เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1190 โฉมงามเคียงดอกท้อ (ฟรี)

บทที่ 1190 โฉมงามเคียงดอกท้อ (ฟรี)

บทที่ 1190 โฉมงามเคียงดอกท้อ (ฟรี)


บทที่ 1190 โฉมงามเคียงดอกท้อ

วันที่ 28 ธันวาคม ปี 2008 กรุงปักกิ่งมีหิมะตกตลอดทั้งคืน จนกระทั่งเช้าก็ยังไม่หยุด

เวลาแปดโมงเช้า ที่อพาร์ตเมนต์ในหมู่บ้านหมายเลข 6 ก้งหยวน เสียงแจ้งเตือนข้อความสองครั้งในมือถือปลุกฝานชิงอวี่ที่ยังนอนอยู่บนเตียงให้ตื่นขึ้นมา

พักหลังมานี้ ฝานชิงอวี่มักจะนอนไม่ค่อยหลับ บวกกับไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านเฉยๆ เลยตื่นสายเป็นประจำ ส่วนมากกว่าจะลุกจากเตียงก็เก้าโมงเช้า

แม่ของฝานชิงอวี่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่เพราะต้องไปตรวจสุขภาพตามนัด จึงยังไม่ได้กลับไปเฉิงเต๋อ เลือกจะอยู่ที่ปักกิ่งกับพ่อของฝานชิงอวี่

ฝานชิงหลินกับครอบครัวก็ยังไม่ย้ายออก ทั้งหมดห้าคนอยู่รวมกันในบ้านอพาร์ตเมนต์สมัยใหม่ อ้างว่าเพื่อดูแลพ่อแม่ให้สะดวกสบาย

ในบรรดาทุกคนที่ได้อยู่ต่อที่ปักกิ่ง ฝานเหลียงเหลียงเป็นคนที่ดีใจที่สุด

เด็กๆ ไม่เข้าใจความซับซ้อนหรือความเย็นชาของเมืองใหญ่ แต่พวกเขากลับตื่นตาตื่นใจกับถนนที่คึกคัก ตึกสูงระฟ้า ความหรูหราและความเจริญรอบตัว จนอดหลงรักไม่ได้

ส่วนฝานชิงอวี่นั้น เธอไม่ได้รู้สึกยินดีหรือคัดค้านอะไรกับการที่ครอบครัวพี่ชายอยู่ต่อที่ปักกิ่ง

แต่มีข้อหนึ่งที่เธอยืนยันชัดเจน ถ้าอยากอยู่ก็ต้องเบียดกันในบ้านอพาร์ตเมนต์สมัยใหม่ อย่าคิดจะมายุ่งกับหมายเลข 6 ก้งหยวน แม้แต่พ่อแม่ ฝานชิงอวี่ก็ไม่คิดจะให้มาอยู่ที่นี่

เหตุผลของฝานชิงอวี่นั้นง่ายมาก หมายเลข 6 ก้งหยวนคือรังรักส่วนตัวของเธอกับเปียนเสวี่ยเต้า เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ใครก็ไม่ควรเข้ามารบกวน

ถ้าวันไหนเปียนเสวี่ยเต้าอยากมาหา หรือโผล่มาโดยไม่บอกล่วงหน้า แล้วเจอว่ามีคนอื่นอยู่ที่บ้าน จะทำอย่างไร?

จะให้พ่อแม่ออกไปข้างนอกก่อน?

หรือจะให้เปียนเสวี่ยเต้าเปลี่ยนวันมาหา?

เรื่องแบบนี้ ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน คนที่เป็นฝ่ายถูกเลือกย่อมต้องตามใจฝ่ายที่เหนือกว่า ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหรือเลือกมากไป หากทำให้เปียนเสวี่ยเต้าเสียอารมณ์ หรือรู้สึกว่าฝานชิงอวี่ไม่รู้จักวางตัว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็คงจบลง เพราะคุณค่าของคนเราอยู่ที่ความพิเศษที่ไม่มีใครแทนที่ได้ ซึ่งในจุดนี้ฝานชิงอวี่ไม่มีความพิเศษอะไรเลย

ด้วยความที่เธอทั้งฉลาดและรู้จักวางตัว ฝานชิงอวี่จึงไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองทำพลาดเรื่องพื้นๆ แบบนี้ เธอเลือกอยู่คนเดียวที่หมายเลข 6 ก้งหยวน รอคอยเปียนเสวี่ยเต้าเรียกหาเมื่อไหร่ก็พร้อมเสมอ

แต่ตอนนี้ ฝานชิงอวี่กลับมีคนมาตามจีบถึงสองคน

คนแรกคือหมอโต้ว

หมอโต้วเป็นหมอฟัน ยังโสด ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกับที่แม่ของฝานชิงอวี่ไปรักษาตัว

หมอโต้วอายุเท่ากับฝานชิงอวี่ เคยไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ตัวไม่สูงมาก แค่สูงกว่าฝานชิงอวี่สองสามเซนติเมตร แต่หน้าตาหล่อเหลามาก ดูสะอาดสะอ้านและใส่ใจภาพลักษณ์ตัวเองตลอดเวลา

การรู้จักกันของหมอโต้วกับฝานชิงอวี่เป็นเรื่องบังเอิญ วันหนึ่งฝานโหยวเต๋อหลงทางในตึกโรงพยาบาล แล้วไปถามทางกับหมอโต้วที่ใส่เสื้อกาวน์ขาว พอดีหมอโต้วต้องไปทำธุระที่ชั้นเดียวกัน จึงพาฝานโหยวเต๋อเดินไปส่งถึงห้องคนไข้ ได้พบกับแม่ของฝานชิงอวี่และฝานชิงอวี่ที่กำลังเฝ้าแม่อยู่

ตอนเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล ฝานชิงอวี่ถอดเครื่องประดับออกหมด แต่งตัวเรียบง่าย ไม่แต่งหน้า

แต่ถึงจะหน้าสด ฝานชิงอวี่ก็ยังสร้างความประทับใจแรกให้หมอโต้วได้ดีมาก จนเรียกได้ว่าแค่เจอกันครั้งแรกก็แอบหวั่นไหว

สาเหตุนั้นง่ายมาก เพราะฝานชิงอวี่มีเสน่ห์ในแบบที่หาตัวจับยาก

จริงอยู่ ฝานชิงอวี่ไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น แต่ด้วยความที่เรียนศิลปะ ทำงานออกแบบ และเล่นโยคะมาตลอด รูปร่างและบุคลิกของเธอจึงโดดเด่นอย่างมาก ไม่อย่างนั้นเปียนเสวี่ยเต้าคงไม่เลือกให้เธอออกแบบบ้านจงไห่ไคเสวียน แม่ของซานเหรา ไต้อวี้เฟินก็คงไม่สงสัยว่าฝานชิงอวี่กับเปียนเสวี่ยเต้ามีอะไรเกินเลยกัน และเปียนเสวี่ยเต้าก็คงไม่ตามหาฝานชิงอวี่ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนยอมรับสถานะของเธอในฐานะคนรักลับๆ

พูดตรงๆ ผู้หญิงอย่างฝานชิงอวี่ที่สามารถมัดใจเปียนเสวี่ยเต้าได้ ย่อมต้องมีอะไรพิเศษ

หลังจากที่ได้เปียนเสวี่ยเต้าเป็นที่พึ่ง ฝานชิงอวี่ก็ยิ่งดูสง่างามและมีความมั่นใจมากขึ้น

ความสง่าราศีเหล่านี้เกิดจากการใช้ชีวิตหรูหราและมีเปียนเสวี่ยเต้าเป็นแบ็คอัพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปลอมแปลงกันไม่ได้ โดยเฉพาะกับอาชีพหมอที่ต้องสังเกตคนอยู่ตลอดเวลา

เพราะประทับใจแรกดี หมอโต้วจึงคอยถามสารทุกข์สุขดิบแม่ของฝานชิงอวี่อยู่เสมอ คุยเรื่องการฟื้นฟูร่างกายจนเริ่มสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ

แม่ของฝานชิงอวี่อายุขนาดนี้ แม้จะไม่ถึงกับมองคนขาด แต่ก็พอจะอ่านใจคนออก

พอจับสังเกตได้ว่าหมอโต้วดูจะสนใจลูกสาว ก็หาจังหวะถามลูกสาวจนรู้ว่ายังไม่มีแฟน และเจ้านายที่ว่าอายุน้อยกว่าหลายปี แม่จึงเริ่มคิดจะเป็นแม่สื่อให้ลูกสาวกับหมอโต้ว

ในสายตาแม่แล้ว หมอโต้วทำงานที่โรงพยาบาลใหญ่ในเมืองหลวง ดูดี มีการศึกษา อายุเท่ากับลูกสาว ฐานะก็เหมาะสมกัน

เพื่อความมั่นใจ แม่ยังโทรไปถามฝานชิงโจว ลูกชายคนเล็กที่เรียนมหาวิทยาลัยอยู่ว่า หมอฟันรายได้ดีไหม

แม่ของฝานชิงโจวเองก็รู้ดีว่า สามี ลูกชายคนโต ลูกสะใภ้ ไม่มีใครมีประสบการณ์มากนัก ถามไปก็เสียเวลา จึงโทรถามลูกชายคนเล็กที่เรียนอยู่ต่างเมือง

ฝานชิงโจวตอบว่า ทันตแพทย์ในทุกประเทศล้วนเป็นอาชีพรายได้สูง

แค่ประโยคเดียวนี้ ก็ทำให้แม่ตัดสินใจว่าต้องหาทางให้ลูกสาวกับหมอโต้วได้สานสัมพันธ์กัน

แต่แม่ก็เจ้าเล่ห์อยู่ไม่น้อย รู้ว่าลูกสาวตัวเองมีดี เรื่องแบบนี้ต้องรอให้ฝ่ายชายออกตัวก่อนค่อยแสดงท่าที

แม่รอ หมอโต้วก็สังเกตอยู่เหมือนกัน

เขารู้ว่าฝานชิงอวี่ขับปอร์เช่ คาเยนน์ แต่พ่อแม่และครอบครัวฝานชิงหลินกลับดูเป็นคนธรรมดาๆ ความแตกต่างของคนในครอบครัวทำให้หมอโต้วสับสน

จนวันหนึ่ง หมอโต้วไปทำธุระแถวหมายเลข 6 ก้งหยวน บังเอิญเห็นฝานชิงอวี่ขับปอร์เช่ คาเยนน์ผ่านไป เขาเลยขับรถตามไปสักพัก แล้วก็เห็นปอร์เช่ คาเยนน์คันนั้นขับเข้าไปในหมู่บ้านหรูชื่อดังของปักกิ่งหมายเลข 6 ก้งหยวน ที่หน้าหมู่บ้านยังเห็นยามยืนทำความเคารพรถอย่างนอบน้อม

หมอโต้วอาจไม่มีปัญญาซื้อบ้านในหมู่บ้านแบบนี้ แต่ก็รู้ว่าหมู่บ้านหรูพวกนี้ระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ยามจะไม่ปล่อยรถเข้าไปง่ายๆ เว้นแต่เป็นเจ้าของบ้านจริงๆ

ขับปอร์เช่ คาเยนน์ อยู่หมายเลข 6 ก้งหยวน แบบนี้มันเศรษฐีนีชัดๆ

ขณะนั่งอยู่ในบีเอ็มดับเบิลยู 325 มองตึกสูงในหมู่บ้านที่มีแต่เศรษฐีและผู้มีอิทธิพล หมอโต้วก็ตัดสินใจในทันที

หลังจากนั้นเรื่องก็ง่ายขึ้น

ก่อนแม่ของฝานชิงอวี่ออกจากโรงพยาบาล หมอโต้วหาโอกาสไปเยี่ยม แล้ววกเข้าเรื่องที่บ้านเร่งให้ไปดูตัว

แม่ของฝานชิงอวี่จับความได้ก็ถามกลับว่าอยากได้แฟนแบบไหน

หมอโต้วเลยได้รู้จากปากแม่ว่าฝานชิงอวี่เป็นนักออกแบบตกแต่งภายใน ยังโสด อายุเท่ากัน

เมื่อรู้ว่าฝานชิงอวี่เป็นนักออกแบบตกแต่งภายใน หมอโต้วก็สรุปในใจทันทีว่าเธอต้องเป็นเจ้าของหรือหัวหน้าบริษัทออกแบบขนาดใหญ่ เพราะมีแค่ตำแหน่งนี้เท่านั้นที่สามารถซื้อปอร์เช่ คาเยนน์และบ้านในหมายเลข 6 ก้งหยวนได้

คิดว่าฝานชิงอวี่อาจเป็นหญิงเก่งเจ้าของบริษัทออกแบบขนาดใหญ่ หมอโต้วก็ทั้งตื่นเต้นและแอบกังวล

เทียบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู 325 ของเขาสู้ปอร์เช่ คาเยนน์ของฝานชิงอวี่ไม่ได้

เทียบที่อยู่ อพาร์ตเมนต์ของเขาก็ห่างชั้นกับหมายเลข 6 ก้งหยวนหลายระดับ

เทียบความสามารถ ฝานชิงอวี่อาจดูแลลูกน้องเป็นสิบๆ คน

แน่นอน บางช่วงหมอโต้วก็อดคิดไม่ได้ว่าฝานชิงอวี่อาจเป็นเมียน้อยของเศรษฐีหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่คอร์รัปชั่น แต่สุดท้ายเขาก็ปลอบใจตัวเองว่ายังไงก็ควรลองสานสัมพันธ์ดู เพราะผู้หญิงคุณภาพแบบนี้หาได้ยาก ถ้าพลาดไปก็ไม่รู้จะมีโอกาสอีกไหม

ในที่สุด ความพยายามเอาใจแม่ของฝานชิงอวี่ก็ได้ผล

แม่บอกหมอโต้วว่า วันที่ 25 ธันวาคม วันคริสต์มาส ตอนหกโมงเย็น ครอบครัวเธอจะไปกินข้าวที่เฉียนเหมินเปี้ยนอี้ฟาง

เมื่อได้ข้อมูล หมอโต้วก็ชวนเพื่อนไปจองโต๊ะที่เปี้ยนอี้ฟางล่วงหน้า

แล้วในคืนวันที่ 25 ธันวาคม หมอโต้วกับเพื่อนก็บังเอิญได้เจอกับครอบครัวฝานที่เปี้ยนอี้ฟาง

แม้ฝานชิงหลินจะดูซื่อๆ แต่ก็รู้ว่าหมอเป็นหนึ่งในคนที่ควรมีไว้เป็นเพื่อนในชีวิต อีกทั้งเขายังอยากปูทางให้ครอบครัวตัวเองอยู่ต่อที่ปักกิ่ง จึงชวนหมอโต้วดื่มเหล้าด้วยกันอย่างเป็นกันเอง

ฝานชิงหลินรินเหล้า หมอโต้วก็ดื่มไม่ปฏิเสธ

ไม่เพียงไม่ปฏิเสธ ยังรินเหล้าตอบกลับอีก ดื่มไปคุยไป นั่งโต๊ะเดียวกับครอบครัวฝานเกือบยี่สิบนาทีก่อนจะกลับโต๊ะตัวเอง

บนโต๊ะอาหาร ทุกคนในครอบครัวฝานต่างก็เป็นกันเองกับหมอโต้ว ยกเว้นฝานชิงอวี่ที่แม้จะสุภาพแต่ก็รักษาระยะห่างไว้ตลอด

หลังจากหมอโต้วเริ่มรุกจีบ ในวันที่ 26 ธันวาคม ฝานชิงอวี่ก็ไปงานสังสรรค์กับเพื่อนมหาวิทยาลัย และที่นั่นเองผู้ตามจีบคนที่สองก็ปรากฏตัว

จริงๆ แล้วฝานชิงอวี่ลังเลว่าจะไปงานนี้ดีหรือไม่ แต่ช่วงก่อนหน้านั้นเธอได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนร่วมห้องเกือบยี่สิบสาย เชิญชวนให้เธอไปงานวันที่ 26 ให้ได้

นับตั้งแต่ครั้งที่หวงอินจัดงานเลี้ยงเมื่อคราวก่อน ข่าวว่าฝานชิงอวี่ร่ำรวยกลายเป็นที่พูดถึงในหมู่เพื่อนและศิษย์เก่า จนหลายคนอยากเห็นกับตาว่าฝานชิงอวี่ที่ร่ำรวยล้นฟ้าตามข่าวลือจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

ในงานคืนวันที่ 26 ครั้งนี้ ฝานชิงอวี่ไม่ได้แต่งตัวหรูหราเหมือนครั้งก่อน แต่ความสงบนิ่งของเธอกลับยิ่งตอกย้ำสถานะ

ในห้องส่วนตัว ฝานชิงอวี่พูดน้อย ยิ้มแค่บางครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทำให้เพื่อนผู้หญิงที่ตั้งใจแต่งตัวมาอย่างดีดูจืดจางไปถนัดตา เพราะฝานชิงอวี่มีออร่าแบบที่ใครก็ประมาทไม่ได้

บนโต๊ะอาหาร บรรดาเพื่อนผู้ชายต่างก็พยายามอวดความสำเร็จ ความรู้ และคอนเนคชั่นของตัวเอง

คนหนึ่งที่กลิ่นเหล้ายังไม่จางพูดขึ้นว่า “ฉันกำลังจะซื้อกิจการอยู่ แต่ปัญหาคือบริษัทเป้าหมายยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหุ้น ดูงบการเงินไม่ได้ เลยไม่แน่ใจว่าควรประเมินมูลค่าบริษัทเท่าไหร่”

ชายที่นั่งขวามือผูกเนคไทสีแดงพูดว่า “เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวฉันบอกวิธีง่ายสุดให้ ถือเช็คเงินสดไปเจรจากับเจ้าของหรือบอร์ดบริษัทเลย ดูสิว่าเขายอมขายเท่าไหร่”

อีกคนที่นั่งซ้ายส่ายหัวแล้วว่า “วิธีนี้โดนหลอกง่าย วิธีปกติควรจะเปรียบเทียบกับบริษัทในตลาดที่คล้ายกัน ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง แล้วดูราคาซื้อขายที่ผ่านมาเพื่อประเมินมูลค่า”

ฝั่งนี้คุยกันสนุก อีกฝั่งก็ไม่ยอมน้อยหน้า

“เหล่าเฉิน ฉันได้ข่าวว่าบริษัทนายจะซื้อทีมฟุตบอลไปเล่นไชนีส ซูเปอร์ลีก สุดยอดเลยนะ”

“ใครเล่าให้ฟัง ใครเอาฉันไปล้อเล่น ไชนีส ซูเปอร์ลีกน่ะเหรอ อย่าดูถูกกันนะ สโมสรที่มีทรัพย์สินต่ำกว่าสิบล้านหยวนอย่าหวังจะมีปัญญาเล่น ฉันมีที่ไหนกัน สูงสุดก็แค่ร่วมลงทุนในไชนีส ลีกวัน”

ในขณะที่บรรยากาศกำลังคึกคัก ชายวัยกลางคนแต่งตัวดีท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งก็เปิดประตูเข้ามา ยกมือไหว้ขอโทษกับทุกคนในห้องว่า ขอโทษทีครับ พอดีติดธุระด่วนเลยมาไม่ได้ ต้องขอโทษจริงๆ ผมขอลงโทษตัวเองด้วยการดื่มสามแก้วก่อน”

เมื่อเห็นชายที่เพิ่งเข้ามา ฝานชิงอวี่ถึงกับแสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่ได้

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เธอเคยแอบคบกับชายหนุ่มคนนี้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนุ่มหล่อประจำรุ่น

ความสัมพันธ์นั้นสั้นมาก แค่ห้าวัน

แต่ห้าวันนั้นก็เพียงพอจะตราตรึงในความทรงจำไปตลอดชีวิต

จบบทที่ บทที่ 1190 โฉมงามเคียงดอกท้อ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว