- หน้าแรก
- การกลับมาของผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง
- บทที่ 900 ใครจะตามทันเธอ? (ฟรี)
บทที่ 900 ใครจะตามทันเธอ? (ฟรี)
บทที่ 900 ใครจะตามทันเธอ? (ฟรี)
บทที่ 900 ใครจะตามทันเธอ?
ภัยพิบัติ แม้จะนำมาซึ่งความเศร้าโศก แต่ขณะเดียวกันก็สร้างผู้ชนะขึ้นมาด้วย
แล้ว แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ชิงมู่ หนนี้... ใครกันที่เป็นผู้ชนะ?
กลุ่มแรก คือพวกฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ลักลอบขายอุปกรณ์ช่วยเหลือ ทั้งหน้าด้านทั้งใจดำ หวังกอบโกยผลประโยชน์จากความทุกข์ของคนอื่น กลุ่มนี้นับว่าเป็นผู้ชนะแบบหนึ่ง
อีกกลุ่ม คือคนดังบางรายที่ใช้ชื่อการกุศลบังหน้า ออกมาประกาศบริจาคเสียงดังทั้งในและต่างประเทศ แต่เบื้องหลังกลับเป็นการสร้างชื่อเสียงและผลประโยชน์ให้ตัวเอง นี่ก็เป็นผู้ชนะอีกแบบ
บรรดาลูกสาวที่อาศัยสายสัมพันธ์กับพ่อทูนหัว แถมพ่อทูนหัวเองก็สามารถแทรกแซงกิจการกองทุนการกุศลได้ ก็จัดว่าเป็นผู้ชนะอีกกลุ่ม
นอกจากนั้น ยังมีผู้ชนะอีกหลายประเภท
จู้จื้อชุน ที่บังเอิญมีบริษัทการบินทั่วไปอยู่ในซื่อซาน ก็ถือว่าเป็นผู้ชนะ...
ระหว่างการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเทียนสิงทงหางซึ่งเป็นกำลังหลักด้านการกู้ภัยทางอากาศ ได้ประสานงานกับทุกฝ่าย ทั้งหน่วยงานกลาง รัฐบาลท้องถิ่น และกองทัพ ทุกอย่างลงตัวจนสร้างความประทับใจให้ทุกฝ่าย ซึ่งเท่ากับปูทางให้เทียนสิง เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต ตระกูลจู้ ก็ได้สะสมทรัพยากรทางการเมืองเพิ่มขึ้น และตำแหน่งของจู้จื้อชุนในตระกูลจู้ก็แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ผู้ชนะอีกกลุ่ม คือฉีซานซูและเพื่อน ๆ ของเขาที่ลงมือช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยโดยตรง
หลังแผ่นดินไหวชิงมู่ ฉีซานซูนำทีมรุ่นที่สอง(ทายาทผู้มีอำนาจหรือเศรษฐี)ลงพื้นที่ทันที ทั้งขบวนรถและศูนย์ช่วยเหลือเคลื่อนที่ แม้จะไม่อาจพูดได้ว่าช่วยชีวิตผู้คนได้มากมาย แต่ก็สมควรได้รับคำชมว่าช่วยชีวิตผู้คนอย่างแท้จริง พวกเขาได้เปลี่ยนทัศนคติของสังคมที่มีต่อรุ่นที่สองไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะฉีซานซูที่ได้รับความชื่นชมจากรุ่นที่สองสายตระกูลต่าง ๆ มองว่าเขาเป็นพี่ใหญ่ที่ไว้ใจได้
และฉีซานซูยังได้รับประโยชน์มากกว่านั้น
หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ชิงมู่ ภาพความสูญเสียและบาดเจ็บในเขตแผ่นดินไหวถูกเผยแพร่ผ่านทีวีและอินเทอร์เน็ต ทำให้ประชาชนตื่นตัวเรื่องความปลอดภัย ความต้องการอุปกรณ์ฉุกเฉินเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
ผลก็คือ ชุดฉุกเฉินแผ่นดินไหวขายดีเป็นเทน้ำเทท่า...
เพียงวันถัดจากเหตุการณ์ ร้านของฉีซานซูในฉู่ตูชุดฉุกเฉินแผ่นดินไหวเป่ย์ซิง ก็ของหมดสต็อกในทันที
ในฐานะร้านค้าออนไลน์ด้านอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินที่เก่าแก่ที่สุดในเถาเป่า มีชื่อเสียงดีและสินค้าครบครัน ยอดขายรายวันเพิ่มขึ้นถึง 60 เท่า ขณะที่ฉีซานซูกำลังวุ่นกับการกู้ภัยที่เขตแผ่นดินไหว ภรรยาของเขาก็ยุ่งกับงานขายของที่ฉู่ตูจนแทบหมดแรงไม่แพ้กัน
แต่ถ้าจะพูดถึงผู้ชนะที่แท้จริง แม้จะเอาทั้งจู้จื้อชุนและฉีซานซูมารวมกัน ก็ยังชนะเปียนเสวี่ยเต้าไม่ได้
จื้อเวยเวยป๋อ จื้อเหวยซื่อผิน เทียนเซิงออยล์ ซิงปังเกษตรกรรม เว็บไซต์ไอโหยว รวมไปถึงโครงการอสังหาฯที่ซงเจียงและสโมสรฟุตบอลโหยวเต้าที่เปียนเสวี่ยเต้าถือครองอยู่ ล้วนได้รับความสนใจและการตอบรับจากผู้คน
พลังของชาวเน็ตนั้นยิ่งใหญ่เรซูเม่ทองคำ ของเปียนเสวี่ยเต้าก็ถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง
ข่าวกลุ่มบริษัทโหยวเต้าที่บริจาคสนับสนุนการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยและกิจกรรมกีฬามวลชนต่าง ๆ ในเป่ยเจียง ถูกนำมาเผยแพร่อีกครั้ง
ข่าวกลุ่มบริษัทโหยวเต้าที่ลงทุนสร้างสวนสาธารณะ ลานกว้าง และสนามกีฬาในซงเจียง ก็ถูกขุดขึ้นมา
ข่าวเปียนเสวี่ยเต้าประสบอุบัติเหตุในซื่อซานแล้วได้รับความช่วยเหลือจากคนที่ผ่านทาง ก็ถูกหยิบยกขึ้นมา ทั้งหนังสือพิมพ์ซื่อซานรายวันและหนังสือพิมพ์ฉูตูรายวันก็เคยลงข่าวนี้ไว้อย่างละเอียด
ข่าวเปียนเสวี่ยเต้าที่บริจาคสร้างโรงเรียนประถมหมู่บ้านหลงเหมินเพื่อตอบแทนบุญคุณ ก็ถูกขุดมาอ้างอิง
RMเดลี่ยังเคยนำคำพูดของเปียนเสวี่ยเต้า “เดินทางที่ถูกต้อง เป็นคนดี” กับ “รู้ว่ามีภาระหน้าที่จึงกล้าแบกไว้ ลงมือทำอย่างจริงจังและเสียสละ” มาขึ้นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งในบทความ “สังคมต้องการเศรษฐีแบบไหน”
ข่าวเปียนเสวี่ยเต้ากลับไปบริจาค 3 ล้านหยวนให้โรงเรียนเก่า ตั้งทุนการศึกษาเซี่ยงซ่านก็ถูกนำมาแชร์ต่อ
คลิปเปียนเสวี่ยเต้าเอ่ยว่า “ช่วยผู้หญิงก่อน” ก็ถูกนำออกมาเผยแพร่อีก
ไฟล์เสียงการบรรยายของเปียนเสวี่ยเต้าที่มหาวิทยาลัยตงเซินก็ถูกขุดขึ้นมา
คลิปผลงานเข็นรถกลางสายฝนของเปียนเสวี่ยเต้า ก็ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง
แนวคิดอินเทอร์เน็ตพลัสที่เปียนเสวี่ยเต้าเป็นคนเสนอเป็นครั้งแรก ก็ถูกยกขึ้นมาพูดถึง
วาทะเด็ดภาษาจีนเจ๋งที่สุด ของเปียนเสวี่ยเต้า ก็ถูกขุดขึ้นมาอีก
ประวัติตอนเปียนเสวี่ยเต้ายังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ขายเว็บไซต์ได้เงินหลักร้อยล้าน พร้อมสองวิทยานิพนธ์คุณภาพสูง ก็ถูกขุดมาเล่าซ้ำ
...
จากการตีพิมพ์เปเปอร์ ขายเว็บไซต์ จนถึงการบริจาคเงินสามร้อยล้านหยวน ชายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และความรับผิดชอบต่อสังคมคนนี้ ได้ปรากฏชัดเจนบนหน้ากระดาษ
เมื่อย้อนดูเหตุการณ์ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าความสามารถและความรับผิดชอบต่อสังคมของเปียนเสวี่ยเต้านั้นต่อเนื่องมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง
ถ้าก่อนหน้านี้ ตอนที่เกิดศึกโต้วาทีในเวยป๋อ เปียนเสวี่ยเต้ายังอยู่ในขั้น “ทองคำระดับต้น” หลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ชิงมู่ เขาก็ไปถึงจุด “ทองคำระดับสูง” อย่างแท้จริง
ถึงตอนนี้ ชื่อเสียงของเขาขึ้นสู่จุดสูงสุด ถ้าจะเทียบกับเกม ก็เหมือนอัพสกิลป้องกันจนเต็มหลอด
ณ จุดนี้ ไม่ว่ากลุ่มไหนคิดจะเล่นงานเขา คงต้องคิดให้หนักถึงผลที่จะตามมา
สำหรับเส้นทางชื่อเสียงนี้ แม้เปียนเสวี่ยเต้าเคยลังเล แต่ไม่เคยเสียใจ เขารู้ดีว่าตนเองไม่เหมือนจู้ไห่ซาน
จู้ไห่ซานมีเวลาหลายสิบปีในการสร้างสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจ ตั้งแต่ยังยากจน สามารถช่วยเหลือวีรบุรุษยามตกยาก จนเมื่อถึงคราวรุ่งเรือง ก็มีเหล่าคนเก่งคอยสนับสนุน ดังนั้นเขาจึงซ่อนตัวได้
แต่เปียนเสวี่ยเต้าไม่เหมือนกัน...
เขามีข้อมูลล่วงหน้าเพียงสิบกว่าปี รู้จักผู้คนได้ในเวลาอันสั้น ไม่ได้เปรียบเรื่องเลือกข้าง เขาจึงตัดสินใจตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าจะไม่เข้าไปยุ่งกับการเมือง
เมื่อไม่ได้ใช้การเมืองเป็นเกราะคุ้มกัน ทรัพย์สินก็ยังไม่มากพอจะป้องกันตัว ทางเลือกที่เหลือจึงมีเพียงชื่อเสียงเท่านั้น
พูดตรง ๆ เส้นทางนี้เขาจำเป็นต้องเดิน ไม่เดินก็ไม่ได้ เพราะเมื่อร่ำรวยมากขึ้น ก็เสี่ยงจะเจอภัยร้ายแรง ไม่มีวันสงบสุข
ไม่เพียงแค่ตัวเอง เปียนเสวี่ยเต้ายังเลือกเส้นทางชื่อเสียงนี้ให้สวี่ซ่างซิวด้วย
...
ฉู่ตู
ในภัตตาคารตะวันตกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เปียนเสวี่ยเต้าเหมาร้านไว้ทั้งร้าน
เขามาก่อน มีบอดี้การ์ดอยู่ข้างกายสามคน แล้วให้หลี่ปิงพาคนไปรับสวี่ซ่างซิวที่มหาลัย
ตอนนี้เหตุการณ์แผ่นดินไหวจบลงแล้ว เปียนเสวี่ยเต้าก็ปลดภาระในใจไปอีกหนึ่งเรื่อง ความรู้สึกหนักอึ้งในใจเบาบางลงมาก
ถึงวันนี้ เขาแทบไม่มีความสนใจในหาเงินอีกต่อไป สิ่งที่อยากทำมากที่สุดตอนนี้ คือพาสวี่ซ่างซิวออกเดินทาง ท่องเที่ยวไปตามภูเขาและสายน้ำ
แต่ก่อนจะทำแบบนั้นได้ ต้องยืนยันความสัมพันธ์กับสวี่ซ่างซิวให้แน่ชัดเสียก่อน
เปียนเสวี่ยเต้าไม่อยากรออีกแล้ว
สวี่ซ่างซิวคือหญิงสาวที่โชคชะตากำหนดให้เขา แม้จะได้พบกันเร็วกว่าชาติที่แล้วหนึ่งปี ก็ไม่ได้ถือว่าเปลี่ยนแปลงอะไรมาก
แน่นอน เพื่อป้องกันผลย้อนกลับของโชคชะตา ต่อให้สวี่ซ่างซิวจะตอบตกลง เขาก็ยังจะรอจนถึงปีค.ศ.2010 แต่งงานในปีเดียวกับชาติที่แล้ว
แต่งงาน...
เปียนเสวี่ยเต้าบอกตัวเองในใจว่า ขอแค่ซ่างซิวยอมแต่งงานด้วย เขาจะจัดงานแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ให้ผู้หญิงทุกคนอิจฉาในความสุขและความงามของเธอ
แต่งงาน...
“ซ่างซิวจะยอมแต่งงานกับเราไหมนะ?” เขาอดคิดไม่ได้ แต่ทันใดนั้นก็กลับมามั่นใจ “ต้องยอมแน่ ซ่างซิวต้องแต่งงานกับเราแน่ ๆ”
ผ่านสองชาติแล้ว เปียนเสวี่ยเต้าเข้าใจตัวเองดี “ชาติที่แล้วซ่างซิวยอมแต่งงานกับเรา แปลว่าตัวเราต้องมีนิสัยหรือคุณสมบัติที่เธอชอบ แม้ชีวิตนี้เราจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่แก่นแท้ข้างในไม่มีวันเปลี่ยน เหมือนที่เราชอบผู้หญิงแบบซ่างซิว ซ่างซิวเองก็ต้องชอบผู้ชายแบบเรา...”
ประตูเปิด
หลี่ปิงเปิดประตูเชิญสวี่ซ่างซิวเข้ามาในร้าน
เปียนเสวี่ยเต้ารีบลุกขึ้นไปต้อนรับ สวี่ซ่างซิวยังคงแต่งหน้าบาง ๆ ดูสดใสกว่าตอนเจอกันที่โรงพยาบาลเมื่อวันก่อนมาก
หลังสวี่ซ่างซิวนั่งลง เปียนเสวี่ยเต้าส่งสัญญาณให้พนักงานไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงเพลงก็ลอยคลอในร้าน—เพลง “ขอให้คนยืนยาว” ของลู่กวนถิง
เปียนเสวี่ยเต้าจำได้ว่าสวี่ซ่างซิวชอบเพลงนี้ เคยนั่งฟังในรถด้วยกัน เธอขอให้เขาเปิดให้ฟังซ้ำถึงสามรอบ ก่อนลงจากรถยังถามชื่อเพลงอีก
เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้นสวี่ซ่างซิวก็จำได้ เธอยิ้มอ่อนโยนให้เปียนเสวี่ยเต้าแล้วถามว่า “รอนานไหม?”
เปียนเสวี่ยเต้าตอบว่า “ตอนแรกกะจะนับในใจอยู่หรอก แต่พอเห็นเธอมาก็ลืมนับไปเลย”
สวี่ซ่างซิวกวาดตามองรอบ ๆ เดาออกว่าเปียนเสวี่ยเต้าน่าจะเหมาไว้ทั้งร้านจึงถาม “เงินที่บริจาคในงานกาล่าช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นการตัดสินใจเฉพาะกิจหรือเปล่า?”
ต่อหน้าสวี่ซ่างซิว เปียนเสวี่ยเต้าไม่มีอะไรต้องปิดบัง “แน่นอนว่าไม่ใช่ มันเป็นส่วนสำคัญในกลยุทธ์การพัฒนาบริษัท”
สวี่ซ่างซิวพยักหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
เปียนเสวี่ยเต้าอธิบายต่อ “ยิ่งโมเดลธุรกิจเรียบง่ายมากเท่าไหร่ ความต้องการขนาดและเงินทุนก็ยิ่งสูงขึ้น ในแง่นี้ ‘ขนาด’ กับ ‘เงินทุน’ ก็เหมือนเป็นคูเมืองคอยปกป้องบริษัท แต่เหนือไปกว่านั้น ‘ชื่อเสียง’ คือกุญแจสู่ชัยชนะ”
สวี่ซ่างซิวถาม “เพราะฉะนั้น เธอถึงใช้การบริจาคเพื่อแลกกับชื่อเสียง?”
เปียนเสวี่ยเต้าตอบ “ไม่ทั้งหมดหรอก ฉันเองก็อยากช่วยเหลือผู้ประสบภัยจริง ๆ”
ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ สวี่ซ่างซิวก็พูดขึ้นว่า
“เธอยิ่งเดินยิ่งเร็ว... มีใครจะตามเธอทันไหม?”