- หน้าแรก
- การกลับมาของผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง
- บทที่ 845 หลี่ปั้นเซียน (ฟรี)
บทที่ 845 หลี่ปั้นเซียน (ฟรี)
บทที่ 845 หลี่ปั้นเซียน (ฟรี)
บทที่ 845 หลี่ปั้นเซียน
ชายวัยกลางคนหัวโล้นกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เขาคว้้าเก้าอี้ตัวหนึ่งแล้วฟาดลงมาทางศีรษะของอันอันอย่างแรง
โชคดีที่อันอันกับสวี่ซ่างซิวระวังตัวสูง ตั้งแต่ตอนที่เด็กผู้หญิงคนนั้นเคาะโต๊ะขอเบอร์พวกเธอ ทั้งสองก็ลุกขึ้นและถอยห่างจากชายหัวโล้นทันที
อันอันร่างกายแข็งแรงเพราะชอบเล่นเทนนิส ยามเห็นว่าฝ่ายชายจะใช้กำลัง เธอจึงขยับตัวหลบทันที ถอยหลังไปสองก้าวอย่างว่องไว
สวี่ซ่างซิวก็ไม่ช้ากว่ากัน
ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา เธอออกวิ่งตอนเช้าเป็นประจำ สุขภาพดีมาก ที่สำคัญคือ สวี่ซ่างซิวมีข้อดีอย่างหนึ่ง เธอใจเย็นเสมอยามเจอปัญหา
เธอถอยหลังไปอีกก้าวใหญ่ แล้วตะโกนเรียกดังลั่น “พนักงาน! พนักงาน! มีคนก่อเหตุร้าย!”
ประโยคเดียวนี้เหมือนลากเอาพนักงาน KCF เข้ามาเกี่ยวข้องทันที
ที่จริง พนักงานหลายคนสังเกตเห็นความผิดปกติแล้ว แต่เพราะกลัวชายหัวโล้นที่ดูคลุ้มคลั่งและอารมณ์รุนแรง จึงได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ พร้อมตะโกนให้คนอื่นโทรแจ้งตำรวจ ไม่มีใครกล้าก้าวเข้ามาห้ามปราม
เมื่อสวี่ซ่างซิวตะโกนแบบนั้น พนักงานจึงเริ่มลำบากใจ หากเกิดเรื่องขึ้นจริง พวกเธอก็มีส่วนรับผิดชอบด้วย
“โครม!”
เก้าอี้ในมือชายหัวโล้นฟาดลงบนโต๊ะอาหารที่สวี่ซ่างซิวกับอันอันนั่งอยู่ อาหารและเครื่องดื่มที่ยังไม่กินกระเด็นเกลื่อนพื้น
เมื่อฟาดพลาด ชายหัวโล้นยังไม่หยุด เขาโยนเก้าอี้ในมือใส่อันอันกับสวี่ซ่างซิวต่อ
สวี่ซ่างซิวกับอันอันก้มตัวหลบอย่างฉิวเฉียด
เก้าอี้กระแทกหน้าต่างกระจกด้านหลังพวกเธอ กระจกแข็งแรงเกินกว่าจะแตก แต่ก็แตกร้าวเป็นเส้นยาว
พื้นเปื้อนอาหารและเครื่องดื่ม อันอันจึงลื่นล้มขณะหลบ ศีรษะกระแทกโต๊ะด้านหลังอย่างแรง
เลือดไหลจากแผลบนศีรษะของอันอัน เปื้อนแก้มและเสื้อผ้า
สวี่ซ่างซิวเห็นดังนั้นก็ลืมตัวเอง รีบโผเข้ากอดอันอันพลางร้องเรียก “อันอัน...อันอัน...”
ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่นั่งกินอยู่ก็อยากเข้าช่วย แต่สาว ๆ ที่มากับพวกเขาดึงไว้ ไม่อยากให้แฟนเอาตัวเข้าเสี่ยง หลายคู่รีบจูงมือกันออกจากร้านทันที
ขณะเดินถึงประตู ก็เห็นกลุ่มชายร่างใหญ่เดินกรูกันเข้ามา
คนแรกที่นำหน้ามาคือหลี่ปิง สีหน้าเย็นชาเต็มไปด้วยความโกรธ
...
ภาพเลือดที่เห็นกลับยิ่งปลุกความดุร้ายในตัวชายหัวโล้น เขาตาแดงก่ำ ไล่หาเก้าอี้ที่ยังไม่ถูกยึดไปพลางพร่ำว่า “ปีศาจ! ปีศาจ!”
คนในกลุ่มเขาที่เหลืออีกสามหญิงหนึ่งชายก็ทยอยเข้ามาล้อม
หญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ คนหนึ่งสบถพร้อมจะคว้าผมสวี่ซ่างซิว ขณะที่อีกคนเตรียมจะเตะอันอัน
สวี่ซ่างซิวกอดอันอัน ถอยหลังไปพร้อมตะโกนลั่น “พนักงาน! พนักงาน! พวกนี้เป็นบ้า! มีผู้ชายในร้านไหม ช่วยพวกเราด้วย!”
ในที่สุด คนที่มาช่วยก็มาถึง หลี่ปิงมาทันเวลา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วจนสวี่ซ่างซิวเองยังตั้งตัวไม่ทัน
ที่จริง หากมองจากนอกร้าน ตั้งแต่ตอนเด็กผู้หญิงคนนั้นขอเบอร์โทรสวี่ซ่างซิวกับอันอัน ก็ยังไม่มีใครคิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ
จนกระทั่งเธอกับชายหัวโล้นเดินเข้าไปหาและชายหัวโล้นคว้าเก้าอี้จะฟาด ผู้ที่อยู่ในรถถึงได้รู้ว่าเกิดเรื่อง
หลี่ปิงซึ่งเป็นบอดี้การ์ดอาชีพ เป็นคนแรกที่เปิดประตูรถพุ่งออกมา
ลงจากรถแล้ว หลี่ปิงตบฝากระโปรง A6 ตะโกนสั่ง ลงมา! ก่อนวิ่งตรงไปยังร้าน KCF
เปียนเสวี่ยเต้าก็ลงจากรถเช่นกัน แต่ถูกหลิวอี้ซงที่ตามมาติด ๆ รวบตัวไว้
หลิวอี้ซงรีบบอกเสียงเข้ม “ท่านเปียน หลี่ปิงเข้าไปแล้ว สวี่ซ่างซิวไม่เป็นไรหรอก ร้านแบบนี้มีกล้องวงจรปิด จะจัดการยังไงก็ได้ คุณอย่าเข้าไปเลย ถ้าคุณเข้าไป เรื่องจะยิ่งยุ่ง”
เปียนเสวี่ยเต้าพยายามสะบัดตัวจะเข้าไป แต่หลิวอี้ซงกอดแน่น “ใจเย็น ๆ ท่านเปียน อดทนไว้ก่อน เรื่องเล็กไม่ทนจะพาเรื่องใหญ่เสียหาย!”
เปียนเสวี่ยเต้าจ้องหลิวอี้ซงตะโกน “หลิวอี้ซง ปล่อยฉัน!”
แต่หลิวอี้ซงไม่ยอมปล่อย พูดเสียงเครียด “อย่าทำอะไรด้วยอารมณ์ กลับไปที่รถ เดี๋ยวผมเข้าไปช่วยสวี่ซ่างซิวเอง ถ้าผมมีปัญหา คุณช่วยผมได้ แต่ถ้าคุณซวย แล้วกลุ่มบริษัทจะทำยังไง? คนเป็นพัน ๆ จะทำยังไง?”
เปียนเสวี่ยเต้าหอบหายใจแรง มองเข้าไปในร้านอีกครั้ง เห็นสถานการณ์ภายในเปลี่ยนไปแล้ว
...
ทันทีที่หลี่ปิงเข้าไปในร้าน เขาตะโกนเสียงดัง “หยุดเดี๋ยวนี้!”
ชายหัวโล้นที่กำลังยกเก้าอี้ชะงักไปชั่วขณะ แต่ก็ยังไม่หยุดคิดจะทำร้ายคน
หลี่ปิงคว้าจานจากโต๊ะแล้วปาใส่ชายหัวโล้นเต็มแรง พลางตะโกน “ซัดให้หนัก!”
ประโยคนี้ เขาหันไปพูดกับบอดี้การ์ดอีกสี่คนที่ตามหลังมา
หลี่ปิงโกรธจริง ๆ
เพราะเขารู้สึกถึงอันตราย
ยิ่งอยู่กับเปียนเสวี่ยเต้านาน ก็ยิ่งเข้าใจดีว่าสวี่ซ่างซิวสำคัญแค่ไหน
ถ้าสวี่ซ่างซิวเกิดเป็นอะไรขึ้นมา จะต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ และอีกหลายคนคงซวยไปด้วย
ใครจะซวย? คนที่ทำร้ายสวี่ซ่างซิวแน่นอนว่าซวยสุด ๆ ถึงขั้นไม่รู้จะมีชีวิตรอดไหม
แม้แต่บอดี้การ์ดหญิงทั้งสามที่คุ้มกันสวี่ซ่างซิวก็ต้องรับเคราะห์ไปด้วย
ในเสี้ยววินาทีนั้น หลี่ปิงคิดได้ว่า ถ้าสวี่ซ่างซิวเป็นอะไรขึ้นมา ท่านเปียนอาจจะโกรธและคิดว่าระบบรักษาความปลอดภัยเดิม ๆ ไม่ได้เรื่อง แล้วเปลี่ยนทีมใหม่ที่มืออาชีพ กว่านี้
หลี่ปิงเองก็เป็นสายลูกทุ่ง ที่ไม่ได้จบสายบอดี้การ์ดมืออาชีพ
ตลอดสองปีที่ตามเปียนเสวี่ยเต้า ชีวิตเขาเปลี่ยนไปมาก งานนี้จึงสำคัญสุด ๆ เขาไม่มีทางเสียความไว้วางใจของเปียนเสวี่ยเต้าไปเด็ดขาด
เขารู้ดีว่าต้องจัดการให้เด็ดขาด จะได้ระบายความโกรธแทนเปียนเสวี่ยเต้าและเอาใจว่าที่นายหญิงในอนาคต ขอแค่อย่าให้ถึงตาย รับรองว่ามีเปียนเสวี่ยเต้าคุ้มครอง เรื่องใหญ่ก็กลายเป็นเรื่องเล็กได้
จานที่หลี่ปิงปาไปโดนหัวชายหัวโล้นอย่างจัง
แรงกระแทกทำให้ชายหัวโล้นปล่อยเก้าอี้ ก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว หลี่ปิงก็พุ่งเข้ามาถีบเข้าที่เอวเต็มแรง ร่างชายหัวโล้นลอยกระเด็นกระแทกโต๊ะอาหารจนหน้าซีดเผือด
ยังไม่ทันหยุด หลี่ปิงยังเดินหน้าต่อ
ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายที่ล้อมหน้าล้อมหลังสวี่ซ่างซิว เขาจัดการหมดไม่เลือกหน้า
หญิงสาวที่ขอเบอร์อันอันกับสวี่ซ่างซิวอยู่ด้านในสุด เธอกำลังจับเสื้ออันอันแน่นด้วยความตกใจ
หลี่ปิงไม่สนใจ เขากระชากผมลากเธอออกมา
หญิงสาวร้องลั่น “ป๊า เขาตีหนู! เขาเป็นปีศาจ รีบจัดการเขาที ฆ่าเขาเลย!”
ได้ยินแบบนี้หลี่ปิงก็รู้เลยว่าครอบครัวนี้คงไม่ใช่คนดี เขายิ้มเย็น ๆ ก่อนต่อยหญิงสาวทีเดียวเงียบ
หลี่ปิงเคยเป็นนักมวยอาชีพ เขารู้ดีว่าคนแต่ละคนรับแรงได้ไม่เท่ากัน และรู้ว่าจะต่อยตรงไหนให้เจ็บแต่ไม่ถึงตาย
แค่ชั่วครู่ คนทั้งหกที่รุมสวี่ซ่างซิวกับอันอันก็ลงไปนอนกองกับพื้นหมด
ทุกคนบนพื้นมีเลือดเปื้อนหน้า โดยเฉพาะชายหัวโล้นกับชายอีกคนที่ถูกบอดี้การ์ดสองคนเหยียบไว้ ส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บขยับตัวไม่ได้
นอกจากสวี่ซ่างซิวแล้ว ทุกคนในร้านตกตะลึง
สวี่ซ่างซิวรู้จักหลี่ปิงดี
พอเห็นเขา ก็มั่นใจได้ว่ารถที่จอดข้างนอกเป็นของเปียนเสวี่ยเต้า
แต่สำหรับพนักงานและลูกค้าคนอื่น ๆ ไม่มีใครรู้ว่าหลี่ปิงเป็นใคร ต่างก็หวาดกลัวกับความโหดจัดของเขา
คนธรรมดาที่ไหนจะเคยเห็นอะไรแบบนี้?
ดูหนังแอ็กชั่นมากี่เรื่องก็ไม่เหมือนกับเห็นเหตุการณ์จริงตรงหน้า
ผู้ชายร่างใหญ่คนนี้เป็นใครกันแน่?
จะว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบที่ถูกเรียกตัวมาก็ไม่น่าใช่ เพราะมาถึงเร็วเกินไป
หรือจะเป็นพลเมืองดี?
แต่พลเมืองดีที่ไหนจะลงมือแบบนี้!
ขณะนั้นเอง หลิวอี้ซงก็เดินเข้าร้านมา
เขาเดินตรงไปหาหลี่ปิง กระซิบเบา ๆ “พาคนขึ้นรถ”
หลี่ปิงมองออกไปนอกหน้าต่าง พยักหน้า แล้วเดินมาหาสวี่ซ่างซิว “ไม่เป็นไรใช่ไหม เดินไหวหรือเปล่า?”
สวี่ซ่างซิวกอดอันอันแน่น “ฉันไม่เป็นไร แต่เพื่อนฉันเจ็บหนัก”
หลี่ปิงพยักหน้า “งั้นไปกับผม”
สวี่ซ่างซิวลังเล “ไม่รอตำรวจมาก่อนเหรอ?”
หลี่ปิงส่ายหน้า “ไม่ต้อง ไปกับผมตอนนี้เลย”
หลี่ปิงอุ้มอันอัน เดินนำสวี่ซ่างซิวออกจากร้าน ไม่มีใครกล้าขวาง
ในร้าน หลิวอี้ซงเดินกะเผลกไปหาชายหัวโล้น จ้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วเริ่มหาเก้าอี้
เขาค่อย ๆ หาว่ามีเก้าอี้ตัวไหนที่ยังเคลื่อนย้ายได้บ้าง
เมื่อเจอแล้ว เขาก็ยกเก้าอี้กลับมาหาชายหัวโล้นโดยไม่พูดอะไร ยกเก้าอี้ขึ้นจะฟาด
บอดี้การ์ดที่เหยียบชายหัวโล้นไว้รีบกันไว้ พร้อมส่งสัญญาณด้วยสายตาให้ดูว่ามีคนในร้านเห็นอยู่
บอดี้การ์ดคนนั้นนามสกุลชุย เป็นหนึ่งในกลุ่มแรกที่ตั้งสโมสรซ่างต้งและเขากับหลิวอี้ซงสนิทกันมาก
หลิวอี้ซงมองหน้า เหล่าชุยส่ายหัว
เหล่าชุยมองออกไปนอกหน้าต่าง สูดหายใจลึก ๆ แล้วแย่งเก้าอี้จากหลิวอี้ซง ตะบันใส่ขาชายหัวโล้นเต็มแรง
เสียงกระดูกหักดังกร๊อบ ชายหัวโล้นกรีดร้องด้วยเสียงที่เกินกว่าจะเป็นเสียงมนุษย์
จากนั้นเหล่าชุย ฟาดซ้ำอีกสองที ก่อนเดินไปหาอีกคนหนึ่งเพื่อจัดการต่อ
ถึงตอนนี้ คนในร้านก็เข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่พลเมืองดีช่วยเหลือ แต่นี่คือเอาคืนอย่างสาสม
ชัดเจนแล้วว่าผู้หญิงสองคนที่โดนรุมเมื่อครู่ไม่ธรรมดา
ไม่ใช่แค่ไม่ธรรมดา แต่ยังมีเบื้องหลังใหญ่โตอีกด้วย
ขณะที่เหล่าชุย ถึงคนที่ห้า รถตำรวจก็มาถึงหน้าร้าน
เห็นว่าสานต่อไม่ได้แล้ว เหล่าชุยวางเก้าอี้ที่แหลกแล้วลงกับพื้น นั่งลง จุดบุหรี่สูบอย่างสบายใจ ก่อนหันไปบอกหลิวอี้ซงว่า “เรื่องวันนี้ ฉันรับผิดชอบเอง”
...
แต่เรื่องวันนี้ไม่ใช่แค่ เหล่าชุยจะรับผิดชอบได้ และก็ไม่ต้องให้เขารับด้วย
อันอันถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล เย็บหัวถึง 8 เข็ม
ส่วนคนที่รุมอันอันกับสวี่ซ่างซิวทั้ง 6 คนก็ถูกหามส่งโรงพยาบาลกันหมด เจ็บกันถ้วนหน้า
ที่โรงพยาบาล หลิวอี้ซงได้พบกับพ่อของอันอัน อันเฉิงต้ง ทั้งสองตกลงกันว่าจะให้ข้อมูลกับตำรวจว่าหลิวอี้ซงกับอันเฉิงต้งเป็นเพื่อนกัน แล้วบังเอิญเจอลูกสาวถูกทำร้ายจึงเข้าไปช่วย
ขณะเดียวกัน ก็มีคนของฝั่งตรงข้ามออกมาประกาศว่าจะเอาเรื่องคนที่ทำร้ายพวกตนให้ถึงที่สุด
ฉีซานซูจึงสั่งให้คนไปสืบหาข้อมูล พบว่า 6 คนที่โดนซ้อมนั้นเกี่ยวข้องกับ หมอผีที่ชื่อหลี่เอ้อ
หลี่เอ้อ...
อาจารย์ของฉินโส่ว ก็ชื่อหลี่เอ้อ