เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - ความโกรธเกรี้ยวของควาฟู่

บทที่ 20 - ความโกรธเกรี้ยวของควาฟู่

บทที่ 20 - ความโกรธเกรี้ยวของควาฟู่


บทที่ 20 - ความโกรธเกรี้ยวของควาฟู่

"ท่านควาฟู่!" กุ่นกุ่นที่อยู่ข้างๆ อุทานด้วยความประหลาดใจ แววตาฉายแววดีใจ

ในฐานะสัตว์เลี้ยงของจอมอสูรโฮ่วถู่ มันย่อมเคยเห็นควาฟู่บ่อยครั้ง

ความแข็งแกร่งของควาฟู่ อย่าว่าแต่ในชนเผ่าโฮ่วถู่เลย แม้แต่ในเผ่าบรรพชนทั้งหมดก็นับว่าเป็นยอดฝีมือ

ความคิดแล่นเร็วปานสายฟ้า กุ่นกุ่นเงยหน้าขึ้นมองเทียนหยวน

สำหรับมนุษย์หินที่เพิ่งรู้จักกันแค่สิบกว่าปีผู้นี้ มันก็มีความรู้สึกดีๆ ให้ไม่น้อย

ควาฟู่มาปรากฏตัวที่นี่ แสดงว่าต้องรู้เรื่องที่มีปีศาจไล่จับเผ่าบรรพชนไปทั่วแล้วแน่ๆ

ความแข็งแกร่งของเทียนหยวน มันสัมผัสได้ว่าน่าจะยังไม่ถึงระดับเทพสวรรค์อมตะสูงสุด ขืนปะทะกับควาฟู่ สู้ไม่ได้แน่นอน

กุ่นกุ่นใจเต้นตึกตัก แต่แล้วแสงรุ้งก็วาบผ่านหน้า มันถูกหิ้วมุดดินหายไป

"ขุนพลบรรพชนควาฟู่จริงๆ ด้วย!" เทียนหยวนไม่ลังเลแม้แต่น้อย หันหลังวิ่งหนีไปในทิศตรงข้ามทันที

ร่างสูงใหญ่กำยำนั่น เขาเดาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

ขุนพลบรรพชนระดับเทพสวรรค์อมตะสูงสุด เผ่าบรรพชนวางแผนมาดีจริงๆ

การเทศนาธรรมที่ตำหนักม่วงนภา พวกระดับเทพสวรรค์อมตะสูงสุดต้องแห่กันไปที่ห้วงความว่างเปล่าหมดแน่ ในโลกบรรพกาลจะมีใครต้านทานขุนพลบรรพชนได้

การที่เผ่าบรรพชนขยายอำนาจได้อย่างรวดเร็ว การเทศนาธรรมสามครั้งของหงจวินก็มีส่วนช่วยไม่น้อย

แขกสามพันคนในตำหนักม่วงนภาล้วนเป็นเทพสวรรค์อมตะสูงสุด ยังไม่นับพวกที่ตายในห้วงความว่างเปล่าอีก ในโลกบรรพกาลยังมีเทพสวรรค์อมตะสูงสุดอีกเยอะ

นอกจากพวกเทพศักดิ์สิทธิ์กำเนิดเดิม ที่เหลือก็มาจากเผ่าพันธุ์หมื่นภูติ

เผ่าบรรพชนเลือกเวลาได้เหมาะเจาะจริงๆ ที่เขาว่าเผ่าบรรพชนไม่มีสมอง ดูท่าจะเชื่อไม่ได้ทั้งหมด

สัมผัสถึงกลิ่นอายที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว เทียนหยวนเร่งความเร็วขึ้นไปอีก

แม้อยากจะได้ตัวขุนพลบรรพชนมาใช้งานใจจะขาด แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าบุ่มบ่าม

เผ่าบรรพชนมีร่างกายที่น่าสะพรึงกลัวอยู่แล้ว และควาฟู่ยังเป็นพวกพิเศษในเผ่า ดูเหมือนจะสืบทอดกฎแห่งพละกำลังของผานกู่มาด้วย

ด้วยความสามารถในตอนนี้ ทางที่ดีคือรีบหนีไปก่อน อีกฝ่ายน่าจะพุ่งเป้ามาที่เขา

ในเมื่อดึงดูดขุนพลบรรพชนออกมาแล้ว ก็ยิ่งต้องเร่งจับเผ่าบรรพชนให้มากขึ้น ดีไม่ดีอีกพักใหญ่อาจจะมีขุนพลบรรพชนมารุมล้อมเขา หรืออาจจะดึงดูดจอมอสูรออกมาเลยก็ได้

มิติสั่นสะเทือน ควาฟู่หยุดยืนกลางอากาศ ขมวดคิ้วมองไปรอบๆ

เมื่อครู่เขามองเห็นมนุษย์หินยืนรออยู่แต่ไกล แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาคืออีกกลิ่นอายหนึ่ง ที่ดูคุ้นเคยชอบกล

ใครจะรู้ว่าพอรีบวิ่งมาถึง มนุษย์หินตนนั้นก็หายตัวไปแล้ว

ควาฟู่กำลังจะตรวจดูให้ละเอียด ก็หันไปมองทางทิศตะวันตก หลังเทือกเขานั้นมีเสียงคำรามด้วยความโกรธแว่วมา

ควาฟู่จำได้ว่า ตรงนั้นมีชนเผ่าอยู่แห่งหนึ่ง

"แย่แล้ว!"

ควาฟู่หน้าเครียด ร่างกายอันแข็งแกร่งพุ่งข้ามเทือกเขาไปในพริบตา

ชนเผ่าที่คุ้นตา แต่ภายในนั้นโกลาหลวุ่นวาย มีแต่คนวิ่งหนีตาย ชาวเผ่าหลายคนดูเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่างรอบๆ ชนเผ่า

เพียงแค่ปราดตามอง ควาฟู่ก็แผ่ไอสังหารพลุ่งพล่าน ดวงตาลุกโชนด้วยไฟโทสะ

คนในระดับเทพทองคำขึ้นไปหายตัวไปจนหมด!

เมื่อครู่เป็นแค่การคาดเดา นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเป้าหมายที่เขาตามหาจริงๆ เพียงแต่ที่นี่อยู่ห่างจากเขาปู้โจวพอสมควร เจ้าปีศาจตนนั้นช่างกำเริบเสิบสานนัก

ร่างยังไม่ทันแตะพื้น เสียงคำรามก็ดังก้องไปทั่วทุ่ง "เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?"

เห็นควาฟู่ลงมาจากฟ้า ชาวเผ่ารอบด้านต่างดีใจจนเนื้อเต้น รีบวิ่งเข้ามารายงาน

"คารวะท่านควาฟู่!"

ควาฟู่ไม่พูดพร่ำ มองไปที่ชาวเผ่าคนหน้าสุด

คนผู้นั้นตัวสั่นเทิ้ม รีบก้าวออกมา ตอบอย่างรวดเร็ว "เรียนท่านควาฟู่ เมื่อครู่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเหลือง มีฝุ่นดินปลิวว่อน ท่านหัวหน้าและคนในเผ่าจำนวนมากหายตัวไปขอรับ"

พูดจบ ชาวเผ่าผู้นั้นก็งุนงงเช่นกัน

พวกเขาสู้รบกับเผ่าภูติมานาน เรื่องปีศาจใหญ่บุกถล่มชนเผ่าเล็กๆ มีให้เห็นบ่อย แต่เรื่องแบบนี้กลับอธิบายไม่ได้

เจ้ามนุษย์หินนั่น!!!!

ภาพมนุษย์หินที่เห็นไกลๆ เมื่อครู่ แวบเข้ามาในหัวของควาฟู่ทันที

เสียงคำรามด้วยความโกรธ ทำเอาชาวเผ่ารอบด้านล้มระเนระนาด ควาฟู่หายตัวไปจากพื้นที่

กลับมาที่บริเวณนั้น ควาฟู่ตรวจสอบอย่างละเอียด เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังเวทย์จางๆ ซึ่งชี้เป้าไปที่ชนเผ่าเมื่อครู่

มองไปทางเขาปู้โจวที่เส้นขอบฟ้า ควาฟู่กระโดดลอยตัวด้วยความโกรธจัด

เรื่องเกิดที่ตีนเขาปู้โจว เจ้ามนุษย์หินนั่นหนีกลับไปแล้วรึ?

เพียงครู่เดียว ควาฟู่ก็เจอชนเผ่าบรรพชนอีกแห่ง สภาพเหมือนกันเปี๊ยบ

พักใหญ่ต่อมา ควาฟู่หน้าดำคร่ำเครียด ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างสั่นสะเทือนมิติจนเกิดรอยร้าว

หลายสิบชนเผ่า ล้วนประสบชะตากรรมเดียวกัน

บวกกับที่ตีนเขาปู้โจว ไม่รู้มีชาวเผ่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรไปแล้วเท่าไหร่ ควาฟู่โกรธมาก!

เขาจะฉีกอกเจ้ามนุษย์หินนั่นให้ได้!

เทียนหยวนได้ยินเสียงคำรามด้วยความโกรธไล่หลังมา พร้อมกับไอสังหารที่พวยพุ่งเสียดฟ้า ในใจก็อดทึ่งไม่ได้

ขุนพลบรรพชนที่บ้าคลั่ง น่ากลัวสมคำร่ำลือจริงๆ

แต่พอวิ่งย้อนกลับมาได้ระยะหนึ่ง เขาก็เปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง ตอนนี้ยังไม่คิดจะกลับเขาปู้โจว

"ควาฟู่บำเพ็ญเพียรถึงระดับไหนของเทพสวรรค์อมตะสูงสุดแล้ว?" คิดพลางเทียนหยวนก็ถามสัตว์กลืนกินเหล็กที่อยู่ข้างๆ

กุ่นกุ่นลังเลเล็กน้อย ตอบด้วยความกังวล "ทะลวงเข้าสู่ระดับเทพสวรรค์อมตะสูงสุดเมื่อหมื่นปีก่อน เป็นรองแค่ท่านจอมอสูรเท่านั้น"

ควาฟู่กลับมาแล้ว อีกไม่นานเรื่องของมันคงแดงขึ้นมา

แม้เทียนหยวนจะแค่จับชาวเผ่าไป แต่กุ่นกุ่นก็ไม่รู้รายละเอียด

สุดท้ายหากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น ต่อให้เจ้านายจะรักมันแค่ไหน ชีวิตมันคงอยู่ยาก

เทียนหยวนจะเก่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางต้านทานเผ่าบรรพชนทั้งเผ่าได้แน่!

กุ่นกุ่นกลุ้มใจ!

"ทะลวงด่านเมื่อหมื่นปีก่อน งั้นก็น่าจะเป็นขั้นต้น!" เทียนหยวนฟังแล้วคิดในใจ

คำนวณดูแล้ว สิบสองจอมอสูรบรรพชนน่าจะอยู่ที่ระดับเทพสวรรค์อมตะสูงสุดขั้นปลาย

จับเผ่าบรรพชนให้เยอะๆ พยายามอีกหน่อย บางทีอาจจะจับสิบสองจอมอสูรไปขุดลอกและชำระล้างชีพจรแผ่นดินได้ จะได้ไม่ต้องให้เจ้าพวกนี้ทำโลกบรรพกาลวุ่นวายขายปลาช่อน

คิดได้ดังนั้น เทียนหยวนก็ยิ่งตื่นเต้น มองเห็นอนาคตอันสดใส

สัตว์กลืนกินเหล็กเหลือบไปเห็นสีหน้าของเทียนหยวน ถึงกับอึ้ง "ทำไมเขายังทำหน้าดีใจอยู่อีก?"

เผ่าบรรพชนไม่ได้มีขุนพลบรรพชนแค่คนเดียว แถมยังมีสิบสองจอมอสูรที่น่าสะพรึงกลัวอีก

เมื่อกี้เห็นควาฟู่ยังรีบวิ่งหนี เขาคงไม่คิดว่าเรื่องจะจบแค่นี้หรอกนะ?

ใช้ชีวิตอยู่ในเผ่าบรรพชนมานาน กุ่นกุ่นพอจะรู้วิธีการของเผ่าบรรพชนอยู่บ้าง พวกเขาสื่อสารกับสรรพสิ่งได้ น้อยนักที่เผ่าภูติจะหนีรอดการไล่ล่าของพวกเขา

ในความคิดของมัน การที่เทียนหยวนจะถูกควาฟู่ตามทัน เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น

กุ่นกุ่นกำลังกลุ้มใจ แต่แล้วร่างก็วูบไหว เทียนหยวนหิ้วมันบินขึ้นมาจากดิน

ตรงนั้น มันเห็นชนเผ่าบรรพชนอีกแห่ง

เห็นเทียนหยวนพ่นอาวุธวิเศษออกมาอีกครั้ง กุ่นกุ่นอ้าปากค้างจนแทบจะยัดหัวตัวเองเข้าไปได้

เจ้ามนุษย์หินนี่สมองมีปัญหาหรือไง สถานการณ์แบบนี้ยังกล้าจับเผ่าบรรพชนอยู่อีก

เทียนหยวนไม่สนว่ากุ่นกุ่นจะคิดยังไง เก็บดินวิเศษเก้าสวรรค์ แล้วมองไปที่ทิวเขาไกลๆ

เลือดลมพลุ่งพล่าน ตรงนั้นมีชนเผ่าบรรพชนอีกแห่ง ดูเหมือนจะไม่เล็กด้วย

"คราวนี้ต้องกอบโกยให้คุ้ม!"

เทียนหยวนตบหน้าอกตัวเอง ฮึกเหิมสุดขีด

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 20 - ความโกรธเกรี้ยวของควาฟู่

คัดลอกลิงก์แล้ว