- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอแค่มีชีวิตรอดและร่ำรวยก็พอ
- บทที่ 90 - สำนักควบคุมอสูร
บทที่ 90 - สำนักควบคุมอสูร
บทที่ 90 - สำนักควบคุมอสูร
บทที่ 90 - สำนักควบคุมอสูร
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เสิ่นชิงอีได้รับจัดสรรให้พักอาศัยอยู่ที่บ้านชาวนาหลังหนึ่งในหมู่บ้าน แม้จะเป็นกระท่อมมุงฟางที่ดูเรียบง่ายแต่เจ้าของบ้านก็ดูแลรักษาความสะอาดเป็นอย่างดี
เจ้าของกระท่อมหลังนี้เป็นหญิงชราคนหนึ่ง เนื่องจากอายุมากแล้วและลูกหลานต่างก็ออกเรือนไปมีครอบครัว หญิงชราจึงมักจะแวะเวียนไปพักอาศัยอยู่กับลูกๆ ทำให้บ้านหลังนี้ว่างเว้นผู้คนอยู่เป็นประจำ
ประจวบเหมาะกับครั้งนี้ที่หญิงชราเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวที่ต่างหมู่บ้านพอดี หัวหน้าหมู่บ้านจึงจัดแจงให้เสิ่นชิงอีเข้ามาพักที่นี่
เสิ่นชิงอีพักรักษาตัวอยู่ในหมู่บ้านได้สามวัน อาการบาดเจ็บตามร่างกายก็หายสนิท
นางวางแผนไว้ว่าพรุ่งนี้จะอาศัยข้ออ้างขอติดสอยห้อยตามชาวบ้านที่จะออกไปซื้อของนอกหมู่บ้าน เพื่อถือโอกาสบอกลาชาวบ้านหมู่บ้านเสี่ยวเมิ่งและเดินทางจากไป
ยามวิกาล หมู่บ้านตกอยู่ในความเงียบสงัด
"กว๊าก! กว๊าก! กว๊าก!"
เสียงร้องแหลมสูงเสียดแทงแก้วหู ปลุกเสิ่นชิงอีที่กำลังนั่งสมาธิเดินลมปราณให้ตื่นขึ้น
สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังปราณที่ผันผวน เสิ่นชิงอีตื่นตัวขึ้นมาทันที
ชาวบ้านในหมู่บ้านเองก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องนี้เช่นกัน ต่างพากันเดินออกมาดูสถานการณ์นอกบ้าน
หัวหน้าหมู่บ้านและชายหนุ่มฉกรรจ์ไม่กี่คนถือคบเพลิงเดินออกมา
เพียงแต่ในเวลานี้ แสงไฟจากคบเพลิงที่ลุกโชติช่วงดูจะไร้ความหมายในยามค่ำคืนไปเสียแล้ว
เพราะบนท้องฟ้ายามนี้ ความมืดมิดได้ถูกเปลวเพลิงย้อมจนกลายเป็นสีแดงฉานไปกว่าครึ่งฟ้า
ชาวบ้านคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา
"นั่นมันตัวอะไรกัน!"
นกไฟขนาดยักษ์บินวนเวียนอยู่บนท้องฟ้า มันกำลังส่งเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด และต่อสู้พัวพันอยู่กับผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนที่รายล้อมอยู่รอบตัว
พลังเวทจากการโจมตีกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ ป่าไม้หลายหย่อมเบื้องล่างได้รับความเสียหายจากการต่อสู้ครั้งนี้ เปลวเพลิงลุกโชนเผาไหม้มาจากรอบทิศทาง
การต่อสู้บนท้องฟ้ายังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด
ทว่าชาวบ้านเบื้องล่างกลับเริ่มขวัญเสีย
"แย่แล้ว! ไฟกำลังลามมาทางนี้แล้ว!"
หัวหน้าหมู่บ้านใช้ไม้เท้าพยุงร่างที่สั่นเทา น้ำเสียงแหบพร่าและแห้งผาก
"ทุกคนรีบหนีไป! รีบหนีออกจากที่นี่เดี๋ยวนี้!"
"แต่ว่า... แต่ว่า..."
คนเฒ่าคนแก่บางคนในหมู่บ้านทำใจทิ้งบ้านเกิดที่ใช้ชีวิตมาค่อนชีวิตไม่ได้ ได้แต่ยืนลังเลอยู่ที่เดิม
"พวกหนุ่มสาวรีบหนีไป! ส่วนใครที่... ไม่อยากไป... ก็อยู่เฝ้าหมู่บ้านตายไปพร้อมกับข้า!"
แววตาของหัวหน้าหมู่บ้านฉายแววสิ้นหวัง
ในยามนี้ ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ เมื่อต้องเผชิญกับพลังอำนาจที่ไม่อาจต่อกรได้ การดิ้นรนขัดขืนใดๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเปลืองแรงเปล่า
หากไม่มีคนแก่และคนเจ็บป่วยคอยถ่วง ผู้ที่ยังแข็งแรงอาจจะพอมีทางรอด
หมู่บ้านเสี่ยวเมิ่งตั้งรกรากอยู่ที่นี่มาหลายร้อยปี เนื่องจากอยู่ในเขตปกครองของสำนักวิถีวิญญาณและบริเวณใกล้เคียงก็ไม่มีสมบัติล้ำค่าอะไร มีเพียงสถานที่ทดสอบสำหรับผู้ฝึกตนระดับต่ำเท่านั้น
อีกทั้งพวกเขายังตั้งอยู่ในพื้นที่รอบนอก จึงอยู่อย่างสงบสุขมาได้หลายปี
การใช้ชีวิตอยู่ในโลกบำเพ็ญเพียร ทำให้พวกเขาเข้าใจเรื่องความเป็นความตายดี แต่ไม่คิดเลยว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมันจริงๆ จะยังคงตัดใจไม่ลง...
สีหน้าของเสิ่นชิงอีดูไม่สู้ดีนัก เครื่องแบบที่ศิษย์ระดับสร้างรากฐานกลุ่มนั้นสวมใส่อยู่ขณะต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสร้างรากฐานขั้นสูงบนท้องฟ้า ไม่ใช่เครื่องแบบของสำนักวิถีวิญญาณ แต่เป็นเครื่องแบบของสำนักควบคุมอสูรที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแดนบูรพา
ห้าสำนักใหญ่เคยมีกฎข้อบังคับระบุไว้ชัดเจนว่า ภายในเขตปกครองของแต่ละสำนัก นอกจากพื้นที่แย่งชิงวาสนาตามบททดสอบต่างๆ แล้ว ห้ามมิให้ศิษย์ของสำนักอื่นลงมือใช้กำลังหรือทำร้ายผู้บริสุทธิ์ตามอำเภอใจ
กฎข้อนี้ ห้าสำนักใหญ่ต่างยึดถือปฏิบัติกันมาตลอดอย่างเคร่งครัดในที่แจ้ง
ส่วนในที่ลับ หากมีใครลักไก่แล้วถูกจับได้ก็ย่อมต้องรับโทษ แต่หากไม่ถูกจับได้...
แต่ทว่าในยามนี้ คนกลุ่มนี้กลับสวมใส่ชุดศิษย์สายในของสำนักควบคุมอสูรอย่างโจ่งแจ้ง เข้ามาต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสร้างรากฐานขั้นสูงในเขตปกครองของสำนักวิถีวิญญาณ แถมยังไม่แยแสชีวิตของผู้ฝึกตนและคนธรรมดาเบื้องล่างอีกด้วย!
สำหรับสำนักวิถีวิญญาณแล้ว นี่ไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าท้าทายกันชัดๆ!
[จบแล้ว]