เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 - รับศิษย์และฝูงศพบุกโจมตี

บทที่ 80 - รับศิษย์และฝูงศพบุกโจมตี

บทที่ 80 - รับศิษย์และฝูงศพบุกโจมตี


บทที่ 80 - รับศิษย์และฝูงศพบุกโจมตี

จ้าวเสวียนหลางให้หวังเจี้ยนเฟิงนำแผนภาพเส้นชีพจรและจุดฝังเข็มออกมาแสดง เขาอธิบายคร่าวๆ เกี่ยวกับตำแหน่งและหน้าที่ของเส้นชีพจรและจุดต่างๆ โดยเน้นย้ำถึงข้อควรระวังในการฝึกฝน

เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าสามชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เป็นเวลาประมาณหกโมงเย็น ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า แสงสว่างภายในห้างเริ่มเลือนรางลง

หลังจากนั้นจ้าวเสวียนหลางก็เปิดโอกาสให้ผู้คนซักถามข้อสงสัย โดยเขาเป็นผู้ไขข้อข้องใจเหล่านั้น ผ่านไปอีกกว่าหนึ่งชั่วโมง เมื่อเห็นว่าคำถามเริ่มวนเวียนและไม่มีประเด็นสำคัญ จ้าวเสวียนหลางจึงยุติช่วงถามตอบ

เขาลุกขึ้นยืนแล้วประกาศก้องต่อหน้าฝูงชน "ศิษย์ของสำนักเหมาซานแบ่งออกเป็น ศิษย์สายตรง ศิษย์ใน ศิษย์นอก และศิษย์จดชื่อ"

จ้าวเสวียนหลางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะชี้ไปที่เฟิงเฉิงฮ่าวซึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างกาย "นี่คือเฟิงเฉิงฮ่าว แม้จะมีอายุเพียงสิบขวบ แต่เขาได้ปลุกพลังพิเศษและมีระดับพลังถึงขอบเขตเหนือมนุษย์ เขาคือศิษย์เอกของข้า ให้จัดอยู่ในฐานะศิษย์ใหญ่ฝ่ายในเป็นการชั่วคราว"

เวลานั้นหวังเจี้ยนเฟิงรีบยกเก้าอี้เข้ามาวางพร้อมกับประคองถ้วยน้ำชามาด้วย เขาจมองเฟิงเฉิงฮ่าวด้วยความตื่นตะลึงและสงสัย

ก่อนหน้านี้ตอนที่จ้าวเสวียนหลางพาเด็กคนนี้ไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ต พวกเขาก็สงสัยอยู่แล้วว่าเจ้าหนูคนนี้เป็นใคร ไม่นึกเลยว่าจะเป็นถึงศิษย์เอกของคุณชายจ้าว แถมยังเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับเหนือมนุษย์

"สิบขวบก็อยู่ขอบเขตเหนือมนุษย์แล้วหรือนี่ ร้ายกาจเกินไปแล้ว สมกับเป็นศิษย์เอกสำนักเหมาซาน"

"ไม่ใช่แค่เหนือมนุษย์นะ เขาเป็นผู้ปลุกพลังที่มีพลังพิเศษด้วย"

"ไม่รู้ว่าเจ้าหนูนี่มีพลังพิเศษอะไรนะ?"

"เจ้าหนูอะไรล่ะ อย่าพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้า ต่อไปคนตระกูลเริ่นคนนี้ก็คือศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเรา"

ผู้คนด้านล่างต่างฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่เมื่อได้ยินการแนะนำตัวเฟิงเฉิงฮ่าว

จ้าวเสวียนหลางนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสง่างามน่าเกรงขาม เลียนแบบมาดของอาจารย์จิ่วไม่มีผิดเพี้ยน ผู้คนที่กำลังส่งเสียงจอแจเมื่อเห็นดังนั้นต่างก็พากันหุบปากเงียบกริบ

เฟิงเฉิงฮ่าวลุกขึ้นเดินมาตรงหน้าจ้าวเสวียนหลาง คุกเข่าลงแล้วโขกศีรษะคำนับสามครั้งอย่างตั้งใจ จากนั้นรับถ้วยชาจากมือหวังเจี้ยนเฟิง ยื่นส่งให้จ้าวเสวียนหลางด้วยความนอบน้อม "เชิญท่านอาจารย์ดื่มน้ำชา"

จ้าวเสวียนหลางรับถ้วยชามาจิบเล็กน้อย เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการกราบกรานอาจารย์แบบเรียบง่าย

จากนั้นเขาก็หันไปมองชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำที่อยู่ชั้นล่าง แล้วเอ่ยขึ้นช้าๆ "ข้าได้ยินมาว่าที่ฐานแห่งอนาคตมีผู้ปลุกพลังคนหนึ่งชื่อหนิวเซิ่ง บรรลุขอบเขตเหนือมนุษย์แล้ว ฝีมือไม่เลว แถมยังไม่หลงระเริงในความสุข ไม่ทำตัวกร่าง ตั้งใจฝึกฝนเพื่อความแข็งแกร่ง เจ้าคือหนิวเซิ่งใช่หรือไม่"

ชายร่างกำยำรีบประสานมือคารวะจ้าวเสวียนหลาง "มิผิดครับ ไม่นึกเลยว่าท่านอาจารย์จะเคยได้ยินชื่อผม"

จ้าวเสวียนหลางถามหนิวเซิ่งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เจ้าได้รับพลังมหาศาลอย่างกะทันหันแต่กลับไม่ใช่มันในทางที่ผิด จิตใจนับว่าใช้ได้ ไม่ทราบว่าเจ้าสมัครใจจะกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่? ข้าจะให้เจ้าเป็นศิษย์พี่ใหญ่ฝ่ายนอกชั่วคราว"

"ผมสมัครใจครับ!"

หนิวเซิ่งได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบคุกเข่าโขกศีรษะดังโป๊กๆ สามที เมื่อเห็นจ้าวเสวียนหลางพยักหน้ารับ เขาก็ใช้พลังธาตุลมดีดตัวกระโดดลอยตัวขึ้นมาบนชั้นสองทันที

หวังเจี้ยนเฟิงช่างรู้หน้าที่ รีบยกน้ำชาเข้ามาให้อีกถ้วย หนิวเซิ่งโขกหัวและยกน้ำชาคารวะอาจารย์ เสร็จสิ้นพิธีการไปอีกคน

เมื่อลุกขึ้น เขาก็ไม่รังเกียจที่เฟิงเฉิงฮ่าวอายุน้อยกว่า ยกมือคำนับเรียกว่า "ศิษย์พี่" แล้วไปยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างกายเด็กชาย

"หวังเจี้ยนเฟิง เจ้าเป็นอดีตทหาร แม้ในยามสิ้นโลกก็ยังยืนหยัดปกป้องชาวบ้าน มีอุดมการณ์และจุดยืนที่มั่นคง"

คราวนี้จ้าวเสวียนหลางหันมามองหวังเจี้ยนเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วยิ้มให้ "ข้าถูกใจเจ้านัก ไม่ทราบว่าเจ้าสนใจจะกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่? ข้าจะรับเจ้าเข้าเป็นศิษย์ฝ่ายนอกเช่นกัน"

"หา! ผม... ผมก็เป็นศิษย์ท่านได้หรือครับ?" หวางเจี้ยนเฟิงถึงกับตะลึงงัน ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองถามด้วยความไม่อยากเชื่อ

"อย่ามัวแต่เหม่อ รีบกราบอาจารย์สิ" เฟิงเฉิงฮ่าวเห็นคุณลุงทหารยืนบื้อใบ้จึงรีบเตือนสติ

เมื่อถูกเด็กเตือน หวังเจี้ยนเฟิงก็ได้สติ รีบคุกเข่าลงโขกศีรษะให้จ้าวเสวียนหลางสามครั้ง ผู้มีพลังพิเศษคนหนึ่งในซูเปอร์มาร์เก็ตหัวไวกว่าใครเพื่อน รีบวิ่งเอาน้ำชามาส่งให้หวังเจี้ยนเฟิง

"คารวะท่านอาจารย์ เชิญท่านอาจารย์ดื่มชาครับ"

หลังจากจิบชาแล้ว จ้าวเสวียนหลางก็หันไปประกาศแก่ผู้คนนับพันด้านล่าง

"วันนี้ข้ารับศิษย์เพียงสามคนนี้เท่านั้น แต่พวกเจ้าก็นับว่าเป็นนักเรียนของข้า ให้จัดอยู่ในฐานะศิษย์จดชื่อไปก่อน"

"ในวันข้างหน้า ข้าจะพิจารณาจากพรสวรรค์ ระดับพลัง จำนวนซอมบี้ที่ฆ่า จำนวนคนที่ช่วยเหลือ และความประพฤติ หากใครมีผลงานโดดเด่น ข้าจะรับเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ"

"ศิษย์จดชื่อที่ผลงานดี จะได้เลื่อนเป็นศิษย์ฝ่ายนอก ศิษย์ฝ่ายนอกที่ผลงานดีเยี่ยมและมีพลังถึงขั้นเหนือมนุษย์ จะได้เลื่อนเป็นศิษย์ฝ่ายใน ส่วนศิษย์ฝ่ายในที่ผลงานยอดเยี่ยม สร้างคุณูปการแก่สำนัก และบรรลุขอบเขตอริยะ จะได้เลื่อนเป็นศิษย์สายตรง"

คนนับพันด้านล่างที่กำลังผิดหวัง พอได้ยินว่าจ้าวเสวียนหลางรับศิษย์แค่สามคนก็ถอดใจ แต่ประโยคต่อมากลับจุดประกายความหวังให้พวกเขาลุกโชนอีกครั้ง ขอแค่ทำผลงานให้ดี พวกเขาก็มีสิทธิ์เป็นศิษย์ฝ่ายนอกหรือฝ่ายในได้

ส่วนศิษย์สายตรงที่ต้องบรรลุขอบเขตอริยะนั้น ดูเหมือนจะเป็นเพียงแนวคิดทฤษฎี เพราะยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครไปถึงระดับนั้นได้ แต่แค่มีความหวังก็เพียงพอแล้ว

ยังไม่ทันได้ดีใจกันเต็มที่ จ้าวเสวียนหลางก็สาดน้ำเย็นเข้าใส่ "แต่หากใครใช้วิชาของเหมาซานไปทำเรื่องชั่วช้า ตามอำเภอใจ โทษสถานเบาคือขับออกจากสำนักและทำลายวรยุทธ์ โทษสถานหนักคือสังหารทิ้ง ทำลายดวงวิญญาณให้แตกซ่าน ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดตลอดกาล"

ทุกคนที่ได้ยินวาจาอันเหี้ยมเกรียมของจ้าวเสวียนหลางต่างพากันสะท้านเฮือกในใจ บางคนที่มีความคิดไม่ซื่อถึงกับตั้งปณิธานว่าจะกลับตัวกลับใจ ไม่กล้าทำชั่วอีก

จ้าวเสวียนหลางนำภาพวาดปรมาจารย์และภาพเหมือนของอาจารย์จิ่วออกมาหลายภาพ ใช้พลังตรึงให้ลอยอยู่กลางอากาศ

จากนั้นชี้ไปที่ภาพเหล่านั้นและกล่าวกับผู้คน "ท่านเหล่านี้คือปรมาจารย์... ส่วนท่านนี้คืออาจารย์ของข้า หลินจิ่ว ฉายานักพรตคิ้วเดียว หรือก็คือปรมาจารย์รุ่นปู่ของพวกเจ้า ตอนนี้จงโขกศีรษะคำนับบูรพาจารย์ ถือว่าพวกเจ้าได้ก้าวเข้าสู่ประตูสำนักเหมาซานอย่างเป็นทางการแล้ว"

ภายใต้การนำของศิษย์ทั้งสาม ผู้คนทั้งหมดต่างพากันโขกศีรษะคำนับภาพวาดสามเทพเจ้าเหมาและอาจารย์จิ่วอย่างพร้อมเพรียง

ขณะที่จ้าวเสวียนหลางเก็บภาพวาดและกำลังจะเอ่ยปากพูด เสียงคำรามของซอมบี้ก็ดังสนั่นหวั่นไหว แฝงไปด้วยกระแสความร้อนรน

เฟิงเฉิงฮ่าวได้ยินเสียงนั้นก็หน้าเปลี่ยนสี รีบหันไปบอกจ้าวเสวียนหลาง "ท่านอาจารย์ พ่อผมส่งข่าวมาครับ เขาบอกว่ามีฝูงซอมบี้จำนวนมากกำลังล้อมเข้ามาทางนี้"

พอได้ยินว่ามีฝูงซอมบี้บุก ทุกคนก็เริ่มตื่นตระหนกตกใจตามสัญชาตญาณ คนขวัญอ่อนบางคนเริ่มโวยวายเหมือนแมลงวันหัวขาด บางคนถึงกับวิ่งพล่านไปมา

"หุบปาก! ตื่นตระหนกอะไรกัน แค่ซอมบี้ไม่กี่ตัว มีอะไรน่ากลัว"

เสียงตวาดของจ้าวเสวียนหลางดังกึกก้อง สะกดทุกคนให้นิ่งเงียบและดึงดูดทุกสายตามาที่เขา

จ้าวเสวียนหลางหยิบธงร้อยอสูรออกมาจากเอว แล้วสะบัดเบาๆ ต่งเสี่ยวอวี้ก็ลอยออกมา นางอยู่ในชุดสีขาวบริสุทธิ์ ลอยตัวอยู่กลางอากาศด้วยท่วงท่าอันงดงาม

จบบทที่ บทที่ 80 - รับศิษย์และฝูงศพบุกโจมตี

คัดลอกลิงก์แล้ว