เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 160 - รางวัล CMA

บทที่ 160 - รางวัล CMA

บทที่ 160 - รางวัล CMA


บทที่ 160 - รางวัล CMA

ผ่านไปหลายนาที

เหล่าดาราจึงค่อยๆ ทำใจยอมรับข่าวที่น่าตกตะลึงนี้ได้

หลี่เจ๋ออวี่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม

"เฉินซู... ถ้านายไม่เป็นนักดนตรีคงน่าเสียดายแย่ นายมันอัจฉริยะชัดๆ เพลงแต่ละเพลงที่แต่งออกมาคุณภาพคับแก้วทั้งนั้น!"

เฉินซูยิ้มบางๆ

"ผมแค่ไม่ชอบถูกพวกค่ายเพลงผูกมัดน่ะครับ"

ทุกคนพยักหน้าเข้าใจทันที

แม้ฉากหน้าพวกเขาจะดูสวยหรู แต่เบื้องหลังกลับต้องพึ่งพาค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ สัญญาที่เซ็นก็เต็มไปด้วยข้อผูกมัดมหาโหด ค่าฉีกสัญญาก็แพงระยับ

ชีวิตไม่ได้เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง

อย่างซีซั่นที่แล้วพอรายการดังเปรี้ยงปร้าง พวกเขาก็ได้รับความสนใจมหาศาล ค่าตัวพุ่งกระฉูด

แต่ผลที่ตามมาคือค่ายเพลงโหมรับงานโฆษณาและอีเวนต์ให้รัวๆ จนพวกเขาแทบไม่ได้พักผ่อน แต่ละวันหมดแรงจนลงไปกองกับพื้น

ช่วยไม่ได้ บริษัทป้อนทรัพยากรให้ก็ต้องตอบแทนบริษัท

โลกของผู้ใหญ่มันไม่มีคำว่า 'ง่าย' อยู่แล้ว

หวังอวิ๋นถิ่งมองเฉินซูด้วยสายตาอิจฉา

"นายนี่ใช้ชีวิตอิสระดีนะ ช่วงนี้มีค่ายไหนติดต่อมาบ้างไหม?"

เฉินซูพยักหน้า

"มีครับ เยอะด้วย แต่ผมปฏิเสธไปหมดแล้ว"

"ตอนนี้ผมแค่อยากโฟกัสกับการถ่ายรายการนี้ให้ดีที่สุด"

"พวกคุณก็รู้นี่ว่าผมมาจากเด็กกองถ่าย ต้องขอบคุณผู้กำกับสวีที่เอ็นดู ยอมเบิกค่าตัวล่วงหน้าให้ผมตั้งสองแสน"

"ผมเลยถือโอกาสเอาเงินก้อนนั้นมาลงทุนกับบาร์แห่งนี้"

"เป็นไงครับ? ตาถึงไหม?"

เฉินซูยิ้มตาหยีมองทุกคน

ความจริงแล้วสิทธิ์การบริหารบาร์นี้เขาได้มาจากการสุ่มรางวัลของระบบ

แต่เพื่อตบตาชาวโลก เขาเลยต้องดึงชื่อสวีเฉียงกั๋วมาเป็นเกราะกำบัง เพราะลำพังเด็กกองถ่ายธรรมดาๆ ที่ยังมีหนี้สินติดตัว จู่ๆ จะมีปัญญาเป็นเจ้าของบาร์ทำเลทองได้ยังไง ขืนไม่หาข้ออ้างดีๆ มีหวังโดนสงสัยแน่

ทุกคนทำหน้าบางอ้อ

ก่อนหน้านี้พวกเขายังแอบสงสัยว่าประวัติเด็กกองถ่ายของเฉินซูเป็นของเก๊หรือเปล่า

เพราะในวงการบันเทิง ประวัติจริงเท็จมันปนเปกันไปหมด

ถ้าคุณเชื่อว่าจริง มันก็จริง ถ้าเชื่อว่าปลอม มันก็ปลอม

ยิ่งกับรายการวาไรตี้ระดับปรากฏการณ์แบบนี้ด้วยแล้ว

อู๋ถังหัวเราะร่า

"ดวงเฮงจริงๆ นะพ่อหนุ่ม หยุดไม่อยู่แล้วมั้งเนี่ย!"

"แต่นายก็ใจกล้าบ้าบิ่นมากนะ มีเงินแค่สองแสนแต่กล้าทุ่มหมดหน้าตักกับธุรกิจบาร์"

หลี่เจ๋ออวี่เสริม

"ใจถึงจริงๆ ได้ข่าวว่านายยังมีหนี้ติดตัวเป็นล้าน แต่ยังกล้าเอาเงินมาลงทุน... ต้องยอมรับว่าตานายเดินหมากตานี้ถูกเผง!"

สวี่หงโต้วที่นั่งอยู่ข้างๆ หูผึ่งทันที

เธอเก็บประโยค 'หนี้ติดตัวเป็นล้าน' ไว้ในใจเงียบๆ

ดวงตาคู่สวยไหวระริก

ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก

เรื่องบางเรื่อง... คงต้องรอให้จบซีซั่นสองก่อนค่อยว่ากัน

ทันใดนั้น

อู๋ถังเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง เขาหันไปมองเฉินซูแล้วพูดว่า

"จริงสิ ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้"

"ไม่รู้พวกนายจำได้ไหม ช่วงนี้ที่กวางตุ้งกำลังมีแคมเปญประกวดแต่งเพลงกวางตุ้ง ได้ข่าวว่าระดับตัวแม่อย่าง 'ถันเมิ่ง' ก็ลงสมัครด้วย รวมถึงนักร้องแถวหน้าอย่าง 'หวังจวิ้นเฮ่อ' ก็เอาด้วยเหมือนกัน"

หลี่เจ๋ออวี่พยักหน้า

"รู้อยู่แล้ว ตอนแรกฉันก็กะว่าจะลองส่งเพลงไปเล่นๆ เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเวลา"

"อีกอย่างฉันไม่ถนัดเพลงสายกวางตุ้งด้วย ก็เลยต้องบอกผ่านไป"

หวังอวิ๋นถิ่งเริ่มตื่นเต้น

"ได้ยินมาว่ารางวัลที่หนึ่งยั่วใจมาก! นอกจากจะได้ตั๋วเข้างานประกาศรางวัล CMA แล้ว ยังมีโอกาสได้รับคัดเลือกเข้าชิงรางวัล CMA ตามลำดับคะแนนของการประกวดด้วยนะ!"

"รางวัล CMA นี่ศักดิ์ศรีเป็นรองแค่รางวัล Golden Melody Awards เชียวนะ!"

รางวัลทางดนตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดของมังกรจีนมีอยู่สามเสาหลัก

Golden Melody, Golden Disc และ Golden Bell

การที่รางวัล CMA ได้รับการยอมรับว่าเป็นรองแค่ Golden Melody ก็บ่งบอกถึงความขลังของมันได้เป็นอย่างดี

หลินฉิงชิวเองก็เคยได้ยินข่าวนี้

"ทุกวันนี้เพลงกวางตุ้งกำลังซบเซา สมาคมดนตรีกวางตุ้งเลยจับมือกับฝั่งฮ่องกงจัดแคมเปญยักษ์ใหญ่นี้ขึ้นมา"

"หวังจะกอบกู้วงการเพลงกวางตุ้งให้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง"

"ปีนี้เขาจัดใหญ่จัดเต็มจริงๆ ศิลปินดังๆ ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่แห่กันไปร่วมงานเพียบ"

"ปีนี้ฉันเพิ่งคัมแบ็ค ทางค่ายก็อยากให้ฉันรับงานนี้เหมือนกัน แต่ฉันปฏิเสธไป"

เหตุผลหลักคือเรื่องอาการป่วย

แต่วันนี้... อารมณ์และความรู้สึกของเธอกลับดีขึ้นอย่างน่าประหลาด!

ส่วนใหญ่เป็นเพราะการกระทำของเฉินซูที่นำพาความสุขที่แท้จริงมาให้

ช่วยปัดเป่าเมฆหมอกแห่งความซึมเศร้าออกไปได้มากโข

จ้าวรูอวิ๋นพูดด้วยความเสียดาย

"ฉันอยากเห็นพี่ปะทะกับยัยถันเมิ่งบนเวทีจัง..."

แต่พอพูดจบเธอก็รู้ตัวว่าปากพล่อย รีบเอามือปิดปากเงียบกริบ

หัวหน้าทีมอู๋ถังปรายตามองจ้าวรูอวิ๋น ส่งสายตาปรามว่าอย่าพูดมาก

สาเหตุที่เป็นเรื่องต้องห้าม เพราะหลินฉิงชิวกับถันเมิ่งคือคู่ปรับตลอดกาล

ในประเทศมีสี่จตุรเทพและสามราชินีเพลง

ทว่าเมื่อหลายปีก่อน ราชินีเพลงคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตระหว่างไปเที่ยว ตำแหน่งเลยว่างลง

วงการเพลงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

หลังจากนั้น เหล่าดารานักร้องต่างก็จ้องตะครุบเก้าอี้ตัวนี้ตาเป็นมัน

ตอนนั้นตัวเต็งที่มีลุ้นที่สุดมีแค่สองคน คือหลินฉิงชิวและถันเมิ่ง

หรือพูดให้ถูกคือ... หลินฉิงชิวคือตัวเต็งหนึ่งเดียวที่เหมาะสมที่สุด!

เนื้อเสียงของหลินฉิงชิวมันพิเศษเกินไป!

เสียงเหมือนเส้นไหม ลมหายใจเหมือนสายหมอก

กังวานใสและว่างเปล่าดุจเสียงสวรรค์

ส่วนถันเมิ่งนั้นเทียบไม่ติดฝุ่น

เธอเป็นแค่ผลผลิตของยุคกอบโกย

อาศัยจังหวะและโอกาสถึงได้ก้าวขึ้นมาทัดเทียมกับหลินฉิงชิวและแย่งชิงบัลลังก์ราชินีเพลง!

ทว่า...

หลินฉิงชิวยังขาดเพลงระดับตำนานที่จะส่งให้เธอดังพลุแตกในวงกว้าง

เธอไม่อยากตกเป็นทาสของยอดวิว ไม่อยากถูกนายทุนเชิดหุ่น

เธอตามหาเพลงที่ใช่มาตลอดสามปี

แต่ก็คว้าน้ำเหลว

พวกนักแต่งเพลงระดับบรมครูถ้าไม่ส่ายหน้าบอกไม่มี ก็ปิดประตูไม่รับแขก หรือไม่แนวเพลงก็ไม่เข้ากัน

หลินฉิงชิวเริ่มสิ้นหวัง

จนกระทั่งวันหนึ่ง อารมณ์ของเธอก็แปรปรวนอย่างรุนแรง

สุดท้าย... ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าระดับปานกลางถึงรุนแรง

ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องประกาศพักงาน

ส่วนถันเมิ่งเมื่อไร้คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด ก็ถูกนายทุนอุ้มชู ใช้พลังเงินและยอดวิวจำนวนมหาศาลดันหลังจนขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ราชินีเพลงได้สำเร็จ

แม้จะมีข้อครหามากมาย หลายคนวิจารณ์ว่าเป็นราชินีพลาสติก แต่ตำแหน่งก็คือตำแหน่ง

คนเขาดูที่ผลลัพธ์ ไม่ดูวิธีการ

คนหนึ่งชูถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะ อีกคนกลับต้องเลียแผลเน่าเฟะแล้วค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำผู้คน

จ้าวรูอวิ๋นรู้ตัวว่าพูดแทงใจดำ รีบขอโทษขอโพย

"พี่ฉิงชิว ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ คือฉันแค่หมั่นไส้ยัยถันเมิ่งนั่นเฉยๆ"

สาเหตุที่เธอเกลียดขี้หน้า เพราะค่ายของถันเมิ่งเคยส่งดาราฮ่องกงคนหนึ่งมาปาดหน้าเค้ก แย่งบท 'เสี่ยวอวี้' ในหนังเรื่อง 'ผีกัดอย่ากัดตอบ' ของผู้กำกับจางไป

บทนั้นจ้าวรูอวิ๋นทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ วิ่งเต้นหาเส้นสายแทบตายกว่าจะได้มา

ใครจะคิดว่าถันเมิ่งจะใช้อิทธิพลมืดคุยกับผู้กำกับไม่กี่คำ ก็โยนบทนี้ให้นักแสดงฮ่องกงโนเนมคนนั้นหน้าตาเฉย

ทำเอาเธอกระอักเลือด!

ได้แต่ก่นด่าในใจว่าอีนักร้องนี่จะเสนอหน้าเข้ามายุ่งอะไรกับวงการหนังวะ

หลินฉิงชิวมีสีหน้าเรียบเฉย ส่ายหน้าเบาๆ

"ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่เก็บมาใส่ใจ"

"ตอนนี้เราถ่ายรายการกันอยู่ อย่าคุยเรื่องดราม่าพวกนี้เลย"

หารู้ไม่...

ผู้ชมทางบ้านกำลังคันยุบยิบ!

เรื่องชาวบ้านคืองานของเรา ดราม่าแซ่บๆ แบบนี้ใครจะไม่อยากฟัง

คอมเมนต์ไหลเป็นน้ำป่า "เจ๊! อย่าเพิ่งหยุด!"

"พวกเราชอบฟัง!"

"เล่าต่อสิเจ๊!"

ดาราคนอื่นๆ พยักหน้า เลิกคุยเรื่องบุญคุณความแค้นในอดีต

อู๋ถังหันมาทางเฉินซูแล้วพูดว่า

"เพลง 'วันวานอันรุ่งโรจน์' ของนาย มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะลงประกวดรายการนี้!"

"ถ้านายสนใจ เดี๋ยวฉันจัดการสมัครให้"

เฉินซูทำท่าครุ่นคิด แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่ามันยุ่งยากเกินไป

ตอนนี้เขามีเพลงนี้ไว้ดึงลูกค้าให้บาร์กลับมารุ่งเรืองก็น่าจะพอแล้ว

เดี๋ยวค่อยเอาลงเน็ต

รับรองยอดวิวถล่มทลาย

ไอ้รางวัล CMA บ้าบอนั่น เขาไม่ได้อินด้วยสักนิด

สู้เงินสดๆ ไม่ได้หรอก!

แถมได้ข่าวว่าถ้าได้รางวัลต้องถ่อไปรับถึงฮ่องกง

เอาค่าตั๋วเครื่องบินไปใช้หนี้ไม่ดีกว่าเหรอ?

จะได้ลดภาระลงหน่อย

เฉินซูกำลังจะอ้าปากบอกว่า 'เกรงว่าผมคงไม่ไหวครับ'

เตรียมจะปฏิเสธแบบนุ่มนวล

ทว่าอู๋ถังเห็นท่าทางลังเลเหมือนจะปฏิเสธของเขา

เขารู้ดีว่าเฉินซูถังแตกและมีหนี้ก้อนโต

จึงรีบงัดไม้ตายออกมาอธิบาย

"นายอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ ถ้าเพลงนายผ่านการคัดเลือก จะได้รับเงินรางวัลเข้าร่วมหนึ่งพันหยวน"

"ถ้านายติดอันดับสาม ได้เงินรางวัลหนึ่งแสน"

"อันดับสอง... ห้าแสน!"

"และอันดับหนึ่ง... หนึ่งล้านหยวน! พร้อมตั๋วชิงรางวัล CMA!"

"รางวัลนี้เป็นรองแค่ Golden Melody เชียวนะ!"

"ได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่อง!"

เฉินซูชะงักกึก

สีหน้าเปลี่ยนไวยิ่งกว่าการแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้ากาก

รอยยิ้มพิมพ์ใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันที

"ฮ่าๆ งั้นคงต้องรบกวนพี่อู๋ถังแล้วล่ะครับ"

"พวกคุณก็รู้ว่าผมพอจะมีพรสวรรค์ทางดนตรีอยู่บ้าง และผมก็มีความใฝ่ฝันอันแรงกล้าต่อรางวัลทรงเกียรติเหล่านี้มาตลอด"

"วันนี้มีโอกาสดี ผมเลยอยากจะลองท้าทาย 'จุดอ่อน' ของตัวเองดูสักหน่อย!"

"อยากรู้เหมือนกันว่ารสชาติของการได้ที่หนึ่งมันเป็นยังไง"

"พวกคุณว่าจริงไหมครับ?"

อู๋ถัง : ......

ทุกคน : ......

ผู้ชม : ......

เหล่าดารามองหน้าเฉินซูที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าแล้วถึงกับพูดไม่ออก

ไอ้คำพูดดีๆ นายแย่งพูดไปหมดแล้ว แล้วพวกฉันจะเหลืออะไรให้พูดวะเนี่ย!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 160 - รางวัล CMA

คัดลอกลิงก์แล้ว