- หน้าแรก
- ผมคือแร็ปเปอร์ที่มีระบบ เกิร์ลกรุ๊ปเลยมารุมล้อมผม
- บทที่ 78 - เปิดกล้อง
บทที่ 78 - เปิดกล้อง
บทที่ 78 - เปิดกล้อง
บทที่ 78 - เปิดกล้อง
“คัต~”
“จุนฮยองอา เทคนี้ผ่านแล้ว นายกับซองคยองพักสักครู่เถอะ เดี๋ยวพวกเราไปถ่ายฉากของคนอื่นก่อน”
ในกองถ่ายซีรีส์เรื่อง 《Weightlifting Fairy Kim Bok-joo》 ผู้กำกับโอฮยอนจงถือลำโพงตะโกนบอก กองถ่ายเพิ่งจะเปิดกล้องได้ไม่กี่วัน แต่เขากลับเริ่มมองเจ้าเด็กที่เดบิวต์มาจากสายเด็กฝึกหัดคนนี้ในแง่ดีขึ้นเรื่อยๆ
พูดกันตามตรงคือเขาแสดงได้ไม่เลวเลย และทักษะการแสดงก็พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ครับ พี่”
กงเฉิงว่ายน้ำอยู่ในสระ โบกแขนว่ายมาถึงขอบสระ ก่อนจะปีนขึ้นฝั่งแล้วลูบหยาดน้ำออกจากใบหน้า
“เอ้า” อีซองคยองส่งผ้าขนหนูมาให้ คลุมลงบนหัวของเขาเพื่อเป็นสัญญาณให้เขาเช็ดตัว
ดวงตาคู่นั้นประกอบกับสีหน้าท่าทางที่ดูเหลวไหลในบทบาทคิมบ๊กจู จ้องมองรูปร่างที่สูงใหญ่ของกงเฉิงด้วยสายตาราวกับนักเลง สัดส่วนร่างกายที่ยอดเยี่ยมทั้งแขนและขาที่ยาว ช่วงไหล่กว้างและเอวคอด ประกอบกับกล้ามเนื้อที่ผ่านการออกกำลังกายมาอย่างดี กล้ามหน้าท้องแปดลูกเรียงตัวกันอย่างแน่นหนาและเป็นระเบียบ
“อาซี่ สายตาแบบนั้นมันอะไรกันครับ? เป็นพวกโรคจิตเหรอ คิมบ๊กจู?” กงเฉิงสัมผัสได้ถึงสายตาที่คุกคามของเธอ จึงเบะปากอย่างรำคาญใจ
ในกองถ่าย ตามคำขอของนักเขียนบทและผู้กำกับ เหล่านักแสดงนำมักจะเรียกชื่อกันตามชื่อในบทละคร เพื่อให้เข้าถึงอารมณ์และดำดิ่งไปกับบทบาทได้เร็วยิ่งขึ้น
“งั้นให้นูน่าลองลูบดูหน่อยสิ~” อีซองคยองเลิกคิ้ว พูดพลางทำท่าจะยื่นมือไปลูบจริงๆ
แต่กลับโดนกงเฉิงหลบหลีกไปได้อย่างคล่องแคล่ว
เขานั่งลงบนเก้าอี้ชายหาดของกองถ่าย พลางนอนตากแดด อากาศในเดือนมิถุนายนของโซลเริ่มจะร้อนชื้นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
ส่วนผมสีขาวที่เขาทำเพื่อถ่าย MV นั้น ก็ได้ย้อมกลับเป็นสีดำตั้งแต่อยู่ในกองถ่ายในช่วงสองวันที่เปิดกล้องอย่างเป็นทางการแล้ว
“บ๊กจูอา~ โอปป้าของีบสักแป๊บนะ ถึงฉากของพวกเราแล้วค่อยเรียกผมล่ะ” กงเฉิงหลับตาลง มุมปากประดับด้วยรอยยิ้ม
“อาซี่! เจ้าเด็กนี่ รู้จักเอาเปรียบคนอื่นเหมือนกันนี่นา?” อีซองคยองนอนลงบนเก้าอี้ข้างๆ พลางพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ แต่เธอก็ไม่ได้ปลุกรุ่นน้องคนนี้แต่อย่างใด
ช่วงนี้ความสัมพันธ์ของเธอกับกงเฉิงเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นตามการถ่ายทำละคร และเธอก็รู้มาว่าเจ้าหมอนี่กำลังจะเดบิวต์เป็นนักร้องโซโล่ในปลายเดือนนี้แล้ว
นอกจากต้องถ่ายละครในกองถ่ายแล้ว ยังต้องวุ่นวายอยู่กับงาน MV อัลบั้มอีก เมื่อเช้าที่กองถ่าย เธอแอบได้ยินผู้จัดการร่างอ้วนของเขาบอกว่า คืนนี้ดูเหมือนเจ้าเด็กนี่จะต้องไปถ่ายโฆษณาให้กับบริษัทเสื้อผ้าอีกด้วย
ไอ้หยา เธอเริ่มจะรู้สึกสงสารรุ่นน้องคนนี้ขึ้นมานิดๆ แล้วสิ JYP นี่โหดจริงๆ เลยนะ!
“ซองคยองอา กาแฟมาแล้วจ้ะ” ผู้จัดการจาก YG เดินเข้ามาในตอนนั้น ท่ามกลางคิ้วที่ขมวดเข้าหากันของอีซองคยอง เธอเหลือบมองกงเฉิงที่กำลังหลับอยู่ จึงเบาเสียงลง
“พี่เอาไปแบ่งให้ทีมงานในกองถ่ายเถอะค่ะ” อีซองคยองลุกขึ้นรับอเมริกาโน่เย็นมาสองแก้ว แก้วหนึ่งเป็นของเธอ ส่วนอีกแก้วหนึ่งเธอก็วางไว้บนโต๊ะกลมเล็กๆ ข้างกายกงเฉิง
เมื่อเห็นท่าทางการนอนบนเก้าอี้ทั้งที่เปลือยท่อนบนของรุ่นน้องคนนี้ เธอกลับรู้สึกว่ามันดูน่ารักดีแฮะ เหมือนกับเด็กน้อยเลย
อีซองคยองหยิบมือถือออกมา ย่อตัวลงแล้วแอบถ่ายรูปตอนที่เขาหลับปุ๋ยไว้เหมือนหัวขโมย จากนั้นเธอก็สะบัดหน้าอย่างรำคาญใจไปรื้อผ้าห่มผืนเล็กสีชมพูในกระเป๋าเดินทางของเธอออกมา แล้วเบะปากห่มลงบนตัวเขา
ย่า ผมยังเปียกอยู่เลย เมื่อกี้ขึ้นจากสระมาชัดเจนว่ายังไม่ได้เช็ดให้แห้งจริงๆ นี่นา!
นักเขียนบทยังฮีซึงที่อยู่ไม่ไกล ขยับกรอบแว่นสีแดงขึ้น มุมปากปรากฏรอยยิ้มแบบ ‘คุณป้าผู้รู้ทัน’ (Auntie smile)
...
“ฮัลโหล จื่อวีจัง”
“อ่า น้ำส้มนะน้ำส้ม อย่าซื้อกาแฟมาเด็ดขาดเลยนะ...”
เวลาสามทุ่ม กงเฉิงนั่งอยู่บนรถตู้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาเพิ่งวางสายจากโจว จื่อวีไป เขาลดกระจกหน้าต่างลง ปล่อยให้ลมกลางคืนพัดปะทะใบหน้า ซึ่งช่วยให้เขารู้สึกตื่นตัวขึ้นมาได้บ้าง
เขากำลังจะไปถ่ายโฆษณาที่ร่วมงานกับโจว จื่อวี เมื่อกี้ยัยเด็กนั่นโทรมาถามว่าเขาอยากจะดื่มอะไรไหม จะได้ซื้อติดมือมาให้ตอนเจอกัน
“เหนื่อยมากใช่ไหมเสี่ยวเฉิง นายจะนอนพักอีกสักหน่อยไหม? ช่วงนี้รถติด น่าจะใช้เวลาอีกครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงสถานที่ถ่ายทำ”
คิมแดอูมองดูการจราจรที่ติดขัดข้างหน้า พลางหันมาเสนอด้วยความห่วงใย
“ช่างเถอะครับพี่ เมื่อตอนกลางวันงีบในกองถ่ายมาหน่อยแล้ว ตะกี้ก็ได้พักมาบ้างแล้ว ถ้านอนต่อจนถึงหน้ากองเดี๋ยวจะไม่มีแรงเอานะครับ”
กงเฉิงหาวออกมาพลางโบกมือปฏิเสธ
“จริงด้วยเสี่ยวเฉิง โฆษณาเสื้อผ้าครั้งนี้ นายยังจำได้ไหม? เป็นสปอนเซอร์เสื้อผ้าของกองละครเรื่อง 《Weightlifting Fairy Kim Bok-joo》 ของพวกนายนะ ครั้งนี้เขาเจาะจงระบุชื่อนายมาเลย บริษัทคาดว่าน่าจะเป็นการปูทางเพื่อรอออนแอร์ละครเรื่องนี้พร้อมกับปล่อยโฆษณาออกมาน่ะ”
คิมแดอูครุ่นคิด พลางเล่าเรื่องเบื้องหลังให้ฟังเล็กน้อย: “อีกอย่าง ตอนนี้แบรนด์ส่วนใหญ่ในวงการค่อนข้างมั่นใจในพลังการขายของนายนะ ยอดขายของ XT Jewelry ครั้งล่าสุดออกมาแล้ว เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้วถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยล่ะ”
“ที่สำคัญที่สุดคือ XT Jewelry ได้รับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นจากการวางแผนโฆษณาครั้งนี้มากเลย”
...
ในกองถ่าย ทีมงานที่กำลังวุ่นวายกำลังเร่งจัดเตรียมสถานที่ถ่ายทำ
“โอปป้า~ คุณมาแล้วเหรอคะ?”
โจว จื่อวีนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ช่างแต่งหน้า (นูน่า) กำลังทำผมและแต่งหน้าตามลุคที่ต้องการในการถ่ายทำครั้งนี้ให้เธอ
เธอมองกงเฉิงที่ผลักประตูเดินเข้ามาผ่านกระจก เม้มปากยิ้มแล้วทักทาย: “น้ำส้มวางอยู่ตรงนั้นค่ะ ยังอุ่นอยู่เลย”
กงเฉิงกล่าวทักทายผู้กำกับในกองถ่าย และทีมงานอย่างช่างแต่งหน้านูน่าก่อน จากนั้นถึงจะหยิบน้ำส้มขึ้นมาดูดหลอด: “ขอบคุณนะจื่อวี~”
“มาเถอะ มากลบความคล้ำใต้ตาออกสักหน่อยเถอะครับ?”
คิมแดอูมองดูใบหน้าที่คุ้นเคยของช่างแต่งหน้า พลางนึกถึงคำชมที่ช่างแต่งหน้าคนนี้มีต่อกงเฉิงตอนถ่ายโฆษณา XT Jewelry ครั้งก่อน
“โธ่ พี่ครับ! พูดอะไรของคุณเนี่ย จริงๆ เลย...”
ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองมามากมาย เมื่อได้ยินคำล้อเลียนของคิมแดอู กงเฉิงก็อดที่จะหน้าแดงไม่ได้
คำชมจากผู้หญิงสิถึงจะเรียกว่าคำสรรเสริญ! คุณที่เป็นลุงหน้ามันจะมายุ่งอะไรด้วยเนี่ย?
อยากจะเรียกร้องความสนใจจากช่างแต่งหน้านูน่าเหรอครับ? อาซี่!
“เสี่ยวเฉิง คุณลุงคนนี้พูดไม่ผิดเลยสักนิด นายไม่ต้องถ่อมตัวหรอก นั่งลงเถอะ เหมือนครั้งก่อน แค่กลบใต้ตาให้ก็พอแล้ว” ช่างแต่งหน้านูน่าทักทายด้วยรอยยิ้ม: “ไอ้หยาเสี่ยวเฉิง ครั้งนี้ใต้ตาคล้ำกว่าครั้งก่อนอีกนะเนี่ย?”
“ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ นะคะ~”
“จื่อวีซีก็เหมือนกันค่ะ รู้สึกว่าสภาพร่างกายจะไม่ค่อยดีเลยนะ พวกคุณ JYP นี่มันจริงๆ เลย... เฮ้อ”
คิมแดอูที่อยู่ข้างๆ อ้าปากค้าง จ้องมองแผ่นหลังของช่างแต่งหน้าด้วยสีหน้าจนปัญญา
เขาไม่ได้โกรธที่พวกเธอหลอกด่า JYP หรอกนะ แต่โกรธคำว่า ‘คุณลุง’ นั่นต่างหาก!
อาซี่บ้าเอ๊ย! ผู้ชายวัยสี่สิบคือวัยที่กำลังเบ่งบานเข้าใจไหมครับ?
ยัยผู้หญิงสายตาแย่! ไม่รู้ซะแล้วว่าลุงแบบผมเนี่ยพึ่งพาได้ขนาดไหน!
“จื่อวี คุณไม่ได้พักผ่อนเหรอ?”
กงเฉิงที่ได้ยินคำพูดของช่างแต่งหน้านูน่าห้องข้างๆ ขมวดคิ้วมองโจว จื่อวีที่นั่งอยู่อย่างว่าง่าย
“ก็โอเคค่ะโอปป้า แค่เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อยน่ะค่ะ”
โจว จื่อวีตอบเสียงอ่อนเบาๆ ไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวจะกระทบกับงานของช่างแต่งหนูน่า
ความจริงแล้วอารมณ์ของเธอไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกเรื่องให้โอปป้าคนนี้ฟัง
และเธอก็ไม่อยากเป็นภาระให้คนอื่นด้วย
งานกลบใต้ตาของกงเฉิงเสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว เขาถือแก้วน้ำส้มเดินมาหาโจว จื่อวี
เขามองซ้ายมองขวา จนทำให้ใบหน้าของโจว จื่อวีแดงระเรื่อขึ้นมา
ยัยเด็กนี่ทำไมถึงผิวขาวขึ้นขนาดนี้นะ? พวกมาส์กหน้าอะไรนั่นไม่ใช่เรื่องหลอกลวงหรอกเหรอ?
จนกระทั่งเขาเห็นขอบตาที่บวมเล็กน้อยของเธอ เขาจึงถามเบาๆ ว่า: “คุณร้องไห้เหรอ?”
อ้อ ที่แท้ก็คือหน้าซีดนี่เอง~
(จบแล้ว)