- หน้าแรก
- มหาเศรษฐีกลิ่นคาวปลา
- บทที่ 3 ซูสุ่ยเซียน: ถ้าเธอไม่แต่ง ฉันแต่งเอง!
บทที่ 3 ซูสุ่ยเซียน: ถ้าเธอไม่แต่ง ฉันแต่งเอง!
บทที่ 3 ซูสุ่ยเซียน: ถ้าเธอไม่แต่ง ฉันแต่งเอง!
บทที่ 3 ซูสุ่ยเซียน: ถ้าเธอไม่แต่ง ฉันแต่งเอง!
ทันทีที่สิ้นเสียงคำพูดนั้น ใบหน้าของฉินชิงก็ซีดเผือด เธอกำหมัดแน่นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยความโกรธจัด "เสิ่นเทียน นายเห็นฉันเป็นตัวอะไร?"
"นายคิดว่าฉันเป็นสินค้าบนชั้นวางที่มีป้ายราคาแปะหราอยู่งั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่ครอบครัวเธอเองหรอกหรือ ที่ตีราคาเธอเป็นสินค้าและตั้งราคาก่อน?" เสิ่นเทียนย้อนถาม รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปาก
"นาย..." เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นเทียน ฉินชิงก็ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เธอไม่คิดเลยว่าฝีปากของเสิ่นเทียนจะคมกริบขึ้นมาขนาดนี้
ไม่กี่วินาทีต่อมา น้ำตาก็เอ่อล้นในดวงตาของฉินชิงอีกครั้ง น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ "เสิ่นเทียน คบกันมาตั้งกี่ปี นายมองฉันกับครอบครัวแบบนี้หรอ?"
เสิ่นเทียนตัดบททันที "ฉินชิง ถ้าจะคุยเรื่องธุรกิจก็คุยเรื่องธุรกิจ ทำไมต้องเอาความรู้สึกมาปนด้วย?"
เขารู้ดีว่าผู้หญิงอย่างฉินชิงมีสายตาไว้มองแค่พ่อแม่และน้องชายของเธอเท่านั้น เธอไม่เคยมีความรู้สึกให้คนอื่นอย่างแท้จริง ท่าทางร้องไห้น่าสงสารในตอนนี้ก็เป็นเพียงน้ำตาจระเข้เท่านั้น
"เสิ่นเทียน ฉันจะถามนายเป็นครั้งสุดท้าย นายจะแต่งงานกับฉันไหม?" ฉินชิงถามทั้งน้ำตา จ้องมองเสิ่นเทียนเขม็ง
"ไม่แต่ง!" เสิ่นเทียนตอบโดยไม่ลังเล
"อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!" เมื่อได้ยินคำตอบที่เด็ดขาดของเสิ่นเทียน ฉินชิงก็เก็บน้ำตากลับไปภายในวินาทีเดียว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ดูบ้านนายสิ ยังเป็นบ้านดินชั้นเดียวซอมซ่อมีแค่สามห้อง ฉันยังรังเกียจที่จะเหยียบด้วยซ้ำว่ามันสกปรก!"
"นอกจากฉันแล้ว ผู้หญิงที่ไหนจะยอมแต่งเข้าบ้านแบบนี้?"
ข้างกายเธอ เฉินหลานผู้เป็นแม่ก็ทำสีหน้าดูถูกพลางกล่าวเสริม "ลูกสาวฉันพูดถูก ครอบครัวเรายอมลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับครอบครัวแกก็บุญหัวแล้ว"
"ในเมื่อไม่รู้ดีชั่ว ก็ปล่อยให้พวกมันเสียใจไปเถอะ!"
"บ่ายนี้เราจะไปหมู่บ้านตระกูลเฉิน ไปคุยเรื่องสู่ขอกับเถ้าแก่เฉิน"
ฉินโซ่ว น้องชายของเธอก็ผสมโรงด้วย "ใช่ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่สาวฉันเป็นคนเห็นอกเห็นใจคนอื่น เธอคงไม่ยอมแต่งเข้าบ้านจนๆ แบบนี้หรอก ในเมื่อเนรคุณกันนัก ก็ช่างมันเถอะ!"
"ปล่อยให้ไอ้เสิ่นเทียนมันเป็นโสดจนขึ้นคาน ให้ตระกูลมันสูญพันธุ์ไปเลย!"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ พ่อแม่และน้องสาวของเสิ่นเทียนต่างก็แสดงสีหน้าโกรธจัด
แม้ฐานะทางบ้านจะไม่ดีนัก แต่ในหมู่บ้านตระกูลเสิ่น พวกเขาก็ถือว่าเป็นระดับปานกลาง แม้ตัวบ้านจะเป็นบ้านดินชั้นเดียว แต่ก็มีถึงสามห้องรวมห้องครัวและมีลานบ้านเป็นสัดส่วน
สภาพความเป็นอยู่แบบนี้ไม่ได้แย่เลยเมื่อเทียบกับหมู่บ้านระแวกใกล้เคียง แต่ตระกูลฉินกลับพ่นคำพูดร้ายกาจสาปแช่งให้ตระกูลเขาสิ้นสกุลเพียงเพราะตกลงค่าสินสอดไม่ได้ ช่างจิตใจอำมหิตนัก!
"แก คันไม้คันมืออยากโดนดีอีกใช่ไหม?" เสิ่นเทียนมองฉินโซ่วด้วยสายตาเย็นเยียบ
เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตของเสิ่นเทียน ฉินโซ่วก็ถอยหลังไปสองก้าว พอรู้ตัวว่าเสียหน้า เขาก็เริ่มโมโห รวบรวมความกล้าแล้วตะโกนกลับไป "ทำไม ฉันพูดผิดตรงไหน?"
"สภาพบ้านแกแบบนี้ ผู้หญิงที่ไหนเขาจะมาแต่งด้วย?"
เห็นดังนั้น เสิ่นหว่านเสวี่ย น้องสาวของเสิ่นเทียนก็โกรธจนตัวสั่น กำลังจะอ้าปากเถียงกลับ
ทันใดนั้น เสียงใสอันหนักแน่นของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังมาจากนอกลานบ้าน
"ใครบอกว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากแต่งงานกับเขา? ฉันนี่ไง!"
สิ้นเสียงนั้น ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่ด้านนอก
เด็กสาวหน้าตาน่ารักถักเปียสองข้าง สวมเสื้อลายดอก เดินเข้ามาในลานบ้านด้วยสีหน้าจริงจัง
"ซูสุ่ยเซียน!"
ทันทีที่เห็นเด็กสาวคนนี้ สีหน้าของเสิ่นเทียนก็เต็มไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย
หากในชาติที่แล้วเขาติดค้างใครไว้มากที่สุด ซูสุ่ยเซียนคนนี้ต้องอยู่อันดับหนึ่งแน่นอน!
บ้านของซูสุ่ยเซียนอยู่ติดกับบ้านเขา ทั้งสองเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน แต่หลังจากที่เสิ่นเทียนแต่งงานกับฉินชิงในชาติก่อน เขาก็ถูกฉินชิงบีบให้เลิกคบหากับซูสุ่ยเซียน ต่อมาเมื่อพ่อของเสิ่นเทียนประสบอุบัติเหตุที่ไซต์ก่อสร้าง ฉินชิงซึ่งเป็นคนเก็บเงินเดือนของเสิ่นเทียนอ้างว่าไม่มีเงินจัดงานศพ และวางแผนจะจัดการให้พ้นๆ ไป
สุดท้าย เป็นซูสุ่ยเซียนที่แอบเอาเงินมาให้เสิ่นเทียน เพื่อให้งานศพของพ่อเขาจัดได้อย่างสมเกียรติ
ต่อมา เสิ่นเทียนพบช่องทางทำธุรกิจที่การันตีว่าได้กำไรแน่ๆ แต่พอไปขอเงินทุนจากฉินชิง เธอกลับบอกว่าเงินเก็บทั้งหมดของครอบครัวถูกยกให้น้องชายอย่างฉินโซ่วไปหมดแล้ว ท้ายที่สุด ก็เป็นซูสุ่ยเซียนอีกนั่นแหละที่นำเงินเก็บทั้งหมดของเธอออกมาให้เสิ่นเทียนยืมลงทุน จนเขาสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวและมีทรัพย์สินนับสิบล้านได้สำเร็จ
ต่อมาอีก แม่ของซูสุ่ยเซียนล้มป่วยหนักต้องการเงินรักษา ตอนนั้นเสิ่นเทียนร่ำรวยแล้วและสามารถช่วยได้อย่างสบายๆ เขาจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาฉินชิง
ผิดคาด ฉินชิงปฏิเสธเสียงแข็ง "แม่คนอื่นป่วย แล้วเกี่ยวอะไรกับนาย? นางไม่ใช่แม่ยายของนายสักหน่อย ห้ามให้ยืมเงินเด็ดขาด ไม่งั้นฉันเลิกกับนายแน่!"
เมื่อเห็นว่าฉินชิงไม่ยอมให้ใช้เงินของครอบครัว เสิ่นเทียนจึงต้องหาทางอื่น แต่พอเขาหาเงินมาได้และจะนำไปให้ซูสุ่ยเซียน เขากลับได้รับข่าวว่าแม่ของเธอเสียชีวิตแล้วเพราะการผ่าตัดล่าช้าเกินไป ซูสุ่ยเซียนที่สูญเสียญาติคนเดียวไปจึงออกจากเมืองและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
จนกระทั่งหลายปีต่อมา เสิ่นเทียนได้พบซูสุ่ยเซียนอีกครั้งในห้องผู้ป่วย เธอกำลังจะจากไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในวาระสุดท้าย เธอยิ้มและพูดกับเสิ่นเทียนว่า:
"พี่เสิ่นเทียน ฉันไม่เคยโกรธพี่เลยนะ เรื่องที่พี่ไม่ได้เอาเงินมาช่วยแม่ฉันจนท่านต้องตาย"
"ฉันรู้ว่าพี่ลำบากใจ เพราะพี่สะใภ้ฉินชิงเธอเป็นคนอารมณ์รุนแรง และพี่ก็รักเธอมาก"
"แต่ฉันอยากจะบอกว่า จริงๆ แล้วฉันก็รักพี่มากเหมือนกัน!"
"ความเสียใจที่สุดของฉันตอนนี้ คือฉันไม่ได้บอกความรู้สึกกับพี่ก่อนที่พี่จะแต่งงานกับพี่สะใภ้ฉินชิง ไม่ได้พยายามสู้เพื่อพี่เป็นครั้งสุดท้าย!"
"พี่เสิ่นเทียน จะหาว่าหลงตัวเองก็ได้นะ..."
"แต่จริงๆ แล้ว ฉันสวยกว่าพี่สะใภ้ฉินชิงตั้งเยอะ!!"
หลังพูดจบ ซูสุ่ยเซียนก็นอนนิ่งในอ้อมแขนของเสิ่นเทียนและหลับตาลงอย่างสงบ
ในชาติก่อน คำสารภาพรักที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาของซูสุ่ยเซียนเปรียบเสมือนมีดที่กรีดแทงหัวใจของเสิ่นเทียน ตอนนี้เมื่อได้เกิดใหม่และเห็นซูสุ่ยเซียนมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง ขอบตาของเขาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
ชาตินี้ เขาจะไม่มีวันทำให้ผู้หญิงแสนดีคนนี้ต้องผิดหวังอีกเด็ดขาด!!!
เมื่อเทียบกับฉินชิงที่บ้าเห่อน้องชายแล้ว ผู้หญิงตรงหน้านี้คู่ควรกับทุกสิ่งทุกอย่างของเขามากกว่าเป็นไหนๆ!
"ซูสุ่ยเซียน เธอ... เธอมาทำอะไรที่นี่?" ฉินชิงเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตรเมื่อเห็นซูสุ่ยเซียน
เธอรู้ว่าซูสุ่ยเซียนกับเสิ่นเทียนเป็นเพื่อนสมัยเด็กกัน เมื่อซูสุ่ยเซียนบอกว่ายินดีแต่งงานกับเสิ่นเทียน เธอจึงไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายแค่มาช่วยกู้หน้าหรือเอาจริง
"ก็เมื่อกี้เธอเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรอ ว่าถ้าเธอไม่แต่งงานกับพี่เสิ่นเทียน ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนเอาเขาแล้ว?"
ซูสุ่ยเซียนปรายตามองฉินชิง แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ฉันมาที่นี่ ก็เพื่อจะมาแต่งงานกับพี่เสิ่นเทียนไง..."