- หน้าแรก
- ขอบคุณระบบ ที่จับยัยซุปตาร์มาคู่กับนายตัวแสบ
- บทที่ 410 - ปะทะคารม... สงครามประสาทเริ่มแล้ว
บทที่ 410 - ปะทะคารม... สงครามประสาทเริ่มแล้ว
บทที่ 410 - ปะทะคารม... สงครามประสาทเริ่มแล้ว
บทที่ 410 - ปะทะคารม... สงครามประสาทเริ่มแล้ว
คนหนึ่งผิวพรรณผุดผ่อง กิริยางามสง่า อ่อนโยนดั่งสายน้ำ
อีกคนหนึ่งเย็นชาสูงส่ง ผิวขาวดุจหิมะ งดงามดั่งภาพวาด
สองสาวสบตากันแวบหนึ่ง ราวกับอ่านใจกันออก ทั้งคู่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกัน กดโทรหาหมายเลขที่คุ้นเคย... เฉินซู
ไม่ต้องเดาก็รู้ผลลัพธ์... สายไม่ว่าง
สวี่หงโต้วผู้เลอโฉม คิ้วงามดั่งทิวเขาทอดตัวเหนือรวงตาคู่สวยที่บัดนี้ฉายแววคมกริบ ใบหน้าขาวนวลเริ่มมีไอเย็นเกาะกุม ริมฝีปากอิ่มขบเม้มเบาๆ จ้องมองหญิงสาวผู้ "หน้าด้าน" ตรงข้ามด้วยความไม่พอใจ
ตั้งแต่ก้าวขึ้นเครื่องบินลำเดียวกัน สงครามเย็นระหว่างทั้งคู่ก็เริ่มขึ้น ไม่มีใครยอมใคร
หลินฉิงชิวผู้งามสง่า ดวงตากลมโตฉายแววเย็นชาไม่แพ้กัน ใบหน้าขาวผ่องยิ่งดูซีดขาวดุจดอกบัวหิมะบนยอดเขาเทียนซาน เมื่อเห็นสวี่หงโต้วทำเหมือนเธอเปี๊ยบ ความรู้สึกไม่สบอารมณ์ก็พุ่งพล่านในอก
ชัดๆ ว่าเธอคิดจะโทรหาก่อนแท้ๆ!
"พี่ฉิงชิวพี่ยังไม่บอกเลยนะว่าจะมาฮ่องกงทำไม?"
สวี่หงโต้วหรี่ตามอง พร้อมรอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษ
"ไม่ต้องให้น้องหงโต้วเป็นห่วงหรอกจ้ะ พี่ไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว นึกครึ้มอกครึ้มใจอยากมาซึมซับบรรยากาศความรุ่งเรืองของเกาะฮ่องกงสักหน่อย"
หลินฉิงชิวทัดผมทัดหูอย่างมีจริต ไม่ยอมหลุดปากว่ามาหาเฉินซู อ้างว่ามาเที่ยวชมเมืองซะงั้น
สายตาลอบสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย พอเห็นสวี่หงโต้วหน้าตึงไปวูบหนึ่ง มุมปากของเธอก็ยกยิ้มอย่างผู้ชนะ
สะใจชะมัด!
สวี่หงโต้วแค่นเสียงเฮอะในลำคอ อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง ล้วงมือลงไปในกระเป๋าแบรนด์เนมใบจิ๋ว หยิบโทรศัพท์เครื่องสำรองออกมา
หลินฉิงชิวชะงักไปนิดหนึ่ง พอตั้งสติได้ก็รีบควานหาเครื่องสำรองของตัวเองบ้าง
ระดับซูเปอร์สตาร์อย่างพวกเธอ ย่อมมีมือถือสองเครื่อง แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว
ในเมื่อเบอร์หลักโทรไม่ติด ก็ต้องใช้แผนสอง... โทรหาคนรอบตัว
"หลิวจง เฉินซูอยู่ไหน? ฉันถึงฮ่องกงแล้ว"
สวี่หงโต้วรู้ว่าหลิวจงมากับเฉินซู เลยโทรหาเป้าหมายได้แม่นยำ
"พี่หวัง ช่วยเช็กพิกัดเฉินซูให้ที ตอนนี้เลยนะ"
หลินฉิงชิวโทรหาผู้จัดการส่วนตัว
แต่ช้ากว่าสวี่หงโต้วไปก้าวหนึ่ง
ปลายสายของสวี่หงโต้วมีเสียงหลิวจงดังลอดออกมาด้วยความตกใจ
"สวี่หงโต้ว? ทำไมเป็นคุณ?"
สวี่หงโต้วปรายตามองหลินฉิงชิวอย่างเหนือกว่า ริมฝีปากยกยิ้มเยาะ ยกนี้เธอชนะใสๆ
"ไม่ต้องพูดมาก เฉินซูอยู่ข้างๆ นายหรือเปล่า?"
"ตอนนี้พวกนายอยู่ไหน?"
น้ำเสียงไพเราะดั่งระฆังแก้ว แต่แฝงอำนาจสั่งการที่ปฏิเสธไม่ได้
หลินฉิงชิวแอบเอียงหูฟังอย่างตั้งใจ
อีกด้านหนึ่ง
ณ ไทม์สแควร์ ย่านคอสเวย์เบย์ ฮ่องกง
สองหนุ่มมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
หลิวจงยิ้มแห้งๆ มองเฉินซูอย่างรู้สึกผิด ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นต้นเรื่องก่อดราม่าโอละพ่อ สวี่หงโต้วคงไม่ถ่อมาถึงนี่
เฉินซูมองค้อนเพื่อนตัวดี ก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอาใจ
"ผมอยู่ที่..." หลิวจงมองซ้ายมองขวา กำลังจะบอกพิกัด แต่เฉินซูแย่งมือถือไปแนบหูเสียก่อน
"หงโต้ว ผมอยู่ไทม์สแควร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลและมั่นคง
พอได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ความกังวลในใจของสองสาวก็มลายหายไป สวี่หงโต้วที่หน้าตึงเมื่อครู่พลันยิ้มออก ใบหน้างามเปล่งปลั่งราวกับหิมะละลาย
"คุณไม่เป็นไรนะ?"
น้ำเสียงอ่อนหวานเต็มไปด้วยความห่วงใย
เฉินซูตอบกลับด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "ผมสบายดี"
ทันใดนั้น เสียงใสกระจ่างของหลินฉิงชิวก็ดังแทรกเข้ามาในสาย
"รีบบอกมาสิว่าอยู่ตรงไหน ฉันจะรีบไปหา"
เฉินซูชะงักกึก เหลือบมองหลิวจงที่ยังยืนยิ้มแห้งๆ แล้วถอนหายใจเงียบๆ ก่อนจะบอกพิกัดที่ชัดเจนให้พวกเธอรู้
พอกดวางสาย เฉินซูก็หันไปนวดขมับ
"ดูสิ ผลงานชิ้นโบแดงของนาย"
หลิวจงยักไหล่ ยกนิ้วโป้งให้เพื่อนรักพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
"เฉินซู นายแน่มาก ฉันนึกว่านายเคลมแค่สวี่หงโต้ว ที่ไหนได้ หลินฉิงชิวก็เสร็จนายแล้วเหรอเนี่ย"
"นับถือๆ!"
สีหน้าของเขามันฟ้องว่ากำลังรอเผือกเรื่องชาวบ้าน
งานนี้สนุกแน่ รถไฟสองขบวนชนกันโครมเบ้อเริ่มที่ฮ่องกง ศึกชิงนายกำลังจะระเบิดขึ้น
ถึงเขาจะเป็นต้นเหตุ แต่เรื่องสนุกแบบนี้ใครจะพลาด
เฉินซูเห็นเพื่อนทำหน้าตากวนประสาทก็หมั่นไส้ตะหงิดๆ
"ไปไกลๆ เลยไป เสร็จธุระแล้วก็ไสหัวไปซะ"
ตอนนี้เขาปวดหัวตึบ แค่คิดว่าเดี๋ยวสองสาวมาถึงแล้วยิงคำถามโลกแตกใส่ว่า "ถ้าฉันกับหลินฉิงชิวตกน้ำ นายจะช่วยใครก่อน?" เขาก็อยากจะมุดดินหนี
ระบบมันไม่มีวิชาแยกร่างขายซะด้วยสิ!
หลิวจงยักไหล่ ทำหน้าประมาณว่าช่วยไม่ได้นะเพื่อน แล้วเตรียมชิ่งหนี
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
สองนางพญาก็ปรากฏกาย
"เฉินซู!"
"เฉินซู!"
เสียงหวานใสสองเสียงดังประสานกัน
เฉินซูเงยหน้ามอง
เห็นสวี่หงโต้วในชุดเดรสลายดอกไม้สีชมพูอ่อน สวมถุงน่องสีขาวยาวเหนือเข่า สะพายกระเป๋าใบจิ๋วสีชมพูเข้าชุด
ใบหน้าสวยหวานงดงามอ่อนโยน รอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้บาน ดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ริมฝีปากอิ่มเอิบเปล่งประกาย
เธอกำลังโบกมือให้เขา ข้อมือขาวผ่องสวมสร้อยข้อมือไข่มุกประดับเพชรวิบวับ
หลินฉิงชิวไม่ยอมน้อยหน้า
เธอมาในชุดกระโปรงพลีทสีเทาควันบุหรี่สไตล์ลูกคุณหนู สวมถุงน่องสีดำบางเบาที่ห่อหุ้มเรียวขายาวสวย สะพายกระเป๋าใบเล็กดูทะมัดทะแมง
ใบหน้าสวยสง่าดั่งดวงจันทร์ ดวงตากลมโตฉายแววดีใจ ผิวขาวผ่องสะท้อนแสงแดดจนแสบตา ริมฝีปากเผยอน้อยๆ เผยให้เห็นฟันขาวเรียงตัวสวย
สองสาวงามหนึ่งชายหนุ่ม... ในที่สุดก็มาบรรจบกัน
หลินฉิงชิวจ้องมองชายหนุ่มที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน แววตาลึกล้ำกวาดมองใบหน้าคมคายที่ดูซูบตอบลงเล็กน้อยและมีไรหนวดขึ้นจางๆ
หัวใจของเธอกระตุกวูบ ขอบตาร้อนผ่าว ปากยื่นปากยาวนิดๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจ
"นายผอมลงนะเนี่ย"
น้ำเสียงแผ่วเบาเจือความสงสาร
สวี่หงโต้วเองก็ไม่ต่างกัน เธอมองเห็นความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ในแววตาของเขา ความรุงรังของหนวดเคราที่ทำให้ความหล่อแบบแบดบอยดูเศร้าหมองลง
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
"ทำไมถึงสภาพเป็นแบบนี้?"
แววตาของสวี่หงโต้วมีน้ำตาคลอเบ้า
เฉินซูมองสองสาวที่กำลังจะร้องไห้ แล้วยิ้มแห้งๆ
"คิดมากน่า ผมสบายดี"
เขารู้ทันทีว่าพวกเธอคงเห็นคลิปนั้นแล้วรีบบิ่งมาหาโดยไม่ได้เช็กข่าวล่าสุด
จริงๆ ในกลุ่มแชตเขาอธิบายไปหมดแล้ว
เฉินซูเลยต้องเปิดมือถืออธิบายให้พวกเธอฟังอีกรอบ
ทันใดนั้น เขาก็เห็นอู๋ถังแชร์ลิงก์ข่าวสองอันลงในกลุ่มเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
พร้อมแท็กหาเขา @เฉินซู
[เฉินซู นายแม่งเจ๋งว่ะ!]
[นายคือพระเจ้าของฉัน!]
หลี่เจ๋ออวี่ก็ส่งสติ๊กเกอร์รูปคนกุมหัวด้วยความช็อกตามมาติดๆ
ตามด้วยหวังอวิ๋นถิ่ง จ้าวรูอวิ๋น และคนอื่นๆ
จ้าวลี่อิ่งพิมพ์แซวขำๆ "เห็นไหมล่ะ คราวก่อนเฉินซูบอกว่าแสดงละครไม่เป็น พวกเราก็ไม่เชื่อ"
"ถ้าไม่ได้เห็นสองคลิปนี้กับตา ฉันเกือบจะเชื่อคำโกหกของเขาแล้วนะเนี่ย!"
อู๋ถังเสริม "ดูท่าเราจะไม่ได้ใส่ร้ายมันจริงๆ การชูนิ้วกลางให้มันคือการให้เกียรติสูงสุดแล้วล่ะ"
หลี่เจ๋ออวี่ยังไม่หายอึ้ง "@เฉินซู นายมีความลับอะไรซ่อนไว้อีก? ทำกับข้าวก็เก่ง ร้องเพลงแต่งเพลงก็ได้ แสดงหนังก็เทพ กังฟูก็โหด ครบเครื่องขนาดนี้ฉันเพิ่งเคยเจอ!"
หวังอวิ๋นถิ่งอินจัด "นั่นสิ ก่อนเจอเฉินซูผมนึกว่าผมเจ๋งแล้วนะ พอมาเทียบกับเขา ผมนี่เด็กอนุบาลไปเลย"
จ้าวรูอวิ๋นพิมพ์ข้อความแปลกๆ "เอ๊ะ? ทำไมสวี่หงโต้วกับหลินฉิงชิวเงียบไปเลยล่ะ ไม่เห็นออกมาเม้าท์ด้วย?"
หลี่เจ๋ออวี่ส่งสติ๊กเกอร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ "เดี๋ยวนายลองแท็กถามเฉินซูดูสิ ฮ่าๆๆ"
อู๋ถังหัวเราะผสมโรง "ที่หวังอวิ๋นถิ่งพูดผมเห็นด้วยนะ พวกเรามีดีแค่พรีเซนเตอร์กับผลงานนิดหน่อย แต่เทียบกับเฉินซูแล้วคนละชั้นเลย"
จ้าวลี่อิ่งตาเป็นประกาย เริ่มเดาทางออกแล้วว่าทำไมสองสาวถึงหายเงียบไป
หัวใจดวงน้อยๆ เริ่มรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ปนอิจฉา
ตอนแรกเธอมีโอกาสทำคะแนนตั้งเยอะตอนถ่ายทำตอนที่สาม แต่เพราะมาใหม่เลยยังไม่รู้ฤทธิ์เดชของเฉินซู มารู้ตัวอีกทีเขาก็กลายเป็นเทพไปแล้ว
"มาช้าไปก้าวหนึ่งสินะ..."
จ้าวลี่อิ่งถอนหายใจยาว
ลู่เป่าจิ้งคนตรงพิมพ์ถามโต้งๆ "เมื่อไหร่จะได้กินลูกอมงานแต่งอะ?"
ถึงจะดูห้าวๆ แต่เธอสังเกตเห็นความผิดปกติระหว่างเฉินซูกับสวี่หงโต้วมาตั้งแต่ตอนแรกแล้ว
ทุกคนในกลุ่มฮากร๊าก
อู๋ถังตอบ "คงไม่ง่ายหรอก ดาราอย่างพวกเราจะแต่งงานทีต้องหลบๆ ซ่อนๆ"
หลี่เจ๋ออวี่เสริม "ถ้ามีวันนั้นจริง ฉันจองตัวเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวนะ!"
หวังอวิ๋นถิ่งตัวปั่น พิมพ์ข้อความชวนคิดลึก "แล้วถ้าเกิดมีงานแต่งสองงานพร้อมกัน ผมควรไปงานไหนก่อนดีครับ?"
ทุกคนระเบิดหัวเราะ
รู้กันอยู่แล้วว่าหวังอวิ๋นถิ่งหมายถึงใคร... นอกจากสวี่หงโต้ว ก็มีหลินฉิงชิวนี่แหละ
แม้ตอนที่สองจะดูไม่มีอะไร แต่ตอนที่สามพฤติกรรมของเฉินซูที่แอบหนีกลับบ้านคนเดียวมันน่าสงสัย พอลองปะติดปะต่อเรื่องราว ทุกคนก็ลงความเห็นว่า... มีซัมติงแน่นอน
ไม่ว่าจะอู๋ถังหรือหลี่เจ๋ออวี่ ต่างก็นับถือในใจว่าเฉินซูคือยอดคน เด็ดดอกฟ้าสองดอกได้พร้อมกันโดยไม่มีใครรู้
กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน
เฉินซูและสองสาวกดดูลิงก์ข่าวที่ถูกแชร์มา
วินาทีต่อมา สองสาวตะลึงตาค้าง!
ดวงตาของสวี่หงโต้วเปล่งประกายวิบวับ มองเฉินซูด้วยความทึ่งและความภาคภูมิใจ หัวใจพองโต
หลินฉิงชิวมองเฉินซูด้วยสายตาหวานเชื่อม ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น
เฉินซูขมวดคิ้ว เขาเพิ่งออกจากกองถ่าย Flash Point มาหมาดๆ ทำไมคลิปตอนสู้กับอวี๋หู่ถึงหลุดออกมาได้?
กองถ่ายเคลียร์คนออกหมดแล้ว นักข่าวเข้าไม่ได้
แสดงว่า... กองถ่ายนั่นแหละเป็นคนปล่อยคลิปเอง!
เฉินซูหน้าขรึมลง แววตาฉายแววไม่พอใจ
เขารู้ตัวแล้วว่ากำลังโดนใช้เป็นเครื่องมือเรียกกระแส
หน้าด้านจริงๆ! เห็นทีต้องออกแถลงการณ์แก้ข่าวซะแล้ว
"เฉินซู บทซู่เซียนเซิงนี่นายเล่นออกมาจากอินเนอร์เลยใช่ไหม... วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ"
กลิ่นหอมเย้ายวนลอยมาแตะจมูก ร่างนุ่มนิ่มเบียดเข้าหา หลินฉิงชิวเข้ามากอดแขนเขาอย่างถือวิสาสะ หน้าอกนุ่มหยุ่นสัมผัสกับท่อนแขนอย่างจงใจ
หูของเฉินซูร้อนผ่าว
น้ำเสียงของหลินฉิงชิวเต็มไปด้วยความห่วงใย เธอจำได้ว่าเคยพูดประโยคหนึ่งจากหนังโจวซิงฉือให้เขาฟังเมื่อวันก่อน
"คุณเป็นผู้ชายที่โดดเด่นขนาดนั้น สายตาที่เศร้าสร้อย ไรหนวดที่รุงรัง..."
ไม่นึกว่าเขาจะจำได้และทำตามจริงๆ
บทซู่เซียนเซิงนี่แหละคือหลักฐาน!
หลินฉิงชิวหัวใจเต้นแรง รู้สึกหวานล้ำในอกอย่างบอกไม่ถูก
สวี่หงโต้วเห็นท่าทาง "แอ๊บใส" ของหลินฉิงชิวแล้วก็กลอกตามองบน
ทำปากขมุบขมิบล้อเลียนท่าทางของอีกฝ่าย ก่อนจะแลบลิ้นใส่อย่างหมั่นไส้
แต่พอเห็นยัยตัวแสบเกาะแขนเฉินซูแน่นแทบจะสิงร่าง ความหึงหวงก็พุ่งปรี๊ด
เธอไม่ยอมแพ้ เดินเข้าไปกอดแขนอีกข้างของเฉินซูบ้าง!
กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยทำให้เธอสูดดมอย่างชื่นใจ ดวงตาคู่สวยเป็นประกาย
เธอชอบกลิ่นตัวของเฉินซูที่สุด
สวี่หงโต้วเหลือบมองถุงน่องสีดำบนเรียวขายาวของหลินฉิงชิว แล้วเบะปาก
"ก็แค่ขายาวกว่านิดหน่อย มีอะไรน่าอวด!"
ก่อนจะก้มมอง "ร่องลึก" ของตัวเองอย่างภูมิใจ แล้วยิ้มมุมปาก... เรื่องนี้เธอชนะขาด!
หลินฉิงชิวรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองขาเธอ พอหันไปเห็นสวี่หงโต้วกำลังแอ่นอกโชว์ของ เธอก็เบะปากบ้าง
ในใจคิด "ใหญ่แล้วไง? พวกเราเคยนอนเตียงเดียวกัน ฉันรู้ย่ะว่าเขาชอบแบบไหน!"
คิดได้ดังนั้น เธอก็เกร็งขาหนีบเข้าหากันแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
หน้านวลแดงซ่าน นึกถึงคืนนั้นที่มือหนาของเฉินซูลูบไล้ไปตามเรียวขา และคำพูดหวานหูที่บอกว่าชอบขาคู่นี้...
เสียดายที่คืนนั้นเขาแค่ชิมแต่ไม่ได้กลืนลงท้อง
"พวกคุณ..."
เฉินซูตัวแข็งทื่อ!
สัมผัสนุ่มนิ่มที่ขนาบข้างทั้งซ้ายขวาทำเอาใจเขาเริ่มลอย
ความรู้สึกภูมิใจแบบผู้ชายมันพุ่งพล่าน
แต่นั่นมันแค่ภาพลวงตา!
ไม่ใช่เพราะพวกเธอคืนดีกันหรอก แต่กำลังแข่งกันอยู่ต่างหาก!
ถ้าสายตาฆ่าคนได้ ป่านนี้คงเกิดสงครามโลกครั้งที่สามไปแล้ว
เฉินซูเริ่มปวดหัวตุบๆ
งานเข้าของจริงแล้ว!
ศึกนางพญากำลังปะทุ!
[จบแล้ว]