- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอแค่มีชีวิตรอดและร่ำรวยก็พอ
- บทที่ 71 - แบ่งสันปันส่วน
บทที่ 71 - แบ่งสันปันส่วน
บทที่ 71 - แบ่งสันปันส่วน
บทที่ 71 - แบ่งสันปันส่วน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ศาสตราวุธและวิชาเวทของทุกคนระดมยิงใส่พยัคฆ์วายุที่ล้มกลิ้งอยู่บนพื้นพร้อมกัน
"ตูม"
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น เศษหินดินทรายปลิวว่อนไปทั่วบริเวณที่พยัคฆ์วายุอยู่
เมื่อฝุ่นควันจางลง พื้นที่ตรงนั้นก็กลายเป็นหลุมขนาดใหญ่
เปลวไฟและควันดำยังคงลอยกรุ่นอยู่เหนือปากหลุม
ลู่จิ่งชิงยังไม่ผลีผลามเข้าไปใกล้
"ระวังมันแกล้งตาย"
ทุกคนยังคงตื่นตัว อาวุธในมือไม่ได้ลดระดับลง
ลู่จิ่งชิงเดินย่างสามขุมเข้าไปที่ปากหลุม เมื่อเห็นพยัคฆ์วายุนอนหายใจรวยรินอยู่ในก้นหลุม เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้มันได้ทำอะไรอีก กระบี่ยาวในมือตวัดฉับลงไปทันที
"ฉึก"
เลือดสดพุ่งกระฉูด ศีรษะของพยัคฆ์วายุกลิ้งหลุนๆ ไปกองอยู่ด้านข้างทันที
เหอรัวฉีเห็นดังนั้นก็รีบหยิบขวดหยกออกมาจากถุงสมบัติหลายใบ
"พยัคฆ์วายุตัวนี้ระดับไม่เลวเลย เลือดของมันเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการเขียนยันต์และปรุงยา อย่าให้เสียของเชียวนะ"
คนอื่นๆ ไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด
พวกเขาต่างเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ ทรัพย์สินติดตัวมีไม่น้อย เลือดพยัคฆ์วายุพวกนี้แม้จะมีราคาค่างวดอยู่บ้าง แต่ก็ยอมยกให้เหอรัวฉีเก็บไปคนเดียวได้
ลู่จิ่งชิงมองไปรอบๆ
"พวกเราเสียเวลาไปมากแล้ว เสียงการต่อสู้เมื่อกี้ก็ดังสนั่น คงจะไปรบกวนผู้ฝึกตนและสัตว์อสูรแถวนี้เข้าแล้ว กลิ่นเลือดตรงนี้ก็แรงมาก รีบจัดการให้ไว เก็บของเสร็จแล้วรีบถอยกันเถอะ"
"ตกลง"
ทุกคนช่วยกันเก็บกวาดสนามรบอย่างรวดเร็ว หลังจากเก็บของมีค่าที่ควรจะได้ไปจนหมดแล้ว ก็รีบถอนตัวออกจากพื้นที่ทันที
และเป็นไปตามคาด หลังจากพวกเขาก็จากไปได้ไม่นาน ผู้ฝึกตนที่อยากรู้อยากเห็นหรือพวกที่หวังจะมาชุบมือเปิบก็โผล่มาที่ลานต่อสู้เมื่อครู่
ในขณะเดียวกัน กลิ่นเลือดที่คละคลุ้งก็ดึงดูดสัตว์อสูรที่กระหายเลือดตัวอื่นๆ เข้ามา
ไม่ต้องเดาเลยว่าที่นั่นคงจะเกิดการต่อสู้ขึ้นอีกยก ส่วนใครจะอยู่ใครจะไป ก็สุดแล้วแต่ฝีมือของคนเหล่านั้น
ฟ้าสว่างโร่ เสิ่นชิงอีและพรรคพวกทั้งหกคนได้เดินทางกลับมาถึงตลาดเซียนแห่งหนึ่งใกล้กับป่าอวิ๋นตานเพื่อพักผ่อน
พวกเขาเปิดห้องพักในโรงเตี๊ยมเพื่อชำระล้างร่างกายและพักผ่อน
พอตกบ่าย ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องของลู่จิ่งชิง
ลู่จิ่งชิงปิดประตูห้อง แล้วหยิบจานค่ายกลออกมาจากถุงมิติ โยนไปที่ประตูห้อง
หลังจากร่ายคาถาเปิดค่ายกลกันเสียงเรียบร้อย เขาก็เทของรางวัลที่ได้จากการต่อสู้ตลอดทางออกมาจากถุงสมบัติ
นอกจากซากพยัคฆ์วายุจากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายแล้ว ยังมีซากสัตว์อสูรระดับต่ำตัวอื่นๆ รวมถึงสมุนไพรวิญญาณอีกจำนวนหนึ่งที่พวกเขาเก็บมาระหว่างทาง
เมื่อเห็นกองสมุนไพรและซากสัตว์อสูรกองพะเนินจนกินพื้นที่ไปกว่าครึ่งห้อง ทุกคนต่างก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
หนิงเซวียนถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น
"รอบนี้ได้ของมาเยอะไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย"
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
"ของที่ได้จากภารกิจสำนักครั้งนี้ เราจะใช้กฎเดิม คือแบ่งตามผลงาน ใครทำมากได้มาก"
ไม่มีใครคัดค้านกฎนี้
"นอกจากพยัคฆ์วายุแล้ว ในตอนที่เก็บเกี่ยวดอกรวมจิต ชิงอีเป็นคนลงแรงมากที่สุด ดังนั้น..."
ลู่จิ่งชิงจัดสรรปันส่วนของรางวัลให้ทุกคนอย่างยุติธรรมและเป็นระบบ
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ทุกคนก็ได้รับส่วนแบ่งของตนเองครบถ้วน
หนิงเซวียนตบไหล่เสิ่นชิงอีเบาๆ
"เสี่ยวชิงอี รอบนี้ทำผลงานได้ไม่เลวเลยนะ ได้สมุนไพรไปตั้งเยอะแน่ะ ดีใจไหม รู้ไว้เถอะว่าศิษย์ส่วนใหญ่ที่ออกมาฝึกฝนครั้งแรก แทบจะไม่ได้ของกลับไปเยอะขนาดนี้หรอกนะ เสี่ยวชิงอีเก่งมาก ไว้คราวหน้าถ้าศิษย์พี่หนิงจะรับภารกิจอีก จะมาชวนเจ้าไปด้วยนะ"
เสิ่นชิงอีถูกหนิงเซวียนชมจนทำตัวไม่ถูก แต่นางก็รู้ตัวดีว่าผลงานของนางในครั้งนี้ไม่ได้ยอดเยี่ยมอย่างที่หนิงเซวียนพูดขนาดนั้น คำชมของเขาแฝงไปด้วยการปลอบใจและให้กำลังใจเสียมากกว่า
เพียงแต่หนิงเซวียนเป็นคนตรงไปตรงมา อาจจะไม่รู้วิธีพูดอ้อมค้อม แต่เสิ่นชิงอีก็รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเขามาก
[จบแล้ว]