เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 พี่ห้าผู้ขัดเขิน

บทที่ 12 พี่ห้าผู้ขัดเขิน

บทที่ 12 พี่ห้าผู้ขัดเขิน


ลู่เสี่ยวชาร่ายยาวถึงรายชื่อแมลงกินคนที่น่าสยดสยอง แต่ละชนิดถ้าไม่ตัวใหญ่เท่าสิงโตหรือเสือ ก็มีรูปลักษณ์ที่น่าขยะแขยงจนขนลุก

ลู่เป่ยเฉินรู้ดีว่าเธอกำลังแต่งเรื่องขึ้นมาเอง เพราะเขาไม่เคยเห็นสัตว์ประหลาดพวกนั้นมาก่อน แต่พอได้ฟังคำบรรยายถึงลักษณะอันน่าเกลียดน่ากลัวอย่างละเอียดละออ เขาก็อดรู้สึกคันยุบยิบที่หนังศีรษะไม่ได้

"สิ่งที่เธอพูดมานั่น มันมีแค่ในหนังไซไฟฟอร์มยักษ์เท่านั้นแหละ"

ดวงตาของลู่เสี่ยวชาเป็นประกายขึ้นมาทันที "หนังสนุกไหม?"

ลู่เป่ยเฉินรู้สึกทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกจ้องมองด้วยดวงตาที่เป็นประกายคู่นั้น ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเชิดคางมนขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ตัว

"แน่นอนสิ วันหลังพี่จะพาเธอไปดูที่โรงหนัง"

"ตกลงตามนี้นะ"

ลู่เสี่ยวชาตอบตกลงอย่างร่าเริง ก่อนจะประคองโหลแก้วใส่ผีเสื้อเดินไปที่หน้าต่าง

"ได้เวลาปล่อยมันแล้ว"

ลู่เป่ยเฉินเดินตามไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผีเสื้อสีฟ้าอ่อนขยับปีกเบาๆ ก่อนจะบินโผบินออกไปสู่อิสรภาพภายใต้สายตาของฝาแฝดทั้งสอง

แสงแดดสาดส่องกระทบนัยน์ตาของพวกเขา เปลี่ยนให้มันกลายเป็นดั่งคริสตัลที่เปล่งประกายระยิบระยับ ขนตายาวงอนทอดเงาจางๆ ขับให้ผิวพรรณที่ขาวผ่องอยู่แล้วดูเรืองรองยิ่งขึ้นไปอีก

ลู่เป่ยเฉินช่วยเก็บข้าวของของเสี่ยวชาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจริงๆ แล้วจะมีเสื้อผ้าเก่าๆ เพียงสองชุดเท่านั้น

ชุดวอร์มและชุดลำลองราคาถูกจากแผงลอยทำให้คุณชายน้อยผู้ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีถึงกับขมวดคิ้ว

"มีแค่นี้เหรอ?"

ลู่เสี่ยวชาพยักหน้าโดยไม่มีท่าทีอับอายหรือน้อยเนื้อต่ำใจแต่อย่างใด

"สถานสงเคราะห์ไม่มีเงินหรอก มีสองชุดไว้ให้เปลี่ยนซักก็ดีถมไปแล้ว จะเลือกมากไปทำไม"

ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่เสื้อผ้าพวกนี้ก็ดูแปลกแยกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมาอยู่ในห้องแต่งตัวอันหรูหรา

"ไปเถอะ เดี๋ยวพี่พาไปซื้อใหม่"

คุณชายน้อยเชิดหน้าขึ้นพร้อมกับหยิบบัตรธนาคารออกมา

แต่ดูเหมือนเขาจะรู้สึกว่าแค่นั้นยังไม่พอ จึงรีบวิ่งกลับไปที่ห้องนอนข้างๆ แล้วหอบเอากระปุกออมสินรูปหมูตัวใหญ่ออกมา

เขายัดกระปุกออมสินทั้งใบใส่มือเสี่ยวชา "นี่เงินอั่งเปาของปีที่แล้ว พี่ไม่ได้ใช้หรอก... ให้เธอ"

น่าขันนักที่ใบหูของเขาแดงก่ำไปหมด

ช่างเป็นคุณชายน้อยที่หยิ่งทะนง... แต่ขี้อายชะมัด

เสี่ยวชาไม่ได้ปฏิเสธ "ขอบใจนะพี่ชาย"

แม้จิตวิญญาณของเธอจะเคยผ่านชีวิตมาแล้วชาติหนึ่ง แต่การเรียกเด็กชายวัยสิบสามปีอย่างลู่เป่ยเฉินว่า 'พี่ชาย' กลับให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติอย่างน่าประหลาด

ริ้วแดงจางๆ แต้มบนใบหน้าขาวใสของลู่เป่ยเฉิน

"ข้างในมีเท่าไหร่เหรอ?"

ลู่จ้านและเผยอันหรานเดินเข้ามาดูว่าสองพี่น้องเข้ากันได้ดีหรือไม่

เมื่อเปิดประตูเข้ามา ก็เห็นทั้งสองคนนั่งหันหลังให้... กำลังนับเงินกันอยู่

กระปุกออมสินรูปหมูถูกทุบจนแตก ฝาแฝดชายหญิงนั่งเคียงข้างกันบนพรม กำลังรีดธนบัตรสีแดงให้เรียบและจัดเป็นปึกๆ อย่างเป็นระเบียบ

เสี่ยวชาโบกปึกเงินในมือ "ของหนูมีสองหมื่นสี่พันสามร้อยหยวน"

ลู่เป่ยเฉิน: "ของผมมีสองหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยหยวน"

รวมกันได้ห้าหมื่นพอดีเป๊ะ

"ทำอะไรกันอยู่จ๊ะ?"

เผยอันหรานชะโงกหน้าเข้ามาถามด้วยความแปลกใจ "เสี่ยวเฉิน นั่นกระปุกออมสินลูกไม่ใช่เหรอ?"

ใบหูของเขาแดงขึ้นมาอีกครั้งขณะพยายามเก๊กขรึม

"ผม... ผมไม่ได้ใช้ ก็เลย... ให้เธอ"

เผยอันหรานมองใบหูที่แดงก่ำของลูกชายแล้วอดอมยิ้มไม่ได้... ช่างขัดเขินและขี้อายจริงๆ

ก่อนที่ลูกชายจะระเบิดตัวตายเพราะความอาย นางรีบเอื้อมมือไปขยี้ผมเขาเบาๆ

"ทำดีมากจ้ะลูกแม่"

เสี่ยวชาเองก็เอื้อมมือไปลูบผมทุยๆ ของเขาบ้าง

"ขอบใจนะเสี่ยวเฉิน"

เมื่อกี้ยังเรียก 'พี่ชาย' อยู่หยกๆ ตอนนี้กลายเป็น 'เสี่ยวเฉิน' ไปซะแล้ว

ลู่เป่ยเฉินชะงักกึก ก่อนจะขนลุกชันราวกับแมวที่ถูกเหยียบหาง

"ระ...เรียกใครว่าเสี่ยวเฉินฮะ! ให้เกียรติกันบ้าง เรียกพี่สิ!"

ลู่เสี่ยวชาแลบลิ้นใส่ "ก็ได้ พี่ชาย"

เพียงแค่นั้นเขาก็สงบลงทันที เผยอันหรานมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง

ลูกชายคนเล็กของนางปกติเป็นเจ้าชายน้อยจอมเหวี่ยงที่เอาใจยากและต้องง้อนานเป็นวันๆ แต่เสี่ยวชากลับปราบพยศเขาได้ด้วยการลูบหัวแค่สองที

"แม่ครับ ผมจะพาเธอไปซื้อของ ดูสิ มีชุดแค่สองชุดเอง"

แม่ลู่เหลือบไปมองเสื้อผ้าเก่าๆ แล้วก็รู้สึกปวดใจ "แม่ไปด้วย!"

ความฝันของนางคือการมีลูกสาวน่ารักๆ ไว้จับแต่งตัวสวยๆ มาตลอด... และตอนนี้ฝันก็เป็นจริงแล้ว!

ลู่จ้านเดินเข้ามายืนข้างภรรยา "พ่อไปด้วย"

จากเดิมที่เป็นทริปช้อปปิ้งของสองพี่น้อง กลายเป็นการยกโขยงไปกันทั้งครอบครัว แถมด้วยพ่อบ้านและบอดี้การ์ดอีกสองคน

เสี่ยวชาถูกพาตรงดิ่งไปยังร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมสุดหรู

"เสี่ยวชา เดินดูเลยลูก อยากได้ตัวไหนหยิบได้เลย"

ตัวเลือกละลานตาทำเอาลู่เป่ยเฉินตาลาย เขาเลยปล่อยหน้าที่เลือกให้เป็นของเธอ

พ่อลู่หยิบชุดกระโปรงสีชมพูจิ๋วขึ้นมา แล้วประกาศด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "ตัวนี้"

เผยอันหราน: "..."

รสนิยมของสามีนางช่างเป็นผู้ชายทื่อๆ เสียเหลือเกิน

ชุดมันไม่ได้น่าเกลียดหรอก เขาแค่มีความเชื่อฝังหัวว่าเด็กผู้หญิงทุกคนใส่สีชมพูฟรุ้งฟริ้งแล้วจะดูดีที่สุด

เผยอันหรานไล่สามีและลูกชายไปที่ห้องรับรอง "พวกคุณสองคนไปรอตรงโน้นเลยไป"

นางเดินสับส้นสูงจากไปอย่างสง่างามและเด็ดขาด

คู่พ่อลูกที่ถูกทิ้ง: "..."

แม่ลู่กวาดชุดสวยๆ มากมายมากองในอ้อมแขนลูกสาว แต่เสี่ยวชากลับมองว่ามันน่ารำคาญ

"ใส่ชุดพวกนี้แล้วเตะคนลำบากแย่"

เธอบ่นพึมพำ เคยชินกับชุดทะมัดทะแมงในยุควันสิ้นโลกที่ต้องพร้อมรบและวิ่งหนีตลอดเวลา พอมาเจอระโปรงบานๆ แบบนี้เลยรู้สึกแปลกแยก

"แม่คะ หนูไปดูทางโน้นนะ"

เผยอันหรานที่ดวงตากำลังเป็นประกายกับราวแขวนชุดราตรี เพียงแค่พยักหน้าแล้วโบกมือให้พนักงานกวาดทุกชุดที่นางเล็งไว้ใส่ถุง

หลังจากเดินดูรอบๆ สุดท้ายเสี่ยวชาก็ยังคงเลือกชุดวอร์มตัวโคร่งอยู่ดี

ขณะกำลังจะเดินกลับไปหาแม่ เสียงแหลมปรี๊ดก็ดังขัดจังหวะขึ้น

"ที่นี่ร้านเสื้อผ้าระดับไฮเอนด์ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงปล่อยให้ตัวประหลาดซอมซ่อแบบนี้เข้ามาได้?"

คู่แม่ลูกที่แต่งตัวเต็มยศด้วยเครื่องเพชรพลอยยืนอยู่ไม่ไกล มองเสี่ยวชาด้วยสายตาเหยียดหยาม ผู้เป็นแม่ถึงกับยกมือขึ้นพัดโบกอากาศราวกับรังเกียจ

"ซวยชะมัด อากาศในร้านเสียหมดเพราะพวกไม่มีจะกินพวกนี้"

เสี่ยวชาปรายตามองพวกหล่อนอย่างไม่ใส่ใจจะเสวนาด้วย

ลูกสาวของหญิงคนนั้นเมื่อเห็นใบหน้าของเสี่ยวชา ก็เกิดประกายความอิจฉาวูบผ่านแววตา

"ฉันพูดกับแกอยู่นะ"

หล่อนขึ้นเสียง กอดดอกมองเสี่ยวชาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

"รู้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน? คนแต่งตัวโทรมๆ อย่างแกไม่ควรเหยียบเข้ามาด้วยซ้ำ ของในนี้ชิ้นนึงราคาเป็นหมื่นๆ... มีปัญญาจ่ายเหรอ?"

ดวงตาใสกระจ่างของเสี่ยวชากวาดมองหล่อน ก่อนจะถามกลับช้าๆ "ร้านนี้เป็นสมบัติของตระกูลเธอหรือไง?"

เด็กสาวคู่กรณีตาขวาง "ถึงจะไม่ใช่ แต่ฉันทนพวกไม่รู้จักเจียมกะลาหัวไม่ได้ รู้จักที่ต่ำที่สูงบ้าง... มีแต่นกเท่านั้นแหละที่ร้องจิ๊บๆ จั๊บๆ ไม่หยุด"

เสี่ยวชาตอกกลับทันควัน "ถ้าไม่ใช่ของเธอก็หุบปากซะ ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวน่ารำคาญ นึกว่านกกระจอกบินเข้ามาทำรังซะอีก"

จบบทที่ บทที่ 12 พี่ห้าผู้ขัดเขิน

คัดลอกลิงก์แล้ว