- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอแค่มีชีวิตรอดและร่ำรวยก็พอ
- บทที่ 49 - คำมั่นสัญญา
บทที่ 49 - คำมั่นสัญญา
บทที่ 49 - คำมั่นสัญญา
บทที่ 49 - คำมั่นสัญญา
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
แม้จะมีโชคชะตาและพรสวรรค์ที่ดีติดตัวมาแต่กำเนิด ทว่าท่ามกลางโอกาสมากมายเหล่านั้น ลู่จิ่งชิงกลับไม่เสียคนเพราะการถูกตามใจ ตรงกันข้ามเขากลับเติบโตขึ้นมาอย่างยอดเยี่ยม
แต่คนดีพร้อมเช่นนี้ ในนิยายกลับมีบทบาทน้อยเสียยิ่งกว่าตัวประกอบชายทั่วไป บางทีอาจเป็นเพราะเรื่องราวความตกต่ำของตำหนักลั่วหงแห่งยอดเขาเทียนสุ่ยในช่วงหลัง
บทสรุปของลู่จิ่งชิงไม่ได้รุ่งโรจน์อย่างที่ผู้คนคาดหวังไว้ในตอนแรก เขาทำเพียงกลับตระกูลไปแต่งงานกับคุณหนูตระกูลใหญ่ที่มีฐานะทัดเทียมกัน
กลายเป็นผู้นำตระกูลลู่ ควบคู่ไปกับตำแหน่งผู้อาวุโสของสำนักวิถีวิญญาณ
ในตอนที่อ่านถึงตรงนี้ เสิ่นชิงอียังเคยถอนหายใจด้วยความเสียดาย
ในโลกที่ตัวประกอบหญิงชายต่างพากันรุมล้อมหมุนรอบตัวพระเอกนางเอก ยังมีคนที่สามารถรักษาตัวตนที่แตกต่างเช่นนี้เอาไว้ได้
"สวัสดีเจ้าค่ะศิษย์พี่สี่"
ลู่จิ่งชิงพูดน้อยแต่ทว่าท่าทีกลับอ่อนโยน หลังจากมอบของรับขวัญให้เสิ่นชิงอีแล้ว เขาก็ถอยไปยืนเงียบๆ ด้านข้าง
หัวใจของเสิ่นชิงอีเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ
ที่เอวของนางตอนนี้ นอกจากจะมีของขวัญจากศิษย์พี่ศิษย์น้องห้อยอยู่หลายชิ้นแล้ว ยังมีของที่ท่านอาจารย์มอบให้อีกด้วย
เสิ่นชิงอีรู้สึกมึนงงไปหมดเหมือนกำลังฝันไป
จากคนถังแตกกลายมาเป็นเศรษฐีตัวน้อยในชั่วข้ามคืน ขออภัยที่นางเก็บอาการดีใจแบบเศรษฐีใหม่เอาไว้ไม่อยู่จริงๆ
หลินสวินยืนเกาหัวแก้เก้ออยู่ข้างๆ สุดท้ายก็ตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้า
"ศิษย์น้องเล็ก ข้า... เพิ่งจะกลับจากการออกไปหาประสบการณ์ข้างนอก บนตัว... ไม่มีหินวิญญาณเหลือเลยสักก้อน... รอคราวหน้า... ข้าจะเตรียมของขวัญมาให้เจ้าอย่างแน่นอน!"
ถูกหลินสวินจ้องมองด้วยแววตาจริงจังขนาดนั้น เสิ่นชิงอีก็ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอะไรดี
"ปึก!"
หลินสวินที่โดนกู้หมิงเสวี่ยเตะเข้าไปหนึ่งทีไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด
"ข้า... ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าท่านอาจารย์จะ... รับศิษย์น้องเล็กเข้าสำนัก"
เขารีบร้อนกลับมา จึงไม่ได้สืบข่าวคราวล่วงหน้า
เห็นชัดๆ ว่าครั้งก่อน ท่านบรรพชนยังบอกอยู่เลยว่าศิษย์คนที่ห้าของท่านอาจารย์จะปรากฏตัวในอีกร้อยปีข้างหน้า
นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่ห้าสิบกว่าปีเองนะ
ฉู่อวี้เหลียงมองหน้าตาที่ดูอึดอัดใจของศิษย์พี่ใหญ่ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะช่วยพูดแก้ต่างให้
"ศิษย์น้องเล็กอย่าได้ถือสาเลย ศิษย์พี่ใหญ่ก็เป็นเช่นนี้เสมอ เวลาออกไปหาประสบการณ์ ไม่ว่าจะล่าสัตว์อสูรได้มากแค่ไหน แต่พอกลับมาถึงสำนัก ถุงสมบัติก็มักจะว่างเปล่าตลอด เพราะศิษย์พี่ใหญ่ฝึกวิชาสายกายา จำเป็นต้องใช้วัสดุในการขัดเกลาร่างกายจำนวนมหาศาล"
เสิ่นชิงอีพยักหน้าเข้าใจ
"ชิงอีไม่ได้คิดมากเจ้าค่ะ แค่ศิษย์พี่ศิษย์น้องมอบของขวัญและความเอ็นดูให้ ชิงอีก็ดีใจมากแล้วเจ้าค่ะ"
ความรู้สึกที่ได้รับจากศิษย์พี่ศิษย์น้องกลุ่มนี้ ช่างดีเหลือเกิน
หลินสวินได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เป็นความจริงที่เขาเก็บหินวิญญาณไว้กับตัวไม่ได้เลย ปกติพอมีหินวิญญาณติดตัว ก็มักจะเอาไปแลกเปลี่ยนเป็นวัสดุสำหรับฝึกกายาจนหมด
พรสวรรค์ของเขาเทียบศิษย์น้องคนอื่นไม่ได้ แถมยังเลือกเดินบนเส้นทางสายกายาที่ยากลำบาก ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่แห่งตำหนักลั่วหง เขาจึงต้องพยายามให้มากกว่าคนอื่นเสมอ
แต่ถึงแม้เสิ่นชิงอีจะบอกว่าไม่โกรธ หลินสวินก็ยังคงเอ่ยกับเสิ่นชิงอีด้วยน้ำเสียงดื้อรั้นและจริงจัง
"ศิษย์น้องเล็ก ศิษย์พี่ใหญ่จะต้องหาของขวัญมาให้เจ้าให้ได้"
ศิษย์น้องเล็กคนนี้ คือศิษย์ใหม่ที่อาจารย์เพิ่งรับเข้ามา
แม้เมื่อคืนเขาจะกลับมาอย่างรีบร้อน แต่ก็ได้ยินเรื่องราวของนางมาบ้างแล้ว
ศิษย์น้องเล็กไม่เหมือนศิษย์น้องคนอื่น นางไร้ที่พึ่งพิงในโลกผู้ฝึกตน นับจากนี้ไป พวกเขาคือกำลังสำคัญและที่พึ่งของนาง
หลินสวินพูดจาเอาใจใครไม่เป็น แต่เรื่องที่เขาปักใจแล้ว ยากนักที่จะเปลี่ยนใจได้
หัวใจของเสิ่นชิงอีพลันอบอุ่นขึ้นมา ความรู้สึกชอบที่มีต่อศิษย์พี่ศิษย์น้องและท่านอาจารย์กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
"เสี่ยวชิงอี ตอนนี้เจ้ายังไม่ได้ดึงพลังปราณเข้าร่าง ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เจ้าสามารถเริ่มฝึกการดึงพลังปราณได้ แม้ในโลกผู้ฝึกตนจะมีอาจารย์คอยชี้แนะ แต่เส้นทางสายเซียนนั้น หากอยากจะก้าวเดินไปให้ไกล ความเพียรพยายามของตนเองคือสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ เจ้าเข้าใจใช่หรือไม่"
เสิ่นชิงอีพยักหน้ารับ
"ศิษย์เข้าใจเจ้าค่ะ"
"ในบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องของเจ้า ศิษย์พี่สามมีรากปราณธาตุน้ำที่ยอดเยี่ยมที่สุด และเชี่ยวชาญวิชาธาตุน้ำมากที่สุด เจ้าเองก็มีรากปราณวารีสวรรค์ หากมีตรงไหนไม่เข้าใจก็ไปสอบถามเขาได้ แน่นอนว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่น เจ้าก็สามารถไปเรียนรู้จากพวกเขาได้เช่นกัน"
[จบแล้ว]