- หน้าแรก
- การกลับมาของผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง
- บทที่ 1090 แข็งแกร่งอยู่ใต้ อ่อนโยนอยู่บน (ฟรี)
บทที่ 1090 แข็งแกร่งอยู่ใต้ อ่อนโยนอยู่บน (ฟรี)
บทที่ 1090 แข็งแกร่งอยู่ใต้ อ่อนโยนอยู่บน (ฟรี)
บทที่ 1090 แข็งแกร่งอยู่ใต้ อ่อนโยนอยู่บน
“รู้จักวาง รู้จักปล่อย” นี่คือระดับสูงสุดของชีวิตมาตั้งแต่กาลก่อน
เมื่อเทียบกับหยิบขึ้นแล้ววางลงกลับยากยิ่งกว่าเพราะการหยิบขึ้นนั้นวัดที่ความสามารถส่วนการวางลงกลับวัดที่ปัญญา
หนึ่งในเรื่องที่มนุษย์ยากจะปล่อยวางมากที่สุดก็คือความแค้นให้กับพ่อแม่ทว่าซูอี้ก็จำต้องวางมันลง
ไม่ใช่เพราะซูอี้เป็นคนจิตใจดีถึงขั้นนักบุญแต่เพราะเธอรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่มีความสามารถนั้น
ลุงกับป้าใหญ่เคยหาโอกาสเล่าให้ซูอี้ฟังแล้วว่าตระกูลจางเป็นยังไง
ที่เจียงหนิงถ้าจะพูดว่าตระกูลจางคือยักษ์ใหญ่ก็คงไม่เกินเลย สำหรับตระกูลแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นซูอี้หรือแม้แต่ตระกูลซูก็ไม่มีทางต่อกรได้
แน่ล่ะซูอี้ยังมีเปียนเสวี่ยเต้ากับซานเหราให้พึ่งพาใช้เส้นสายได้
แต่ถึงเปียนเสวี่ยเต้าจะรวยแค่ไหนหรือบ้านซานเหราจะมีพื้นฐานดีเพียงใดหากจะไปยุ่งคดีอุบัติเหตุที่สะเทือนทั้งประเทศแบบนี้หรือจะกดหัวขุนศึกท้องถิ่นให้ราบคาบจะต้องแลกด้วยอะไรบ้าง?
พูดอีกแบบคือเมื่อเรื่องนี้จบ ซูอี้จะติดบุญคุณเปียนเสวี่ยเต้าและซานเหราขนาดไหน?
บุญคุณแบบนั้นจะชดใช้ยังไง? จะมีปัญญาชดใช้ไหม?
ติดหนี้บุญคุณที่ชดใช้ทั้งชีวิตก็ยังไม่หมดแบบนี้ซูอี้คงไม่อาจวางตัวเสมอภาคกับเปียนเสวี่ยเต้าและซานเหราได้อีก
ซูอี้ที่ทะนงในศักดิ์ศรี มีเพื่อนอยู่เพียงไม่กี่คน พ่อแม่ก็เสียไปแล้วถ้าต้องเสียเพื่อนเหล่านี้ไปอีกชีวิตคงทรมานกว่าตาย
แล้วยังมีอวี๋จิน...
ตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยจนถึงตอนนี้ซูอี้ก็รู้จักอวี๋จินมา 6-7 ปีแล้วสิ่งที่อวี๋จินเคยทำนิสัยของเขาซูอี้รู้ดี
เมื่อครู่ในห้อง ซานเหราลงมือ หลี่ปิงก็ลงมือแต่อวี๋จินกลับนิ่ง
ซูอี้เข้าใจดีว่านี่ไม่ใช่เพราะอวี๋จินกลัวแต่เพราะเขากำลังคิดจะก่อพายุที่รุนแรงกว่านั้น
อวี๋จินกลับประเทศพร้อมกับซานเหราและเปียนเสวี่ยเต้าเรื่องนี้สืบไม่ยาก
ซูอี้ไม่กล้าคิดเลยว่าถ้าเรื่องมันลุกลามหรืออวี๋จินทำเรื่องใหญ่ถึงขั้นเป็นคดีฆ่าคนแล้วกระทบไปถึงทีโมนาเอ็นเตอร์เทนเม้น โหยวเต้าฉวนเหมยหรือแม้แต่กลุ่มบริษัทโหยวเต้าแล้วซูอี้จะเผชิญหน้ากับเพื่อนฝูงเหล่านี้ได้ยังไง?
จะเผชิญหน้าไหวไหม?!
แล้วต่อให้เปียนเสวี่ยเต้ากับซานเหรากดหัวตระกูลจางได้แล้วไงต่อ?
จะถอนรากถอนโคนตระกูลจางฆ่าล้างตระกูลได้อย่างนั้นหรือ? ฝันกลางวัน!
คนขับรถที่ก่อเหตุ ติดคุกถึงตายได้ไหม? ยาก!
นอกจากติดคุกก็มีแค่จ่ายค่าชดใช้
แล้วตระกูลจางจะชดใช้ให้ซูอี้เท่าไหร่?
หนึ่งล้าน? สองล้าน? สามล้าน?
ต่อให้ให้ซูอี้ 5 ล้านแล้วไง?
พ่อแม่จะฟื้นคืนชีพไหม?
หรือ 5 ล้านนี่จะใช้ได้ตลอดชีวิต?
คนขับรถติดคุกแล้วได้ชดใช้แล้ว เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับตระกูลจางถูกสอบสวนแบบนี้เรียกว่าชนะหรือ?
นี่เรียกว่าสะใจหรือ?
นี่เรียกว่าทำหน้าที่ของลูกแล้วหรือ?
แล้วมันจบจริงหรือ?
ชนะกดหัวเขาได้รับเงินแล้วซูอี้ก็กลับอเมริกาแล้วญาติๆ ของตระกูลซูที่ทำงานใช้ชีวิตอยู่ในเจียงหนิงจะเป็นยังไง?
เขาว่าตะขาบร้อยขาต่อให้ตายก็ยังขยับได้ใครจะรู้ว่าตระกูลจางที่ถูกกดหัวกับพรรคพวกจะไม่หันมารังควานญาติซูอี้
ถึงตอนนั้นจะทำยังไง?
จะให้เปียนเสวี่ยเต้ากับซานเหราออกหน้าต่อไป?
หรือให้ญาติๆ ตระกูลซูย้ายออกจากเจียงหนิงหมด?
แล้วการต่อสู้แบบนี้มันมีความหมายอะไร?
ตอนที่เห็นศพพ่อแม่ ซูอี้ไม่ได้แค่เศร้าแต่ยังได้สติอย่างยิ่ง
ใบไม้ที่ร่วงไม่อาจกลับไปเกาะกิ่งอีกเมื่อมันร่วงในสายลมก็ถูกกำหนดให้เข้าสู่วัฏจักรใหม่
ปลายทางของใบไม้คือแผ่นดินปลายทางของคนก็เช่นเดียวกันพระเจ้าปั้นอดัมจากดิน มนุษย์เกิดจากผืนดินสุดท้ายก็ต้องกลับสู่ฝุ่นดิน
อย่างที่เหล่าจื๊อว่าไว้ในตำราเต้าเต๋อจิง “เมื่อเกิดคนอ่อนโยนเมื่อตายกลับแข็งกร้าว ต้นไม้ตอนอ่อนก็เปราะบางเมื่อตายกลับแห้งเหี่ยวฉะนั้นผู้แข็งกร้าวคือพวกของความตาย ผู้อ่อนโยนคือฝ่ายของชีวิต ดาบแข็งกล้าก็จะถูกทำลาย ต้นไม้แข็งก็จะหัก”
ในโลกนี้ไม่มีผู้แข็งแกร่งที่สุดมีแต่ผู้แข็งแกร่งกว่า
ในโลกนี้ไม่มีสิ่งที่แข็งที่สุดมีแต่สิ่งที่แข็งยิ่งกว่า
ผู้แข็งแกร่งอยู่เบื้องล่างผู้อ่อนโยนอยู่เบื้องบนความแข็งจะค่อยๆเสื่อมความอ่อนโยนจึงจะคงอยู่
เหมือนที่ซานเหราพูดกับคนตระกูลจาง “วันนี้คุณใช้อำนาจรังแกคนวันหน้าก็อาจมีคนใช้อำนาจรังแกคุณ”
ดังนั้นแม้จะละไว้เรื่องหลักปรัชญา ซูอี้ก็ยังไม่อยากให้เพื่อนตกไปอยู่ในวังวนแห่งความขัดแย้ง
ไม่อยากให้ซานเหราออกหน้าแทนเพราะซูอี้รู้ดีว่าซานเหราเองก็เป็นผู้หญิงที่น่าสงสารคนหนึ่ง
ไม่อยากติดบุญคุณอวี๋จิน ไม่อยากให้อวี๋จินทำเรื่องบ้าบิ่นเพราะโกรธแทนเธอ
เพราะแบบนั้นซูอี้จึงจูบหน้าผากอวี๋จินอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
จูบนี้ไม่ใช่กำลังใจแต่เหมือนบอกอวี๋จินให้ “วางลง” “ฉันให้อภัยแล้ว คุณยังมีอะไรที่ให้อภัยไม่ได้อีก?”
...
แน่นอนยังมีคนที่ไม่ยอมให้อภัย
ซูอี้เพิ่งออกไปหลี่เชียนก็โทรแจ้งตำรวจทันที
สถานการณ์มาถึงขนาดนี้ไม่ใช่แค่ซูอี้พูดว่าจะไม่เอาเรื่องแล้วทุกอย่างจะจบได้
เว่ยเสี่ยวตงรีบออกไปตามซูอี้ส่วนจางฮวาดึงหลี่เชียนไว้พยายามเตือนให้ใจเย็นแต่หลี่เชียนไม่ฟังเลย เธอกัดฟันชี้หน้าซานเหรากับหลี่ปิงตะโกนว่า“กล้าตบฉันกล้าทำร้ายพี่ชายฉันคนอย่างพวกแกเตรียมตัวหมดตัวเข้าคุกไปตลอดชีวิตได้เลย!”
ซานเหรากับอวี๋จินยังจมอยู่กับความรู้สึกหลังจากที่ซูอี้ทำเมื่อครู่ไม่ได้ใส่ใจหลี่เชียน
ทางฝั่งตระกูลซู จู๋ลี่ที่เพิ่งตั้งสติได้เป็นคนแรกมองหลี่เชียนด้วยสีหน้าจริงจัง “กรุณาระวังคำพูดด้วยนะคะ ถ้าคุณยังพูดแบบนี้ฉันมีเหตุผลจะสงสัยว่าคุณพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม”
หลี่เชียนสะบัดแขนพี่สะใภ้ที่ดึงไว้แล้วแทบคลั่ง ตะโกนกลับมา “ทีตอนนี้กล้าพูดนะตอนเมื่อกี้ที่เขาตบฉันทำไมไม่พูด...พวกแกสมรู้ร่วมคิดกันทั้งนั้นเสแสร้งทำเป็นคนดี...ฉันจะบอกให้...ฉันจะหาคนเล่นงานพวกแก...ฉันจะยุ่งกับคดีนี้แน่...รอดูได้เลย...”
อวี๋จินที่วางแผนแก้แค้นอยู่ในใจไม่อยากเจอตำรวจจึงลุกจะเดินออกไป
หลี่เชียนเห็นก็รีบพุ่งไปขวางประตู “ไม่มีใครออกจากที่นี่ได้ทั้งนั้นรอให้ตำรวจมาทุกคนเตรียมโดนจับเถอะ!”
อวี๋จินมองหลี่เชียนอย่างใจเย็น “ใครตบเธอก็ไปเอาเรื่องคนนั้นสิจะมาหาเรื่องฉันทำไม?”
หลี่เชียน “พวกแกเป็นพวกเดียวกัน!”
อวี๋จิน “ฉันไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ลงมือแล้วจะไม่ให้ฉันออกไปทำไม?”
หลี่เชียนตาแดงก่ำ “ก็ไม่ให้ไป!”
อวี๋จิน “ฉันเป็นโรคไตปัสสาวะบ่อย ถ้าเธอไม่ให้ฉันออกฉันฉี่ตรงนี้เลยนะ”
หลี่เชียนตาโต “ถอดสิ ฉี่เลยใครจะกลัว!เหมือนไม่เคยเห็นของแบบนั้น!”
ยังพูดไม่ทันจบก็เห็นอวี๋จินปลดเข็มขัดรูดกางเกงลงแล้วหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาสะบัดใส่หลี่เชียน “ของฉันนี่เธอเคยเห็นด้วยเหรอ? ทำไมฉันจำไม่ได้?”
“ไอ้ลามก!”
จางฮวารีบเดินมาดึงหลี่เชียนออกไปแล้วหันมาตะโกนใส่อวี๋จิน “ถ้ามีเรื่องแบบนี้อีกฉันจะฟ้องข้อหากระทำอนาจาร!”
อวี๋จินดึงกางเกงขึ้น “พูดแบบนี้ก็ไม่แฟร์นะทุกคนเห็นอยู่นี่เธอเป็นคนบอกให้ฉันถอด ให้ฉันฉี่ ผู้หญิงบ้าขนาดนี้เธอว่าระหว่างฉันกับเธอใครกันแน่ที่ลามก?”
หลี่เชียนได้สติกลับมาก็ตะโกนด่าอย่างดุร้าย “ไอ้ลามก!ต่อให้แกหนีออกไปได้ก็จะโดนลากกลับมาอยู่ดีเดี๋ยวได้เจอพี่ใหญ่ในคุกสั่งสอนแน่!”
อวี๋จินยิ้มเหยียด “โหรู้เยอะนะเรา ปกติก็ชอบเล่นสองทางรึไง?”
จางฮวา:“...”
ไม่ใช่แค่จางฮวาหรอกซานเหรากับจู๋ลี่ก็พูดไม่ออกเหมือนกัน
อวี๋จินจัดเข็มขัดเปิดประตูเดินออกจากห้องอย่างไม่แยแสพลางหันมายิ้มเยาะใส่หลี่เชียน
ในห้อง
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งจู๋ลี่ก็ช่วยพยุงหลี่หย่งที่เลือดอาบหน้าไปนั่งบนเก้าอี้เสาหัวเปียว สีหน้าเคร่งขรึม “ในเมื่อพวกเราตระกูลจางกล้าทำก็ต้องกล้ารับผิดชอบ ขอให้คนที่ลงมือบอกชื่อมา”
ซานเหรานั่งไขว่ห้างอย่างอารมณ์ดี “ฉันชื่อซานเหรา”
หลี่ปิงที่ยืนอยู่ข้างหลังเหมือนภูเขาสีหน้าไร้อารมณ์“หลี่ปิง”
จางฮวาเห็นว่าหลี่ปิงเป็นลูกน้องซานเหราก็หันมาขู่ “ทำร้ายคนขนาดนี้มันถึงขั้นติดคุกแล้วนะรู้รึเปล่า?”
หลี่หย่งที่เริ่มมีแรงขึ้นมาหน่อยมองหลี่ปิงอย่างอาฆาต “เดี๋ยวเข้าไปในคุกจะได้รู้แน่ว่าฉันเป็นใคร”
ซานเหราได้ยินก็หันไปถามหลี่ปิง“ยังจำประโยคภาษาอังกฤษที่จินเกอชอบพูดไหม?”
หลี่ปิงคิดอยู่แป๊บก่อนจะมองหน้าหลี่หย่งแล้วพูดอย่างจริงจัง “Love-your-mother-who-who!”(เป็นการพูดผิดแบบเลียนเสียงมาจากคำว่า F* your mother, who are you?!”)