เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ลู่เป่ยเฉินปกป้องคนของตน

บทที่ 21 ลู่เป่ยเฉินปกป้องคนของตน

บทที่ 21 ลู่เป่ยเฉินปกป้องคนของตน


ลู่เสี่ยวชาชะเง้อคอพยายามมองเข้าไปด้านใน สมัยวันสิ้นโลกเธอเคยไปสวนสนุกมาเหมือนกัน แต่ที่นั่นเต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ ต่างจากภาพตรงหน้าที่คึกคักจอแจและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างสิ้นเชิง

ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปาก โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

"ฮัลโหล เสี่ยวเฉิน"

ลู่เป่ยเฉิน: "...เรียกว่าพี่!"

"เธอกับพี่ฟู่เยี่ยอยู่ที่สวนสนุกเหรอ?"

ลู่เสี่ยวชาเหลือบมองชายหนุ่มท่าทางยโสข้างกายแล้วส่งเสียงอืมในลำคอ "รู้ได้ยังไงอะ?"

"ช่างเถอะ รีบกลับมาบ้านก่อน"

ลู่เสี่ยวชาส่งเสียง "อ้อ" รับคำ หลังจากวางสาย เธอก็เงยหน้าขึ้น "ไม่อยากไปแล้ว"

ฟู่เยี่ยหัวเราะอย่างถือดี "เชื่อฟังขนาดนั้นเลยเหรอ? เขาบอกให้กลับก็กลับ ทำไมทีอยู่ต่อหน้าฉันถึงทำตัวดุจังหะ?"

ลู่เสี่ยวชากลอกตามองบนอย่างน่าหมั่นไส้ "ก็นายมันวอนโดนตีนี่!"

ฟู่เยี่ยกดหัวเธอลงแล้วขยี้ผมจนยุ่งเหยิง ก่อนจะถูกเธอไล่ตีไปตลอดทาง

ทั้งคู่หยุดตีกันเมื่อขึ้นมาบนรถ หลังจากคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย เขาก็คาบบุหรี่ไว้ที่มุมปาก "พรุ่งนี้จะมาอีกไหม?"

ฟู่เยี่ยอัดควันเข้าปอด ควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งบดบังดวงตาคมดุ แล้วเขาก็ได้ยินเด็กน้อยตอบกลับมาอย่างเด็ดขาด

"มา!"

ชายหนุ่มเลิกคิ้ว มุมปากกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเหยียบคันเร่งพารถพุ่งทะยานออกไป

อีกด้านหนึ่ง หลังจากวางสายจากน้องสาว ลู่เป่ยเฉินขมวดคิ้วมุ่นขณะดูคลิปวิดีโอในอินเทอร์เน็ต ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมลงเล็กน้อย

"พ่อบ้าน ติดต่อทีมพีอาร์ของพ่อ ให้พวกเขาระงับคลิปนี้แล้วสืบดูว่าเกิดอะไรขึ้น หาคลิปฉบับเต็มมุมอื่นมาด้วย!"

คลิปที่เขากำลังดูอยู่คือเหตุการณ์ที่ลู่เสี่ยวชากับฟู่เยี่ยสั่งสอนสองแม่ลูกที่สวนสนุก แต่คลิปตัดมาแค่ช่วงหลัง แถมยังพาดหัวข่าวใส่ร้ายป้ายสีอย่างรุนแรง

#ความรุนแรงในสวนสนุก: คิดว่าเด็กกว่าแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ?#

คลิปเริ่มที่ฉากฟู่เยี่ยเตะเด็กผู้ชายคนนั้น จากนั้นก็ถูกตัดต่อให้ดูเหมือนฟู่เยี่ยกับลู่เสี่ยวชาเป็นฝ่ายหาเรื่องและไร้เหตุผลสุดๆ

คอมเมนต์ด้านล่างเต็มไปด้วยคำด่าทอและโจมตีฟู่เยี่ยกับลู่เสี่ยวชา

[หน้าตาก็ดี แต่จิตใจโคตรอำมหิต]

[นั่นมันแค่เด็กนะ เตะทีนึงกะเอาให้ตายเลยเหรอ]

[หน้าตาดุขนาดนี้ นิสัยคงเลวร้ายไม่ต่างกันหรอก]

[ปากดีชะมัด นอกจากจะตีคนแล้วยังจะหักขาเขาอีก เก่งมาจากไหนยะ]

[เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักเรียบร้อย แต่ปากคอเราะร้ายเหลือเกิน]

[คนแบบนี้ไม่สมควรมีที่ยืนในสังคม]

[คลิปนี้ตัดต่อมาเห็นๆ อย่าเพิ่งด่วนสรุป ไปหาสาเหตุมาก่อนดีกว่าไหม]

ทันทีที่เห็นคลิปนี้ ความคิดแรกของลู่เป่ยเฉินคือต้องไม่ให้น้องสาวเห็นเด็ดขาด

ดังนั้นต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

"เป่ยเฉิน ให้พวกเราช่วยไหม?"

กู้เซียวตบไหล่เพื่อน อารมณ์ซับซ้อนเล็กน้อยยามมองใบหน้าในคลิปที่แทบจะถอดแบบมาจากเพื่อนรักของเขา

"เธอเป็นคนตระกูลลู่จริงๆ สินะ วันนั้นที่เห็นที่คลับ ฉันก็รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ นึกไม่ถึงจริงๆ ว่านายจะมีน้องสาวฝาแฝด!"

เรื่องนี้น่าตกใจเกินไปแล้ว

ลู่เป่ยเฉินบีบดั้งจมูก "ฉันเองก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เหมือนกัน"

ขนาดตัวเขาเองยังเพิ่งรู้ แล้วกลุ่มเพื่อนซี้จะไปรู้ได้ยังไง

"ไม่ต้องลำบากพวกนายหรอก ฉันจัดการเองได้"

กู้เซียวไขว่ห้างถาม "น้องสาวนายจะกลับมาเมื่อไหร่? ฉันอยากเจอเธอใจจะขาด บอกตามตรงนะ เห็นหน้าเธอแล้วนึกว่านายแต่งหญิงทุกที"

ลู่เป่ยเฉิน: "..."

"หุบปาก!"

"โอเคๆ ไม่พูดแล้ว ฮ่าๆๆ..."

พ่อบ้านทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แผนกประชาสัมพันธ์ของตระกูลลู่รีบเข้าจัดการระงับกระแสคลิปอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งหาคลิปฉบับเต็มมาได้หลายมุมกล้องและซื้อลิขสิทธิ์มาให้บล็อกเกอร์ชื่อดังช่วยโพสต์แก้ข่าว

ด้วยหลักฐานจากคลิปฉบับเต็มและการจ้างหน้าม้ามาช่วยชักจูงกระแสสังคมเล็กน้อย ความคิดเห็นในโลกออนไลน์ก็พลิกกลับตาลปัตร ผู้คนหันไปรุมประณามเจ้าของโพสต์ที่ตัดต่อคลิปเพื่อเรียกยอดไลก์ รวมถึงสองแม่ลูกมนุษย์ป้าตัวต้นเรื่องในคลิปแทน

นอกจากนี้ ลู่เป่ยเฉินยังส่งจดหมายเตือนจากทนายความไปถึงบล็อกเกอร์ที่ปล่อยข่าวลือและชาวเน็ตที่คอมเมนต์ด่าน้องสาวของเขาอีกด้วย

กว่าลู่เสี่ยวชาจะนั่งรถฟู่เยี่ยกลับมาถึงบ้าน เรื่องราววุ่นวายทั้งหลายก็ถูกลู่เป่ยเฉินจัดการจนเกือบจะเรียบร้อยแล้ว

"เสี่ยวเฉิน"

ทันทีที่เห็นหน้าเขา ลู่เสี่ยวชาก็โบกมือทักทาย "เสี่ยวเฉิน"

ความดีใจที่ได้เจอน้องสาวมอดดับลงในพริบตา

ลู่เป่ยเฉินมองลู่เสี่ยวชาอย่างพูดไม่ออก เขาจำไม่ได้แล้วว่าแก้คำเรียกของเธอไปกี่รอบ

"เรียกพี่สิ"

ลู่เสี่ยวชาว่าง่าย เรียก "พี่" ออกมาอย่างลื่นไหลราวกับสายน้ำ

แต่สีหน้าท่าทางของเธอกลับดูเหมือนกำลังโอ๋เด็กดื้ออย่างลู่เป่ยเฉินไม่มีผิด

ลู่เป่ยเฉินจิ้มแก้มยุ้ยๆ ของเธอด้วยความหมั่นเขี้ยวระคนหงุดหงิด ก่อนจะหันไปทักทายชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างน้องสาว

"พี่ฟู่เยี่ย"

ฟู่เยี่ยพยักหน้า "ฉันมาส่งยัยหนู ไปล่ะ"

ลู่เสี่ยวชาโบกมือลาเขาพร้อมกระถางกระบองเพชรสองใบในมือ "เจอกันพรุ่งนี้นะ"

พอลับหลังคนมาส่ง ลู่เป่ยเฉินก็หันมาถาม "พรุ่งนี้เขาก็จะมาอีกเหรอ?"

ทำไมเขารู้สึกเหมือนน้องสาวกำลังจะโดนแย่งไปยังไงไม่รู้?

ลู่เสี่ยวชายัดกระถางกระบองเพชรใบหนึ่งใส่มือเขา เธอแวะซื้อจากร้านดอกไม้ระหว่างทางกลับบ้าน เพราะจู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าอยากให้อะไรสักอย่างกับลู่เป่ยเฉิน

"ให้พี่?"

มันก็แค่กระบองเพชรต้นเล็กๆ ธรรมดา แต่ลู่เป่ยเฉินกลับรู้สึกว่ามันน่ารักขึ้นมาทันตาเห็น

"อื้ม"

"สวัสดีครับน้องสาว"

กู้เซียวก้าวเข้ามาได้ถูกจังหวะพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ เขาใช้ไม้ตายนี้ตกสาวๆ ในโรงเรียนมานักต่อนัก

จู่ๆ ลู่เป่ยเฉินก็รู้สึกขัดหูขัดตาเพื่อนซี้ขึ้นมาตะหงิดๆ

"เราเคยเจอกันแล้ว จำได้ไหมครับ?"

ลู่เสี่ยวชาพยักหน้า น้ำเสียงนุ่มนวล "พี่คือคนที่บอกว่าพี่ชายหนูแต่งหญิงนี่เอง"

กู้เซียว: "..."

เมื่อเหลือบเห็นสีหน้าทะมึนทึนของเพื่อนรัก เขาก็รีบถูจมูกแก้เก้อ

"น้องสาว เรื่องนั้นเราลืมๆ มันไปเถอะนะครับ"

ลู่เสี่ยวชาพยักหน้า "โอเค งั้นหนูจะลืมให้"

เธอช่างดูว่าง่ายน่าเอ็นดูเสียจริง กู้เซียวเริ่มนึกอิจฉาลู่เป่ยเฉินขึ้นมาตงิดๆ เขาก็อยากมีน้องสาวที่น่ารักและเชื่อฟังแบบนี้บ้าง

"พ่อกับแม่ใกล้จะกลับแล้ว กินข้าวรึยัง?" ลู่เป่ยเฉินแทรกตัวเข้ามาคั่นกลางระหว่างกู้เซียวกับน้องสาวอย่างแนบเนียน

"ยังเลย แต่พี่ฟู่เยี่ยซื้อขนมให้กินรองท้องมาบ้างแล้ว"

สรุปคือตอนนี้ยังไม่หิวมาก แต่ก็ยังกินได้อยู่

กู้เซียวผู้ถูกกีดกัน: "..."

จำเป็นต้องทำขนาดนี้ไหม? เขาไม่ใช่หมาป่าใจร้ายสักหน่อย

กู้เซียวกลับไปก่อนที่พ่อแม่ตระกูลลู่จะกลับมาถึง หลังจากนั้น ลู่เสี่ยวชาก็นั่งเล่นเกมจับคู่ไพ่นกกระจอกในโทรศัพท์แก้เบื่อ แล้วก็บังเอิญไปเห็นคลิปในเน็ตเข้า

ทว่าคลิปพวกนี้เป็นเวอร์ชันที่ลู่เป่ยเฉินให้คนจัดการเรียบร้อยแล้ว ในช่องคอมเมนต์เต็มไปด้วยผู้คนรุมด่าสองแม่ลูกจอมแซงคิวและบล็อกเกอร์ต้นเรื่อง

ลู่เสี่ยวชาไล่ดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นจนเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

พอนึกย้อนไปถึงตอนที่ลู่เป่ยเฉินโทรหาเธอที่สวนสนุก เธอก็เดาได้ทันทีว่าใครเป็นคนจัดการเรื่องนี้

เด็กน้อยถือถ้วยใส่ลำไยแกะเปลือกเดินไปนั่งข้างๆ พี่ชาย แม้จะรู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ แต่เธอก็ตัดใจยื่นลำไยหนึ่งลูกให้เขาอย่างใจป้ำ

"ขอบคุณเรื่องในเน็ตนะพี่~"

แม้ส่วนตัวเธอจะไม่ค่อยแคร์ แต่ความรู้สึกที่มีคนคอยปกป้องมันก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

ลู่เป่ยเฉินแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่ในใจกลับลิงโลดจนเนื้อเต้น

น้องสาวอุตส่าห์ปอกลำไยป้อนให้ถึงปาก จะมีคำขอบคุณไหนจริงใจไปกว่านี้อีก? สำหรับน้องสาวผู้หวงของกินยิ่งชีพ การกระทำนี้ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ระดับโลกเลยทีเดียว

"ไม่ต้องขอบคุณหรอก เป็นสิ่งที่พี่ควรทำอยู่แล้ว ต่อไปห้ามเรียกพี่ว่าเสี่ยวเฉินอีกนะ"

ลู่เสี่ยวชากะพริบตาปริบๆ อย่างไร้เดียงสา "โอเค"

สองพี่น้องนั่งกินผลไม้ด้วยกัน แม้ส่วนใหญ่จะลงท้องลู่เสี่ยวชาก็ตาม ลู่เป่ยเฉินค้นพบว่าเขาชักจะเสพติดการขุนยัยตัวเล็กนี่เข้าให้แล้วสิ

ยิ่งเห็นน้องสาวเคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่อง ดูมีความสุขและพอใจ เขาก็ยิ่งรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ... และแน่นอนว่าอดสงสารเธอไม่ได้

ที่เสี่ยวชาหวงของกินขนาดนี้ คงเพราะเมื่อก่อนอดอยากมากสินะ?

เขาเคยสืบประวัติสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนั้นมาแล้ว เด็กเยอะแต่ผู้บริจาคน้อยนิด แทบจะต้องพึ่งเงินส่วนตัวของผู้อำนวยการ หรือไม่ก็ต้องให้เด็กๆ ช่วยกันทำงานหารายได้มาจุนเจือปากท้องแบบเดือนชนเดือน

จบบทที่ บทที่ 21 ลู่เป่ยเฉินปกป้องคนของตน

คัดลอกลิงก์แล้ว