เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 - นิมิตเสี่ยงทาย

บทที่ 52 - นิมิตเสี่ยงทาย

บทที่ 52 - นิมิตเสี่ยงทาย


บทที่ 52 - นิมิตเสี่ยงทาย

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ชั่วขณะที่ความคิดของเสิ่นชิงอีเริ่มไขว้เขวสงสัย จุดแสงสีดำทั้งหมดก็พลันสลายกลายเป็นความว่างเปล่าในพริบตา

เสิ่นชิงอีชะงักไปเล็กน้อย

นางขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะรวบรวมสมาธิกำหนดจิตใหม่อีกครั้ง

เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป ในที่สุดท่ามกลางโลกแห่งความมืดมิด จุดแสงก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

แต่สิ่งที่ต่างไปจากครั้งก่อนคือ จุดแสงสีดำในครั้งนี้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม และมีจำนวนมากกว่าเดิมหลายเท่า

จุดแสงสีดำนับไม่ถ้วนเริ่มพากันหลั่งไหลเข้ามาหาเสิ่นชิงอี

"ตูม!"

วินาทีที่จุดแสงสีดำจุดแรกพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเสิ่นชิงอี นางก็รู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายของตนเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

หลังจากจุดแรกผ่านเข้ามา จุดแสงสีดำอื่นๆ ก็พากันกรูตามเข้ามาในร่างกายของนางอย่างไม่ขาดสาย

โลกของเสิ่นชิงอี ค่อยๆ ถูกห่อหุ้มด้วยจุดแสงสีดำเหล่านั้น

ตัดภาพมาสู่โลกภายนอก ถ้ำฝึกตนของเสิ่นชิงอีตั้งอยู่ไม่ไกลจากถ้ำฝึกตนของฉู่อวี้เหลียงนัก

ฉู่อวี้เหลียงที่กำลังฝึกฝนคาถาอาคมอยู่ถึงกับชะงักมือ แล้วหันไปมองทางถ้ำฝึกตนของศิษย์น้องเล็ก

"ดึงพลังปราณเข้าร่างสำเร็จเร็วขนาดนี้เชียวหรือ"

ศิษย์น้องเล็กคนนี้ช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ พรสวรรค์ระดับนี้ ต่อให้เทียบกับศิษย์น้องสี่ที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาพี่น้อง ก็ยังถือว่าสูสีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย

ที่พักของพวกเขาทั้งสี่คนอยู่ห่างกันไม่มากนัก ประกอบกับแรงกระเพื่อมจากการดึงพลังปราณของเสิ่นชิงอีนั้นไม่ใช่น้อยๆ อีกสองคนที่เหลือจึงสัมผัสได้เช่นกัน

เสียนฉือที่กำลังนั่งจิบชาวิญญาณตัวใหม่ของตำหนักลั่วหงอยู่กับเซ่อจื่อเจียง สัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังปราณ

มือของเสียนฉือชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนจะเงยหน้ามองเซ่อจื่อเจียง

"ศิษย์น้อง ลูกศิษย์คนนี้ของเจ้ามีพรสวรรค์ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"

สามารถดึงพลังปราณเข้าร่างได้ในระยะเวลาสั้นเพียงนี้

ในประวัติศาสตร์ของสำนักวิถีวิญญาณ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำได้

แถมเจ้าห้าคนนี้ ยังเป็นเด็กที่ไม่เคยสัมผัสการบำเพ็ญเพียรมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

ไม่เหมือนลู่จิ่งชิงที่นอกจากจะมีพรสวรรค์ล้ำเลิศแล้ว ยังได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดจากตระกูลลู่มาตั้งแต่เด็ก ต่อให้อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ แต่ก็มีความรู้ความเข้าใจในวิถีการฝึกตนอยู่บ้างแล้ว

เซ่อจื่อเจียงเองก็ประหลาดใจกับผลงานของเสิ่นชิงอีไม่น้อย

"เสี่ยวชิงอีมีรากปราณธาตุน้ำที่ยอดเยี่ยมมาก อีกทั้งกลิ่นอายทั่วร่างของนางยังเข้ากันได้ดีกับธาตุน้ำอย่างที่สุด"

สะอาดบริสุทธิ์และโปร่งใส ราวกับไม่แปดเปื้อนฝุ่นธุลีทางโลกและไม่ติดบ่วงกรรมใดๆ

คนประเภทนี้ ในสายตาของเซ่อจื่อเจียงถือว่าหาได้ยากยิ่ง และเหมาะอย่างยิ่งที่จะฝึกฝนวิชาธาตุน้ำ

เสียนฉือย่อมฟังออกว่าในน้ำเสียงของเซ่อจื่อเจียงแฝงความชื่นชมที่มีต่อเสิ่นชิงอีมากเพียงใด

ก็สมควรอยู่หรอก ได้ลูกศิษย์ที่เป็นลูกรักของสวรรค์เช่นนี้ จะมีอาจารย์คนไหนไม่ชอบบ้าง

เพียงแต่ว่า...

"บางครั้ง การใช้ชีวิตในโลกผู้ฝึกตน หากสะอาดบริสุทธิ์จนเกินไป ก็อาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปนะ"

มือที่กำลังรินชาของเซ่อจื่อเจียงหยุดกึก ก่อนจะขยับรินชาต่อ

"คำพูดของศิษย์พี่ก็มีเหตุผล แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถมีกลิ่นอายเช่นนี้ได้"

"ดูท่าศิษย์น้องจะพอใจกับลูกศิษย์คนใหม่คนนี้มากทีเดียว"

"แน่นอน"

เสียนฉือไม่วิจารณ์เรื่องของเสิ่นชิงอีอีก

เขาวางถ้วยชาในมือลง

"ศิษย์น้องได้อ่านสารที่ท่านบรรพชนส่งมาหรือยัง"

เซ่อจื่อเจียงก็วางกาน้ำชาในมือลงเช่นกัน

"อ่านแล้ว ศิษย์พี่เวินไห่ส่งข่าวมาบอกข้าแล้ว"

เสียนฉือล้วงสิ่งของบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ แล้วแบมือออก

เศษกระดองเต่าที่แตกหักหลายชิ้น นอนนิ่งสงบอยู่บนฝ่ามือของเสียนฉือ

"เมื่อคืนวาน ข้าสังเกตดวงดาวบนท้องฟ้า จู่ๆ ในใจก็เกิดสังหรณ์บางอย่าง จึงคิดจะเสี่ยงทายดูสักดวง ใครจะไปคิดว่าผลคำทำนายยังไม่ออก แต่เกราะเทพเต่าดำที่อยู่คู่กายข้ามานับพันปีกลับแตกสลายไปเสียก่อน"

แม้น้ำเสียงของเสียนฉือจะดูราบเรียบไม่ทุกข์ร้อน แต่สีหน้าของเซ่อจื่อเจียงที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

เกราะเทพเต่าดำเป็นของวิเศษที่ท่านปรมาจารย์ได้มาจากแดนลึกลับแห่งหนึ่ง แล้วมอบให้แก่ศิษย์พี่ แม้จะมีรอยตำหนิอยู่บ้างจากสาเหตุบางประการจนทำให้ตัวกระดองไม่สมบูรณ์ก็ตาม

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 52 - นิมิตเสี่ยงทาย

คัดลอกลิงก์แล้ว