- หน้าแรก
- อ้อมกอดวายร้าย
- บทที่ 14 ความเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจ ล้วนเกิดจากการถูกตามใจจนเสียนิสัย
บทที่ 14 ความเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจ ล้วนเกิดจากการถูกตามใจจนเสียนิสัย
บทที่ 14 ความเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจ ล้วนเกิดจากการถูกตามใจจนเสียนิสัย
พอลู่เสี่ยวชาพูดจบ เธอก็ถอยไปยืนดูละครฉากเด็ดอยู่เงียบๆ ตราบใดที่ฝั่งตัวเองไม่เป็นอะไร เธอก็มีความสุขแล้ว
ลู่เป่ยเฉินมองแววตาที่เป็นประกายระยิบระยับของน้องสาว แล้วก็ต้องอึ้งเมื่อเห็นว่าจู่ๆ เธอก็ควักเมล็ดแตงโมออกมาเต็มกำมือจากที่ไหนก็ไม่รู้?!
ลู่เป่ยเฉิน "..."
เมื่อครู่เขายังนึกเป็นห่วงว่าน้องสาวจะเสียขวัญที่โดนสองแม่ลูกนั่นรังแกอยู่เลย
พอเห็นท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนของเธอแล้ว ลู่เป่ยเฉินก็นึกอยากจะจับไหล่เธอเขย่าแรงๆ แล้วตะโกนใส่หน้าว่า 'คราวหน้าถ้าเจอเรื่องแบบนี้อีก ก็หัดตบกลับด่ากลับไปบ้างสิ!'
ตระกูลลู่ไม่เคยมีประวัติยอมก้มหัวอดทนให้ใครรังแกฝ่ายเดียวอยู่แล้ว
"เป่ยเฉิน กินด้วยกันไหม?"
ลู่เสี่ยวชาเห็นคุณชายน้อยข้างๆ จ้องมองเธอด้วยสายตาที่ดู... ผิดหวัง? เธอจึงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดใจแบ่งเมล็ดแตงโมที่แกะเปลือกแล้วห้าเม็ดส่งให้เขาอย่างเสียดาย
ลู่เป่ยเฉิน "...เรียกพี่สิ!"
ลู่เสี่ยวชาพึมพำเรียก "พี่" เบาๆ แล้วก้มหน้าก้มตาแทะเมล็ดแตงโมต่อราวกับหนูแฮมสเตอร์
เมล็ดแตงโมที่เธอเก็บไว้ล้วนแต่เม็ดใหญ่และอวบอ้วน เคี้ยวเพลินหอมมันทุกเม็ด
ทันทีที่เธอกินหมดไปสองเม็ด มือเรียวสวยที่ดูออกทันทีว่าเป็นลูกคุณหนูที่ไม่เคยหยิบจับงานหนัก ก็ยื่นส่งเนื้อเมล็ดแตงโมที่แกะเปลือกแล้วสองเม็ดมาให้ตรงหน้า
ลู่เสี่ยวชาหันขวับไปมองพี่ชาย แต่ลู่เป่ยเฉินกลับไม่มองตอบ เขาจ้องตรงไปข้างหน้าด้วยมาดขรึมสุดๆ
"เธอกินเถอะ ฉันไม่กิน"
แต่ทำไมใบหูขาวสะอาดนั่นกลับขึ้นสีแดงระเรื่อกันนะ?
ลู่เสี่ยวชาหัวเราะร่า เผยให้เห็นลักยิ้มพิมพ์ใจสองข้างบนแก้มขาวผ่อง
"พี่ชายใจดีที่สุดเลย~"
คนตระกูลลู่สมกับที่เป็นตัวร้ายตัวเป้งในนิยายจริงๆ แม้ว่าลูกสาวไฮโซคนนั้นจะร้องไห้น่าสงสารแค่ไหน แต่คู่สามีภรรยาก็ไม่มีความคิดที่จะปล่อยผ่านเรื่องนี้เลยสักนิด
ลู่จ้านสั่งให้ผู้ช่วยค้นเบอร์โทรศัพท์สามีของหญิงไฮโซคนนั้นทันที ในเมื่อภรรยารับหน้าที่จัดการผู้หญิงด้วยกัน เขาก็ต้องจัดการปัญหาในแบบลูกผู้ชาย เขาโทรไปเล่าเหตุการณ์ฉบับรวบรัดที่เข้าข้างตัวเองสุดฤทธิ์ สรุปใจความสั้นๆ ได้ว่า 'ภรรยากับลูกสาวคุณมารังแกแก้วตาดวงใจของผม คุณไปจัดการเอาเองแล้วกัน'
จากนั้น ท่ามกลางสีหน้าสั่นกลัวของคนตระกูลหลิว เขาก็วางสายและจัดการบล็อกเบอร์ทิ้งทันที
เผยอันหรานเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ท่าทางสง่างามและเย่อหยิ่ง "ต่อจากนี้ไป งานเลี้ยงไหนที่มีฉัน อย่าหวังว่าจะได้เห็นหน้าพวกคุณอีก"
พูดจบ เธอก็ส่งเสียงหึในลำคอเบาๆ แล้วสะบัดหน้าเดินจากไป เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังกึกก้อง
สองแม่ลูกที่ยืนอยู่อีกฝั่งแทบจะเป็นลมล้มพับทันทีที่ได้ยินคำประกาศิตนั้น
งานเลี้ยงที่เผยอันหรานไปร่วม ล้วนเป็นงานที่เหล่าคุณหญิงคุณนายพยายามแทบตายกว่าจะได้บัตรเชิญ การกระทำนี้เท่ากับตัดหนทางไต่เต้าทางสังคมของตระกูลหลิวโดยสิ้นเชิง และสถานะของพวกเขานับจากวันนี้คงตกต่ำลงกว่าเดิมมาก
สองแม่ลูกหน้าเขียวด้วยความเสียใจภายหลัง ทำไมหล่อนต้องปากพล่อยตอนมาซื้อเสื้อผ้าด้วยนะ! ทำไมต้องปากเสียขนาดนั้น!
แต่ในใจลึกๆ พวกเธอกลับโทษลู่เสี่ยวชามากกว่า ทั้งที่เป็นคนตระกูลลู่แท้ๆ แต่ดันใส่เสื้อผ้าตลาดนัดราคาถูก นี่มันจงใจขุดหลุมล่อให้คนตกลงไปชัดๆ!
"เสี่ยวชา ต่อไปพวกมันไม่กล้ามารังแกหนูอีกแล้วนะลูก"
พอพ่อลู่กับแม่ลู่เดินกลับมาหาลูกสาว ก็ราวกับเปลี่ยนหน้ากากคนละใบ
จากตัวร้ายจอมโหดเมื่อครู่ กลายร่างเป็นคุณพ่อคุณแม่ผู้สูงศักดิ์และสง่างามต่อหน้าลูกสาวในพริบตา
ลู่เสี่ยวชาเอียงหัวซบมือแม่ รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดปกติเลยสักนิด
"ขอบคุณค่ะคุณพ่อคุณแม่"
ริมฝีปากที่เม้มแน่นของลู่จ้านยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"คุณลู่คะ คุณลู่ ฉันรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว ยกโทษให้ฉันด้วยเถอะนะคะ ฉันไม่กล้าแล้วจริงๆ"
หลังจากจัดการสองแม่ลูกไปแล้ว พวกเขาก็ลืมพนักงานขายคนนั้นไปชั่วขณะเพราะมัวแต่ชื่นชมรอยยิ้มหวานๆ ของลูกสาว ใครจะคิดว่าเธอกลับรนหาที่ตายด้วยการวิ่งเข้าใส่ปากกระบอกปืนเสียอย่างนั้น
พนักงานขายร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลพราก ปากก็พร่ำเรียก "คุณลู่" พร้อมกับพุ่งตัวเข้ามาหาเขา
ลู่จ้านเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน เผยอันหรานที่รอจังหวะอยู่แล้วก็สะบัดชายกระโปรง ยกเท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงสีดำขึ้นถีบพนักงานขายคนนั้นเต็มแรง
"อ๊าย!!!"
พนักงานขายกระเด็นออกไปตามแรงถีบ
เผยอันหรานวางเท้าลง ปัดกระโปรงเบาๆ ด้วยท่วงท่าผู้ดี แล้วมองเหยียดพนักงานขายที่นอนกองอยู่กับพื้นด้วยสายตาเย็นชา
"น่าสมเพช มุกตื้นๆ แบบนี้มันตกยุคไปนานแล้ว ยัยแก่คนนี้ยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ทั้งคน หล่อนยังกล้ากระโจนใส่สามีฉันอีกเหรอ!"
ลู่จ้านโอบไหล่ภรรยา "อย่าไปโมโหกับคนพรรค์นี้เลยเสียสุขภาพจิตเปล่าๆ"
ผู้จัดการร้านและพนักงานคนอื่นๆ ที่ยืนดูอยู่ถึงกับอ้าปากค้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้
คุณนายลู่แห่งตระกูลลู่ ดุสมคำร่ำลือจริงๆ!
ที่เขาเม้าท์กันว่าท่านประธานลู่กลัวเมีย เห็นทีจะจริงก็คราวนี้ มีภรรยาดุขนาดนี้อยู่ที่บ้าน ถ้ากล้าไปทำเจ้าชู้นอกบ้าน กลับไปคงโดนซ้อมปางตายแน่ๆ
ลู่เสี่ยวชาเบิกตากลมโตมองพ่อกับแม่ แล้วหันไปมองพี่ชาย
ลู่เป่ยเฉินมีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับชินชากับภาพเหตุการณ์นี้ไปแล้ว
"เสี่ยวชา ไปกันเถอะ แม่เหมาเสื้อผ้าให้หนูหมดแล้ว"
เผยอันหรานจูงมือนุ่มนิ่มของลู่เสี่ยวชาเดินออกไปพร้อมสามีและลูกชาย
ส่วนชะตากรรมของพนักงานขายคนนั้นคงไม่ต้องเดา ในเมื่อลู่จ้านประกาศว่าไม่อยากเห็นหน้าเธออีก ชาตินี้เธอคงหมดสิทธิ์ทำงานในร้านแบรนด์เนมหรูๆ อีกต่อไป
ลู่เสี่ยวชาที่เดินออกมาจากร้านเสื้อผ้าแล้ว เงยหน้ามองแม่ลู่ด้วยดวงตาเป็นประกาย
"เมื่อกี้คุณแม่เท่สุดๆ ไปเลยค่ะ!"
พอโดนลูกสาวที่แสนว่านอนสอนง่ายมองด้วยสายตาชื่นชมแบบนี้ เผยอันหรานก็อดเขินไม่ได้
"แม่กลัวหนูจะตกใจแย่"
การถีบพนักงานขายหญิงคนนั้นเป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่สามีขยายธุรกิจจนใหญ่โตและมีฐานะสูงส่งขึ้น ก็มักจะมีผู้หญิงมากหน้าหลายตาพยายามเข้ามาลองดีท้าทายขอบเขตและตำแหน่งของเธออยู่เสมอ
โชคดีที่สามีที่เธอเลือกนั้นรักและตามใจเธอมาก นอกจากเวลางานแล้ว เขาจะพาเธอไปด้วยทุกที่ เวลาเจอผู้หญิงที่พยายามทอดสะพานให้ ลู่จ้านก็จะแค่หลบฉากออกมา แล้วปล่อยให้ภรรยาจัดการตามสบาย
นานวันเข้า ทั้งสองก็เริ่มรู้ใจกัน
พอมีคนพยายามเข้าหา ลู่จ้านก็จะเบี่ยงตัวหลบ เปิดทางให้ภรรยา แล้วเผยอันหรานก็จะประเคนแม่ไม้มวยไทยใส่ไม่ยั้ง
ความจริงแล้ว... ที่เธอวางอำนาจและเอาแต่ใจได้ขนาดนี้ ล้วนเป็นเพราะถูกตามใจจนเสียนิสัยนั่นเอง
ลู่เสี่ยวชากอดแขนแม่แล้วเอาหน้าถูไถอ้อนเหมือนลูกแมว "หนูชอบแม่แบบนี้ที่สุดเลย"
ชาติที่แล้ว เธอเคยจินตนาการว่าครอบครัวของตัวเองจะเป็นแบบไหน การได้มีครอบครัวที่รักและตามใจขนาดนี้ในชาตินี้ ทำให้หัวใจของเธออบอุ่นขึ้นมา
ฝ่ามือใหญ่ของใครบางคนวางลงบนศีรษะ แล้วขยี้ผมนุ่มๆ ของลู่เสี่ยวชาเบาๆ น้ำเสียงทรงอำนาจของผู้เป็นพ่อเจือความอ่อนโยนที่เป็นเอกลักษณ์
"ถ้าต่อไปใครรังแกหนูอีก ให้รีบกลับมาฟ้องพ่อนะ"
มุมปากของลู่เสี่ยวชามีลักยิ้มบุ๋มลงไปสองข้าง ดวงตาโค้งหยีเหมือนพระจันทร์เสี้ยววงน้อยที่สุกใส
"ค่ะ"
เธอเอียงหัวถูไถฝ่ามือของพ่อแล้วพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
ลู่เป่ยเฉินเดินล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยมาดเท่ๆ อยู่ข้างน้องสาว
"แล้วเธอจะไปโรงเรียนเมื่อไหร่?"
ลู่เสี่ยวชา "!!!"
ป...ไปโรงเรียนเหรอ?!
รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง ดวงตากลมโตดำขลับเหลือบมองไปทางพี่ชาย
"ป...ไปโรงเรียนเหรอ"
น้ำเสียงของเธอฟังดูไม่เต็มใจสุดๆ
ลู่เป่ยเฉินมองเธอด้วยความแปลกใจ "นี่อย่าบอกนะว่าเธอลืมไปแล้วว่าตัวเองเพิ่งจะสิบสาม? เด็กในสถานรับเลี้ยงเขาไม่ต้องไปโรงเรียนกันหรือไง?"
ลู่เสี่ยวชาขยี้จมูก รู้สึกร้อนตัวนิดๆ "ก...ก็ไม่เชิงหรอก แค่ผลการเรียนของหนู... มันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่น่ะ"
ตลกน่า การศึกษาที่เธอได้รับในชาติก่อนมีแต่วิชาเอาชีวิตรอดกับการสู้ซอมบี้ ส่วนเรื่องวิชาการน่ะเหรอ มันจะช่วยให้อิ่มท้องได้ไหมล่ะ? ช่วยให้รอดตายได้หรือเปล่า? ลำพังแค่เธออ่านออกเขียนได้ เอาไว้อ่านนิยายแก้เบื่อก็ถือว่าบุญโขแล้ว
ลู่เสี่ยวชาในโลกนี้ก็หัวช้าอยู่หน่อยๆ อย่าว่าแต่เรียนดีเลย สอบทีไรก็ได้ที่โหล่ของห้องตลอด