ผีห่าซาตานที่ไหนหลุดออกมาวะ? เพลง 'โคลนตม' นี่ก็นับเป็นเพลงเหรอ? ห่วยแตกบรม!"

"นั่นดิ เพลงขยะแบบนี้กล้าเอาลงแพลตฟอร์มได้ไง ทำนองก็ซื้อต่างชาติมา เนื้อร้องยิ่งไม่ต้องพูดถึง หลานฉันยังแต่งกลอนได้ลึกซึ้งกว่านี้อีก เพลงแบบนี้ครองอันดับหนึ่งนานขนาดนี้ได้ไง? น่าสมเพชจริงๆ!"

"ถ้าเพลงนี้ได้ที่หนึ่งจริงๆ ถือเป็นหายนะของวงการเพลงจีนเลยนะ ปีนี้คงเป็นปีที่วงการเพลงตกต่ำที่สุด!"

ในสายตาคนทั่วไป เพลง 'วันฝนพรำ' ของถานเมิ่งยังพอฟังได้ คุณภาพมาตรฐาน

แต่เพลง 'โคลนตม' ของหวังจวิ้นเฮ่อนี่ขยะเปียกชัดๆ!

เพลงที่ดีต้องจรรโลงใจ สร้างอารมณ์ร่วม แต่ไอ้ 'โคลนตม' นี่ฟังแล้วระคายหูชิบหาย!

"แม่งเอ๊ย ฉันเป็นแค่คนฟังเพลงขาจรยังทนไม่ไหว เพลงบ้าอะไรวะ สู้ 'วันวานอันรุ่งโรจน์' ของเฉินซูไม่ได้สักขี้เล็บ"

ประโยคนี้จุดไฟให้แฟนคลับเฉินซูทันที

"เพื่อน นายจะด่าก็ด่าไป แต่อย่าเอา 'วันวานอันรุ่งโรจน์' ไปเปรียบเทียบเลย ขอร้องล่ะ เอาไปเทียบกับเพลงขยะแบบนั้นถือว่าดูถูกเพลงเฉินซู!"

"ใช่ๆ ปล่อยพวกมันกัดกันไปเถอะ เฉินซูเราอินดี้ ไม่สนโลกอยู่แล้ว"

"พูดถึงเรื่องชิงแชมป์ เฉินซูไม่เห็นมีความเคลื่อนไหวเลย วันนี้ปิดโหวตแล้วนะ ไม่ออกมาโปรโมตหน่อยเหรอ?"

แฟนคลับรุ่นเดอะออกมาตอบ

"เว่ยป๋อเฉินซูโดนใบ้แดงอยู่จ้า อีกอย่างฉันไม่เคยได้ยินว่าเฉินซูอยากได้รางวัลนะ สงสัยช่วงนี้งานยุ่งมั้ง"

"ไม่ได้การละ! ฉันเห็นเพลงขยะ 'โคลนตม' ยึดที่หนึ่งแล้วจะอ้วก! ในเมื่อเฉินซูไม่พูด งั้นฉันจะช่วยดันเอง! ยังไงก็ต้องถีบไอ้เพลงขยะนั่นลงมาให้ได้!"

คำพูดนี้ปลุกระดมแฟนคลับคนอื่นให้ฮึกเหิมตาม

"ฉันก็คิดเหมือนกัน! เฉินซูไม่อยากชิง ฉันจะชิงให้! เฉินซูไม่อยากสู้ ฉันจะสู้ให้! ฟังนะทุกคน เฉินซูไม่อยากได้รางวัล ฉันจะเอามาประเคนให้! เฉินซูไม่สนชื่อเสียง ฉันจะยัดเยียดให้! สรุปสั้นๆ... เรื่องที่เฉินซูจัดการได้ฉันจะจัดการ เรื่องที่เฉินซูจัดการไม่ได้ฉันก็จะจัดการ! เชือดก่อนรายงานทีหลัง นี่คือสิทธิพิเศษของแฟนคลับ! นี่แหละคือ... แฟน! พันธุ์! แท้!"

ประโยคนี้เปรียบเสมือนเสียงกลองรบ ดังก้องในใจแฟนคลับทุกคน!

ปฏิบัติการรวมพลังแฟนด้อม เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!

จบบทที่ บทที่ 420 - ศึกชิงบัลลังก์ 'จันทร์กระจ่างเหนือสมุทร' เริ่มต้น!

คัดลอกลิงก์แล้ว