- หน้าแรก
- ขอบคุณระบบ ที่จับยัยซุปตาร์มาคู่กับนายตัวแสบ
- บทที่ 25 - การกลับมาของเจ้าลาน้อยไฟฟ้า
บทที่ 25 - การกลับมาของเจ้าลาน้อยไฟฟ้า
บทที่ 25 - การกลับมาของเจ้าลาน้อยไฟฟ้า
บทที่ 25 - การกลับมาของเจ้าลาน้อยไฟฟ้า
หวงหัวสั่งให้ทีมงานยกกล่องกระดาษใบใหญ่เข้ามาวางตรงหน้าทุกคน ภายในนั้นบรรจุแผนที่ลายแทงสมบัติจำนวนสี่ใบ
"ขอเชิญตัวแทนคู่รักแต่ละคู่ ออกมาจับฉลากเลือกแผนที่ลายแทงครับ"
หลังจากทั้งสี่คู่ปรึกษาหารือกันเสร็จสรรพ อู๋ถังก็ขันอาสาเป็นหน่วยกล้าตายคนแรก เขาเดินทอดน่องด้วยจังหวะไม่ช้าไม่เร็วล้วงมือลงไปหยิบแผนที่ขึ้นมาหนึ่งใบ ทว่าทันทีที่กวาดสายตามองรายละเอียดบนกระดาษ คิ้วเข้มก็ขมวดมุ่นเข้าหากันทันที
"โจทย์ลายแทงยากมากเหรอคะ" จ้าวรูอวิ๋นเอ่ยถามด้วยความสงสัย
คนอื่นเองก็อยากรู้คำตอบไม่ต่างกัน เดิมทีอู๋ถังตั้งใจจะโชว์กระดาษให้เพื่อนดูแต่ก็ถูกทีมงานเบรกหัวทิ่มเสียก่อน โดยอ้างกฎเหล็กว่าข้อมูลของแต่ละคนไม่เหมือนกันและห้ามเปิดเผยให้คู่แข่งรู้เด็ดขาด สุดท้ายอู๋ถังทำได้เพียงส่ายหน้าด้วยความกลัดกลุ้ม สาเหตุที่เขาหน้าเครียดขนาดนี้ก็เพราะบนกระดาษดันมีสมการคณิตศาสตร์เขียนหราอยู่หนึ่งข้อ
นี่มันฆ่ากันชัดๆ
ความรู้สมัยเรียนคืนอาจารย์ไปหมดแล้วจนจำหน้าครูเลขแทบไม่ได้ ตอนนี้จะให้มานั่งแก้สมการเนี่ยนะ ฝันไปเถอะ
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น หลี่เจ๋ออวี่เป็นรายต่อไปที่เดินออกไปหยิบ ตามด้วยหวังอวิ๋นถิ่ง และปิดท้ายด้วยเฉินซู ดูเหมือนทุกคู่จะใจตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย คือการส่งฝ่ายชายออกไปวัดดวงจับฉลาก
"ในเมื่อทั้งสี่คู่ได้รับลายแทงกันครบแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มปฏิบัติภารกิจได้เลยครับ!" หวงหัวประกาศสัญญาณเริ่มเกม
คู่อื่นอาจจะรีบร้อนแต่คู่อู๋ถังกลับเลือกที่จะหาที่นั่งพักผ่อนก่อน เขาอ่านรายละเอียดบนลายแทงจนทะลุปรุโปร่งแล้ว มันมีแค่แผนที่คร่าวๆ กับปริศนาคณิตศาสตร์หนึ่งข้อ คาดว่าเมื่อไปถึงจุดที่สมบัติซ่อนอยู่คงต้องใช้เจ้ารหัสตัวเลขนี้ปลดล็อกกลไกอะไรสักอย่าง ขืนดุ่มๆ เดินไปโดยไม่แก้โจทย์ให้เสร็จก่อน มีหวังได้ไปยืนแก้สมการหน้างานพร้อมหลบกับดักจนหัวหมุนแน่
หลี่เจ๋ออวี่เองก็คิดแบบเดียวกัน หวังอวิ๋นถิ่งเห็นรุ่นพี่สองคนนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวจึงตัดสินใจนั่งแก้โจทย์ก่อนออกเดินทางเช่นกัน
"เฉินซู นายว่าเราควรแก้ปริศนาบนการ์ดก่อนไหม" สวี่หงโต้วหันไปขอความเห็น
ทว่าพอหันกลับไปมองข้างกาย พื้นที่ตรงนั้นกลับว่างเปล่าไร้เงาชายหนุ่ม สวี่หงโต้วยืนงงเป็นไก่ตาแตก
คนหายไปไหน
เธอเริ่มมองหาไปทั่วห้องโถง ลามไปถึงห้องครัว ใต้โต๊ะกินข้าว แม้กระทั่งเปิดฝาชีครอบกับข้าวดูแต่ก็ไร้วี่แววของเฉินซู ชาวเน็ตที่เฝ้าดูอยู่หน้าจอเห็นท่าทางกระวนกระวายของสวี่หงโต้วราวกับมดบนกระทะร้อน คอมเมนต์ก็เริ่มไหลทะลักเข้ามา
"เฉินซูหายหัวไปไหนเนี่ย เมื่อกี้ยังยืนหัวโด่อยู่เลย"
"เชี่ยแล้ว หรือเฉินซูจะเล่นมายากลเสกตัวเองหายตัว"
"สวี่หงโต้วดูเป็นห่วงหมอนั่นมากเลยนะ ดูสิเหงื่อตกกีบเชียว"
"ห่วงอะไรล่ะ ไอ้เวรเฉินซูมันฉกการ์ดลายแทงไปด้วยต่างหาก!"
"ไม่ใช่สิ เฉินซูมันจะเล่นลูกไม้อะไรอีก"
ในขณะที่สวี่หงโต้วกำลังทำตัวไม่ถูกและเตรียมจะแจ้งทีมงานเรื่องคนหาย
ปี๊น ปี๊น!
จู่ๆ เสียงแตรยานพาหนะก็ดังสนั่นมาจากหน้าบ้าน ทุกคนสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจก่อนจะพร้อมใจกันชะโงกหน้าออกไปดู ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นเฉินซูนั่งเก๊กหล่ออยู่บนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันจิ๋ว
ทุกคนตาค้าง อู๋ถังอดรนทนไม่ไหวต้องตะโกนถาม "เฉินซู นายไปเอารถมอเตอร์ไซค์มาจากไหน!"
"อ๋อ ตอนจับฉลากแบ่งชนชั้นที่ชั้นสี่โรงแรมไง ผมกับหงโต้วได้พาหนะเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า"
ทุกคนร้องอ๋อออกมาพร้อมกันจนเสียงหลง ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย
"หงโต้ว ขึ้นมาเร็ว!" เฉินซูกวักมือเรียกท่ามกลางสายตาประชาชี
ใบหน้าสวยหวานของสวี่หงโต้วแดงระเรื่อขึ้นมาทันที แบบนี้มันประจานความจนชัดๆ ช่างน่าอับอายขายขี้หน้าเหลือเกิน แต่หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งเธอก็ยอมพยักหน้าและเดินไปนั่งซ้อนท้ายเฉินซูอย่างว่าง่าย
เหล่าดาราที่เหลือต่างพากันตกตะลึง สวี่หงโต้วผู้เย่อหยิ่งยอมเป็นเด็กสก๊อยซ้อนท้ายแว้นหนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
"ทุกคนครับ พวกเราขอตัวล่วงหน้าไปก่อนนะ ดูทรงแล้วที่หนึ่งคงไม่หนีไปไหน" เฉินซูโบกมือลาเพื่อนร่วมรายการอย่างผู้ชนะ
วินาทีนั้นเองเหล่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นก็ตื่นจากภวังค์ แม้แต่สวีเฉียงกั๋วเองยังต้องตบเข่าฉาด เขาไม่คิดเลยว่าสมองของเฉินซูจะลื่นไหลขนาดนี้ ถึงขั้นไปขุดเอารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกมาใช้ได้ ทั้งที่ความตั้งใจเดิมของเขาคืออยากให้ทุกคู่เดินชมวิวทิวทัศน์ชายหาดซานย่าไปพลางๆ ระหว่างหาของแท้ๆ
"ตากล้อง! ตากล้องอยู่ไหน รีบตามเฉินซูไปเร็วเข้า!" สวีเฉียงกั๋วตะโกนสั่งการเสียงหลง
ช่างภาพหนุ่มนามว่าเสี่ยวเฉียงรีบวิ่งตามออกไปทันที พอก้าวขาได้เพียงสองก้าวเขาก็ก้มมองขาตัวเองสลับกับมองมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของเฉินซูพลางโอดครวญในใจ
'ผู้กำกับไอ้แก่เจ้าเล่ห์! คุณมันถ่อยยิ่งกว่าเฉินซูอีก ขาสองข้างของผมจะไปวิ่งทันรถไฟฟ้าได้ยังไงกันวะครับ'
บ่นไปก็เท่านั้น เสี่ยวเฉียงจำต้องแบกกล้องหนักอึ้งวิ่งหน้าตั้งไล่กวดตามไป ส่วนแขกรับเชิญในห้องโถงต่างก็เริ่มได้สติ
"แย่แล้ว! ขืนเป็นแบบนี้เฉินซูคาบพุงปลาไปกินแน่" อู๋ถังร้องลั่น
"งั้นพวกเราก็ขับรถไปบ้างสิ" หลี่เจ๋ออวี่เสนอไอเดีย
"รถตู้ของพวกเราจะเข้ามาในนี้ได้เหรอคะ" จ้าวรูอวิ๋นย้อนถาม
คำถามนั้นทำให้ทุกคนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ารถยนต์คันใหญ่ยักษ์ไม่มีทางขับเข้ามาในเขตพื้นที่นี้ได้ ยกเว้นจะขับตะลุยเข้ามาแบบรถถัง ซึ่งมันได้ไม่คุ้มเสีย
"แล้วพวกเราจะเอายังไงกันดีคะ" ลู่เป่าจิ้งถามเสียงอ่อย
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้งแต่ก็ยังเมตตาเปิดหน้าต่างไว้ให้บานหนึ่ง เฉินซูที่ดูเหมือนจะดวงซวยจับได้สถานะรากหญ้าจนได้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหน้าตาตลกๆ มาครอบครอง กลับกลายเป็นว่าในสภาพภูมิประเทศแบบนี้ เจ้ารถคันจิ๋วนี่แหละคือราชันย์แห่งท้องถนนที่สามารถซอกแซกไปได้ทุกที่โดยไร้อุปสรรค
"ไปๆๆ พวกเรารีบไปกันเถอะ!" หวังอวิ๋นถิ่งเร่งเร้า
ใจเขาร้อนรุ่มเหมือนมีมดไต่ยั้วเยี้ย สองภารกิจแรกพลาดเหรียญรางวัลไปแล้วยังพอทำเนา แต่รอบนี้เขาจะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด เขาคือชายหนุ่มในฝันของสาวๆ นับหมื่น เป็นไอดอลที่มีแฟนคลับกว่ายี่สิบล้านคน ถ้าพลาดเหรียญซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันเสียเชิงชายแย่ หวังอวิ๋นถิ่งยอมขายหน้าไม่ได้อีกแล้ว ที่หนึ่งของทริปล่าสมบัตินี้ต้องเป็นของเขาเท่านั้น!
ลู่เป่าจิ้งเห็นท่าทีขึงขังจริงจังของอีกฝ่ายก็จำใจต้องพยักหน้าเออออไปด้วย อีกฝ่ายบารมีเหนือกว่าแถมผู้จัดการส่วนตัวยังกำชับนักหนาว่าความประนีประนอมคือกุญแจสู่ความสำเร็จในรายการวาไรตี้
"งั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ" หลี่เจ๋ออวี่หันไปปรึกษากับจ้าวรูอวิ๋น เขาคลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงมานาน เรื่องการวางตัวรู้รักษาตัวรอดนั้นเชี่ยวชาญระดับเซียน
ไม่นานนักอีกสามคู่ที่เหลือก็ทยอยออกเดินทาง เพียงแค่นาทีเดียวเฉินซูก็ซิ่งรถหายลับไปจากสายตา ท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ประดับด้วยปุยเมฆขาว หาดทรายเมืองซานย่าเปรียบเสมือนภาพวาดฝีแปรงที่อ่อนโยนที่สุดของฤดูร้อน ทุกองค์ประกอบล้วนเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาสอดประสานกับนักท่องเที่ยว ต้นมะพร้าว และพุ่มไม้เขียวขจีได้อย่างลงตัว
เฉินซูขี่เจ้าลาน้อยไฟฟ้ากินลมชมวิวอย่างสบายอารมณ์ไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด
"นายนี่ก็ฉลาดเหมือนกันนะเนี่ย" สวี่หงโต้วกางแขนออกรับลมทะเลปล่อยให้สายลมพัดผ่านซอกนิ้ว ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสดใส
"โอ๊ะ... โดนคุณจับได้ซะแล้ว" เฉินซูหัวเราะร่าพลางทำเสียงลึกลับ "แต่ที่ผมทำแบบนี้ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งนะ"
"เหตุผลอะไร" สวี่หงโต้วถามด้วยความอยากรู้
"เดี๋ยวคุณก็รู้เองแหละ" เฉินซูอมยิ้มไม่ยอมเฉลยคำตอบ
ช่างภาพที่วิ่งกระหืดกระหอบตามหลังมาเห็นฉากจีบกันหนุงหนิงของทั้งคู่แล้วแทบจะร้องไห้เป็นสายเลือด
'หนึ่งกิโลเมตรนะเว้ย! ตั้งหนึ่งกิโลเมตร! นอกจากต้องวิ่งตับแลบแล้วยังต้องมาทนดูคนอวดความหวานใส่อีก ฟ้าดินไร้ความยุติธรรมสิ้นดี!'
[จบแล้ว]