เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 151 - เซอร์ไพรส์จากการอัปเกรด! ไม่ คุณมาได้จังหวะพอดี!

บทที่ 151 - เซอร์ไพรส์จากการอัปเกรด! ไม่ คุณมาได้จังหวะพอดี!

บทที่ 151 - เซอร์ไพรส์จากการอัปเกรด! ไม่ คุณมาได้จังหวะพอดี!


บทที่ 151 - เซอร์ไพรส์จากการอัปเกรด! ไม่ คุณมาได้จังหวะพอดี!

【เนื่องจากตระกูลเฉินมีความดีความชอบในการต่อต้านวิถีมาร และได้ "ปล้น" หินวิญญาณจำนวนมหาศาลจากมารร้ายระดับบิ๊ก ทำให้ชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่เลื่อมใสของฝ่ายธรรมะ ดังนั้นพันธมิตรเซียนซูซันซึ่งนำโดยสำนักง่อไบ๊ จึงตัดสินใจมอบพื้นที่รัศมี 2.5 หมื่นตารางกิโลเมตร โดยมียอดเขาชิงหลวนเป็นศูนย์กลาง ให้ตระกูลเฉินดูแล

ขณะที่อาการบาดเจ็บของจอมมารโลหิตฟื้นตัว อิทธิพลของฝ่ายมารก็เพิ่มสูงขึ้น พันธมิตรเซียนซูซันหวังว่าตระกูลเฉินจะรักษาความสงบสุขในพื้นที่นี้ได้ อาณาเขตตระกูลเพิ่มขึ้น แต่ความรับผิดชอบก็ใหญ่หลวงขึ้นเช่นกัน

ประเด็นสำคัญ มารร้ายที่สมรู้ร่วมคิดส่งข่าวมาว่า ในกลุ่มคนของพันธมิตรเซียนซูซันที่มาเยือนตระกูลเฉิน ดูเหมือนจะมีมารร้ายระดับบิ๊กที่ถูกปล้นหินวิญญาณแฝงตัวมาด้วย ไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์อะไร!】

เฉินฮั่นเห็นแจ้งเตือนเกม ก็เผลอมองไปที่หลิวเย่ "มารร้ายระดับบิ๊ก" คนนี้

สรุปว่า หินวิญญาณจำนวนมหาศาลที่เขาปล้นมาได้ คือเงินบริจาค 100 ล้านนั่นเหรอ?

ระบบ พูดให้ชัดๆ หน่อยสิ นี่ปล้นตรงไหน?

เขาเต็มใจบริจาคชัดๆ!

แต่เนื้อเรื่องเกมก็ก้าวหน้าไปมากจริงๆ ติดตรงตัวเลข 2.5 หมื่นตารางกิโลเมตรนี่แหละที่ทำเอาเขาไปไม่เป็น พื้นที่ทั้งเมืองชิงหมิ่นรวมกันยังไม่ใหญ่ขนาดนี้เลย

เกมเล่นใหญ่ขนาดนี้ อยากถามระบบจริงๆ ว่าพื้นที่ในความจริงที่ขาดไปจะชดเชยให้ได้ไหม?

แต่เขาก็ถูกดึงดูดด้วยคำว่า "อาณาเขตเพิ่มขึ้น" ทันที

ต้องรู้ก่อนว่ารางวัลบางอย่างในเกมมีผลเฉพาะในอาณาเขตตระกูลเท่านั้น เช่น ค่ายกลปรับสมดุลปราณ (ค่ายกลฮวงจุ้ย) และ "เคล็ดวิชาสงบจิตโบราณ"

อีกอย่างคือป่าไผ่อัสนี ก่อนหน้านี้ป่าไผ่ของตระกูลเฉินอยู่แค่ตีนเขา ตอนนี้ถ้าภูเขาทั้งลูกเป็นทรัพย์สินของตระกูลเฉิน บนเขาก็มีป่าไผ่อีกเพียบ

แบบนี้ป่าไผ่อัสนีจะเพิ่มขึ้นด้วยไหม?

เอกสารฉบับที่สองคือสัญญาเช่าภูเขาด้านหลังตระกูลเฉิน ด้วยนโยบายต่างๆ ระยะเวลาเช่าจึงยาวนานถึง 70 ปี ซึ่งเป็นเวลาสูงสุด

ในเอกสารมีตราประทับของกรมป่าไม้และอำเภอ รวมถึงตราประทับของหมู่บ้าน ครบถ้วนถูกต้อง ความเร็วและประสิทธิภาพนี้สุดยอดจริงๆ

อีกเรื่องคือภูเขาลูกนี้ที่เช่ามา 70 ปี จะกลายเป็น "ทรัพย์สินกุศล" ของตระกูลเฉิน ต้องมีเอกสารรับรองจากอำเภอและสมาคมศาสนาของอำเภอ

เขาอดทึ่งไม่ได้ ประสิทธิภาพสูงลิบลิ่ว แต่พอนึกถึงคนธรรมดาที่ขอเอกสารใบเดียวต้องรอกันเป็นสิบวันหรือเป็นเดือน เขาก็ได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ

เรื่องบางเรื่องมักจะยากลำบากสำหรับคนธรรมดาเสมอ

ทรัพย์สินกุศลเป็นสิ่งที่สำนักในวงการความเชื่อมีมาแต่โบราณ พอพูดถึงคำว่ากุศล บางคนอาจจะบอกว่าเป็นของพุทธ

ความจริงคำว่ากุศล หรือ "กงเต๋อ" (Merit/Virtue) ทางเต๋าก็ใช้มาก่อน

ทรัพย์ วิชา คู่บำเพ็ญ สถานที่ ปัจจัย 4 ของการบำเพ็ญเพียร "ทรัพย์" กินส่วนแบ่งไปเยอะมาก และอยู่อันดับหนึ่งด้วย

แม้แต่ในนิยายตำนานเซียนกระบี่ซูซันก็เหมือนกัน อาวุธวิเศษคือหลักประกันชีวิต คัมภีร์สวรรค์คือหนทางสู่ความเป็นเซียน เพื่อนฝูงช่วยคุ้มกันตอนผ่านด่านเคราะห์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ช่วยเร่งความเร็วในการฝึก

ในซูซัน อาวุธวิเศษก็คือทรัพย์ ทรัพยากรฝึกตนก็คือทรัพย์

ในโลกความจริง ก็แปลคำว่าทรัพย์ตามตัวอักษรได้เลย

เขาว่ากันว่าวัดวาอารามและศาลเจ้าในประเทศเริ่มเป็นพุทธพาณิชย์ หน้าเงิน เอาใจคนรวย

แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด!

มีศาลเจ้าแห่งหนึ่งในประเทศที่เจ๋งมาก

พวกเขาไม่สนเงินของคนศรัทธาเลย เพราะพวกเขามีทรัพย์สินกุศลของตัวเอง แถมยังเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายและใหญ่โตมาก

ดังนั้นท่าทีของพวกเขาคือ คุณจะมาศาลเจ้าก็มา แต่จะให้มาพินอบพิเทาเอาใจคุณ ฝันไปเถอะ

เพราะเหตุนี้ พวกเขาจึงไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองในการบำเพ็ญเพียร สามารถฝึกฝนได้เต็มที่ ที่นั่นถึงได้มีปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังถึงสองท่าน

พูดอีกอย่าง ที่อื่นคนรวยมาเยือน ผู้วิเศษจอมปลอมต้องรีบเข้าไปเลียแข้งเลียขา แต่ที่ศาลเจ้านั้น ต่อให้เป็นข้าราชการระดับสูงหรือเศรษฐีหมื่นล้านมาเยือน ยังต้องขอเข้าพบปรมาจารย์

บารมีแบบนี้ สถานที่อื่นอยากได้แทบตายก็ไม่มีปัญญา

และข้าราชการระดับสูงในที่นี้ ก็หมายความตามตัวอักษร

ตอนนี้ตระกูลเฉินก็กำลังเดินตามเส้นทางนี้ อย่างแรกคือเขามีตัวช่วยโกง มีของจริง ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนสถานที่อื่นที่ต้องเห็นคนรวยเป็นพระเจ้า

อย่างคุณหลิวคนนี้ เขาก็รู้ตัวดีไม่ใช่เหรอว่ามาตระกูลเฉินต้องทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว?

ความจริงในสมัยโบราณ สาเหตุที่สำนักต่างๆ มียอดคนมากมายก็เพราะเหตุผลนี้

สำนักในสมัยโบราณส่วนใหญ่มีทรัพย์สินกุศลของตัวเอง

บางทีเศรษฐีที่เอาเงินไปบริจาค ยังรวยสู้สำนักไม่ได้ด้วยซ้ำ

ไม่งั้นยอดคนในสมัยโบราณจะเอาทรัพยากรที่ไหนมาฝึกวิชา ซึ่งต้องใช้เงินมหาศาล ไม่มีเงินจะทำได้ยังไง?

ในตำนานเทพนิยายหลายเรื่อง สำนักเซียนยิ่งแสดงให้เห็นชัดเจน ทรัพย์สินของพวกเขาสามารถควบคุมอ๋องหรือประเทศได้เลย

ดังนั้นตระกูลเฉินมีทรัพย์สินกุศลเพิ่มขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

เผลอๆ ภูเขาลูกนี้อาจจะมีประโยชน์ในเกมก็ได้

เฉินฮั่นยิ้มขอบคุณหลิวเย่ "คุณหลิว ขอบคุณมากครับสำหรับความทุ่มเทที่มีต่อองค์เทพปราบมาร!"

หลิวเย่รีบพูด "ท่านประมุขเฉิน นี่เป็นสิ่งที่ผมควรทำครับ หลังจากนี้ผมอยากจะลงทุนธุรกิจท่องเที่ยวรอบๆ ตระกูลเฉินอีก หวังว่าจะได้รับความเห็นชอบจากตระกูลเฉิน แล้วก็... แล้วก็คือ..."

เขาไม่กล้าพูดตรงๆ กลัวถูกปฏิเสธเรื่องขอพร เลยมองไปที่เฉินข่าย ส่งสายตาประมาณว่า 'ช่วยพูดให้หน่อยสิ'

เฉินข่ายรู้วัตถุประสงค์ของคุณหลิวดี เพื่อรั้งนักลงทุนรายนี้ไว้ เขาได้รับปากว่าจะช่วยพูดให้

เห็นดังนั้น เขาจึงต้องเอ่ยปาก "ท่านประมุขเฉิน คุณหลิวมีความจริงใจมาก อยากขอให้องค์เทพปราบมารประทานพร รบกวนท่านช่วยอนุเคราะห์ด้วยนะครับ"

เฉินฮั่นยิ้ม ดูท่าโรคไขข้ออักเสบของคุณหลิวจะยังไม่หายขาด

แต่เหล้าแก้วเดียวรักษาไม่หายขาดก็ไม่แปลก เพราะอาการหนักถึงขั้นจะนั่งรถเข็นแล้ว

และที่ทำให้เขาตกใจกว่าคือแจ้งเตือนเกม:

【มารร้ายที่สมรู้ร่วมคิดส่งข่าวมาอีกครั้ง แจ้งถึงวัตถุประสงค์ของมารร้ายระดับบิ๊กผู้นั้น เนื่องจากจอมมารโลหิตฟื้นคืนชีพ ยอดฝีมือฝ่ายมารที่ถูกเรียกตัวกลับไปยังศูนย์บัญชาการพรรคมาร ล้วนถูกจอมมารโลหิตลง "คำสาปโลหิต"!

คำสาปโลหิตสามารถควบคุมยอดฝีมือฝ่ายมาร และสามารถปลิดชีพพวกเขาได้ทุกเมื่อ ไม่ใช่ทุกคนจะชอบความรู้สึกที่ชีวิตถูกคนอื่นบงการ

มารร้ายจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับวิธีการของจอมมารโลหิต พยายามจะหนีจากการควบคุม และฝ่ายตรงข้ามสืบทราบมาว่า การประทานพรขององค์เทพปราบมารแห่งตระกูลเฉิน ดูเหมือนจะมีวิธีระงับคำสาปโลหิตนี้ได้!】

เฉินฮั่นเห็นแบบนี้ต้องยอมใจระบบเกมเลย

แถได้เนียนมาก

เรื่องนี้ระบบเขาเซียนจริงๆ

เฉินฮั่นเดาจุดประสงค์ของคุณหลิวไว้อยู่แล้ว ได้ยินผอ.เฉินพูดแบบนี้ ก็เลยไหลตามน้ำ "คุณหลิว ในเมื่อเป็นแบบนี้ เชิญตามผมไปที่วิหารองค์เทพปราบมาร ให้ผู้อาวุโสเฝ้าวิหารทำพิธีขอพรให้คุณสักครั้ง"

"ขอบคุณครับท่านประมุข!" หลิวเย่ไม่รอช้า รีบขอบคุณ ในใจโล่งอก

ทำมาตั้งเยอะ ก็เพื่อการขอพรครั้งนี้นี่แหละ

"เชิญครับ คุณหลิว!" เฉินฮั่นเชิญด้วยรอยยิ้ม เดินนำไปทางวิหาร

หลิวเย่รีบเดินตาม

เฉินข่ายก็นำคนตามไปเช่นกัน

มีแต่ภิกษุซินเหยี่ยนที่เดินออกจากลานบ้านแล้วไม่ตามไป

เพราะไม่กล้าน่ะสิ

องค์เทพปราบมารประทานพร ฟังดูก็รู้ว่าไม่ธรรมดา สถานการณ์แบบนี้ท่านที่เป็นพระตามไป ถ้าเกิดเข้าใจผิดขึ้นมาอีก...

อามิตตาพุทธ! อยากกลับวัดใจจะขาด

เฉินฮั่นพาพวกหลิวเย่ เฉินข่ายมาถึงหน้าวิหาร ก็เจอคนที่ไม่คาดคิด

หัวหน้าแผนกหม่าจากสำนักงานวัฒนธรรมฯ กับภรรยาและลูกชายนั่นเอง

นับเวลาดู ครบกำหนด "ริดสีดวง 10 วัน" ของสองแม่ลูกพอดี

"ผอ.เฉิน" หม่าฉีเห็นเจ้านายก็รีบเข้ามาทักทาย อธิบายว่า "เมียกับลูกผมครบ 10 วันแล้ว ริดสีดวงหายแล้ว ผมเลยพามาขอขมาองค์เทพปราบมารครับ"

"อืม!" เฉินข่ายพยักหน้า สมควรแล้ว มีสำนึกแบบนี้ดีมาก

หลิวเย่ได้ยินบทสนทนาก็ตกใจ

เขารู้เรื่องริดสีดวงมหาประลัยแล้ว ฟังจากบทสนทนา สองแม่ลูกนี่โดนของจริง

และดูจากสภาพอิดโรย ซูบผอม คงโดนทรมานมาไม่น้อย

หม่าฉีเป็นข้าราชการ ไม่กล้าเข้าไปในวิหาร ให้ภรรยาฉู่เฟยกับลูกชายเข้าไปเอง

ฉู่เฟยพาลูกชายมาที่นี่อีกครั้ง ไม่กล้ามีท่าทีลบหลู่แม้แต่นิดเดียว

แม้แต่เด็กน้อย ผ่านไป 10 วัน ก็สิ้นฤทธิ์ เข้าไปในวิหารด้วยสีหน้าหวาดกลัว

"ลูก กราบตามแม่นะ!" ฉู่เฟยดึงลูกชายคุกเข่าหน้าเบาะรองกราบ โขกศีรษะด้วยความศรัทธา

ความศรัทธานั้น หลิวเย่สัมผัสได้ว่ามาจากความกลัวจริงๆ

เฉินฮั่นเห็นย่าสะใภ้ออกมาจากวิหารข้างๆ ก็เดินเข้าไปหา "ย่าสะใภ้ครับ มีสุภาพบุรุษท่านหนึ่งอยากให้ช่วยทำพิธีขอพรให้หน่อย"

"อืม ให้เข้ามาสิ" ย่าสะใภ้พยักหน้า หยิบแส้ปัดรังควานเดินไปที่โต๊ะบูชา

เฉินฮั่นเรียกคุณหลิวมา ส่งต่อให้ย่าสะใภ้ เตรียมตัวตามที่ย่าสะใภ้บอก

เขาแกล้งทำเป็นเดินเข้าวิหารข้าง หยิบ "เหล้าดองกระดูกสันหลังปีศาจสุนัข" ที่แบ่งบรรจุขวดไว้ออกมาจากคลังเกม เทใส่แก้วหนึ่งใบ แล้วถือออกมาวางบนโต๊ะบูชา

หลิวเย่เห็นฉากนี้

ที่แท้ผลของเหล้ายาก็มาจากการขอพรนี่เอง คิดได้ดังนั้น เขาก็เงยหน้าสบตากับเทวรูปองค์เทพปราบมารพอดี

เนื่องจากเทวรูปมีค่าสถานะ "น่าเกรงขาม +2" วินาทีนั้น หลิวเย่ก็เผลอกลืนน้ำลาย รู้สึกเหมือนถูกองค์เทพจ้องมองอยู่จริงๆ

เขารีบก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตา หัวใจเต้นตึกตัก

ก่อนหน้านี้ไปวัดภิกษุซินเหยี่ยน ไหว้พระประธาน ก็ไม่เห็นรู้สึกแบบนี้ ทางนั้นหลอกลวงชัดๆ

50 ล้าน เท่ากับซื้อตั๋วฟังภิกษุซินเหยี่ยนสวดมนต์ 15 วัน แพงชะมัด!

วางเหล้าบนโต๊ะ ย่าสะใภ้เริ่มทำพิธี

หลิวเย่ไม่กล้าทำตัวเสียมารยาท ให้ความร่วมมือเต็มที่

ในที่สุด เมื่อพิธีจบลง แส้ปัดรังควานในมือย่าสะใภ้ปัดผ่านแก้วเหล้าบนโต๊ะ ปากพึมพำบทสวด

ท่าทางธรรมดาๆ ในสายตาหลิวเย่กลับดูไม่ธรรมดา

เหล้านั่นต้องได้มาจากการขอพรองคเทพปราบมาร ต้องมีพลังขององค์เทพแน่ๆ ส่วนที่บอกว่าเป็นเหล้ายา เป็นแค่ข้ออ้างของท่านประมุข เอาไว้หลอกคนนอก

เหมือนที่ท่านประมุขชอบบอกให้เชื่อในวิทยาศาสตร์

ถ้าเชื่อจริง ก็คงหมดวาสนากับเรื่องอัศจรรย์แบบนี้

หลิวเย่ไม่เคยเข้าใจคำว่า 'เชื่อก็มี ไม่เชื่อก็ไม่มี' ได้ลึกซึ้งเท่าวันนี้มาก่อน

หลังจบพิธี เฉินฮั่นก็ยกแก้วเหล้าส่งให้หลิวเย่

หลิวเย่ไม่รอช้า รีบกระดกเหล้าที่เพิ่งผ่านพิธีเข้าปาก

ไม่นาน เขาก็สัมผัสได้ถึงฤทธิ์เหล้า ความรู้สึกอุ่นวาบปรากฏขึ้นที่หัวเข่าอีกครั้ง

"ท่านประมุขเฉิน เหล้าที่ผ่านพิธีแล้วเห็นผลแรงกว่าเดิมจริงๆ ขอบคุณครับ" หลิวเย่ขอบคุณเฉินฮั่นด้วยความซาบซึ้งและตื่นเต้น

"..." เฉินฮั่นอยากจะบอกว่า เหล้าเหมือนกัน ผลลัพธ์ก็เหมือนกันแหละ เห็นชัดว่าเป็นอุปาทานของหลิวเย่เอง

และที่เป็นแบบนี้ แสดงว่าคุณหลิวเชื่อในองค์เทพปราบมารอย่างสนิทใจแล้ว

เขาไม่ได้พูดอะไรมาก อีกฝ่ายเข้าใจแบบนี้ก็เข้าทางเขาพอดี

ฉู่เฟยพาลูกชายกราบขอขมาเสร็จแล้ว ก็เดินออกจากวิหารไปหาสามี ด้วยท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตนสุดๆ

ความทรมาน 10 วัน ทำให้เธอเข็ดหลาบ สำนึกผิดจริงๆ

เห็นท่านประมุขเดินออกมา เธอก็ก้มหน้าหลบโดยสัญชาตญาณ

เธอกลัวองค์เทพปราบมาร และก็กลัวท่านประมุขเฉินด้วย เพราะเขาเป็นเจ้าของที่นี่ และว่ากันว่าเขาสื่อสารกับองค์เทพได้

หลิวเย่ออกจากวิหาร ลองยืดขาดู อาจเป็นเพราะจิตใจ เขาเจ็บอาการดีขึ้นมาก

เขาได้รับการประทานพรแล้ว สบายใจได้

"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญตามสบายนะครับ!" เฉินฮั่นบอกลา แล้วเดินกลับไป สร้างภาพลักษณ์ยอดคนไว้แล้ว ก็ต้องรักษามาดต่อไป

กลับถึงลานบ้าน เขามองดูข้อมูลในหัว:

เงิน 100 ล้าน (128.5882 ล้าน/100 ล้าน) 2. ชื่อเสียง (1.876 ล้าน/5 แสน)

【ที่ตั้งสำนักตรงตามเงื่อนไขการอัปเกรด ต้องการอัปเกรดทันทีหรือไม่!】

ครั้งนี้ เฉินฮั่นกดตกลงทันที

วินาทีต่อมา แจ้งเตือนเกมดังรัวๆ:

【ยินดีด้วย ที่ตั้งสำนักอัปเกรดสำเร็จ ได้รับรางวัล: 1. คุณลักษณะวิถีเต๋า: เชือดไก่ให้ลิงดู (ลงโทษเล็กน้อยเพื่อตักเตือน)! 2. ถ้ำวิญญาณพิเศษเลเวลอัป! 3. การขอพรพิเศษวิหารบูชา: ยันต์ประทานพรสงบจิต X30 ต่อวัน! 4. วิธีเขียนยันต์ประทานพรสงบจิต!】

【ยินดีด้วย คุณลักษณะวิถีเต๋ากำลังปรับเปลี่ยน...】

【ยินดีด้วย ผลลัพธ์การขอพรพิเศษวิหารบูชากำลังปรับเปลี่ยน...】

【ยินดีด้วย ถ้ำวิญญาณพิเศษกำลังอัปเกรด...】

แทบจะพร้อมกัน แสงสีขาวของการอัปเกรดพุ่งขึ้นฟ้าอีกครั้ง แล้วกระจายออกไปเหนือตระกูลเฉิน กลายเป็นม่านแสงครอบคลุมลงมา

เฉินฮั่นมองดู ครั้งนี้ไม่เพียงครอบคลุมตระกูลเฉิน แต่ยังครอบคลุมภูเขาด้านหลังที่เป็นทรัพย์สินกุศลไปด้วย

หมายความว่า พอทรัพย์สินกุศลเพิ่มขึ้น ภูเขาลูกนั้นก็นับเป็นอาณาเขตของตระกูลเฉินจริงๆ ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวต้องไปดูป่าไผ่หน่อย

ตามกฎนี้ พื้นที่ป่าไผ่อัสนีไม่เพิ่มขึ้นคงไม่ได้แล้ว

ขณะที่กำลังคิด ศิษย์น้องก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามา ในมือถือตลับเล็กๆ ขนาดใหญ่กว่าเหรียญนิดหน่อย "ศิษย์พี่ ดูนี่สิคะ หนูออกแบบเป็นไงบ้าง"

บนตลับเขียนว่า "ครีมลบรอยแผลเป็นตระกูลเฉิน"

"อืม ออกแบบสวยดี เก่งกว่ามืออาชีพอีก" เฉินฮั่นชมเปาะ ศิษย์น้องมาทรงนี้ นอกจากทวงผลงาน ก็คืออยากให้ชม

ชมไปเถอะไม่ผิดหวัง

เสี่ยวอวี้ได้ยินคำชมก็ดีใจ "ศิษย์พี่ ครีมนี้ดีมากเลย วันเดียวแผลที่ก้นหนูก็เกือบหายสนิทแล้ว ตลับเล็กๆ แค่นี้รักษาแผลเป็นที่ไม่หนักมากได้สบาย"

"ถ้าแค่ตลับเล็กๆ แบบนี้ ศิษย์พี่น่าจะผลิตได้เยอะใช่ไหมคะ เอามาแจกเป็นของรางวัลสักหน่อยได้ไหม"

เฉินฮั่นพยักหน้า ถ้าแค่ตลับเล็กๆ แบบนี้ เกสรวิญญาณที่ดรอปจากผึ้งโจรชุดเดียวก็พอทำได้เป็นสิบตลับแล้ว

ขณะที่กำลังคิด ศิษย์น้องก็ยื่นครีมให้เขา แล้วเลิกเสื้อกับขอบกางเกงขึ้น เผยให้เห็นแก้มก้นขาวเนียนครึ่งหนึ่ง

วันนี้เป็นสีชมพู ลูกไม้...

นี่มัน...

ศิษย์น้องจะใจกล้าไปไหน?

"ศิษย์พี่ เร็วเข้า รีบทายาให้หน่อย พรุ่งนี้น่าจะหายดีแล้ว" เสี่ยวอวี้เร่ง ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเปิดเผยอะไรออกมาบ้าง

เฉินฮั่นเคยทาให้แล้วเลยไม่เกร็งเท่าไหร่ แต่จังหวะที่กำลังจะลงมือ เขาก็เห็นเสี่ยวหมี่เดินยิ้มร่าเข้ามาจากข้างนอก

เธอใส่ชุดฮั่นฝูชุดใหม่ แต่งหน้าสวยฉ่ำ แต่พอเดินเข้ามาในลานบ้าน ก็เห็นฉากที่ชวนให้คิดลึก

เสี่ยวอวี้ถลกกางเกง เฉินฮั่นกำลังจะยื่นหน้าเข้าไป ดูยังไงก็เหมือนฉากติดเรท

เธออึ้งไปเลย ขมวดคิ้วพูดว่า "ดูท่า ฉันจะมาผิดเวลาสินะ"

เฉินฮั่นไม่นึกว่าเสี่ยวหมี่จะมาพอดี รีบพูดว่า "ไม่ คุณมาได้จังหวะพอดีเลย"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 151 - เซอร์ไพรส์จากการอัปเกรด! ไม่ คุณมาได้จังหวะพอดี!

คัดลอกลิงก์แล้ว