- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอแค่มีชีวิตรอดและร่ำรวยก็พอ
- บทที่ 40 - การรับศิษย์
บทที่ 40 - การรับศิษย์
บทที่ 40 - การรับศิษย์
บทที่ 40 - การรับศิษย์
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
แม้จะมีตระกูลเป็นกองหนุน แต่ตระกูลโม่เมื่อเทียบกับห้าสำนักเซียนฝ่ายธรรมะแห่งทวีปเมฆาธาราแล้วยังถือว่าอ่อนด้อยกว่ามากนัก
หากได้กราบกรานเข้าสำนักวิถีวิญญาณ ภายใต้อาจารย์ระดับวิญญาณใหม่ขั้นสมบูรณ์ เขาเองย่อมเต็มใจอย่างยิ่ง
โม่จิ่วเซียวสูดหายใจเข้าลึก แต่ก็ไม่อาจระงับความตื่นเต้นในใจได้
"ศิษย์... ศิษย์ยินดีขอรับ"
"ดี ดี ดี"
สือถงโจวกล่าวคำว่าดีติดต่อกันสามครั้ง สีหน้าเปี่ยมด้วยความปิติ
"นับแต่นี้ไป เจ้าคือศิษย์สายตรงคนโตของข้าสือถงโจว"
เหล่าผู้อาวุโสและเจ้าของยอดเขาต่างพากันแสดงความยินดี
โม่จิ่วเซียวเดินไปยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลังสือถงโจวอย่างว่าง่าย
เมื่อมีการเริ่มต้นที่ดีจากโม่จิ่วเซียว เหล่าศิษย์ด้านล่างก็เริ่มกระตือรือร้นขึ้นมา แม้จะยังตื่นเต้นแต่ก็ไม่กดดันเหมือนตอนแรก ต่างพากันมองไปยังเหล่าผู้อาวุโสบนแท่นสูงด้วยความคาดหวัง
คนที่สองที่เดินออกมาคือปรมาจารย์ฮว่าเซวียนแห่งยอดเขาเฉาหยาง
ในฐานะผู้ฝึกตนระดับวิญญาณใหม่ขั้นสมบูรณ์ที่มีเพียงสองคนในสำนัก พลังการต่อสู้และศักยภาพด้านต่างๆ ของฮว่าเซวียนย่อมไม่ธรรมดา แม้พลังการต่อสู้จะเทียบสือถงโจวไม่ได้ แต่เขาคือปรมาจารย์อักขระยันต์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกผู้บำเพ็ญเพียร
ปรมาจารย์อักขระยันต์ผู้เลื่องชื่อ ทรัพย์สินย่อมมั่งคั่งติดอันดับต้นๆ ของโลกผู้ฝึกตน
เมื่อเห็นว่าฮว่าเซวียนมีทีท่าจะรับศิษย์ เหล่าศิษย์ด้านล่างก็ยิ่งตื่นเต้น
แม้แต่เสิ่นชิงอีที่ได้ยินเสียงซุบซิบข้างหู ก็อดหวั่นไหวไปด้วยไม่ได้
ชาติก่อนนางชื่นชอบศิลปะการเขียนพู่กันจีนอยู่แล้ว อักขระยันต์ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ศาสตร์แห่งโลกเซียน จึงเป็นสิ่งที่นางนึกถึงและอยากสัมผัสเป็นอันดับแรก
ดวงตาใสกระจ่างของเสิ่นชิงอีจ้องมองไปยังฮว่าเซวียนที่อยู่บนแท่นสูง
ฮว่าเซวียนชะงักไปเล็กน้อย เมื่อมองเห็นหว่างคิ้วของเสิ่นชิงอี ฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินก็หยุดชะงัก
เขาถึงกับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบัณฑิตอันบริสุทธิ์จางๆ จากตัวแม่หนูน้อยคนนี้
ต้องรู้ก่อนว่าในโลกผู้บำเพ็ญเพียร นอกจากพลังปราณและพลังมารแล้ว ยังมีกลุ่มก้อนพลังงานพิเศษอื่นๆ อีก
ที่ว่าพิเศษไม่ใช่แค่เพราะหายาก แต่เพราะความเฉพาะตัวของมัน
เช่น พลังหงเหมิง พลังธรรมแห่งความเที่ยงธรรม พลังบัณฑิต เป็นต้น
ความหายากของสิ่งเหล่านี้ นอกจากต้องอาศัยจังหวะเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องอาศัยปัจจัยเฉพาะบางอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องลึกลับซับซ้อนที่ใครก็ไม่อาจอธิบายได้ชัดเจน
โลกผู้บำเพ็ญเพียรไม่พบเห็นพลังเหล่านี้มานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
แต่เด็กน้อยอายุเพียงไม่กี่ขวบ กลับมีกลิ่นอายพลังบัณฑิตติดตัว...
หากไม่ใช่เพราะเคล็ดวิชาที่เขาฝึกฝน บวกกับการคลุกคลีอยู่กับตำราศักดิ์สิทธิ์และอักขระยันต์มาตลอดทั้งปี เกรงว่าคงยากที่จะสัมผัสได้ในทันที
จิตใจของฮว่าเซวียนไหววูบ
เด็กคนนี้ หากไม่ได้พกพาของวิเศษแห่งลัทธิเต๋าติดตัว ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นมหาปราชญ์กลับชาติมาเกิด
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหน ก็นับว่าหาได้ยากยิ่ง แถมยังมีพรสวรรค์ดีเลิศปานนั้น
เมื่อเทียบกับโม่จิ่วเซียวที่มีกายาอัคคีสวรรค์ ก็อาจจะไม่ด้อยไปกว่ากัน เพียงแต่...
ด้านล่าง ฮว่าเยว่มองดูบรรพชนของตนที่หยุดนิ่งไม่ยอมเดินต่อ ก็เริ่มร้อนรน
ทางตระกูลได้ตกลงกับบรรพชนไว้แล้วว่าขอเพียงนางผ่านการคัดเลือกของสำนักวิถีวิญญาณ บรรพชนจะยอมแหกกฎรับนางเป็นศิษย์
นางอุตส่าห์ผ่านด่านการคัดเลือกมาอย่างยากลำบาก หรือว่าบรรพชนคิดจะกลับคำ...
มือภายใต้แขนเสื้อของฮว่าเยว่กำแน่น
ลู่หยูที่อยู่ข้างๆ เห็นศิษย์พี่ของตนเงียบไปนาน ก็อดสงสัยไม่ได้
เรื่องราวระหว่างศิษย์พี่กับตระกูลฮว่า พวกเขาใช่ว่าจะไม่รู้ แต่เห็นว่าเป็นเรื่องทางโลกในอดีตของศิษย์พี่ พวกเขาจึงไม่สะดวกใจจะยื่นมือเข้าไปยุ่ง
แม้พวกเขาจะไม่ค่อยชอบตระกูลฮว่าเท่าไหร่ แต่แม่หนูจากตระกูลฮว่าคนนี้ก็นับว่าใช้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่ยอมตกลง
เมื่อรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้อง ฮว่าเซวียนจึงกวาดสายตามองเหล่าศิษย์ที่ยืนอยู่กลางตำหนัก
เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังคู่แล้วคู่เล่า ฮว่าเซวียนก็ละสายตาจากดวงตาคู่ใสกระจ่างที่โดดเด่นคู่นั้น
"ฮว่าเยว่"
[จบแล้ว]