- หน้าแรก
- ศึกชิงเจ้าแห่งลอร์ด: พรสวรรค์ของข้าคือนิ้วทองคำ
- ตอนที่ 8 : หมีปรากฏตัวในเขตปลอดภัย
ตอนที่ 8 : หมีปรากฏตัวในเขตปลอดภัย
ตอนที่ 8 : หมีปรากฏตัวในเขตปลอดภัย
ตอนที่ 8 : หมีปรากฏตัวในเขตปลอดภัย
หลังจากการสังเกตอย่างละเอียด เล่ยเซียวก็พบว่าคนเหล่านี้เป็นคนธรรมดา อายุประมาณ 20-40 ปี ส่วนใหญ่จะมีร่างกายสูงใหญ่ไม่เท่ากับเขาซะด้วยซ้ำ และดูเหมือนว่าจะมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงนัก
เมื่อรวบรวมข้อมูลแล้ว เล่ยเซียวสังเกตต่อไป
ในกลุ่มผู้ติดตามระดับหนึ่งจำนวน 40 คน มันมี 36 คนเป็นชาวนาระดับหนึ่งหนึ่งดาว 1 คนเป็นชาวนาระดับหนึ่งสองดาว และสุดท้ายอีก 3 คนเป็นนักล่าระดับหนึ่งสองดาว โดยทุกคนมีความภักดีเริ่มต้นที่ 50 หน่วย
ในส่วนของทักษะ ประมาณหนึ่งในสามของชาวนามีทักษะ ‘ตัดไม้’ เป็นทักษะติดตัวซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดไม้ได้ 20%
นักล่าทั้งสามคนมีทักษะแบบเรียกใช้งาน ‘วางกับดัก’ ซึ่งสามารถสร้างกับดักระดับหนึ่งได้
ส่วนที่เหลือก็ไม่มีทักษะใดๆ
แตกต่างจากหู่จาง ชาวนาส่วนใหญ่ถือขวาน จอบ และเครื่องมือพื้นฐานอื่นๆ ในขณะที่นักล่าทุกคนสะพายธนูและลูกศรแบบหยาบๆ อยู่บนแผ่นหลัง
“ข้า กังซ่ง เป็นตัวแทนของชาวบ้านอีก 39 คนในหมู่บ้านนี้ ขอคารวะท่านลอร์ดขอรับ!”
นักล่าระดับสองที่มีรูปร่างค่อนข้างแข็งแรงคนหนึ่งก้าวขึ้นมาและทำความเคารพ
จากนั้นทุกคนก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งแสดงความเคารพต่อเล่ยเซียว
“ทุกคนลุกขึ้นเถอะ”
เล่ยเซียวมีท่าทีสงบนิ่งมาก
เขาพยักหน้าและมองไปรอบๆ ก่อนจะสั่งว่า “ทุกคนจัดกลุ่มเป็นกลุ่มละสิบคน และเลือกหัวหน้ากลุ่มกันเองซะ”
“ภารกิจของพวกเจ้าในตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวเท่าคือการเก็บกวาดต้นไม้รอบๆ ที่พักของข้าให้เรียบร้อย หากกลุ่มไหนขาดเครื่องมือก็ให้หัวหน้ากลุ่มมารายงานกับข้า”
เมื่อเล่ยเซียวพูดจบ ผู้ติดตามทั้ง 40 คนก็วางมือทาบลงบนอกและรับคำสั่ง ก่อนจะเริ่มทำตามคำสั่งทันที
ทั้งเขตแดนเต็มไปด้วยบรรยากาศที่คึกคักและวุ่นวาย
หลังจากที่อัพเกรดที่พักเป็นระดับสาม เขตคุ้มครองก็ขยายออกไปด้วย
ดังนั้นแม้จะมีผู้คนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่มันก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความแออัดเลยแม้แต่น้อย
ไม่นานนักหัวหน้ากลุ่มสี่คนที่ได้รับการเลือกก็เดินเข้ามาหาเล่ยเซียวหลังจากสำรวจเครื่องมือที่ขาดไปเรียบร้อยแล้ว
ตามที่คาดไว้ นอกจากนักล่าระดับสองอย่างกังซ่งที่เป็นตัวแทนเมื่อครู่นี้แล้ว หัวหน้ากลุ่มอีกสามคนก็คือผู้ติดตามระดับสองที่มีความสามารถเหนือกว่าคนอื่นเล็กน้อย
หลังจากรวบรวมข้อมูลแล้ว เล่ยเซียวก็กลับไปที่สำนักงานเพื่อเริ่มผลิตเครื่องมือใหม่
ไม่นานนัก เครื่องมือใหม่ทั้งหมดก็ถูกแจกจ่ายจนครบคน
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว เล่ยเซียวก็กำลังจะกลับเข้าไปพักในที่พัก แต่กังซ่งและนักล่าอีกสองคนก็เดินเข้ามาหาเขาซะก่อน
เมื่อเข้ามาใกล้ ทั้งสามคนก็ดูเหมือนจะลังเล พวกเขาสลับกันมองไปมองมา และเหมือนมีอะไรอยากจะพูดออกมา
หลังจากนั้นไม่นาน กังซ่งก็อดทนไม่ไหว เขาโค้งตัวลงและพูดกับเล่ยเซียวว่า “ท่านลอร์ด พวกเราล้วนเป็นนักล่าที่มีประสบการณ์ แม้ว่าข้างนอกเขตปลอดภัยจะอันตรายมาก แต่ด้วยความสามารถของพวกเรา การล่าเนื้อกระต่ายหรือเป็ดป่าใกล้ๆ ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาเลย ทำไมถึงต้องให้พวกเรามาช่วยตัดไม้ด้วยขอรับ?”
“ใช่ขอรับนายท่าน” นักล่าคนหนึ่งที่ตัวเตี้ยกว่ากล่าวเสริม “พวกเราทำงานแกะรอยกันเก่งมากและจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน!”
เมื่อเห็นสีหน้าสับสนของคนทั้งสาม เล่ยเซียวก็ยิ้มออกมาบางๆ และตอบว่า “ก่อนอื่นก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารกันเลย ข้าได้เตรียมการไว้แล้ว ส่วนเรื่องการแกะรอย ก่อนที่พวกเจ้าจะมาถึง ข้าได้ส่งคนออกไปสำรวจรอบๆ เขตแดนหลายกิโลเมตรแล้ว ตอนนี้เขาก็น่าจะใกล้กลับมาแล้ว
“รอบ… รอบๆ เขตแดนหลายกิโลเมตรเหรอ?!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเล่ยเซียว นักล่าสามคนก็มองหน้ากันด้วยความเหลือเชื่อ
ในฐานะนักล่าผู้มีประสบการณ์ที่เคยออกเดินป่ามาหลายปี พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้อยู่กลางป่าใหญ่
แม้แต่พวกเขาที่มีประสบการณ์ก็ยังกล้าที่จะเคลื่อนไหวแค่รอบๆ ไม่เกินร้อยเมตรเท่านั้น
ถ้าไปไกลกว่านั้น มันก็อาจจะเจอกับสัตว์ประหลาดระดับหนึ่งสามดาวหรือสี่ดาว หรือสัตว์ประหลาดระดับสองได้ ซึ่งด้วยความโหดเหี้ยมของพวกมัน พวกมันก็อาจจะสังหารพวกเขาได้ในพริบตา
“ดูเหมือนว่าคนผู้นั้นที่ออกไปสำรวจจะโง่หรือไม่ก็แค่คิดว่าตัวเองเก่ง และอยากอวดให้นายท่านเห็น”
“เฮ้อ แย่แน่ๆ…”
ทันใดนั้น นักล่าตัวเตี้ยก็เผยสีหน้าตื่นตระหนก เขาชี้ไปที่ด้านหลังของกังซ่งและพูดอย่างตื่นตกใจว่า “หมี… หมี!”
“เล่าตู่ นี่มันเขตปลอดภัยนะ เจ้าหัวโขกประตูแสงเหรอในระหว่างที่ถูกพาตัวมาที่นี่?”
กังซ่งหันไปมองด้วยความดูถูก แต่เมื่อหันกลับไป เขาก็พบกับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่สูงกว่า 2 เมตรยืนอยู่ด้านหลังของเขาอย่างเงียบๆ
เนื่องจากมันย้อนแสง มันจึงทำให้เขาเห็นเพียงแค่เงาสีดำ ซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนถูกกดทับจนแทบหายใจไม่ออก
“หมีดำยักษ์!”
สัญชาตญาณของนักล่าบอกกับกังซ่งว่า ‘อันตราย!’ สัตว์ยักษ์ตรงหน้านี้อันตรายมาก!
ด้วยความตื่นตระหนก กังซ่งที่ไม่ทันได้ระวังตัวก็ทำได้เพียงแค่สบถออกมาก่อนที่จะสะดุดล้มลงกับพื้นด้วยความตกใจและไม่สามารถขยับตัวได้เลย
“หู่จาง เจ้าทำให้สหายตกใจนะ หลบไปข้างๆ หน่อย อย่าบังแสง”
เมื่อเห็นภาพฉากนี้ เล่ยเซียวก็ถอนหายใจและส่ายหัวอย่างจนใจ
“ขอรับนายท่าน”
เสียงหยาบกร้านดังขึ้น และหู่จางก็กลับมายืนข้างๆ เล่ยเซียวอย่างเชื่อฟัง
“ไปเรียกคนอื่นๆ มาที่นี่ก่อน”
เมื่อทุกคนรวมตัวกันครบ เล่ยเซียวก็ยิ้มและตบหลังหู่จางพร้อมกับกล่าวว่า “ขอแนะนำให้ทุกคนรู้จัก นี่คืสหายของพวกเจ้า หู่จาง นักรบคลั่งระดับห้า”
“นักรบคลั่งระดับห้า?! นี่คือสหายของพวกเรางั้นเหรอ?!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเล่ยเซียว ทุกคนก็ต่างพากันตกตะลึงทันที และเริ่มมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจ
กังซ่งที่เพิ่งถูกประคองขึ้นมารู้สึกเหมือนมีคลื่นยักษ์ซัดเข้าใส่จิตใจของเขาและไม่สามารถหุบปากได้เลย
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นชาวนาและนักล่า แต่ก็รู้ดีว่านักรบระดับห้านั้นทรงพลังเพียงใด
นั่นคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสนามรบนะ!
ในอาณาจักรของพวกเขา มันมีเพียงแม่ทัพผู้ทรงศักดิ์ที่สุดที่ใกล้ชิดกับพระราชาที่มีพลังเช่นนี้!
การได้รับความจงรักภักดีจากนักรบระดับห้าเช่นนี้ ดูเหมือนว่าท่านลอร์ดของพวกเขาจะต้องเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์จากอาณาจักรไหนบางอาณาจักรที่ออกมาใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายแน่ๆ?!
ทันใดนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหูของเล่ยเซียว
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ติดตามนักล่าระดับหนึ่งสองดาว—กังซ่งได้เกิดความเคารพอย่างแรงกล้าต่อท่าน ค่าความจงรักภักดีเพิ่มขึ้น 20 หน่วยเป็น 70 หน่วย]
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ติดตามนักล่าระดับหนึ่งสองดาว—ตู้จงได้เกิดความเคารพอย่างแรงกล้าต่อท่าน ค่าความจงรักภักดีเพิ่มขึ้น 20 หน่วยเป็น 70 หน่วย]
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ติดตามชาวนาระดับหนึ่งสองดาว—หูปู่ได้เกิดความเคารพอย่างแรงกล้าต่อท่าน ค่าความจงรักภักดีเพิ่มขึ้น 20 หน่วยเป็น 70 หน่วย]
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ติดตาม…]
[หมายเหตุ: หากค่าความจงรักภักดีของผู้ติดตามเพิ่มขึ้นถึง 100 หน่วย เขาจะกลายเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อท่านจนวันตาย และค่าความจงรักภักดีจะไม่มีวันลดลง]
เมื่อเห็นค่าความจงรักภักดีของผู้ติดตามระดับหนึ่งทั้ง 40 คนที่เพิ่มขึ้นพร้อมกันถึง 20 หน่วย เล่ยเซียวก็รู้สึกทั้งประหลาดใจและดีใจมาก
โอ้ นี่คือวิธีการเพิ่มค่าความจงรักภักดีงั้นเหรอ…