- หน้าแรก
- อ้อมกอดวายร้าย
- บทที่ 26 สองมาตรฐานของพ่อลู่
บทที่ 26 สองมาตรฐานของพ่อลู่
บทที่ 26 สองมาตรฐานของพ่อลู่
ภายใต้ฝ่ามือพิฆาตของลู่เสี่ยวชา เจ้างูยาวสีดำที่เดิมทีแยกเขี้ยวขู่อย่างดุร้ายก็สะบัดหัวไปมาอย่างมึนงง ก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้นดังตุ้บ
แม้แต่ปลายหางยังตกลู่ลงอย่างหมดสภาพ
นอกจากตัวมันเองแล้ว คงไม่มีใครรู้หรอกว่ามันบอบช้ำภายในมากแค่ไหน
ลู่เป่ยหลินและลู่เป่ยเฉิน: "..."
วันนี้พวกเขาต้องตาฝาดเห็นผีกลางวันแสกๆ แน่!
"กินไม่ได้จริงๆ เหรอ?"
ลู่เสี่ยวชาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
ลู่เป่ยหลิน: "...อย่ากินไอ้นี่เลย"
น้องสาว ทำไมถึงได้ยึดติดขนาดนี้นะ?
ลู่เสี่ยวชาส่งเสียง "อ้อ" อย่างเสียดาย ในที่สุดก็ยอมปล่อยเจ้างูดำผู้โชคดีตัวนั้นไป
ทันทีที่แตะพื้น เจ้างูก็ไม่กล้ารอช้าแม้แต่วินาทีเดียว รีบเลื้อยหนีหายไปภายใต้สายตาอาลัยอาวรณ์ของเด็กหญิง
งูดำ: ถ้าข้ากลับมาที่นี่อีก ขอให้กลายเป็นหมาเลยเอ้า!
ท่ามกลางสายตาเหม่อลอยของพี่ชายทั้งสอง ลู่เสี่ยวชาก็ออกไปจับแมลงตัวอื่นต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โชคดีที่คราวนี้เธอจับแมลงปกติทั่วไป
"พี่คะ ตรงนี้มีตั๊กแตนตำข้าวด้วย ตัวเล็กจัง!"
ท่ามกลางท่าทางขยับตัวข่มขู่ของตั๊กแตน ลู่เป่ยเฉินช่วยน้องสาวจับมันใส่ขวดแก้วใบเล็ก
"ตัวนี้ไม่เล็กแล้วนะ"
ลู่เสี่ยวชามองตั๊กแตนในขวดแก้ว พลานนึกถึงตั๊กแตนกลายพันธุ์ในวันสิ้นโลก ตัวพวกมันใหญ่เท่าเสือ ขาคู่หน้าคมกริบราวกับเคียว เกี่ยวชีวิตคนได้ในครั้งเดียว
แมลงและสัตว์ในโลกนี้ช่างตัวเล็กน่ารักจริงๆ!
ลู่เป่ยหลินเดินทอดน่องตามหลังทั้งสองคนอย่างเกียจคร้าน เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าแมลงพวกนี้มันน่าสนุกตรงไหน
จะบอกว่าเป็นฝาแฝดกันก็คงใช่ ทั้งคู่ดันชอบแมลงหน้าตาประหลาดพวกนี้เหมือนกันเปี๊ยบ
แล้วไหนจะน้องสาวที่ดูภายนอกเรียบร้อยบอบบางคนนี้อีกล่ะ? ร่างกายนั้นต้องมีวิญญาณที่ดุร้ายกว่าเสือซ่อนอยู่แน่ๆ
และแล้ว เพียงแค่กะพริบตา น้องสาวก็หายตัวไปอีกแล้ว
ลู่เป่ยหลิน: "..."
ฉันแค่เหม่อไปแป๊บเดียว น้องหายไปไหนแล้ว!!!
"พี่คะ พี่สาม หนูจับจักจั่นได้แล้ว!"
บนต้นไม้ เด็กหญิงในชุดกีฬายืนอยู่บนกิ่งไม้หนา สูงจากพื้นกว่าสี่เมตร มือข้างหนึ่งเกาะลำต้น อีกข้างกำจักจั่นที่ร้องระงม
ลู่เป่ยหลินเงยหน้าขึ้นมือกุมหน้าอก "ขึ้นไปได้ยังไงเนี่ย!!!"
ลู่เป่ยเฉินเองก็เงยหน้ามองคนบนต้นไม้ด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
น้องสาวปีนต้นไม้... เก่งกว่าเขาซะอีก!
ลู่เสี่ยวชามองลงมายังคนข้างล่างด้วยสายตาไร้เดียงสา หอบหายใจแฮกๆ ขณะจับจักจั่นยัดใส่ขวด
ลู่เป่ยหลิน: "น้องเล็ก อย่าขยับนะ เดี๋ยวพี่เรียกพ่อบ้านเอาบันไดมา..."
มา... ยังพูดไม่ทันจบประโยค เขาก็เห็นร่างเล็กบนต้นไม้ยัดขวดใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วกระโดดลงมาดื้อๆ
"น้องเล็ก!!"
พี่ชายทั้งสองข้างล่างเบิกตากว้าง อ้าแขนออกโดยสัญชาตญาณหวังจะรับตัวเธอไว้
แต่ทว่า สิ่งที่พวกเขาเห็นคืออะไร?
พวกเขาเห็น 'ลิง' ตัวหนึ่งโหนกิ่งไม้ กระโดดจากตรงนี้ไปตรงนั้น แล้วร่อนลงพื้นอย่างสวยงาม
ลู่เป่ยหลิน: "..."
ขนาดเขายังไม่กล้าทำแบบนี้เลย!
พอลู่เสี่ยวชายืนได้อย่างมั่นคง เธอก็เขย่าขวดในมือ จักจั่นข้างในส่งเสียงร้องระงมอย่างตื่นตระหนก
เด็กหญิงผิวขาวผ่องราวกับหยกขาวเผยรอยยิ้มไร้พิษภัยและดูเชื่องเชื่อ
"พี่สาม อันนี้ให้พี่ค่ะ"
เธอยัดจักจั่นใส่มือลู่เป่ยหลิน
ลู่เป่ยหลินมองขวดในมือ หัวใจยังเต้นตึกตักไม่หาย
เขาเม้มปาก ลูบหัวน้องสาวพลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"น้องเล็ก ครั้งหน้าจะทำเรื่องอันตรายแบบนี้ บอกพวกพี่ก่อนได้ไหม? แล้วก็... ทางที่ดีอย่าทำอีกเลยนะ"
หัวใจพี่จะวายเอา
ลู่เสี่ยวชารับคำอย่างว่าง่าย "อ้อ"
เห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว ลู่เสี่ยวชากับพี่ชายทั้งสองจึงเดินหอบขวดโหลกลับบ้าน
เด็กหญิงเปรยขึ้นอย่างเสียดาย "เสียดายจังที่แถวนี้ไม่มีหิ่งห้อย"
หิ่งห้อยที่เคยจับมาได้ก่อนหน้านี้เธอปล่อยไปหมดแล้ว
"ไม่เป็นไร ไว้ปิดเทอมพี่จะพาไปจับนะ"
ลู่เป่ยเฉินลูบหัวปลอบใจเธอ
ในยามนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กน้อยผู้เรียบร้อยและเงียบขรึม พวกเขาก็ลืมวีรกรรมจับงูด้วยมือเปล่าและปีนต้นไม้คล่องแคล่วราวกับนกนางแอ่นของเธอไปจนหมดสิ้น
ที่บ้านตระกูลลู่ คู่สามีภรรยา คนหนึ่งดื่มกาแฟทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ อีกคนดื่มรังนกบำรุงผิวพร้อมมาสก์หน้า เห็นลูกชายลูกสาวกลับมา คุณนายลู่ก็รีบกวักมือเรียกทันที
"เสี่ยวชา มาหาแม่เร็วลูก"
ลู่เสี่ยวชายัดขวดแก้วสองใบใส่อ้อมแขนพี่สาม แล้ววิ่งตึกตักเข้าไปหา
"แม่คะ"
เธอเรียกเสียงหวาน ผู้เป็นแม่จึงดึงเธอมานั่งข้างๆ
"ทำไมหน้ามอมแมมแบบนี้ล่ะลูก?"
เธอลูบแก้มขาวเนียนราวกับเต้าหู้ของลูกสาวอย่างรักใคร่ นิ้วเรียวสวยเช็ดคราบดินที่เปื้อนอยู่ออกเบาๆ
"ไปล้างหน้ากันเถอะ เดี๋ยวแม่จะมาสก์หน้าให้นะ ผิวเด็กผู้หญิงต้องดูแลตั้งแต่เด็กๆ"
ลู่เสี่ยวชามองสิ่งสีดำๆ บนหน้าแม่ อ๋อ... นี่คือมาสก์หน้าสินะ
ดูแปลกๆ ชอบกล
เธอพยักหน้าแล้วเดินตามเผยอันหรานไป
พ่อลู่ขมวดคิ้วมองของในมือลูกชายทั้งสอง สีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา
"โตกันจนป่านนี้แล้ว ทำไมยังพาน้องไปจับของพวกนี้เล่นอยู่อีก!"
ลู่เป่ยหลินและลู่เป่ยเฉิน: ดูแพะรับบาปตัวเบ้อเริ่มนี่สิ
"แค่ก... พ่อครับ ของพวกนี้... น้องเล็กจับมาทั้งนั้นเลยนะครับ"
ลู่จ้านชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "อ้อ"
"เด็กๆ ก็ต้องซุกซนเป็นธรรมดา ชอบแมลงก็ไม่เลว ดีกว่าพวกแกสองคนที่เอาแต่เล่นเกมตั้งเยอะ"
สองพี่น้อง: "..."
อะไรคือสองมาตรฐาน? นี่ไงล่ะ!
แมลงตัวน้อยที่จับมาได้ถูกนำไปวางไว้ในห้องนอนของลู่เสี่ยวชา ส่วนพวกที่จับมาก่อนหน้านี้ถูกปล่อยไปเกือบหมดแล้ว
เด็กหญิงที่มีมาสก์สีดำพอกอยู่บนหน้า มองดูแมลงหลากหลายชนิดบนโต๊ะ นิ้วจิ้มตัวโน้นทีตัวนี้ที
คุณนายลู่ถามด้วยความเป็นห่วง "เสี่ยวชา แมลงพวกนี้เสียงดังขนาดนี้ ลูกจะนอนหลับเหรอ?"
ลู่เสี่ยวชาพยักหน้า "หลับได้ค่ะ"
เธอชินเสียแล้ว หลายครั้งที่ต้องนอนกลางแจ้งท่ามกลางสารพัดเสียง แม้กระทั่งเสียงคำรามโหยหวนของซอมบี้ ขอแค่ชีวิตไม่ตกอยู่ในอันตราย เธอก็หลับลงได้ทั้งนั้น
เผยอันหรานเล่นกับลูกสาวสักพัก ก็พาไปล้างหน้าและทาครีมบำรุง ผิวของเด็กน้อยดีเหลือเกิน แก้มอิ่มเอิบมีเบบี้แฟตหน่อยๆ สัมผัสนุ่มลื่นมือ
ตอนนี้เธอหลับตาพริ้ม เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและอยู่นิ่งๆ อย่างว่าง่าย ดูราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบแสนประณีต ทำให้เผยอันหรานหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น
ก่อนจะทาครีม เธอก็อดใจไม่ไหวต้องหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่
ลู่เสี่ยวชาลืมตาขึ้นมองแม่อย่างงุนงง ขนตาหนางอนยาวเหมือนแปรงอันเล็ก ดวงตาฉ่ำน้ำใสกระจ่างราวกับไข่มุกคริสตัลที่สวยที่สุดในโลก
"ทำไมลูกสาวแม่ถึงได้น่ารักและสวยขนาดนี้นะ!"
เผยอันหรานปลื้มปริ่มสุดขีด อยากจะไปอวดเพื่อนสาวใจจะขาด
"เอาล่ะลูกรัก นอนเถอะจ้ะ ฝันดีนะ"
ลู่เสี่ยวชากอดผู้เป็นแม่แล้วบอกเสียงเบา "ฝันดีค่ะแม่"
คุณนายลู่จึงเดินออกจากห้องไปอย่างสุขใจ