- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอแค่มีชีวิตรอดและร่ำรวยก็พอ
- บทที่ 59 - ความพึงพอใจ
บทที่ 59 - ความพึงพอใจ
บทที่ 59 - ความพึงพอใจ
บทที่ 59 - ความพึงพอใจ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ศิษย์คนที่สามของเขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์เป็นเลิศ เฉลียวฉลาดและขยันหมั่นเพียร แต่ทว่านิสัยกลับอ่อนโยนจนเกินไป ขาดความดุดันและเฉียบคมของผู้ฝึกตน ดังนั้นเส้นทางของเขาจึงเต็มไปด้วยความท้าทาย
ศิษย์คนที่สี่ของเขา มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม ฉลาดหลักแหลม รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา กล่าวได้ว่าเป็นคนที่สมบูรณ์แบบมาก แต่ในฐานะลูกรักสวรรค์ของตระกูลลู่ นอกจากจะมีข้อได้เปรียบของตระกูลใหญ่แล้ว ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแบกรับภาระหน้าที่ของตระกูลเอาไว้ด้วย
ส่วนเจ้าห้าคนนี้ ชาติกำเนิดต่ำต้อย แต่พรสวรรค์ไม่ธรรมดา จิตใจดีงาม ภายนอกดูอ่อนโยนแต่นิสัยลึกๆ กลับมีความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก
ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา พฤติกรรมต่างๆ ของเสิ่นชิงอีทำให้เซ่อจื่อเจียงต้องมองนางใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า
เขายิ่งนับวันก็ยิ่งชอบใจเจ้าศิษย์น้องเล็กคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
"ช่างเถอะ ช่างเถอะ เจ้าที่เป็นอาจารย์ยังวางใจ ไม่มีเหตุผลที่ข้าคนที่เป็นศิษย์อาจะต้องไปกังวลแทน แต่ในเมื่อเจ้าตั้งใจจะให้นางพัฒนาไปในสายงานเบื้องหลังของสำนัก เรื่องบางเรื่องก็ต้องจัดการให้เหมาะสมด้วยล่ะ"
"เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว"
ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่บนยอดไม้ เสิ่นชิงอีที่เพิ่งโคจรพลังไปได้หลายรอบ สัมผัสได้ถึงคอขวดของการทะลวงด่าน จึงค่อยลืมตาขึ้น
เวลาผ่านไปครึ่งปีแล้ว นางเลื่อนระดับจากการดึงพลังปราณเข้าร่าง จนมาถึงระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สามระดับสูงสุด
อีกเพียงนิดเดียวก็จะทะลวงผ่านขั้นที่สามไปสู่ขั้นที่สี่
แม้จะมาถึงช่วงคอขวดของการเลื่อนระดับ แต่เสิ่นชิงอีก็ไม่ได้รีบร้อน และไม่คิดจะบุ่มบ่ามกระทำการใดๆ
ในครึ่งปีมานี้ นางหมั่นฝึกฝนร่างกายอย่างหนักเพื่อวางรากฐานให้มั่นคง
และจากการศึกษาเรียนรู้ทำให้นางเข้าใจความรู้ในโลกผู้ฝึกตนมากมาย
นางย่อมรู้ดีว่า สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว ช่วงรอยต่อจากขั้นที่สามไปสู่ขั้นที่สี่ถือเป็นด่านสำคัญด่านหนึ่งของระดับรวบรวมลมปราณ
มันคือการก้าวจากระดับรวบรวมลมปราณขั้นต้นไปสู่ขั้นกลาง หากสามารถทำได้ดีที่สุดและทะลวงผ่านไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ ย่อมส่งผลดีต่อการบำเพ็ญเพียรในภายภาคหน้า เสิ่นชิงอีจึงอยากจะลองพยายามทำมันให้ดีที่สุด
หลังจากจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เสิ่นชิงอีก็หยิบยันต์แปลงโฉมมาแปะลงบนร่าง
นี่คือยันต์ที่นางใช้บ่อยที่สุดในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
ทุกครั้งที่ต้องออกไปในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน ยันต์ชนิดนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
บนตัวของนางตอนนี้ สิ่งที่มีเยอะที่สุดก็คือยันต์แปลงโฉมนี่แหละ
จากช่วงแรกที่ไม่ค่อยชิน จนตอนนี้กลายเป็นความเคยชินไปแล้ว ระหว่างที่ต้องแปลงโฉมทุกวัน เสิ่นชิงอีก็ได้เรียนรู้เคล็ดลับวิชาซ่อนลมปราณและวิชาพรางตัวจนเชี่ยวชาญขึ้นไม่น้อย
นางเดินไปยังโรงครัวใหญ่ของตำหนักลั่วหงอย่างชำนาญทาง
เวลานี้เป็นเวลาเลิกเรียนของศิษย์ในสำนัก จึงมีศิษย์เดินขวักไขว่ไปมามากมาย
โรงครัวใหญ่ในช่วงเวลานี้จึงคึกคักเป็นพิเศษ
ศิษย์ที่ยังไม่ถึงระดับสร้างรากฐาน ยังไม่สามารถละเว้นอาหารทางโลกได้
แม้ว่าสำนักวิถีวิญญาณจะแจกจ่ายเบี้ยหวัดให้แก่ศิษย์ระดับล่างทุกเดือน ซึ่งรวมถึงยาละเว้นอาหารด้วย
แต่ในเคล็ดวิชาพื้นฐานของสำนักได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ศิษย์ระดับล่างที่ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางเซียนอย่างเป็นทางการ ทางที่ดีควรจะรับประทานอาหารบ้าง
แน่นอนว่าอาหารที่นี่ไม่ใช่อาหารที่มีสิ่งเจือปนเหมือนอาหารของปุถุชนทั่วไปที่กินเพื่อให้อิ่มท้องเท่านั้น
แต่เป็นวัตถุดิบที่มีพลังปราณของโลกผู้ฝึกตน
ศิษย์ระดับรวบรวมลมปราณในสำนักมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน เฉพาะศิษย์ระดับล่างในตำหนักลั่วหงก็น่าจะมีราวๆ หนึ่งถึงสองหมื่นคน
และก่อนที่ศิษย์จะก้าวเข้าสู่ระดับรวบรวมลมปราณขั้นกลาง พวกเขาแทบจะไม่มีความสามารถในการต่อสู้เลย อย่าว่าแต่จะไปต่อกรกับสัตว์อสูรเพื่อหาหินวิญญาณเลย แค่เอาชีวิตรอดก็ยังยาก
ด้วยเหตุนี้ ทางสำนักจึงมอบหมายภารกิจภายในที่ปลอดภัยและเหมาะสมให้กับศิษย์ระดับล่างที่ไม่มีหินวิญญาณ เพื่อให้พวกเขาทำภารกิจแลกกับแต้มผลงานของสำนัก
แต้มผลงานของสำนักไม่ได้ใช้แลกได้แค่หินวิญญาณเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปแลกสิ่งของอื่นๆ ได้ด้วย เช่น โอสถ หรือ ยันต์ ที่มีมูลค่าเท่าเทียมกัน
[จบแล้ว]