- หน้าแรก
- ระบบเซียนสร้างเมือง เริ่มต้นที่ไล่หมาหน้าหมู่บ้าน
- บทที่ 26 - ความจริงไม่มีปราณวิญญาณนี่หว่า! ในที่สุดก็รักษาได้แล้ว!
บทที่ 26 - ความจริงไม่มีปราณวิญญาณนี่หว่า! ในที่สุดก็รักษาได้แล้ว!
บทที่ 26 - ความจริงไม่มีปราณวิญญาณนี่หว่า! ในที่สุดก็รักษาได้แล้ว!
บทที่ 26 - ความจริงไม่มีปราณวิญญาณนี่หว่า! ในที่สุดก็รักษาได้แล้ว!
เฉินฮั่นขมวดคิ้วแน่น
แม้จะได้ "เคล็ดวิชาพื้นฐานการเดินลมปราณคัมภีร์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า" มาครอง และสามารถใช้วิธีฝึกฝนได้อย่างชำนาญ แต่เขากลับสัมผัสไม่ถึงปราณวิญญาณรอบตัวเลย
หรือจะพูดให้ถูกคือ ไม่ใช่ไม่มีปราณวิญญาณ แต่ปราณวิญญาณอันน้อยนิดนั้นเปรียบเสมือนไอน้ำเพียงเล็กน้อยในทะเลทราย พอเห็นปุ๊บก็ระเหยไปปั๊บ
ถ้าคิดจะเลียไอน้ำพวกนี้แก้กระหาย สู้ลงไปนอนเฉยๆ ในทะเลทรายเพื่อยื้อชีวิตให้ยาวขึ้นอีกหน่อยยังจะดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องเปลืองแรง
ปราณวิญญาณอันน้อยนิดที่เขาสัมผัสได้ก็เป็นเช่นนั้น พอสัมผัสได้ปุ๊บก็สลายไปปั๊บ
โลกความจริงนี่มันทะเลทรายไร้ปราณชัดๆ การมานั่งบำเพ็ญเพียรที่นี่ก็เท่ากับมานั่งเลียไอน้ำในอากาศกลางทะเลทราย เหนื่อยเปล่า แถมยังเปลืองอายุขัย
นั่นหมายความว่า ในโลกความจริงไม่มีทางบำเพ็ญเพียรได้เลย
คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบลุกขึ้น สวมเสื้อผ้าแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังถ้ำวิญญาณพิเศษ
ในโลกความจริงอาจเป็นทะเลทรายไร้ปราณ แต่เขายังมีที่ตั้งสำนัก ยังมีถ้ำวิญญาณพิเศษ และทุกยามเหม่ายังมีการชำระล้างด้วยปราณวิญญาณ!
เมื่อไปถึงศาลา เฉินฮั่นก็นั่งขัดสมาธิลงอีกครั้ง แล้วเริ่มเดินลมปราณตาม "เคล็ดวิชาพื้นฐานการเดินลมปราณคัมภีร์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า"
คราวนี้เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าปราณวิญญาณรอบตัวหนาแน่นกว่าเดิมมาก น่าจะเป็นผลลัพธ์ซ่อนเร้นของถ้ำวิญญาณพิเศษ
เพียงแต่ปราณที่เพิ่มมานิดหน่อยนี้ก็ยังไม่พอสำหรับการบำเพ็ญเพียร อย่างมากก็แค่มีไอน้ำในทะเลทรายเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร มันก็ระเหยไปหมดแล้ว
ดูท่าทาง คงต้องรอการชำระล้างด้วยปราณวิญญาณเท่านั้น
ในที่สุดยามเหม่าก็มาถึง ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณว่าดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้น
ทันทีที่แสงอาทิตย์แรกสาดส่องมาจากยอดเขา เฉินฮั่นก็สัมผัสได้ถึงปราณวิญญาณที่ถูกชะล้างออกมาจากถ้ำวิญญาณพิเศษในทันที เขารีบเดินลมปราณตาม "เคล็ดวิชาพื้นฐานการเดินลมปราณคัมภีร์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า" เพื่อชักนำปราณเหล่านั้น
วินาทีนั้น รูขุมขนทั่วร่างของเขาเปิดออก ดูดซับปราณวิญญาณเหล่านี้อย่างตะกละตะกลาม
ต่างจากการดูดซับโดยสัญชาตญาณของร่างกายในครั้งก่อน ครั้งนี้ผ่าน "เคล็ดวิชาพื้นฐานการเดินลมปราณคัมภีร์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า" เป็นการชักนำปราณอย่างมีจังหวะและประสิทธิภาพ นำมันเข้าสู่ร่างกายแล้วทำการหลอมรวม
เขาจัมผัสได้ชัดเจนว่ามีปราณที่ถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกาย เริ่มไหลเวียนไปตามเส้นชีพจร รวมตัวกันเป็นสายปราณที่จับต้องได้
ยิ่งไปกว่านั้น ขณะที่เดินลมปราณตามเคล็ดวิชา เขายังสามารถควบคุมสายปราณนี้ให้ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรที่กำหนด และขณะที่พลังงานนี้ไหลเวียน เขายังได้รับการรับรู้พิเศษภายในร่างกายของตัวเองอีกด้วย
ในการรับรู้นี้ เส้นชีพจรทั่วร่างเปรียบเสมือนแม่น้ำสายต่างๆ ที่มีปราณไหลผ่าน
ความรู้สึกนี้มันมหัศจรรย์มาก
นี่น่าจะเป็น "ฌานวิสัย" หรือการเพ่งมองภายในของจริงตามตำนานวิถีป๋าสินะ?
เขาเคยอ่านตำราเก่าแก่ของตระกูลเฉิน มีการกล่าวถึงฌานวิสัยอยู่บ้าง
ตำราเก่าบางเล่มบรรยายฌานวิสัยว่า "ตั้งจิตเพ่งมอง เห็นอวัยวะภายในดั่งแขวนอยู่บนหิ้ง สีสันชัดเจน ดั่งระฆังห้อย ตับสีเขียว หัวใจสีแดง ม้ามสีเหลือง ปอดสีขาว ไตสีดำ..."
ฉบับยุคต้นสาธารณรัฐจีน บรรยายฌานวิสัยว่า "หลับตารวมสมาธิ จิตจดจ่อภายในร่างกาย สัมผัสการไหลเวียนของลมหายใจและการเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนของร่างกาย"
ตรงนี้ยังคงใช้คำว่า 'จิต' หรือ 'เจตจำนง'
แต่พอมาถึงฉบับคำอธิบายใหม่ล่าสุดของปรมาจารย์ยุคปัจจุบัน คำบรรยายเกี่ยวกับฌานวิสัยกลับดูเป็นนามธรรมไปหน่อย กลายเป็นว่า "คุณหลับตา ไม่ใช่ใช้ตามองจริงๆ แต่ใช้ใจสัมผัสภายในตนเอง"
เฉินฮั่นสัมผัสฌานวิสัยนี้แล้วก็ต้องประหลาดใจ ที่พบว่ามันดูคล้ายกับบันทึกในตำราเก่าแก่ของวิถีป๋าอยู่บ้าง
เส้นชีพจรในฌานวิสัยดั่งแม่น้ำ ก็คล้ายกับการเห็นอวัยวะภายในดั่งแขวนอยู่บนหิ้งไม่ใช่หรือ?
"เคล็ดวิชาพื้นฐานการเดินลมปราณคัมภีร์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า" ควบคุมปราณที่รวบรวมได้ให้หมุนเวียนไปตามเส้นชีพจรที่กำหนด ซึ่งก็คือกระบวนการหลอมรวมปราณให้กลายเป็นพลังวัตรของตนเอง เมื่อปราณกลายเป็นพลังวัตรแล้วก็จะสามารถนำเข้าสู่จุดตันเถียนได้
กระบวนการนี้ช้ามาก ไม่ใช่สิ่งที่ทำสำเร็จได้ในรวดเดียว
แต่เฉินฮั่นสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ขณะที่ค่อยๆ หลอมรวมปราณเป็นพลังวัตร ระหว่างการหมุนเวียน พลังวัตรก็ค่อยๆ ถูกใช้ไปทีละน้อย นั่นคือการถูกร่างกายดูดซับไปเพื่อหล่อเลี้ยงเนื้อหนังของเขา
บนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียร มีเพียงกายเนื้อที่แข็งแกร่งเท่านั้น เส้นชีพจรจึงจะเหนียวแน่นทนทาน รองรับพลังที่แข็งแกร่งขึ้นได้ ไม่เช่นนั้นอาจโดนพลังระเบิดร่างตายได้
อย่างในละครบางเรื่องที่เซียนมีกายเซียน แต่ดันโดนคนธรรมดาใช้อาวุธเย็นฆ่าตายเพราะบาดเจ็บ สถานการณ์แบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นจริง
ความรู้สึกของการหล่อเลี้ยงกายเนื้อนี้ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน ราวกับเซลล์ทุกเซลล์กำลังเต้นระบำด้วยความยินดี
ช่างวิเศษเหลือเกิน
ทันใดนั้น เมื่อปราณไหลผ่านเส้นชีพจรปอดไท่อินมือ พลังวัตรที่หลอมรวมได้ก็ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
การค้นพบนี้ทำให้ดวงตาของเขาเป็นประกาย
เส้นชีพจรปอดไท่อินมือ สังกัดปอด
นี่คือการที่ "เคล็ดวิชาพื้นฐานการเดินลมปราณ" ทำงาน นำพลังวัตรที่หลอมรวมได้ไปซ่อมแซมความเสียหายที่ปอด ส่วนความเสียหายที่ปอดของเขาคืออะไรคงไม่ต้องพูดถึง
และแล้ว เขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นสบายที่แผ่ซ่านในปอด
สิ่งนี้ทำให้รอยยิ้มแห่งความปิติยินดีบนใบหน้าของเขาไม่อาจปิดกั้นได้อีกต่อไป
การชำระล้างด้วยปราณวิญญาณจบลงแล้ว แต่เฉินฮั่นยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ที่เดิม เดินหน้าหลอมรวมปราณที่ดูดซับเข้ามาในร่างกายต่อไป
…
เมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ผู้คนในหมู่บ้านซ่างหยวนเริ่มทยอยตื่นนอน ควันไฟจากการหุงหาอาหารเริ่มลอยขึ้นจากหลายหลังคาเรือน
ในโซนที่พักนักท่องเที่ยวตระกูลเฉิน จ้าวคังก็ตื่นจากฝันเช่นกัน
เขานอนหลับสบายมาก ตื่นเช้ามาวันนี้สภาพร่างกายดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
คนที่เป็นโรคนอนไม่หลับจะรู้ดีว่า พอตื่นมาเช้าวันรุ่งขึ้นหัวจะหนักอึ้ง สภาพจิตใจย่ำแย่แน่นอน
นี่เป็นเรื่องปกติสำหรับเขา
สมัยหนุ่มๆ ทุ่มเททำงานหนัก แม้ตอนนี้จะประสบความสำเร็จ แต่ก็แลกมาด้วยสุขภาพทั้งนั้น
เขานานมากแล้วที่ไม่ได้นอนหลับเต็มอิ่มและตื่นมาสดชื่นขนาดนี้
ผลลัพธ์ของชาวิญญาณไผ่อัสนีตระกูลเฉินนี่มหัศจรรย์จริงๆ เมื่อวานดื่มไปบ้าง เมื่อคืนก็ไม่นอนไม่หลับ แถมยังหลับสนิท ตื่นมาวันนี้สดชื่นแจ่มใส สภาพร่างกายดีเยี่ยม
เขายืดเส้นยืดสาย ล้างหน้าแปรงฟัน ตั้งใจจะออกไปวิ่งเบาๆ สักหน่อย
นี่เป็นนิสัยที่เขาสร้างขึ้นหลังจากมีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง
การวิ่งเบาๆ ตอนเช้าจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เพิ่มออกซิเจนในสมอง ทำให้ร่างกายและสมองฟื้นตัวจากความอ่อนเพลียและมึนงงของการนอนไม่หลับได้เร็วขึ้น ช่วยยกระดับสภาพจิตใจ
คำแนะนำจากหัวหน้าแผนกอายุรกรรมโรงพยาบาลในเครือมณฑลได้ผลดีทีเดียว
พอออกจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เขาก็วิ่งเข้าไปในลานประลอง มุ่งหน้าออกไปทางนอกกลุ่มสถาปัตยกรรมโบราณ เพราะนอนหลับดี การวิ่งตอนเช้าจึงรู้สึกมีแรงกว่าเดิม
การตัดสินใจปุบปับมาเที่ยวที่กลุ่มสถาปัตยกรรมโบราณตระกูลเฉินครั้งนี้ ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดจริงๆ
จ้าวคังวิ่งต่อเนื่องมา 30 นาที เหงื่อออกพอสมควร พอมาถึงบริเวณต้นหยูเก่าแก่สามต้นก็กะว่าจะพักสักหน่อย เพื่อซึมซับความสดชื่นและปลอดโปร่ง แต่กลับเห็นท่านเจ้าบ้านเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่ไม่ไหวติงในศาลานั้น
ภาพนี้ทำให้เขาประหลาดใจ
แม้จะรู้ว่าตระกูลเฉินสืบทอดวิถีป๋า สถาปัตยกรรมทั้งหมดยังมีสัญลักษณ์ยันต์แปดทิศเต็มไปหมด แต่เรื่องการบำเพ็ญเพียรแบบวิถีป๋า เขาไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ
นอกจากเทคนิคมายากลโบราณของเจ้าบ้านเฉิน และการรำกระบี่ชกมวยของแม่นางเสี่ยวอวี้แล้ว คนตระกูลเฉินที่เหลือก็ไม่ต่างจากคนธรรมดา
ตอนนี้จู่ๆ มาเห็นเจ้าบ้านเฉินนั่งขัดสมาธินิ่งไม่ขยับแบบนั้น ก็อดสงสัยไม่ได้
นี่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่หรือเปล่า
เวลาผ่านไป ครึ่งชั่วโมงล่วงเลย เขาพบว่าท่านเจ้าบ้านเฉินยังคงนิ่งสนิท ราวกับเข้าฌานไปแล้ว
ลำพังแค่สมาธินี้ก็น่าทึ่งแล้ว
ลองให้คนธรรมดามานั่งขัดสมาธิเฉยๆ ครึ่งชั่วโมงดูสิ ใครจะทนไหว
แถมก่อนที่เขาจะมาถึง ไม่รู้เจ้าบ้านเฉินนั่งมานานแค่ไหนแล้ว
ในที่สุด เฉินฮั่นก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
เขารู้แล้วว่าทำไมยอดคนในโลกตำนานเซียนกระบี่ซูซันถึงเก็บตัวฝึกวิชากันทีละหลายสิบหลายร้อยปี
เพราะกระบวนการหลอมรวมปราณนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องใช้เวลาจริงๆ
แค่ปราณที่ดูดซับมาในช่วงเวลาสั้นๆ ของการชำระล้าง กว่าจะหลอมรวมเสร็จก็ปาเข้าไปป่านนี้ ถ้าเป็นเวลาปกติ ป่านนี้เขาคงไปยุให้ปีศาจสุนัขตีกันเพื่อเอาเนื้อมาแล้ว
และในการฝึกรอบนี้ พลังวัตรที่ได้จากการหลอมรวมปราณไม่มีสักนิดที่ถูกนำเข้าสู่จุดตันเถียน นอกจากส่วนที่เสียไปกับการหล่อเลี้ยงกายเนื้อแล้ว แทบทั้งหมดถูกใช้ไปซ่อมแซมปอด หรือก็คือการรักษามะเร็งนั่นเอง
เฉินฮั่นมองดูหน้าต่างสถานะตัวละครในหัวโดยอัตโนมัติ
ชื่อ: เฉินฮั่น
อายุ: 24
อายุขัย: 36 วัน 7 ชั่วโมง
กายภาพ: ไม่มี
ขอบเขตพลัง: ไม่มี
สกิลติดตัว: ไม่มี
สกิลเรียกใช้: "เคล็ดวิชาพื้นฐานการเดินลมปราณคัมภีร์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า"
ความตื่นเต้นในใจเฉินฮั่นแทบระเบิดออกมา
แม้มะเร็งจะเป็นโรคร้ายที่รักษายาก ปราณแค่นิดเดียวยังไม่เห็นผลทันตา แต่การฝึกฝนช่วงที่มีการชำระล้างด้วยปราณครั้งนี้ครั้งเดียว อายุขัยกลับเพิ่มขึ้นรวดเดียว 10 วัน
นี่คือวิธีรักษาโรคมะเร็งปอดของเขาอย่างแท้จริง
และตอนนี้ได้ 10 วัน เมื่อมะเร็งค่อยๆ ถูกรักษา ผลลัพธ์จากการฝึกฝนหลังจากนี้ย่อมต้องดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน
เฉินฮั่นโล่งอกอย่างที่สุด พอมองไปที่รั้วไม้ไผ่รอบๆ ก็ต้องแปลกใจ ดอกไม้ใบหญ้าบนนั้นได้รับผลจากการชำระล้างด้วยปราณจนดูเขียวขจีสดใสกว่าเดิม ดอกไม้ที่เคยร่วงโรยก็กลับดูบานสะพรั่งหนาตาขึ้น ดูงดงามน่าชมมาก
รู้สึกเหมือนดอกไม้ป่าพวกนี้จะกลายพันธุ์ไปแล้ว
จากนั้น พอลุกขึ้นเขาก็เห็นคุณจ้าวกำลังมองมา จึงยิ้มทักทาย "คุณจ้าว อรุณสวัสดิ์ครับ"
"อรุณสวัสดิ์ครับท่านเจ้าบ้านเฉิน" จ้าวคังยิ้มตอบ แล้วถามด้วยความอยากรู้ "ท่านเจ้าบ้านเฉิน เมื่อกี้คุณนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรเหรอครับ"
"จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ" เฉินฮั่นตอบแบบกว้างๆ จะให้บอกเหรอว่าผมเริ่มบำเพ็ญเซียนแล้ว
คุยกับคุณจ้าวอีกสองสามประโยค เขาก็เปิดดูข้อมูลที่ตั้งสำนัก
ระดับ: ที่ตั้งสำนักระดับสอง
ผลลัพธ์: ความขลัง+2 ความงดงามน่าชม+2
ผลลัพธ์สถานที่แห่งวิถีป๋า: จิตใจสงบ+2 (ยังปรับเปลี่ยนไม่เสร็จสิ้น)
เงื่อนไขการอัปเกรด: 1. เงิน 4 แสน (8.95 หมื่น/4 แสน) 2. ชื่อเสียง 2,000 (20/2,000)
ฟังก์ชันพิเศษ: 1. สามารถเรียกคืนผลลัพธ์ที่ตั้งสำนักกลับมาเป็นป้ายสร้างที่ตั้งสำนักได้ 2. ถ้ำวิญญาณพิเศษ (นี่คือสถานที่ฟังก์ชันพิเศษของสำนักเซียน มีผลลัพธ์พิเศษ: บริเวณถ้ำวิญญาณเย็นสบายสดชื่น+2 อากาศบริสุทธิ์รอบถ้ำวิญญาณ+2 ทุกยามเหม่าจะเกิดการชำระล้างด้วยปราณวิญญาณหนึ่งครั้ง!)
พออัปเกรดเป็นระดับสอง เงื่อนไขการอัปเกรดครั้งต่อไปก็สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่เงินที่เพิ่มเป็น 4 แสน แต่ชื่อเสียงยังพุ่งไปถึง 2,000
แต่ที่ทำให้เขาแปลกใจคือผลลัพธ์ จิตใจสงบ+2
มันไม่ได้ถูกรวมอยู่ในบรรทัดเดียวกับ ความขลัง+2 และ ความงดงามน่าชม+2 แต่กลับแยกออกมาเป็นหัวข้อ ผลลัพธ์สถานที่แห่งวิถีป๋า
ดูเหมือนว่าหลังจากปรับเปลี่ยนเสร็จ ค่าสถานะ จิตใจสงบ+2 นี้น่าจะมีความแตกต่างจากสองอันแรก
แต่เนื่องจากการปรับเปลี่ยนยังไม่เสร็จ เขาเลยยังไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด
ส่วนค่าชื่อเสียงที่เพิ่มมา 20 แต้ม น่าจะมาจากคลิปชาวิญญาณไผ่อัสนีระหว่างที่เขากำลังหลอมรวมปราณ
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!~
เสียงเห่าของปีศาจสุนัขดังแว่วมา
เขาเห็นเจ้าหมาพันทางวิ่งผ่านกลุ่มสถาปัตยกรรมโบราณไป พอมองดูในคลังเก็บของเห็นว่ายังมีเนื้อปีศาจสุนัขเหลืออยู่ วันนี้เลยเมตตาปล่อยพวกมันไปสักวัน
พอกลับมาถึงเรือนเล็ก ก็เห็นศิษย์น้องเดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกล่องไม้ไผ่ในมือ "ศิษย์พี่ ดูแพ็กเกจชาวิญญาณไผ่อัสนีแบบนี้สิคะ เป็นไงบ้าง ใส่กล่องพัสดุอีกชั้นก็ส่งให้ลูกค้าที่สั่งผ่านโต่วอินได้เลย"
"อืม ใช้ได้เลย" เฉินฮั่นพยักหน้า
ตอนนั้นเองศิษย์น้องก็พูดเหมือนจะอวดผลงานอีกครั้ง "ศิษย์พี่ หนูจะบอกข่าวดีให้อีกเรื่อง ตอนที่หนูไปงานกั๋วเฟิงเฟสติวัล หนูรู้จักสาวๆ เยอะแยะเลย แล้วก็มีพี่สาวคนหนึ่งคุยกันถูกคอมาก"
"ช่วงก่อนเธอเพิ่งโดนผู้ชายเฮงซวยเทมา แถมยังโดนบล็อกอีก อารมณ์ไม่ดีมาตลอด หนูเลยชวนเธอมาพักผ่อนหย่อนใจที่บ้านตระกูลเฉินของเรา เธอมีผู้ติดตามตั้งสามล้านกว่าคน มีอิทธิพลในวงการกั๋วเฟิงมาก ถ้าเธอช่วยโปรโมตให้ตระกูลเรา ต้องดึงคนมาได้เพียบแน่ๆ"
"ใครเหรอ" เฉินฮั่นถามด้วยความอยากรู้
ตอนนี้ที่ตั้งสำนักระดับสองต้องการชื่อเสียงตั้ง 2,000 กว่าจะอัปเกรดได้ ต่อไปคงยิ่งต้องใช้เยอะกว่านี้ ถ้ามีคนช่วยดึงนักท่องเที่ยวมาปั๊มค่าชื่อเสียงได้ เขาย่อมยินดีต้อนรับ
ศิษย์น้องยังคงอวดต่อ "ศิษย์พี่ พี่น่าจะเคยได้ยินชื่อเธอ เทพธิดากั๋วเฟิง 'ซูมี่เหยา' ชื่อในวงการคือ 'กวนไห่' แต่พวกเราเรียกเธอว่าพี่เสี่ยวหมี่"
"หา????" จู่ๆ เฉินฮั่นก็ทำหน้าเอ๋อไปเลย
[จบแล้ว]