เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 9: ไล่ล่าผีดิบในป่าราตรีนิรันดร์!

Chapter 9: ไล่ล่าผีดิบในป่าราตรีนิรันดร์!

Chapter 9: ไล่ล่าผีดิบในป่าราตรีนิรันดร์! 


พื้นที่อันกว้างใหญ่ของป่าราตรีนิรันดร์ถูกแบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ๆ -เขตชั้นในและเขตชั้นนอก โดยทั่วไปแล้ว เขตชั้นในจะเป็นเขตแดนของสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งซึ่งมีเลเวลสูงกว่า 10 ในขณะที่เขตชั้นนอกจะเป็นบ้านของสัตว์ที่มีเลเวลอยู่ระหว่าง 1-10

“สัตว์ร้าย” เป็นคำที่ใช้เรียกสัตว์กลายพันธุ์

สัตว์ร้ายที่อยู่ระหว่างเลเวล 1-10 นั้นในด้านความแข็งแกร่งจะถูกพิจารณาเท่ากับผู้ใช้สายเลือดเลเวล 1

ในขณะเดียวกัน สัตว์ร้ายเลเวล 11-20 นั้นเทียบได้กับผู้ใช้สายเลือดเลเวล 2 นอกจากนี้ ทุกๆ เลเวลของผู้ใช้สายเลือดนั้นยังมีแบ่งย่อยอีกสามขั้นได้แก่ ขั้นเริ่มต้น, ขั้นสูง, และขั้นสูงสุด วัลเพิ่งจะถูกปลุกสายเลือดของปีศาจเลือด จึงพิจารณาได้ว่าอยู่ขั้นเริ่มต้นของเลเวล 1

ในการมุ่งหน้าไปยังเมืองชาโด้วฟอล วัลจำเป็นที่จะต้องอ้อมไปตามเขตชั้นนอกของป่าราตรีนิรันดร์ เขาไม่ควรก้าวเข้าไปในเขตชั้นในที่ผู้ใช้สายเลือดเลเวล 1 มีโอกาสตายสูง

อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปลอดภัยอย่างแน่นอน

มันมีบางครั้งที่สัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งจะออกมาจากเขตชั้นในเพื่อค้นหาเหยื่อที่เขตชั้นนอก

ดังนั้น เขาจะต้องคอยสอดส่องรอบข้างอยู่ตลอด

ถ้าเขาเจอกับสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่ง เขาก็เตรียมพร้อมที่จะหนีสุดตัว!

การปะทะกับสัตว์ร้ายเลเวล 11 หรือสูงกว่าในขณะที่เป็นผู้ใช้สายเลือดเลเวล 1 นั้นเป็นการต่อสู้ที่ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย และการต่อสู้แบบนั้นก็เป็นสิ่งที่วัลไม่คิดจะสู้อย่างแน่นอน!

ต้นไม้สูงตระหง่านในป่าราตรีนิรันดร์นั้นไม่เคยพบเจอกับความโหดร้ายของขวานมาก่อน ดังนั้นมันจึงเติบโตขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับลำต้นที่ใหญ่โต กิ่งก้านของพวกมันเหมือนกับมือที่ยื่นออกและประสานเข้าด้วยกันจดทำให้เกินเป็นพุ่มไม้หนาอยู่เหนือศีรษะ

ในขณะที่เมฆเคลื่อนผ่าน หนึ่งในดวงจันทร์ที่ส่องแสงสีขาวหิมะก็ปรากฏขึ้น แต่กิ่งก้านหนาทึบก็ได้บดบังภาพอันน่าทึ่งนี้พร้อมกันกับแสงจันทร์ส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม ด้วยช่องว่างเล็กๆ ระหว่างพุ่มไม้ แสงจันทร์อ่อนๆ บางส่วนก็สามารถส่องทะลุผ่านมาได้เผยให้เห็นแสงอันนิ่งสงบบนผืนป่า

ภายใต้แสงบางๆ นี้ วัลได้อาบกับแสงจันทร์อ่อน แสงที่ตกลงมากระทบเขานั้นราวกับน้ำตกสีเงินอันนุ่มนวล

วัลเคลื่อนไหวไปตามป่าอย่างคล่องแคล่ว แต่ถึงกระนั้นฝีเท้าของเขาก็เงียบเชียบจนน่ากลัว

สิ่งนี้มันเป็นไปได้ก็เพราะเทคนิคที่เขาเคยเรียนรู้มาในชีวิตก่อน ชื่อของเทคนิคนี้ก็คือก้าวเงียบ

ในชีวิตก่อนของเขา เขานั้นโชคร้ายเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ปกติ ในตอนที่ครอบครัวรู้ว่าเขาไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดและความกลัว พวกเขาก็ผลักไสเขาไปอยู่ในสันนิบาตเงา องค์กรที่โด่งดังระดับโลกที่ซึ่งผลิตนักฆ่าฝีมือดีออกมาเป็นจำนวนมาก ในตอนที่ถูกส่งไปนั้น เขายังเด็กมากอายุแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น

ด้วยความที่ถูกเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่ปกคลุมไปด้วยความมืด เขาจึงกลายเป็นหนึ่งในนั้นและได้เรียนรู้ศิลปะการลอบสังหารจากอาจารย์ของเขาและยังเป็นคนทรมานเขาด้วย เขาเชี่ยวชาญสิ่งที่ได้รับการสั่งสอนมาจนถึงจุดที่เขาก้าวข้ามแม้กระทั่งอาจารย์ของเขา หลังจากนั้น เขาก็ได้กลายเป็นผู้สร้างแทน

ด้วยการใช้ทักษะของเขา เขากำจัดสมาชิกของสันนิบาตทุกคนที่เข้ามาขวางหนทางสู่อำนาจของเขา จนกระทั่งได้กลายเป็นหัวหน้าของสันนิบาตและรักษาตำแหน่งของตัวเองในฐานะขุนศึกแห่งโลกใหม่!

ผืนป่านั้นกลาดเกลื่อนไปด้วยเศษใบไม้ที่ร่วงลงมาและซากพืชซากสัตว์ที่สลายตัว อย่างไรก็ตาม สำหรับคนอย่างเขา การเคลื่อนไหวโดยไม่มีเสียงในพื้นที่เช่นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามอะไรเลยเหมือนกับการเดินเล่นในสวน เขาเคลื่อนตัวไปตามเขตชั้นนอกอย่างช่ำชองและไม่ลืมที่จะระมัดระวังไม่ให้ไปเหยียบเศษซากอินทรีย์ที่แห้งแล้ว

แกรก!

อย่างไรก็ตาม ความเงียบของป่าก็ถูกทำลายลงอย่างกะทันหันด้วยเสียงแกร๊ก จากการที่ใบไม้ถูกเหยียบอย่างแรง

ทันใดนั้นเอง มือของวัลก็ลดลงไปจับด้ามดาบ เสียงกระทบกันของส่วนคมดาบกับปลอกดาบที่ถูกชักออกมาได้ทลายความเงียบสงัดยามค่ำคืน

หลังจากนั้นจากม่านธรรมชาติของดงต้นไม้ กลุ่มผีดิบเลเวล 0 สี่ตัวก็เดินซวนเซออกมา ร่างกายที่เน่าเปื่อยของพวกมันถูกคลุมไว้ด้วยเศษผ้าขาดๆ และแขนขาของพวกมันก็ถูกบิดจนผิดเพี้ยน พวกมันคือตลกร้ายในร่างมนุษย์ ดวงตาไร้ชีวิตอันว่างเปล่าและร่างกายที่ผิดรูปผิดร่างของพวกมัน

กลิ่นเหม็นเน่าของพวกมันลอยโชยมาจากลมกรรโชกที่พัดมาอย่างกะทันหันตรงเข้ามาหาวัล

ในจังหวะต่อมา จมูกของวัลก็กระตุกด้วยความรังเกียจกับกลิ่นที่ตรงเข้ามาหาจมูกของเขา

กลิ่นของพวกผีดิบนั้นคล้ายกับกลิ่นหมูที่กลิ้งเกลือกอยู่ในความโสโครกของพวกมันมานับร้อยปี!

มันยากที่จะทานทนจริงๆ

ถ้าเขาไม่ได้บกพร่องทางการแสดงออกและสามารถรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดและความกลัว และเต็มไปด้วยอารมณ์ต่างๆ เหมือนคนทั่วไปก็คงจะสำรอกออกมาเหมือนกับคนอื่นๆ ถ้าพวกเขามาอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขา

ต้องขอบคุณที่เขาไม่ใช่คนปกติ! ไม่เช่นนั้น เขาก็คงจะไม่สามารถทนกับกลิ่นที่โหดร้ายนี้ได้!

ฮื่ออ! ฮึ่มมม!

ผีดิบร้องครวญครางในขณะที่เดินเข้ามาหาวัลด้วยความเร็วระดับหอยทาก

การเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่เฉพาะเจาะจงคือสิ่งที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าพวกมันเป็นผีดิบเลเวล 0

ผีดิบ หรือศพเดินได้ตามที่คนพื้นเมืองของเอลดริชเรียกกันโดยทั่วไปนั้นจะถูกจัดอันดับไว้จากเลเวล 0 ถึง 10

ผีดิบเลเวล 0 มีภัยคุกคามน้อยที่สุด มีความสามารถต่ำกว่าคนธรรมดาและมีสติปัญญาที่จำกัด

ผีดิบเลเวล 1 มีความเร็วพอๆ กับมนุษย์แต่ไม่ฉลาด

ผีดิบเลเวล 2 มีความแข็งแกร่งทางร่างกายมากกว่า อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับประเภทของผีดิบ พวกมันอาจจะเร็วกว่า, แข็งแกร่งกว่า, หรืออึดกว่ามนุษย์ทั่วไปและแม้กระทั่งผู้ใช้สายเลือดเลเวล 1

ผีดิบที่มีเลเวลมากกว่า 2 นั้นถูกรายงานว่ามีพลังเหนือธรรมชาติ พวกมันเป็นศัตรูที่ไม่สามารถดูถูกได้ อย่างไรก็ตาม ผีดิบที่แข็งแกร่งเหล่านี้แทบจะไม่เคยถูกพบในดินแดนแถบนี้

ในเอลดริช ผีดิบเลเวล 0 คือมอนสเตอร์ที่ฆ่าง่ายที่สุด แม้กระทั่งพวกปกติก็ยังสามารถฆ่าพวกมันได้ถ้าพวกเขาไม่ได้แสดงความขี้ขลาดหรือถูกครอบงำด้วยความรังเกียจ วัลเคยศึกษาในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในป้อมปราการไอรอนสไปร์ เขาใส่ใจตลอดช่วงระยะเวลาที่อยู่ในโรงเรียน เขาจำรูปแบบการโจมตีของพวกมันได้อย่างละเอียดและรู้ถึงวิธีจัดการพวกมันอย่างมีประสิทธิภาพ

ร่างกายของผีดิบเลเวล 0 นั้นจะอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของพวกมันนั้นเข้าขั้นน่าสมเพชเพราะขาของพวกมันใกล้จะเน่าจนหลุดออกมา และดูเหมือนพร้อมที่จะล้มลงไปเพราะน้ำหนักตัวได้ทุกเมื่อ

ด้วยการจับด้ามดาบเอาไว้แน่น วัลเฝ้ารอให้พวกมันเข้ามาใกล้เขา

มือที่เหมือนกับกรงเล็บของพวกมันยื่นออกมาด้วยความหิวกระหายในเลือดเนื้อของเขา แต่ด้วยการตวัดดาบที่รวดเร็วของเขามือของพวกมันได้ถูกตัดออก

ฉับ!

มือมากมายร่วงลงไปกับพื้นพร้อมๆ กัน

ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวทำให้เหล่าผีดิบสูญเสียมือของพวกมันไป

เมื่อสูญเสียมือไปแล้ว ผีดิบเลเวล 0 มักจะมีพฤติกรรมในการกระโจนเข้าหาเหยื่อ ซึ่งวัลก็รู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเพราะเขาเคยเรียนรู้เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับผีดิบในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงของป้อมปราการไอรอนสไปร์

เขาพึ่งจะเรียนจบจากโรงเรียนมาได้หนึ่งเดือนก่อนที่จะอายุครบ 16 ดังนั้นความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องที่เขาเรียนมายังสดใหม่อยู่

ผีดิบพุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเร็วที่น่าประหลาดใจ พวกมันเคลื่อนไหวเร็วกว่าตอนที่ยังมีมือประมาณ 20 เท่าได้ การโจมตีนี้มักจะใช้ได้กับพวกโง่ที่ลดการป้องกันลงเพราะคิดว่าสิ่งที่เคลื่อนไหวช้าพอๆ กับหอยทากคงไม่กระโจนเข้าใส่พวกเขาด้วยความโหดร้ายเหมือนเสือ

อย่างไรก็ตาม วัลประเมินเอาไว้แล้ว

เขาขยับออกด้านข้างหลบการโจมตีของพวกมันได้อย่างสบายๆ

จากนั้นเขาก็สวนกลับ!

ด้วยการฟันที่ทรงพลังหนึ่งครั้งผีดิบสองตัวได้ถูกตัดหัวในทันที ก่อนที่หัวของพวกมันจะมีโอกาสสัมผัสกับพื้น วัลทำการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วใส่อีกสองตัวที่เหลือด้วยการเหวี่ยงดาบของเขาอีกครั้ง ดาบของเขาตัดผ่านเนื้อเน่าๆ ของพวกมันได้อย่างง่ายดายราวกับว่ามันคือมีดร้อนๆ ที่ตัดผ่านเนย และผีดิบอีกสองตัวก็ถูกตัดหัว

ฉัวะ!

ร่างของพวกมันทรุดลงกับพื้น แต่ส่วนหัวที่ถูกตัดซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายพวกมันยังทำงานอยู่ ฟันที่ทั้งดำและผุพังของพวกมันขยับพะงาบๆ พยายามที่จะลากตัวเองไปหาวัล

ในโลกนี้ ผีดิบไม่ตายจากการถูกตัดหัว กุญแจไปสู่ความตายของพวกมันก็คือการทำลายสมอง!

ฉึก!

เกมจิ้มแทงที่โหดร้ายเริ่มต้นขึ้นในตอนที่วัลใช้ดาบเสียบหัวของผีดิบตัวแล้วตัวเล่า  จากรูที่เขาเจาะหัวของพวกมันด้วยความช่วยเหลือของดาบ เลือดสีดำก็พวยพุ่งออกมาทุกทิศทางเหมือนกับน้ำพุร้อนเล็กๆ แต่วัลก็ได้ทำให้แน่ใจว่าของเหลวที่น่ารังเกียจเหล่านี้จะไม่โดนตัวเขาแม้แต่หยดเดียวด้วยความสามารถเฉพาะตัวของเขาในการควบคุมเลือด

ครู่ต่อมา หัวก็หยุดขยับอันเป็นผลมาจากการถูกแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทันใดนั้นเอง ระบบก็แสดงแจ้งเตือนขึ้นมาเบื้องหน้าเขา

[ติ้ง! ท่านกำจัดข้ารับใช้เลเวล 0 ของปีศาจศพได้ ท่านได้รับค่าประสบการณ์ +10]

ดวงตาของวัลเบิกกว้างกับการเปิดเผยที่คาดไม่ถึงจากแจ้งเตือนของระบบ ความเชื่อโดยทั่วไปของประชาชนในอาณาจักรวิคตอเรียก็คือว่าเหตุการณ์อันน่าสยดสยองที่คนตายกลายเป็นผีดิบนั้นคือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่อุบัติขึ้นมาหลังจากการปรากฏขึ้นของดวงจันทร์สีเลือด

อย่างไรก็ตาม การแจ้งเตือนนี้ระบุเป็นอื่น

มันพิจารณาว่าตัวตนของผีดิบนั้นเป็นผลงานของปีศาจที่รู้จักในชื่อปีศาจศพ!

วัลรู้สึกแปลกใจกับการเปิดเผยที่น่าทึ่งนี้

เขาเองก็เคยใช้ชีวิตด้วยความเข้าใจที่ว่าจันทร์สีเลือดเป็นต้นเหตุในการเกิดขึ้นของผีดิบ

‘มันถือเป็นความโง่ของฉันจริงๆ ที่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินมาจากปากของคนที่ถูกเรียกว่าผู้เชี่ยวชาญ’

แนวคิดที่ว่าตัวตนที่ถูกเรียกว่าปีศาจศพอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทำให้เขาตั้งคำถามกับทุกอย่างที่เขารู้เกี่ยวกับโลกหลังหายนะที่เขาอาศัยอยู่ การเปิดเผยความจริงอันน่าตกใจนี้ได้เพิ่มความซับซ้อนทั้งหมดของปริศนาในเอลดริชและสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับมันไปสู่ระดับใหม่

ริมฝีปากของวัลขยับเผยให้เห็นรอยยิ้มเล็กๆ บนหน้าของเขา

‘การสำรวจปริศนาของโลกแปลกๆ นี้คงจะน่าสนใจน่าดู’

นี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาได้รับจุดประสงค์ใหม่ในชีวิต!

การจะไปถึงเลเวล 2 ต้องการค่าประสบการณ์ 10 วัลมีมากกว่านั้นเล็กน้อยประมาณ 0.001 แต้ม

ดังนั้นเขาจึงเลเวลขึ้น

[ติ้ง! ขอแสดงความยินดีด้วย! ท่านได้เลเวลอัพ ท่านพัฒนาจากเลเวล 1 ไปถึงเลเวล 2 ท่านจะได้รับแต้มสถานะ +2 และอัพเกรดพลังสายเลือดของปีศาจเลือดในตัวท่านเล็กน้อย]

[เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่ท่านเลเวลอัพ ท่านจะได้รับรางวัลเสริมเป็นแต้มสถานะเพิ่มเติม]

เขาได้รับแต้มสถานะมาระดับหนึ่ง พวกมันคือทรัพยากรที่มีค่าซึ่งเขาสามารถใช้เสริมความสามารถของเขาได้ในทันที อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาตัดสินใจที่จะเก็บพวกมันเอาไว้ก่อนเพื่อใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม

ถึงอย่างไร การใช้พวกมันในช่วงเวลาที่เหมาะสมก็ดีกว่าการใช้แบบสุ่มๆ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเขาได้เผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งในอนาคต เขาก็จะสามารถจัดสรรแต้มเหล่านี้โดยอิงตามจุดแข็งของอีกฝ่ายได้ ถ้าความเร็วคือจุดแข็งของศัตรู เขาก็จะเพิ่มความว่องไวโดยใช้แต้มสถานะ ถ้าพวกมันมีความแข็งแกร่งที่น่าเหลือเชื่อ เขาก็จะลงแต้มไปกับพละกำลังของตัวเอง เป็นต้น

ในขณะที่จ้องมองหน้าต่างสถานะของเขา เขาก็สังเกตเห็นข้อความใหม่เพิ่มขึ้นมา

[ความคืบหน้าในปัจจุบันของพลังสายเลือดปีศาจเลือดเลเวล 1 สู่เลเวลถัดไป: 20/100%]

แค่เลเวลเพิ่มครั้งเดียว พลังสายเลือดเลเวล 1 ของเขาก็มีค่าประสบการณ์คืบหน้าไปถึง 20% เขาสันนิษฐานว่าถ้าเลเวลเพิ่มอีกสี่ครั้ง สายเลือดของเขาก็จะเลื่อนไปสู่เลเวล 2 และเปลี่ยนให้เขาเป็นผู้ใช้สายเลือดเลเวล 2

รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจเผยออกมาบนหน้าในขณะที่เขาพึมพำ “เยี่ยม”

จบบทที่ Chapter 9: ไล่ล่าผีดิบในป่าราตรีนิรันดร์!

คัดลอกลิงก์แล้ว