- หน้าแรก
- อ้อมกอดวายร้าย
- บทที่ 24 ความหึงหวง
บทที่ 24 ความหึงหวง
บทที่ 24 ความหึงหวง
"เอาล่ะๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้"
ฟู่เยี่ยยกมือทั้งสองข้างขึ้นขอยอมแพ้ ลู่เสี่ยวชาเหลือบมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง ก่อนจะจ้องมองถังหูลู่ที่เหลือในมือเขาตาเขม็ง
"ของหนูนะ"
"อะ ให้"
คราวนี้ฟู่เยี่ยส่งคืนให้อย่างง่ายดาย พลางยื่นมือไปขยี้ศีรษะที่เต็มไปด้วยผมนุ่มฟูของเด็กน้อย
ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา หลายสายตาแอบชำเลืองมองมาที่ทั้งคู่
ลู่เสี่ยวชากินช้ามาก เกล็ดน้ำตาลบางส่วนละลายเปื้อนมือ แต่สาวน้อยก็ไม่รังเกียจ พอกินถังหูลู่หมด เธอก็ค่อยๆ เลียนิ้วมือทีละนิ้ว ท่าทางเหมือนลูกแมวน้อยกำลังล้างหน้าไม่มีผิด
เห็นแล้วน่าจับมากอดให้จมอกจริงๆ
ยิ่งนานเข้า ผู้คนที่แอบมองเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มก็ยิ่งมีมากขึ้น แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้
นั่นเป็นเพราะข้างกายเธอมีชายหนุ่มที่หน้าตาดุร้าย แววตาอำมหิต และดูเป็นตัวอันตรายที่ใครก็ไม่ควรไปตอแย
ทั้งสองคนไม่ได้เดินเล่นอยู่ข้างนอกนานนัก ฟู่เยี่ยยังมีธุระต้องไปจัดการต่อ การที่เขาเจียดเวลาพาเด็กน้อยมาซื้อถังหูลู่ได้ขนาดนี้ก็นับว่ายากเต็มทีแล้ว
ตอนกำลังจะกลับ เขามองไปทางสวนสนุกด้วยสีหน้าเสียดาย "เสียดาย ยังไม่ได้พาเธอเข้าไปเล่นเลย"
ลู่เสี่ยวชาเองก็แหงนหน้ามองสถานที่อันคึกคักนั้น แววตาวูบไหวด้วยประกายบางอย่าง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ฝ่ามือหนาที่มีรอยด้านบางๆ วางแปะลงบนศีรษะของเธอ เสียงทุ้มเจือรอยยิ้มดังขึ้นจากเหนือหัว
"รออีกสองสามวันนะ จัดการธุระเสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะพาเธอมาเล่น"
ดวงตาของลู่เสี่ยวชาสว่างวาบขึ้นมาทันที ในนิยายที่เธอเคยอ่านมักจะกล่าวถึงสวนสนุกในยุคก่อนวันสิ้นโลกอยู่บ่อยๆ ว่ากันว่ามันคือสวรรค์ของเด็กๆ
ตอนนี้เธอก็เป็นเด็ก ดังนั้นเธอก็ไปเล่นได้สินะ!
"ตกลง!"
เด็กหญิงขานรับเสียงดังฟังชัด ความสนิทสนมกับชายหนุ่มข้างกายเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลลู่ ชายหนุ่มรูปงามรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งกำลังนั่งตีหน้านิ่งอยู่บนโซฟา พอได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็หันขวับมามอง
ทันทีที่เห็นผู้ชายที่เดินมากับน้องสาว นัยน์ตาดอกท้อภายใต้กรอบแว่นก็ลุกโชนด้วยไฟโทสะ
"ฟู่เยี่ย! นายพาเธอไปไหนมา?!"
สายตาที่เขามองฟู่เยี่ย ราวกับเห็นหมูสกปรกตัวมหึมากำลังจะมาขุดคุ้ยหัวผักกาดขาวแสนสวยของที่บ้านไปกินไม่มีผิด!
ฟู่เยี่ยมองชายหนุ่มที่ลุกขึ้นเดินตรงเข้ามาหา แล้วเอ่ยทักทายหน้าตาย "พี่เป่ยหลิน"
"ไม่เจอกันตั้งนาน ทำไมเจอกันปุ๊บก็ทำหน้าดุใส่ผมเลยล่ะครับ"
ลู่เป่ยหลินหลุบตามองลู่เสี่ยวชา เด็กหญิงกำลังยืนดูดชานมอย่างเรียบร้อยน่ารัก ดูเหมือนกระต่ายขาวตัวน้อยที่อ่อนต่อโลกและถูกรังแกได้ง่าย ยิ่งมายืนข้างๆ เจ้าหมาป่าห่มหนังแกะอย่างฟู่เยี่ยด้วยแล้ว
"ที่นี่ไม่มีธุระของนายแล้ว เชิญกลับไปได้"
ฟู่เยี่ยยักไหล่ ท่ามกลางสายตาพิฆาตของลู่เป่ยหลิน เขายังกล้ายกมือขึ้นขยี้ผมเด็กน้อยอีกครั้ง
"พรุ่งนี้จะซื้อถังหูลู่มาฝากอีกนะ ไปล่ะ"
ลู่เสี่ยวชาพยักหน้าหงึกหงัก "อื้อ"
เธอมองตามหลังเขา แล้วยังยกมือขึ้นโบกหยอยๆ "อย่าลืมมาเร็วๆ นะ"
ลู่เป่ยหลินรู้สึกเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมาในอก
"เสี่ยวชา"
ลู่เสี่ยวชาดูดชานมพลางเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาใสแจ๋วเหมือนแมว
"พี่สาม"
เธอจำได้ว่าแม่เคยบอกว่า พี่ชายคนนี้ชื่อลู่เป่ยหลิน
คำว่า "พี่สาม" ที่หลุดออกมาจากปากนั้นช่างนุ่มนวลและหวานหู ยิ่งประกอบกับท่าทางว่าง่ายของน้องสาว มันก็กระแทกใจลู่เป่ยหลินเข้าอย่างจัง
"เด็กดี ไหนเรียกพี่อีกทีสิ"
ลู่เป่ยหลินลูบศีรษะเธอ นัยน์ตาดอกท้อพราวระยับด้วยความถูกใจ มุมปากยกยิ้มกว้าง
"พี่สาม"
ลู่เสี่ยวชาเรียกเขาอีกครั้งอย่างเชื่อฟัง
ลู่เป่ยหลินแทบตัวลอยด้วยความสุข เขานึกย้อนไปถึงตอนที่ลู่เสี่ยวชาเพิ่งคลอด เพราะสถานการณ์ในตอนนั้น ทำให้พวกพี่ชายอย่างเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะเห็นหน้าตาของน้องสาว ก่อนที่เธอจะถูกขโมยไป
ตัวเล็กแค่นี้ นุ่มนิ่มขนาดนี้... น้องสาวที่พวกเขาเฝ้ารอมานานกลับต้องพลัดพรากหายไป!
ตอนนั้นพวกเขายังเด็กเกินไปจึงช่วยอะไรไม่ได้ แต่พอเริ่มมีกำลังความสามารถ เบาะแสที่มีก็เลือนหายไปหมดแล้ว
ลู่เป่ยหลินย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วแตะแก้มเธอเบาๆ ก่อนจะดึงร่างเล็กๆ เข้ามากอดไว้อย่างทะนุถนอม
"กลับมาได้ก็ดีแล้ว"
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงเอ่ยประโยคนี้ออกมา
ลู่เสี่ยวชาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขาเงียบๆ กลิ่นอายซับซ้อนและไม่น่าอภิรมย์จากเมื่อวานบนตัวพี่สามจางหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงกลิ่นหอมสดชื่นของครีมอาบน้ำ
ลู่เสี่ยวชาคิดในใจว่า เธอไม่ได้รังเกียจกลิ่นนี้ ไม่ได้รังเกียจพี่ชายคนนี้ และก็ไม่รังเกียจอ้อมกอดที่อบอุ่นนี้ด้วย
พ่อบ้านยืนมองดูอยู่ห่างๆ พร้อมรอยยิ้ม โดยไม่เข้าไปรบกวน
วันนี้ลู่เป่ยหลินไม่ได้ไปทำงาน เขาอยู่บ้านเพื่อรอเจอลู่เสี่ยวชาโดยเฉพาะ
แต่ไอ้หมาบ้าฟู่เยี่ยนั่นดันพาน้องสาวเขาหนีเที่ยว แถมยังพากลับมาซะเย็นป่านนี้
ชายหนุ่มสบถด่าในใจ เขารู้ไส้รู้พุงหมอนั่นดี ไอ้คนที่ดูหน้าซื่อๆ หล่อๆ นั่นน่ะ ไม่ใช่คนดีแน่นอน!
"เจ้าฟู่เยี่ยนั่นมันเป็นคนบ้า เสี่ยวชา ต่อไปหนูพยายามอยู่ห่างๆ มันไว้นะ"
มีคนแอบใส่ร้ายฟู่เยี่ยลับหลังเข้าให้แล้ว
เด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ กำลังตั้งอกตั้งใจแทะเค้กนมนึ่งชิ้นเท่าฝ่ามือ พยักหน้าหงึกหงักจนดูไม่ออกว่าเธอฟังอยู่จริงๆ หรือแค่พยักหน้าส่งๆ ไปตามเรื่อง
พ่อบ้าน "..."
คุณชายยังมีหน้าไปว่าคนอื่นว่าเป็นคนบ้าอีกเหรอครับ?
แม้จะได้อยู่กับน้องสาวไม่ถึงวัน แต่ลู่เป่ยหลินก็จับสังเกตงานอดิเรกของเจ้าตัวเล็กได้อย่างรวดเร็ว
อันที่จริงมันชัดเจนมาก ใครมองก็รู้ว่าเธอชอบกิน ต่อให้กินจนอิ่มตื้อแล้ว เธอก็ยังชอบหาผลไม้อบแห้งหรือคุ้กกี้ชิ้นเล็กๆ มาขบเคี้ยวเล่นทีละนิด ราวกับกำลังลับฟัน
นอกจากนี้เธอยังชอบดูการ์ตูนและละครทีวีหลากหลายเรื่องเป็นพิเศษ
สิ่งที่เธอชอบทำที่สุดคือนั่งนิ่งๆ เรียบร้อยบนโซฟานุ่มๆ จ้องมองทีวีตาแป๋ว มือก็คอยป้อนของกินเข้าปาก แก้มป่องตุ่ยๆ ดูเหมือนหนูแฮมสเตอร์สีขาวนวลตัวน้อยไม่มีผิด
ลู่เป่ยหลินไม่ได้สนใจทีวี นิ้วเรียวยาวของเขาง่วนอยู่กับการแกะเปลือกถั่วพิสตาชิโออย่างขะมักเขม้น รอจนเต็มจานใบเล็กแล้วจึงเลื่อนไปวางตรงหน้าน้องสาว
"ขอบคุณค่ะ พี่สาม~"
ทุกครั้งน้องสาวก็จะกล่าวขอบคุณเสียงหวาน
พอมองดูเธอกินของที่เขาแกะให้ ใจของลู่เป่ยหลินก็อ่อนยวบยาบ
ตกบ่าย ลู่เป่ยเฉินกลับมาจากโรงเรียน เขาแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นลู่เป่ยหลิน
"พี่สาม ทำไมพี่ถึงกลับมาบ้านล่ะ?"
ลู่เป่ยหลินปรายตามองน้องชายอย่างเกียจคร้าน น้องเล็กของบ้านเป็นฝาแฝดชายหญิง แต่ทั้งที่หน้าตาเหมือนกันแท้ๆ ทำไมพอเป็นน้องสาวถึงได้ดูน่ารักน่าเอ็นดูกว่าตั้งเยอะนะ?
"ฉันกลับมาไม่ได้หรือไง?"
ลู่เป่ยเฉินวางกระเป๋านักเรียนลงแล้วตอบแบบขอไปที "เปล่า"
"แล้วน้องเล็กไปไหน?"
เขามองซ้ายมองขวา ไม่เห็นเงาร่างของเด็กน้อยแสนเชื่องคนนั้น
"หมายถึงเสี่ยวชาน่ะเหรอ? น้องไปอุ่นนมให้ฉันน่ะสิ"
ลู่เป่ยหลินอวดน้องแบบเนียนๆ "เฮ้อ... ทำไมเจ้าตัวเล็กถึงได้รู้ความขนาดนี้นะ"
พ่อบ้านผู้รู้ความจริงว่าคุณหนูแค่อยากกินนมเอง ส่วนแก้วของนายน้อยสามนั้นเป็นแค่ผลพลอยได้ "..."
ช่างกล้าพูดนะครับเจ้านาย
แต่ลู่เป่ยเฉินกลับเชื่อสนิทใจ และเริ่มรู้สึกน้อยใจขึ้นมาตงิดๆ
นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เขาน่าจะเป็นคนที่สนิทกับน้องสาวที่สุดเพราะเป็นฝาแฝดไม่ใช่เหรอ ทำไมพอพี่สามกลับมา เธอถึงได้เอาใจพี่สามขนาดนั้นล่ะ?
จังหวะนั้นเอง ลู่เสี่ยวชาก็เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมนมอุ่นๆ สองแก้วในมือ
พอเห็นลู่เป่ยเฉิน เธอก็เอ่ยทักอย่างเป็นธรรมชาติ "พี่"
เธอไม่ได้เรียกว่าเสี่ยวเฉิน แต่คำว่า "พี่" คำเดียวนั้นก็ทำให้ลู่เป่ยเฉินรู้สึกพึงพอใจขึ้นมาทันที
"พี่สาม นี่ของพี่ค่ะ"
หลังจากวางแก้วนมให้พี่ชายแล้ว ลู่เสี่ยวชาก็กอดแก้วของตัวเองไว้แล้วจิบเบาๆ ทำให้มีคราบนมสีขาวติดเป็นหนวดเล็กๆ อยู่บนริมฝีปากทันที